บทที่128 เทศกาลล่า4
ผู้ที่ตามหลังเข้าไปในประตูมิติหลังจากคนของวังจักรพรรดิคือกลุ่มพันธมิตรของวังจักรพรรดิพวกเขามีจำนวนมากเกือบหนึ่งแสนคนแม้ว่าจะได้รับการคุ้มครองในระดับหนึ่งแต่ทว่าก็ต้องพึ่งพาพลังของตนเองเพื่อเข้าไปด้านในด้วยนั่นเพราะว่าผลตอบแทนของเทศกาลล่านั้นมากมายมหาศาลจนอาจเปลี่ยนแปลงขุมกำลังหนึ่งให้สูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
นี่เองจึงทำให้หัวใจของผู้คนเดือดพล่านและพร้อมที่จะเข่นฆ่าเพื่อเข้าไป
องค์กรนักฆ่าพุ่งเข้าไปเหลือระยะทางกว่าสิบกิโลเมตรกว่าจะไปถึงประตู สิ่งที่ขวางเส้นทางนั้นมีหลายพรรคสำนักแต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า พวกเขาต้องได้เป็นหนึ่งในหนึ่งล้านคนที่สามารถเข้าไปในมิติทับซ้อนเทศกาลล่าได้
ในเวลานั้นเรือเหาะก็เปิดเผยอาวุธขนาดใหญ่ออกมามันคือปืนใหญ่แสงรุ่นพัฒนาจากโลกมิติเดิมและรวมกับเทคโนโลยีในโลกมิตินี้ มันจึงกลายเป็นอาวุธทำลายล้างที่รวมเทคโนดลยีจากสองโลกแต่นั่นยังไม่ทั้งหมด มันยังรวมเทคโนโลยีพิเศษที่องค์ชาย13นำมาด้วยทำให้พลังของปืนใหญ่แสงนี้ทรงพลังขึ้นอีกหลายสิบเท่า
ปืนใหญ่นี้มีปากกระบอกยาวถึงห้าเมตรและมีความกว้างของประบอกปืนเส้นผ่านศูนย์กลาง50เมตรมันมีขนาดที่ใหญ่และสิ่งกลิ่นอายสะกดข่มออกมา และชื่อของปืนใหญ่นี้ก็คือปืนใหญ่ทำลายล้าง
เมื่อปืนใหญ่ทำลายโผล่ออกมามันก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกไม่ปลอดภัยแม้ว่าจะยังไม่เห็นอานุภาพของพลังปืนใหญ่แต่ทว่าพวกเขาก็ได้รับรู้ถึงกลิ่นอายไม่ธรรมดาของมันแล้ว
ในยามนั้นเองแสงสีแดงส้มเข้มข้นจำนวนมากก็ไหลอาบทั่วทั้งปืนใหญ่พลังงานที่เป็นพลังงานสมัยใหม่และพลังของฟ้าดินหนาแน่นที่ปากกระบอกปืนเวลานั้นก้อนแสงสีแดงส้มเข้มข้นก็รวมกันที่ปากกระบอกปืนใหญ่กลายเป็นบอลแสงเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าร้อยเมตร
องค์ชาย13ที่อยู่ในห้องบัญชาการจ้องมองออกไปด้านนอกพลางเอ่ยว่า
“ยิงได้ทำให้พวกมันทั้งหมดรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกเรา”
“ขอรับองค์ชาย13”เจ้าหน้าที่ตอบก่อนจะกดปุ่มยิง
ก้อนแสงสั่นสะเทือนแล้วพุ่งออกไป
วาบบบบบบบบบบบบบบบ
บรึมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
เกิดเส้นแสงสีแดงส้มลากผ่านไปในพริบตาหากมองจากด้านบนจะเห็นเส้นแสงสีแดงส้มลากผ่านจากปากกระบอกปืนใหญ่พุ่งเป็นเส้นตรงออกไปสิบกิโลเมตรเฉียดผ่านประตูมิติทับซ้อนไปเล็กน้อยเท่านั้นในเส้นทางนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางอยู่ล้วนสลายไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง
ทุกสิ่งในเส้นทางของเส้นแสงหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน!
ในเส้นทางนั้นถึงกับมีผู้ล้มตายจากพลังทำลายล้างนี้ถึงห้าหมื่นคนในจำนวนนั้นมีแม้แต่ระดับเทพยุทธ์ขั้นปลายและขั้นสูงสุด พวกเขาไม่อาจแม้แต่จะหลบเลี่ยงหรือต้านทานพลังของปืนใหญ่ทำลายล้างที่รวมเทคโนโลยีของหลายโลกมิติถึงกับทำให้พวกเขาตื่นตะลึง
แม้แต่ผู้คนของวังจักรพรรดิก็เคร่งเครียดขึ้นหลายส่วน
พลังทำลายล้างนี้เทียบได้กับการโจมตีเต็มพลังของขั้นเหนือเทพขั้นต่ำเลยทีเดียว
“ยอดเยี่ยมไม่เสียทีที่ลงทุนลงแรงไปมากกับการสร้างปืนใหญ่ทำลายล้างนี้ความดีความชอบคงต้องยกให้กับเจ้าแล้วเจสัน”องค์ชาย13แย้มยิ้มบางเอ่ยกับเจสันที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลนัก
“ขอบคุณท่านแอสโม๊ดที่ชื่นชม”เจสันใบหน้าสงบนิ่งเอ่ยตอบ
“น่าเสียดายก็ตรงที่มันไม่อาจยิ่งได้อย่างต่อเนื่องต้องรอให้กระบอกปืนใหญ่เย็นลงเสียก่อนและต้องใช้เวลาในการสะสมพลังงานแต่ไม่เป็นไร เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เอาล่ะพาหนะแห่งข้าจงมุ่งไปและทำลายทุกสิ่งให้ย่อยยับ”องค์ชาย13เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มกระนั้นก็มีความเย่อหยิ่งและอำนาจสะกดข่มออกมา
“ขอรับ!”ทุกคนขานรับก่อนที่จะบังคับเรือเหาะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ระยะทางสิบกิโลเมตรนั้นเป็นระยะทางที่สั้นนักสำหรับเรือเหาะลำนี้สามารถไปถึงในชั่วอึดใจ กระนั้นเรื่องราวไม่ได้ง่ายเช่นนั้นแม้ว่าทุกคนจะตระหนกกับพลังของปืนใหญ่ทำลายล้างแต่พวกเขาก็ยังไม่หวาดกลัวมากนักยังมีสิ่งที่อันตรายมากมายในโลกใบหน้าและแต่ละสำนักพรรคนั้นต่างก็ซุ่มซ่อนอาวุธทำลายเอาไว้บ้างแม้อาจจะไม่เทียบเท่ากับปืนใหญ่ทำลายล้างแต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก
ในเวลานั้นมีสำนักพรรคหนึ่งบังคับพาหนะของพวกเขาเข้ามาขวางเส้นทางขององค์กรนักฆ่าพาหนะของพวกเขาเป็นยานโลหะเหมือนกับแท่งดินสอ มันสร้างด้วยโลหะแปลกๆประหลาด ขนาดของมันใหญ่โตสามารถจุผู้คนได้เป็นหลายพันคนมองไปแล้วพาหนะนี้มันคล้ายคลึงกับเรือดำน้ำอย่างแท้จริง
“ผู้ใดขวางเส้นทางของข้ากัน?”องค์ชาย13เอ่ยถามออกมา
“พวกเขาคือพรรคพลังปะชารัดขอรับองค์ชาย13เป็นสำนักพรรคขนาดใหญ่ที่รวบรวมผู้คนจำนวนมากเอาไว้และครอบครองเมืองขนาดกลางหลายแห่งหัวหน้าพรรคมีนามว่าหลู่ตุง(ห้ามผวน)เป็นคนที่ควบรวมอำนาจทำหมดเอาไว้พลังของเขาคือดินแดนเหนือเทพขั้นต่ำระดับสูงเหลืออีกเพียงก้าวเดียวเขาก็จะเข้าสู่ดินแดนเหนือเทพขั้นกลางได้แล้วขอรับ...”หน่วยข่าวกรองขององค์กรนักฆ่าเอ่ยรายงานแล้วกล่าวต่อไปว่า
“มีรองหัวหน้าพรรคนามว่ากลวงโบ๋แต่คนทั่วไปรู้จักแต่ฉายาของเขาคือป้อมปราการเขามีระดับพลังที่ลดลงมาจากหัวหน้าพรรคหลู่ตุงแค่ขั้นเดียวถือเป็นตัวอันตรายพอสมควร...”
“นอกจากนี้ยังมีอีกคนที่น่ากลัวนามว่าป๋าหลี่ณาเธอเป็นสตรีที่มีใบหน้าเหมือนกับม้าแต่ชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่กระนั้นด้วยพลังของเธอทำให้เธอไม่เกรงกลัวใครและมีสัมพันธ์ลึกล้ำกับหัวหน้าพรรคอีกด้วยพลังของเธอนั้นอยู่ในขั้นเหนือเทพแรกเริ่ม(หมายถึงเพิ่งบรรลุขั้นเมื่อไม่นานมานี้)...”
“ศัตรูอันดับหนึ่งของพรรคพลังปะชารัดคือจอมยุทธ์เพนจรฉายาจอมยุทธ์ดาบทักษิณ(จอมยุทธ์ดาบใต้)และยังมีพรรคขนาดเล็กอีกหนึ่งพรรคที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพรรคพลังปะชารัดอย่างแข็งขันคือพรรคอนาคตความหวังใหม่เป็นพรรคที่ก่อตั้งโดยถานาธอน เป็นพรรคที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้บพรรคพลังปะชารัดโดยเฉพาะขอรับ...”
“หืม?พรรคสำนักขนาดกลางเหรอ? น่าสนใจแต่ว่ายามนี้ไม่มีเวลาที่จะเสียแล้วข้าคงต้องลงมือเองสินะ”องค์ชาย13เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบาง
สายตาของเขามองเห็นว่าในขณะที่พวกเขากำลังพุ่งทะยานไปนั้นจำนวนผู้ที่เข้าไปยังมิติทับซ้อนก็เพิ่มมากขึ้นเป็นหลายแสนคนแล้วแต่พรรคสำนักนั้นก็ต่างงัดพลังทำลายล้างมาเพื่อให้ตนเองเข้าไปยังประตูมิติได้อย่างทันท่วงทีบัดนี้เวลาผ่านไปเพียงไม่นานก็เหลือที่ว่าอีกเพียงแค่สามแสนคนเท่านั้น
ยังดีที่ว่าแต่ละสำนักนั้นจะเข้าไปได้แค่ไม่เกินหนึ่งหมื่นคนหากเกินกว่านั้นพวกเขาถือว่าตั้งตัวเป็นศัตรูกับวังจักรพรรดินี่คือขีดจำกัดของค่ายพรรคสำนักต่างๆ อีกประการคือพวกเขาแต่ละค่ายพรรคนั้นไม่อาจเข้าไปได้เกิน5หมื่นคนอยู่แล้วเพราะว่ามันเป็นกฎของมิติทับซ้อนเทศกาลล่านั่นเอง
ไม่ใช่เฉพาะวังจักรพรรดิเท่านั้นที่เคยลองเข้าไปเป็นจำนวนมากแม้แต่พรรคสำนักอื่นๆก็ลองแล้วและผลก็คือตายเรียบในอดีตที่ผ่านมานั้นถึงกับมีพรรคสำนักถึงกับล่มสลายเพราะแกนหลักตายไปหมดสิ้นนั่นเอง
นี่คือผลจากการฝ่าฝืนกฎ
ทันใดนั้นองค์ชาย13ก็ลอยตัวออกมานอกเรือเหาะร่างงดงามของเขาดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมาก พลังลี้ลับขององค์ชาย13แผ่ออกมาดูอ่อนโดยกระนั้นกลับสะกดข่มทุกคนในรัศมีสิบกิโลเมตรได้เป็นอย่างดีผู้ที่มีสัมผัสแข็งแกร่งสามารถระบุพลังคร่าวๆของเขาได้ในทันที
“พะพลังของดินแดนเหนือเทพขั้นกลาง!”
“อะไรนะเขาคือเหนือเทพขั้นกลางเหรอ?”
“ไม่น่าเชื่อ!?”
“อันตรายเกินไปแล้วองค์กรนักฆ่าเป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริง!”
องค์ชาย13เปิดเผยตนเองอย่างยิ่งใหญ่ยามนี้ทุกสายตาจ้องมองมายังเขาเป็นจุดเดียว
ในเวลานั้นดวงตาสีม่วงที่น่าหลงใหลก็เปล่งประกายลี้ลับพลังอำนาจสะกดข่มแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตดินแดนเหนือเทพล้วนหายใจลำบากเมื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายนี้ของเขาสายตาลี้ลับขององค์ชาย13จับจ้องไปยังผู้คนของพรรคพลังปะชารัดเบื้องหน้า
วิ้ง!
“อ้ากกกกกกกกกกกก”
“โอ้ยร้อน!”
“เกิดอะไรขึ้นกันทำไมร่างกายของ้ขาร้อนเช่นนี้!”
“อ้ากไม่ไหวแล้ว!”
ทุกคนที่ต่ำกว่าขอบเขตเหนือเทพของพรรคพลังปะชารัดต่างก็ร้องออกมาอย่างฉับพลันในเวลาเดียวกันนั้นเองที่ร่างกายของพวกเขาปรากฏเปลวไฟสีฟ้าขึ้นแผดเผาร่างกายของพวกเขาแม้แต่หลู่ตุงที่มีพลังของดินแดนเหนือเทพขั้นต่ำระดับสูงก็ยังไม่อาจต้านทาน“หนึ่งการมอง”ขององค์ชาย13ไปได้
ร่างกายของเขาร้อนขึ้นและมันแผดเผาตั้งแต่ภายในออกมาสู่ภายนอก
เวลาผ่านไปไม่ถึงห้าวินาทีร่างกายของลูกพรรคคนที่ระดับต่ำกว่าขอบเขตเหนือเทพต่างก็กลายเป็นกองขี้เถ้าในขณะที่หัวหน้าพรรคอย่างหลู่ตุงรวมถึงป้อมปราการและป๋าหลี่ณาเองก็เริ่มกลายเป็นกองขี้เถ้าในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
“น่ากลัวเกินไปแล้วแม้แต่ผู้อาวุโสดินแดนเหนือเทพขั้นกลางในสำนักของข้าก็ยังไม่อาจโจมตีเช่นนี้ได้เห็นได้ชัดเจนว่าพลังของเขานั้นพิเศษแตกต่างออกไป สายตาของเขาไม่ธรรมดาเลย”
“บุรุษผู้นั้นเป็นใครกันช่างแข็งแกร่งนักเขาไม่ได้ลงมือเองด้วยซ้ำแค่“กวาดตามอง”ทุกคนก็ถูกพลังหยางทำลายจนกลายเป็นกองขี้เถ้าพลังหยางและดวงตาของเขาช่างน่ากลัวนัก”
ทุกคนที่มองดูอยู่อดไม่ได้ให้สะเทือนใจเมื่อเห็นพลังขององค์ชาย13
เทวาที่ซ่อนตัวในองค์กรนักฆ่าเองก็จ้องมองไปยังร่างสูงขององค์ชาย13และลอบตรึงเครียดขึ้นเขาพบเห็นองค์ชาย13มานานแล้วแต่ไม่กล้าทำตัวเปิดเผยและลอบระวังตัวตลอดเวลาหากเป็นองค์ชายผู้อื่นนั้นเขาจะไม่หวาดกลัวเช่นนี้แต่คนผู้นี้พิเศษไม่อาจทำให้เทวาไม่ระวังตัวแม้สักนาทีเดียว
ชื่อ -แอสโม๊ด บี โอลิมปัส ระดับSR
สถานะ -แข็งแรง
-องค์ชายแห่งราชวงศ์โอลิมปัส
-โปรตอส
-ผู้บงการ
ทักษะ -เนตรเทพเจ้าแห่งปัญญา(แก่นแท้)(ติดตัว)(SR) lv.10
-ลมปราณหยางตะวัน(แก่นแท้)(ติดตัว)(SR) lv.5
-สัมผัสเทพเจ้า(ติดตัว)(SR) lv.5
-จิตเทพเจ้า(ติดตัว)(SR) lv.5
-กายเทพเจ้า(ติดตัว)(SR) lv.5
-ก้าวพริบตา(SR) lv.5
-เสน่ห์(ติดตัว)(SR) lv.5
..............................
หมายเหตุ -สืบทอดเชื้อสายโดยตรงจากจอมเทพจักรพรรดิซุส
-องค์ชาย13แห่งราชวงศ์โอลิมปัส
-หลงตัวเอง
เทวาที่ได้เห็นทักษะขององค์ชาย13ตั้งแต่แรกก็ไม่กล้าดูแคลนและไม่ประมาทเขาจึงหลบซ่อนมิดชิดและพยายามห่างไกลกับองค์ชาย13ผู้นี้
สำหรับองค์ชายคนอื่นๆที่เทวาเคยเจอมานั้นพวกเขาพัฒนาพลังอย่างอื่นจนถึงแก่นแท้อย่างลูเซียส(องค์ชาย47)ที่พัฒนาพลังดาบจนถึงแก่นแท้ดาบของเขาสามารถตัดได้แม้แต่มิติ เอดิน(องค์ชาย33)เองก็พัฒนาพลังอัญเชิญโลหิตจนถึงแก่นแท้ทำให้มีพลังต่อสู้ที่หลากหลายน่ากลัว
แต่กับองค์ชาย13ผู้นี้เขาพัฒนาพลังที่เป็นของเดิมของสายเลือดของเขาอย่างเนตรเทพเจ้าจนถึงขีดสุดและมันก็กลายเป็นเนตรเทพเจ้าแห่งปัญญาไปแล้วพลังของเนตรเทพเจ้าแห่งปัญญานั้นเทวาไม่รู้น่าชัดแต่ก็พอจะอ่านความสามารถคร่าวๆได้อยู่ดังนั้นเขาจึงไม่คิดประมาทองค์ชาย13
และหากเขาไม่ได้พัฒนาทักษะจิตเทพพิสุทธิ์ถึงแก่นแท้เขาจะไม่มีทางมาเข้าใกล้คนผู้นี้ในระยะนี้อย่างแน่นอนเพราะมันอันตรายเกินไปยังดีที่ทักษะจิตเทพพิสุทธิ์ของเขานั้นเข้าถึงแก่นแท้ทำอะไรมันง่ายขึ้นมาก
พลังขององค์ชาย13นั้นเทียบได้กับระดับSRขั้นสูงอยู่แล้วเมื่อรวมกับพลังของลมปราณในโลกนี้พลังของเขาอาจจะถึงขั้นจุดสูงสุดของระดับSRเลยก็ได้
สำหรับเทวาเขาเองก็หวังที่จะลงมือจัดการกับองค์ชาย13และแย่งชิงเนตรเทพเจ้าแห่งปัญญามาเพื่อเสริมพลังให้กับเขาเองแต่ยามนี้มันยังไม่ใช่เวลาเพราะเขากำลังทำภารกิจของระบบอยู่รอให้ภารกิจสำเร็จก่อนค่อยว่ากัน
‘เนตรเทพเจ้าแห่งปัญญา?รอให้ฉันได้มันมาก่อนเถอะ หึหึ’เทวาหัวเราะเยือกเย็นในใจ
..................................