แจ๊คยิ้มให้กับหู่เสวียและเฟรยาก่อนจะพูดขึ้น
“นี้คือร่างวิญญาณของฉัน”
แจ๊คพูดขึ้นพร้อมกับขยับร่างกายช้า ๆ ท่าทางการขยับตัวของแจ๊คราวกับเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ยิ่งหู่เสวียมองเท่าไรเธอยิ่งตกใจหนัก
เพราะว่าท่าทางของแจ๊คราวกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากอดีตกำลังจ้องมองทุกสรรพสิ่งอย่างดูถูกเหยียบหยาม
เฟรยานั้นดูเหมือนนายท่านของเธอน่ากลัวขึ้นเล็กน้อยแต่เธอไม่ได้แปลกใจอะไรมากพร้อมเปิดปากชมนายท่านของเธอเป็นระยะ
แจ๊คหัวเราะเนื่องจากได้ยินคำชมจากเฟรยา ร่างกายของแจ๊คที่ไร้หัวได้ส่องประกายขึ้น
พร้อมกับมีเนื้อเยื่อเซลล์ปรากฏขึ้นสร้างผิวหนัง กระดูก ลูกตา ฟัน หูจมูกปากต่าง ๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เหมือนกับมีแรงดึงดูดให้ดวงวิญญาณของแจ๊คกลับไป
“นี้คือวิชา 1 เซลล์ 1 ชีวิตของฉัน”
แจ๊คพูดขึ้นเมื่อเห็นหู่เสวียกำลังตกตะลึงแจ๊คคิดว่าหู่เสวียตกตะลึงในวิชาของเขาจึงหัวเราะก่อนร่างวิญญาณจะถูกดูดเข้าไปในกายเนื้อ
แจ๊คลืมตาขึ้นพร้อมดวงตาสีม่วงส่องประกาย หู่เสวียได้สติเมื่อเห็นแจ๊คกลับเข้าร่างกายอีกครั้งหนึ่ง
“ตอนที่นายอยู่ร่างวิญญาณนายรู้สึกอะไรไหม”
หู่เสวียถามขึ้นด้วยความสงสัยแจ๊คเอียงหัวเล็กน้อยก่อนจะคิดสักพักหนึ่ง
“ไม่นะ.......เดียวก่อน”
แจ๊คทำหน้าเหมือนกับกำลังนึกอะไรออก หู่เสวียเห็นท่าทางของแจ๊คจึงพูดขึ้น
“นายนึกอะไรออกรีบบอกมาเร็วเข้า”
แจ๊คทำสีหน้าตกใจก่อนจะหัวเราะดังไปทั่วจนหู่เสวียโมโหเมื่อเห็นว่าแจ๊คยังไม่ตอบคำถามของตน แจ๊คเห็นสีหน้าของหู่เสวียจึงหยุดหัวเราะและพูดขึ้น
“โทษที ตอนที่ฉันในร่างวิญญาณก่อนหน้านี้อยู่ในดินแดนการฝึกฝนจึงสัมผัสอะไรไม่ได้อาจเป็นดินไร้ความหมายแต่ตอนนี้ฉันสามารถสัมผัสสิ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เช่น ดาบนั้นฉันสามารถมองเห็นประกายดวงดาวภายในตัวดาบ หรือหนังสือเล่มนั้นฉันมองเห็นคนเขียนหนังสือเล่มนั้นกำลังเขียนหนังสืออยู่ภายในตัวหนังสืออื่น ๆ มากมายที่ไม่รู้จัก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันดีใจคือฉันสามารถมองเห็นจุดอ่อนภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่าและร่างกายของตนเอง”
เมื่อได้ยินคำพูดของแจ๊คหัวใจของหู่เสวียได้เต้นเร็วมากขึ้นแต่สีหน้าของเธอยังปกติ เฟรยามองตามสิ่งที่แจ๊คพูดขึ้น
ดาบก็ดาบธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษหนังสือที่นายท่านของเธอชี้ชื่อว่าประวัติของเมืองหลวง ไม่ว่าเฟรยาจะใช้พลังอะไรก็เห็นแค่ดาบกับหนังสือเท่านั้น
หู่เสวียถามแจ๊คอีกครั้งหนึ่ง
“นายสามารถคงอยู่ในร่างกายได้มากสุดเท่าไร”
“5 นาทีเท่านั้นเพราะฉันสัมผัสได้ว่าถ้าเกิน 5 นาทีหรือร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูได้ทัน 5 นาทีจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับดวงวิญญาณของฉัน”
แจ๊คตอบกลับมาทันที แต่หู่เสวียยังไม่หายสงสัยจึงถามต่อว่า
“สัมผัสถึงอะไร”
แจ๊คคิดถึงความรู้สึกในตอนนั้นที่ต่อสู้กับยักษ์ 3 ตายิ่งร่างวิญญาณของเขาออกมาด้านนอกเท่าไรเหมือนกับจะมีอะไรบางอย่างกำลังคิดที่จะทำลายดวงวิญญาณของเขาโดยการให้สลายหายไป
“พลังนั้นเหมือนจะสลายร่างวิญญาณของฉัน”
พอได้ฟังดังนั้นหู่เสวียจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมอธิบายออกมา
“พลังนั้นคือพลังกาลเวลาจะสลายดวงวิญญาณของนายให้หายไปเพราะว่าคนตายคนแต่ละวันนั้นเยอะมาก ๆ อีกอย่างหนึ่งในจักรวาลนี้มีพลังธรรมชาติมากมายบางทีดวงวิญญาณธรรมดาคนหนึ่งที่หลบซ่อนตัวจากโลกวิญญาณได้ซ่อนตัวเอง 1000 ปีจะกลายเป็นนักรบภูตผีไล่ฆ่าคนอื่น มหาเทพคนหนึ่งจึงได้ส่งเสริมพลังกาลเวลาในจักรวาลทั้งหมดให้แข็งแกร่งพอจะละลายดวงวิญญาณทั้งหมดนอกจากเทพ หรือมีบางอะไรบางอย่างมาหยุดการสลายเอาไว้อย่างเช่นภูเขาภูตผีที่รีเทาพีสร้างประตูเลือดล้างบาปกักขังดวงวิญญาณไม่ให้ไปเกิดใหม่”
แจ๊คเข้าใจได้ทันทีเขาก็ว่าหลังจากที่สร้างร่างกายใหม่ขึ้นมาได้สำเร็จ แจ๊คต้องการจะฆ่ายักษ์ 3 ตาทันทีแต่เหมือนกับพลังกาลเวลาใกล้จะมาถึงตัวแจ๊คแล้วจึงต้องยกเลิกไป
“ทำไมเธอดูเหมือนโล่งอกที่เห็นว่าร่างวิญญาณของฉันอยู่ได้ 5 นาที”
“เหอะ...”
แจ๊คถามหู่เสวียกลับไป แต่หู่เสวียแค่นเสียงใส่แจ๊คก่อนจะนั่งสมาธิโดยไม่สนใจโลกภายนอกอีก แจ๊คเกาหัวตนเองก่อนจะหันไปถามเฟรยาว่า
“ฉันใช่เวลาอยู่ดินแดนการฝึกฝนเท่าไร”
“ถ้านับจากโลกความจริงนายท่านใช้เวลาไป 3 เดือนเท่านั้น แต่ถ้าที่นายท่านไปพื้นที่มีพลังกาลเวลาใช้เวลาเกือบ 100 ปี”
“100 ปี.....”
แจ๊คไม่คิดว่าเขาจะใช้เวลาในการอ่านหนังสือไปถึง 100 ปีแต่ความรู้ภายในประตูสีเขียวนั้นเยอะมาก แจ๊คหันไปมองหู่เสวียก่อนจะออกจากมิติชุดแห่งความว่างเปล่า
หู่เสวียลืมตาขึ้นเมื่อเห็นแจ๊คได้ออกจากมิติชุดแห่งความว่างเปล่า เธอกำลังคิดถึงวิชาไร้ชื่อจากบททดสอบแห่งความตายว่ามันมาจากไหน ทำไมถึงมีพลังท้าทายสวรรค์ได้มากมายขนาดนั้น
ถ้าร่างวิญญาณไอบ้านั้นสามารถทนต่อพลังกาลเวลาหู่เสวียไม่คิดว่าจะทำยังไงต่อไปเธอเป็นนักเวทที่เน้นทางด้านจิตวิญญาณเธอเกือบจะตายเพื่อให้ได้พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งได้ถึงขนาดนั้น
แต่ไอบ้านี้ได้วิชาที่ท้าทายสวรรค์โดยไม่ต้องทำอะไรมาก หู่เสวียถอนหายใจก่อนจะมองเฟรยาที่กำลังมองกลับมาทางตน
การที่ไม่รู้อะไรก็เป็นเรื่องดีอีกแบบหนึ่งเพราะไม่ต้องมาคิดมากแบบเธอ
.......
แจ๊คปรากฏขึ้นตรงที่เขาทำต้นไม้โบราณหักลง ทันใดนั้นอยู่ ๆ แสงแดดด้านบนหัวแจ๊คได้ดับลง ทำให้แจ๊คแปลกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้น
พบกับดวงตากลมโตตรงหน้าผากขนาดใหญ่กำลังจ้องมองเขาอย่างหิวกระหาย
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยักษ์ตาเดียวมาเจอกับแจ๊คพอดีและน้ำลายตรงมุมปากของมันไหลออกมา มันเห็นแจ๊คเป็นแค่อาหารเท่านั้นก่อนจะยกกระบองในมือฟาดลงมาบดขยี้แจ๊คอย่างรุนแรง
ฟิ้ว ฟิ้ว ปัง ปัง ตูม
ดินยกตัวสูงขึ้นจากพละกำลังของยักษ์ตาเดียวและคลื่นทำลายจากการโจมตีได้ทำลายต้นไม้ล้มลงเป็นจำนวนมาก ยักษ์ตาเดียวยิ้มก่อนจะยกกระบองขึ้น
ทันทีที่ยักษ์ตาเดียวยกกระบองขึ้นมันเห็นแจ๊คยังมีสภาพสมบูรณ์ดีจึงทำให้มันตกตะลึงและเห็นเส้นเชือกสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศป้องกันการโจมตีด้วยกระบองของมัน
ดวงตาสีม่วงของแจ๊คส่องประกายก่อนยักษ์ตาเดียวสัมผัสได้ว่าตรงหน้ามันมีมนุษย์ 5 คนแต่มันกลับเห็นคนเดียวและยักษ์ตาเดียวสัมผัสได้ถึงความอันตราย
ยักษ์ตาเดียวเปิดปากคำรามพร้อมจะฟาดกระบองไปหาแจ๊คอีกครั้งหนึ่งคราวนี้รุนแรงกว่าเดิมจนกระบองในมือยักษ์ตาเดียวกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง
แจ๊คเห็นดังนั้นจึงหัวเราะขึ้นก่อนจะยื่นมือรับกระบองของยักษ์ตาเดียว ยักษ์ตาเดียวเห็นแจ๊คยื่นมือมารับกระบองมันจึงโกรธมากและยิ่งเพิ่มพลังกระบองจนพายุขยายใหญ่มากขึ้น
เปรี้ยง ปัง ปัง ตูม ตูม ตูม
เสียงกระบองโจมตีดังราวกับสายฟ้าผ่าต้นไม้โบราณถูกทำลายจนพังพินาศ แต่พอฝุ่นควันหายไปยักษ์ตาเดียวเห็นกระบองของมันถูกหยุดด้วยมือเปล่าของมนุษย์
ร่างกายของมนุษย์ตรงหน้าไม่มีบาดแผลแม้แต่นิดเดียวนอกจากแขนที่มีแผลถลอกเล็กน้อยเท่านั้น
ยักษ์ตาเดียวรู้สึกหวาดกลัวเพราะการโจมตีเมื่อสักครู่นี้มันได้ใช้พลังไปทั้งหมด แต่ทำได้แค่แผลถลอกเท่านั้นยักษ์ตาเดียวหันหลังแล้ววิ่งหนีทันที
แจ๊คมองบาดแผลถลอกตรงแขนตนเองก่อนจะหัวเราะขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อยักษ์ตาเดียวได้ยินเสียงหัวเราะขนทั่วร่างกายของมันลุกทันใดนั้นยักษ์ตาเดียวได้ยินเสียงระเบิดด้านหลัง
ยักษ์ตาเดียวหันหลังกลับไปแต่ร่างกายของมันยังวิ่งไปหน้าข้างอย่างไม่หยุด สิ่งที่ยักษ์ตาเดียวเห็นเกือบจะทำให้วิญญาณของมันหยุดออกจากร่าง
เพราะมันเห็นแจ๊คกระโดดขึ้นมาหามันอย่างว่องไวแทบจะพริบตาแจ๊คมาถึงยักษ์ตาเดียวพร้อมง้างหมัด
เพียงแค่ง้างหมัดของแจ๊คทำให้อากาศรอบ ๆ หมัดระเบิดขึ้น แจ๊คต่อยหมัดลงไปยังยักษ์ตาเดียวเหมือนกับมีค้อนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในอากาศ
ยักษ์ตาเดียวสัมผัสได้ถึงความตายมันจึงคำรามออกมาความไม่ยอมแพ้ของมันจึงตัดสินใจหันหลังกลับมาต่อสู้กับแจ๊คอีกครั้งหนึ่ง
ยักษ์ตาเดียวใช้พละกำลังทั้งหมดภายในร่างกายเพื่อต่อต้านหมัดของแจ๊คที่กำลังมาถึงตัว
เปรี้ยง ตูม ตูม ตูม
อากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น่าเสียดายที่พละกำลังมันต่างกันมากมายยักษ์ตาเดียวถูกแจ๊คบดขยี้จนกลายเป็นซอสเพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น ตรงหน้าแจ๊คมีแอ่งเลือดสีแดงกำลังปะทุขึ้น
แอ่งเลือดนั้นคือเลือดของยักษ์ตาเดียว ออร่าในตัวแจ๊คลดลงจนกลายเป็นปกติแจ๊คกระอักเลือดออกมาตามหลัง
เลือดปีศาจของแจ๊คได้ละลายหายทันทีเมื่อออกจากร่างกาย แจ๊คมองซากศพยักษ์ตาเดียวสักพักหนึ่งก่อนจะหัวเราะดังไปทั่วบริเวณ
“ความรู้สึกนี้แหละ”
แจ๊คพอใจกับพละกำลังของตนเองในตอนนี้มาก ยักษ์ตาเดียวตัวสักครู่นี้มีพลังระดับอสูรระดับกลาง แต่กลับถูกแจ๊คสังหารภายในหมัดเดียว
ต้องรู้ว่าผิวหนังของยักษ์ตาเดียวมีความหนาและทนทานมาก
แจ๊คมองดูรอบ ๆ ที่เสียหายจากการต่อสู้กับจะเปิดช่องว่างของมิติหายไปอย่างไร้ร่องรอย
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................