มู่หรงมู่หลันเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองอายุครบ15 ปีตามธรรมเนียมของต้าหลิงค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าองค์หญิงน้อยของพวกเขาได้ถูกลักพาไปและเหตุการณ์นั้นได้นำต้าเป่ยไปสู่ภัยพิบัติเมื่อผู้เป็นใหญ่แห่งแว่นแคว้นได้เข้าล่วงเกินเทพบรรพกาลผู้หวนคืนสู่ผืนแผ่นดินโบราณอีกครั้งหลังจากที่ร่างกายสูญสลายเหลือเพียงจิตวิญญาณที่จำต้องหลับใหลอยู่ภายใต้ธารน้ำแข็งนานนับแสนปีหากแต่สิบห้าปีผ่านพ้น ความทรงจำจากก้นบึ้งในที่สุดจึงกลับคืนสู่ผู้เป็นนาย
สมาชิกราชวงศ์มู่หรงแห่งต้าหลิงในการณ์แรกคล้ายทำตนไม่ถูกด้วยทายาทคนเล็กของตนคือผู้ครอบครองอำนาจที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องหวั่นเกรงด้วยนางคือผู้ที่สถิตอยู่สูงสุดเหนือสี่เผ่าพันธุ์แต่องค์หญิงเจ็ดแห่งต้าหลิงไม่สนใจเนื่องจากยามนี้นางคือมู่หรงมู่หลัน แม้จะเป็นร่างจุติของเทพบรรพกาลแต่แล้วอย่างไรเล่าไม่ว่าแท้จริงนางจะเป็นผู้ใดก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านางในยามนี้คือทายาทของสองผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้นหลิงดังนั้นนางจึงไม่ปรารถนาความเคารพยำเกรงจากผู้เป็นบิดามารดาและพี่ชายพี่สาว อย่างไรก็ตามนางไม่ต้องการแพร่งพรายเรื่องนี้เพียงต้องการให้ทุกผู้คนเข้าใจว่านางเป็นเพียงองค์หญิงน้อยผู้ไม่ประสาในวิชายุทธเช่นเดิม
เมื่อเสร็จสิ้นการเฉลิมฉลอง มู่หรงมู่หลันจึงแยกจากบิดามารดาและพี่น้องตรงไปที่ป่าเหมันต์บ้านที่นางจากมาเนิ่นนาน เวลานี้ป่าหิมะสวรรค์ได้ปรากฏขึ้นเหนือตำหนักของนางเองแต่ก็พรางตัวเองจากสายตาของผู้ไม่เกี่ยวข้องเมื่อสองเท้าก้าวเหยียบย่างบนพื้นหิมะขาวก็พาให้ความทรงจำในอดีตหลั่งใหลกลับมาเมื่อครั้งที่นางตัดสินใจยุติสงครามระหว่างสวรรค์ มาร ปีศาจ และมนุษย์นางได้ใช้พลังของนางแทบทั้งหมดจวบจนร่างกายสูญสลายเหลือเพียงจิตวิญญาณที่อ่อนแรงเพื่อรักษาดวงจิตแห่งเทพบรรพกาลเอาไว้ไอวิเศษแห่งมู่หลันแดงได้ดูดดึงจิตวิญญาณที่แทบมอดไหม้กลับไปยังป่าเหมันต์โอบล้อมนางไว้ด้วยความเย็นภายใต้ธารน้ำแข็งที่ใจกลางของป่าหิมะสวรรค์อันเป็นศูนย์รวมปราณธาตุทั้งเก้าตลอดเวลาแสนปีดวงจิตของนางถูกปลอบประโลมและโอบล้อมไปด้วยไอวิเศษของพืชสวรรค์และความหนาแน่นของปราณธาตุสำคัญเพื่อรอวันที่จะกำเนิดขึ้นอีกครั้งและเมื่อนายหญิงแห่งตำหนักมู่หลันสวรรค์เข้าใกล้ความดับสูญสัตว์เวทย์ใต้พันธะของนางเองก็ไม่อาจเว้น จำต้องเข้าสู่ภาวะการจำศีลเมื่อแสนปีผ่านพ้น เทพบรรพกาลได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้งในฐานะทายาทคนเล็กของแคว้นหลิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หากแต่ความทรงจำเมื่อครั้งอดีตก็ได้ถูกแช่แข็งเอาไว้ก่อนจะกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์เมื่ออายุครบ15 ปี อย่างไรก็ตาม พละกำลังและวิชาเวทย์ทั้งหมดจำต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อเรียกคืนเสถียรภาพการใช้ออกและแน่นอนว่าสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดย่อมต้องเป็นป่าเหมันต์สถานที่ซึ่งนางถือกำเนิดขึ้นมาอย่างแท้จริง
“15ปีมานี้เกิดเรื่องใดขึ้นบ้างหรือไม่”มู่หรงมู่หลันเอ่ยถามเหล่าราชันย์แห่งสัตว์เวทย์หยุดยืนอยู่ที่หน้าตำหนักมู่หลันสวรรค์ของตน
“พวกข้าไม่อาจก้าวออกจากป่าเหมันต์ได้เมื่อความทรงจำของท่านยังไม่ฟื้นคืนจึงไม่อาจทราบได้ว่าภายนอกนั้นเกิดเรื่องดีร้ายใดขึ้นบ้าง ต้องขออภัยนายหญิงหากแต่เรื่องภายในที่นี้กลับมีเรื่องน่ากังวลใบมู่หลันแดงที่ถูกมอบให้เป็นรางวัลของผู้ชนะการประลองเมื่อครั้งนั้นหายสาบสูญไปไม่มีผู้ใดทราบว่ายามนี้มันอยู่ที่ใด ใครเป็นผู้ครอบครองขอรับ”จู้หลงตอบผู้เป็นนาย
“มันคงหายไปเมื่อครั้งข้าแยกแผ่นดินข้าจะลองมองหามันดูสักหน่อย” มู่หรงมู่หลันกล่าวแล้วจึงหลับตาลงตั้งสมาธิสื่อจิตถึงพืชวิเศษที่ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นสาเหตุของความบาดหมางระหว่างสี่เผ่าพันธุ์
“แม้แต่ข้าก็คงยากยามนี้ข้าเองก็ไม่อาจรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของมัน” ผู้เป็นนายหญิงบอกกล่าวถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนางพยายามมองหาใบมู่หลันแดงแต่ไม่อาจสื่อถึงมันได้เป็นไปได้ว่านางในยามนี้อ่อนแรงเกินไป และนี่ก็เป็นเวลากว่าแสนปีแล้วที่ใบไม้วิเศษถูกพรากจากป่ากำเนิดดังนั้นเมื่อป่าเหมันต์ลาฟากนภา เทพบรรพกาลสาบสูญใบมู่หลันแดงแม้ยังคงเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ หากแต่จำต้องสูญสลายเหลือเพียงไอวิเศษที่เบาบางเท่านั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วมู่หรงมู่หลันจึงตัดสินใจว่านางจะลองสื่อถึงมันอีกครั้งเมื่อพลังของนางถูกฟื้นฟูแล้วซึ่งจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็ม
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีมู่หรงมู่หลันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปในการฟื้นฟูและเรียกคืนพลังแห่งเทพบรรพกาลภายในป่าเหมันต์แต่ก็ไม่ละเลยการใช้เวลากับครอบครัว แม้ไม่เคยย่างกรายสู่ลานประลองหลวงเป็นครั้งที่สองนางก็สมัครใจประชันฝีมือกับพี่ชายพี่สาวในลานประลองที่มีเพียงเหล่าทายาทต้าหลิง และเป็นที่ประจักษ์ว่ายามนี้ผู้เป็นอันดับหนึ่งในการประลองย่อมเป็นองค์หญิงเจ็ดนอกจากนี้นางยังใช้ความสามารถของนางเสริมความแข็งแกร่งให้กับอักขระป้องกันเมืองของมู่หรงโม่ลี่รวมทั้งมอบพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณต้านหมื่นพิษให้กับพี่น้อง
เมื่อเวลาผ่านไปจวบจนครบหนึ่งปี ร่างกายของนางแข็งแรงสมบูรณ์และเต็มไปด้วยพลังปราณเช่นครั้งในอดีตวิชาเวทย์และวิชายุทธทุกกระบวนก็ถูกใช้ออกได้อย่างรุนแรงและเข็มแข็ง นางในยามนี้เรียกได้ว่าฟื้นคืนพลังเต็มร้อยส่วนแล้ว
เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม นางจึงตั้งสมาธิและแผ่พลังปราณมองหาใบมู่หลันแดงอีกครั้งและครั้งนี้ก็ประสบผลสำเร็จเมื่อนางรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน แม้จะเป็นเพียงไอวิเศษเพียงน้อยนิดและไม่สามารถระบุสถานที่ได้ชัดเจนแต่ก็สื่อได้ว่าในยามนี้มันอยู่ที่ดินแดนใดแม้จะต้องขวนขวายและพลิกแผ่นดินเพียงใด นางก็จำต้องหามันให้เจอก่อนที่ผู้คนจะรู้ว่าในโลกของพวกเขายังมีของวิเศษจากโลกโบราณหลงเหลืออยู่และในที่สุดความโลภก็จะนำไปสู่สงครามอีกครั้งในที่สุด
“เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปเยือนแดนเนรมิตกันมู่หลันแดงใบนั้นอยู่ที่นั่น” มู่หรงมู่หลันเรียกพบเก้าสัตว์เวทย์และกล่าวถึงการเดินทางที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนที่จะแจ้งเรื่องให้บิดามารดาทราบหากนางก็เพียงบอกแค่ว่านางต้องการเดินทางเพื่อสืบดูความเป็นไปของโลกใหม่ ซึ่งก็ได้รับอนุญาตด้วยการเดินทางท่องยุทธภพถือเป็นหนึ่งธรรมเนียมของผู้ฝึกตนเหล่าพี่น้องของนางเองเมื่อครั้งยังเยาว์ก็เคยได้เดินทางท่องโลกเช่นกัน หากกล่าวถึงตัวนางเองความเป็นห่วงแม้จะมีแต่ก็นับว่าน้อยกว่าความเชื่อใจด้วยทุกคนในครอบครัวต่างรู้ถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของนาง
มู่หรงมู่หลันออกเดินทางในหนึ่งเดือนถัดมาเพื่อก้าวออกจากดินแดนศักสิทธิ์เข้าสู่แดนเนรมิต นางจำต้องเดินทางสู่ใจกลางของดินแดนเพื่อทิ้งร่างลงสู่หุบเหวทะเลลึกอันเป็นประตูสู่แดนเนรมิตหากกล่าวตามจริงแล้วเส้นทางยุทธภพเส้นนี้ไม่เป็นที่นิยมนัก ด้วยในดินแดนที่ผู้คนสถิตระดับขั้นที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดแล้วย่อมไม่ต้องการเดินทางไปในจุดที่ด้อยกว่าที่ๆตนยืนอยู่นัก ดังนั้นผู้ฝึกตนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยมากแล้วมักเดินทางเยือนแดนสวรรค์มาร และปีศาจ ตรงกันข้ามกับผู้ฝึกตนจากแดนเนรมิตและแดนปุถุชน แม้จะต้องการเยือนแดนศักดิ์สิทธิ์นับว่าไม่ง่ายนักด้วยประตูเข้าออกมีเพียงแห่งเดียวและการต้องเคลื่อนที่ฝ่าแรงดันจากปราการเวทย์ใต้น้ำไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำกว่าเซียนอย่างไรก็ตาม ด้วยจุดประสงค์เพื่อตามหาของวิเศษที่สูญหายไป รวมทั้งเพื่อสอดส่องความเป็นไปของโลกที่อุบัติขึ้นมาใหม่แล้วการไปเยือนแดนเนรมิตนี้นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
เมื่อทิ้งร่างลงสู่ก้นทะเลที่สูงกว่าหุบเขาพันลูกวางซ้อนกันแล้วใช้เวลาเพียงครึ่งถ้วยชา มู่หรงมู่หลันผู้สถิตระดับเทพบรรพกาลก็มาปรากฏตัวที่แดนเนรมิตยามนี้นางยืนอยู่ที่บริเวณกลางป่าลึก เมื่อมองสำรวจดูก็รับรู้ได้ว่าประตูเชื่อมสองดินแดนฝั่งหนึ่งคือหุบเหวทะเลลึกฝั่งหนึ่งคือพายุมรสุมที่หมุนวนอยู่บนฟากฟ้า เมื่อตั้งสมาธิพร้อมแล้ว นางจึงเริ่มออกเดินทางด้วยการก้าวเหยียบอากาศไปด้วยความเร็ว