The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    ตอนที่ 31 คืนหรรษาในบ้านหลังเล็ก(รีไรท์)

    “ ไม่ต้องห่วง  ป่านนี้เธอน่าจะกำลังสนุกกับเจ้าวายุอยู่  อีกสองชั่วโมง  ก็คงกลับ ” จางสินตอบยิ้มๆ  ทำให้มาวินนึกสงสัย


    “สองคนนี้น่าจะมีความสัมพันธ์พิเศษที่มากกว่าพ่อค้าและลูกค้า  ด้วยรู้ใจกันเป็นอย่างดี  หรือเหมยลี่จะเป็นเมียลับๆของพี่จาง  ไม่สิ  ทอมบอยแบบนั้นไม่น่ามีแฟนกับเขาได้  แถมอายุก็ห่างกันมาก  หรือจะเป็นพ่อลูก แต่คิดดูอีกที  ไม่น่าใช่  เพราะหน้าไม่เหมือนกันเลย



        มาวินเพ้อได้ไม่นาน  จางสินก็เชื้อเชิญให้เด็กหนุ่มเข้าไปในห้องรับแขก


    …………………….


         มาวินนั่งจับเจ่าอยู่ที่โต๊ะไม้ตามลำพัง ครู่หนึ่ง  จางสินก็ยกน้ำชาออกมา มีควันจางๆลอยอยู่เหนือแก้ว 


    “ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน  ลองดื่มดู  มันคือ….ชาซาจี้ มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูกำลังกาย  คลายความเหน็ดเหนื่อย ” จางสินบอกยิ้มๆ


    “ ฮะๆ  ขอบคุณ ” มาวินหัวเราะเบาๆ  ก่อนยกแก้วชาขึ้นซด


     
     

         ทันทีที่น้ำชาไหลผ่านลำคอ  มาวินก็รู้สึกสดชื่นไปทั่วทั้งกาย คล้ายมีไอเย็นที่มองไม่เห็น พัดกระพือ


    “ โอ้โห  ชาอะไรเนี่ย  เหมือนความฟิตจะกลับมาเต็มถัง  โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยของวิเศษ  สุดยอดไปเลย ” มาวินกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ 


    “ ฮ่าๆ ” จางสินหัวเราะชอบใจ  เพราะมาวินเล่นตลกให้ดูอีกแล้ว  แต่ยังนึกสงสัยในสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดถึง 


    “ นี่  พี่จาง  มีอะไรเจ๋งๆแบบนี้อีกมั้ย อยากเห็นน่ะ ” มาวินยื่นหน้าเข้ามาถาม  จากนั้นก็รีบกระดกชาที่เหลือ


    “ ฮะๆ  ยังมีทีเด็ดอีกมาก แต่ก่อนอื่น  ขอคุยด้วยหน่อย พอมีเวลามั้ย  เจ้าหนู ” จางสินตอบยิ้มๆ 


    “ อ้าว  แล้วทำไมจะไม่มีเวลาล่ะ  ลูกพี่ถามมาได้เลย ” มาวินตอบกวนๆตามสไตค์ของตัวเอง


    “ ดีมาก ” จางสินยังคงแย้มยิ้ม


    “ รีบว่ามาเลย  พี่ชาย  ชั้นเริ่มจะง่วงแล้ว หาว….. ” เด็กหนุ่มพูดจบ ก็หาวโชว์แบบไม่เกรงใจใคร


     

        ทันใดนั้นเอง  ใบหน้าใจดีของจางสินก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นน่ากลัวอย่างฉับพลัน ก่อนจะกระชากคอเสื้อของมาวินอย่างรุนแรง  ทำให้ร่างเล็กบางลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ


    “ ตกลง  เจ้าเป็นใครกันแน่  อยู่ๆก็เดินทางมากับอง เอ่อ  เหมยลี่ ” จางสินตะคอกใส่  คล้ายคนสลิ้งแตก 


    “ เอ่อ  อ่า เอ๋  เอ๋อ ” มาวินตกใจจนไม่รู้จะพูดอะไร  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  มันรวดเร็วเกินไป


    “ ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร  รีบบอกมา ” ยักษ์ใหญ่ใจดีที่กลายร่างเป็นผีบ้า กระชากเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้จนใบหน้าของทั้งคู่แทบจะติดกัน


     

        เหตุการณ์ตื่นเต้นในระยะประชิด  ยิ่งทำให้มาวินตกใจหนักกว่าเดิม ถึงกระนั้น  เขาก็รวบรวมกำลังใจเฮือกสุดท้าย เพื่อตอบข้อสงสัยของจางสิน


    “ เฮ้  ใจเย็นก่อน  ความจริงคือชั้นแค่บังเอิญไปเจอยัยโย่งกลางทางเท่านั้น ” 


    “ บังเอิญยังไง  ไหนลองเล่าให้ฟังสิ ” จางสินคาดคั้น 


    “ เล่าให้ฟังก็ได้  แต่ปล่อยชั้นก่อนเถอะ  จะขาดใจตายอยู่แล้ว ” มาวินร้องละล่ำละลัก  สีหน้าเริ่มเขียวคล้ำ  เพราะถูกจางสินรัดคอจนหายใจไม่ออก 


    “ โอ้  โทษที ลืมตัวไปหน่อย ” จางสินรีบปล่อยมือ  ถึงตอนนี้  เขารู้ตัวแล้วว่าตนเองทำเกินไป


    “ แค่กๆ  นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว  พี่ชายคนนี้แรงเยอะชะมัด ” มาวินไอรัวๆ  พร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดอยู่หลายที แต่พอหันกลับไปมองจางสิน  เขาก็ตกใจจนสะดุ้งโหยง เพราะสีหน้าท่าทางของชายร่างยักษ์ดูถมึงทึงจนน่าสะพรึงกลัว


    “ จะเล่าได้รึยัง ” จางสินถามเสียงยานคางจนชวนสยอง 


    “ ครับๆ  เล่าแล้วครับ ” มาวินรีบพยักหน้ารับคำ  คำพูดสุภาพอย่างเหลือเเชื่อ


    ………………………..


         มาวินเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา  โดยเริ่มตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในเมืองแห่งการเริ่มต้น   ต่อมาก็ตกอับจนกลายเป็นขอทาน  จับพลัดจับผลูมาเจอเหมยลี่ช่วยฝึกวิชาให้  ผ่านไปเดือนเศษ ก็ ต้องปะทะกับกลุ่มโจรกลางป่า  ในที่สุด  ทั้งคู่ก็ตัดสินใจเดินทางร่วมกัน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่แคว้นเยอมาเนีย


    “ อืม  เรื่องของแกฟังดูพิลึกพอสมควร ” จางสินดูคลายกังวลลงหลายส่วน  แต่ยังไม่ถึงขั้นปลดเปลื้องความสงสัย  เพราะคิดว่าเบื้องหลังของมาวินยังไม่กระจ่าง


    “ คิดว่ามันแปลกอยู่เหมือนกัน  แต่ยังไงชั้นก็ต้องไปแคว้นเยอมาเนีย  ซึ่งเป็นดินแดนที่มีวิทยาการสูงสุด  ที่นั่นน่าจะช่วยให้ชั้นกลับบ้านได้ ” มาวินถอนหายใจเล็กน้อย  ท่าทางอ่อนล้า



         จางสินมองมาวิน  ดวงตากลมโตที่แข็งกร้าวส่อแววสงสารปนสงสัย  ไม่นาน  เขาก็เอ่ยช้าๆ  แต่เน้นหนักทุกประโยค 


    “ ถึงเรื่องที่พูดมา  จะดูเหลือเชื่อ แต่ข้าก็อยากบอกบางอย่างกับเจ้า ” 


    “ เอ่อ  อะไรเหรอ  ลูกพี่ ” มาวินถามเสียงสั่น  เพราะกลัวจะโดนกระชากคอเสื้อรอบสอง 


    “ อง  เอ่อ เหมยลี่  เธอเป็นคนสำคัญชนิดที่เจ้าคาดไม่ถึง ข้าเลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เล็ก  ดังนั้นในระหว่างเดินทาง  เจ้าต้องดูแลนางให้ดี เข้าใจมั้ย ” น้ำเสียงของจางสินดูจริงจัง  โดยเฉพาะคำสุดท้าย เหมือนเขาจะเน้นหนักเป็นพิเศษ  ชนิดที่ว่าถ้าทำไม่ได้  ต้องตายสถานเดียว 


    “ เอ่อ  ครับผม ” ในสถานการณ์เช่นนี้  มาวินมีแต่ต้องตอบรับ  แม้ในใจจะแอบคิด


    “อย่างยัยโย่งจะต้องให้ใครดูแล ก็เก่งซะขนาดนั้น  จริงๆแล้ว  น่าจะเป็นฝ่ายยัยโย่งที่ดูแลเรามากกว่า ” 


    “ อีกอย่าง ” น้ำเสียงของจางสินเหี้ยมเกรียม  ราวกับจะขู่ 


    “ เอ่อ  ครับ ” มาวินรับคำอย่างสุภาพอีกหน 


    “ เจ้าห้ามคิดไม่ดีกับเหมยลี่เด็ดขาด  เข้าใจมั้ย ” จางสินออกคำสั่งอีกครั้ง  คราวนี้  ดูจริงจังยิ่งกว่าเดิม


    “ อะ เอ่อ…… ” ถึงตรงนี้  ใบหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มแดงก่ำ  เขารีบมองต่ำ  เพราะไม่กล้าสบตา


    “ มาอง  มาเอ่อ อะไรเล่า  ถามว่า…เข้าใจมั้ย ” จางสินตะคอกใส่


    “ อะ…เข้าใจครับ ” เด็กหนุ่มยังคงก้มหน้านิ่ง  พร้อมตอบกลับแผ่วเบา



        จางสินจ้องมองมาวินไม่วางตา  ในใจพยายามพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า  ท่าทางของเขาประดุจดังพ่อที่หวงลูกสาว  ขณะที่สถานการณ์ในห้องรับแขกกำลังย่ำแย่ถึงขีดสุด เสียงสาวที่ห้าวใหญ่ก็ดังขึ้นมาที่หน้าประตู 


    “ กลับมาแล้ว ”


     

         เจ้าของเสียงย่อมต้องเป็น "เหมยลี่"  และเมื่อเธอเดินเข้ามา  จางสินก็เปลี่ยนเวอร์ชั่นเป็นชายร่างยักษ์ผู้อารีดังเดิม ทำให้มาวินนึกอยากมอบรางวัลออสการ์สาขาสตอเบอแหลยอดเยี่ยม


    “ อ้าว  อง  เอ่อ เหมยลี่  กลับมาแล้วเหรอ  เดี๋ยวข้าจะทำอาหารให้ ” จางสินเชื้อเชิญ  ใบหน้ายิ้มละไม 


    “ ขอบใจ ” เหมยลี่ขอบคุณเบาๆ  จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้



        จางสินเข้าครัว  เพื่อทำอาหารอย่างสบายอารมณ์  ทิ้งให้มาวินและเหมยลี่นั่งเงียบกันตามลำพัง 


    ……………………….


         พอจางสินทำอาหารเสร็จ  ทั้งสามก็ลงมือรับประทาน  มันประกอบไปด้วยเนื้อย่าง  ยำเห็ด  ผัดหอยและผัดผัก  ทุกอย่างล้วนมีรสชาติดีจนเข้าขั้นภัตตาคาร



         มาวินไม่อยากจะเชื่อว่านี่หรือคือฝีมือของจางสิน  เพราะถ้าดูจากหน่วยก้าน  เขาน่าจะเป็นพวกใช้แรงงานซะมากกว่า  ถึงกระนั้น  เด็กหนุ่มก็กินอาหารไม่ค่อยลง  เพราะยังรู้สึกจุกกับคำถามสุดท้ายเมื่อครู่นี้ 


    “ เป็นอะไรไป  ปกตินายจะตะกละกว่านี้ ” เหมยลี่หันมาถาม


    “ เหอๆ  รู้สึกเหมือนท้องจะแน่นๆน่ะ ” มาวินตอบเสียงอ่อย  เขาไม่ยอมสบตาเด็กสาวเลย  แน่นอนว่าจางสินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  ยังคงยิ้มกว้างดุจเดิม ทว่าดวงตาคู่โตจ้องมาที่เด็กหนุ่มไม่วางวาย



        เหมยลี่เหล่มองทั้งสองด้วยประกายเคลือบแคลง  แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำให้วงข้าวในวันนี้ค่อนข้างเงียบเป็นพิเศษ  เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ  ก็ถึงเวลาพักผ่อน


     

       ห้องรับแขกชั้นล่างกลายเป็นของสองหนุ่มต่างวัยอย่างไม่ต้องสงสัย  ส่วนห้องใต้หลังคาบนชั้นสอง จางสินยืนกรานจะให้เหมยลี่ขึ้นไปนอน  ไม่มีใครคัดค้านข้อเสนอนี้  


    ………………………


        รุ่งเช้าของวันใหม่  อากาศดูสดใส  สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องใต้หลังคาที่ประดับไปด้วยเครื่องเรือนราคาถูก กลางห้องปรากฏเตียงใหญ่ตั้งอยู่



         เด็กสาวนางหนึ่งกำลังนอนเหยียดกายอยู่บนเตียง  ร่างงามได้สัดส่วนซ่อนตัวตนอยู่ในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปที่ขับเน้นทรวดทรง ใบหน้าเรียวสงบนิ่ง  แต่พอเปลือกตาต้องแสงแดดอ่อนๆ  ก็ทำให้หนังตากระตุก  ในที่สุด  มันก็เปิดกว้าง  เผยให้เห็นดวงตาคมซึ้งที่แฝงแววกร้าว  แน่นอนว่าเธอก็คือ....เหมยลี่



         เด็กสาวมองไปที่ท้องฟ้านอกหน้าต่าง  จึงพบว่าเวลานี้คือยามเช้า  เธอลุกขึ้นยืน  ทำให้ได้เห็นช่วงล่างที่สมบูรณ์คล้ายนักกีฬา  ที่สำคัญ  มันถูกปกปิดด้วยกางเกงในสีขาวเพียงตัวเดียว


    " อืม ไม่ได้นอนบนเตียงนิ่มๆมานานแล้ว  เลยหลับยาวจนสายป่านนี้" เด็กสาวพูดกับตัวเอง  จากนั้นก็ยกแขนขึ้นและออกแรงเหยียด เพื่อขับไล่อาการเมื่อยขบ  ผมดำขลับที่ยาวประมาณติ่งหูปลิวไสวไปตามแรงลม  รอยยิ้มน้อยๆผุดออกมา  ทำให้ใบหน้าสวยคมดูสดใสยิ่งกว่าเดิม



         หลังตื่นเต็มที่  เด็กสาวก็เดินไปเก็บข้าวของ  เพื่อเตรียมออกเดินทาง  เธอคาดว่ามาวินน่าจะพอขี่ม้าได้บ้างแล้ว


    ...........................


          พอเด็กสาวเตรียมตัวเสร็จ  ก็ลงมายังชั้นล่าง เพื่อปลุกมาวิน  แต่ทันทีที่ได้เห็นเด็กหนุ่ม  เธอก็ตกตะลึงอย่างรุนแรง  เพราะนายจอมซนถูกมัดติดกับเสาบ้าน


    " นายทำอะไรอยู่น่ะ " คิ้วคมของเด็กสาวขมวดนิดๆ


    " ฮะๆ  ไม่มีอะไรหรอก  ชั้นกับพี่จางกำลังเล่นเกมกันอยู่ "มาวินตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า  สีหน้าซีดเซียวและอ่อนระโหยโรยแรง ไม่ต้องเดา  ก็รู้ว่าไม่ได้มานอนมาทั้งคืน  เด็กสาวจึงเอียงคอมองอยู่ครู่หนึ่ง  จากนั้นก็ปริปากบ่น


    " จางสินขี้ระแวงไม่เลิก  ผ่านไปกี่ปี  ก็ยังเหมือนเดิม "



        ทันใดนั้นเอง  จางสินก็โผล่เข้ามา  เหมยลี่จึงชี้ไปที่มาวิน  พร้อมถามสั้นๆ


    " จางสิน  นี่คือ….อะไร"



         พอจางสินได้เห็น  เขาก็แสร้งตีหน้าโง่  แล้วเดินมาตำหนิมาวินแบบหน้าด้านๆ


    " เฮ้ย  น้องลิงหัวเขียว  ทำไมถึงไปมัดตัวเอง  พี่บอกแล้วไง  แค่เล่นเกมแพ้  ไม่ต้องลงโทษตัวเองขนาดนั้นก็ได้ "


    " ฮะๆ  ขอโทษครับ  ผมแค่อยากลงโทษตัวเองเท่านั้น "มาวินตามน้ำ  พร้อมหัวเราะอ่อยๆ  ท่าทางเหมือนอยากจะร้องไห้เต็มที


    " จางสิน  ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้ " เด็กสาวออกคำสั่ง  ใบหน้าคมดูจริงจัง


    " ขอรับ " จางสินสะดุ้งนิดนึง  ก่อนจะรีบเข้าไปปลดพันธนาการ


    ...........................


          ยามสายของวันใหม่  เหมยลี่และมาวินอยู่ในสภาพพร้อมเดินทาง  เด็กสาวร่างสูงกำลังปลอบจางสินที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนหัวไหล่ของเธอ


    " ไม่เป็นไรน่า  จางสิน  เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันอีก" เด็กสาวยิ้มเล็กน้อย


    " ฮือ.....อง  เฮ้ย  เหมยลี่  ไม่ไปได้มั้ย  หนทางไปแคว้นเยอมานีมีแต่อันตราย  มิหนำซ้ำ  ยังอยู่ห่างไกล  ข้าไม่อยากให้ท่านไปตรากตรำ "จางสินรำพึงรำพัน


    " ไม่เป็นไรน่า  ชั้นมีเจ้าวายุ  ไม่ต้องเดินเท้าเหมือนแต่ก่อน  รับรองว่าไม่เหนื่อย "  เด็กสาวปลอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน  มือก็ลูบศีรษะของจางสินแผ่วเบา  กิริยาคล้ายแม่คนหนึ่งที่กำลังปลุกปลอบลูกชายในยามร่ำลา ทำให้มาวินตกตะลึงและแอบคิดในใจว่า.....น่าจะเอาโทรศัพท์มือถือติดตัวมาด้วย  เพราะภาพแบบนี้หาดูยาก



        เหมยลี่ปลุกปลอบจางสินอยู่พักใหญ่  ชายร่างยักษ์จึงเริ่มสงบ  เด็กสาวเลยขึ้นหลังม้า  พร้อมโบกมือลา


    " ลาก่อน  แล้วเจอกันนะ  จางสิน "


    " ขอรับ  จะมาเมื่อไหร่ก็ได้  ข้ารอท่านอยู่เสมอ " จางสินพูดเสียงสั่น  พลางเอาผ้าผืนน้อยเช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหลกะปริบกะปรอย


    " อืม " เด็กสาวพยักหน้า  พร้อมชักม้าให้ก้าวเดิน  เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการ


    " ฮะๆ " มาวินขบขันเล็กน้อย  จากนั้นก็ขึ้นหลังของเจ้าสังกะสี  แต่ก่อนจะออกจากจุดสตาร์ท  จางสินได้เตร่เข้ามาใกล้  พร้อมกระแอมเบาๆแค่พอได้ยิน


    " ฮะ  แฮ่ม "


    " วะ  เหวอ มะ มีอะไรเหรอ พี่จาง " มาวินออกอาการเหวอ  เขาเข็ดขยาดชายร่างยักษ์ผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง  ในใจนึกภาวนา ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน  ขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย


    " อย่าลืมเรื่องที่คุยกันเมื่อคืน" จางสินพูดสั้นๆ  กระนั้น  มาวินก็เข้าใจความหมาย  จึงรีบรับคำรัวเร็ว


    " ครับ "


    " ดีมาก  และถ้านายคิดไม่ดีต่ออง…เอ่อ  เหมยลี่  นายจะเจอไอ้นี่ " จางสินพูดจบ  เขาก็หยิบไส้กรอกยาวขึ้นมาโชว์  จากนั้นก็ใช้กรรไกรคมๆตัดฉับเข้าไปตรงกลาง  ทำให้ขาดสองท่อนในทีเดียว


    " แฮะๆ  ครับผม " มาวินหัวเราะแห้งๆ  ใบหน้าเรียวเริ่มแดงเล็กน้อย  จากนั้นก็ควบม้าออกไป



        พอสองวัยรุ่นหายลับไปจากสายตา  สีหน้าของจางสินก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลด ปากกล่าวอวยพรเบาๆ


    "ขอให้ปลอดภัยและสำเร็จในสิ่งที่หวัง  ยังมีหน้าที่สำคัญรออยู่  มีเพียงท่านเท่านั้นที่ทำได้ "



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน