สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่สี่สิบสอง ท่านดยุก Tactic

    ตอนที่สี่สิบสอง ท่านดยุก Tactic

    และเมื่อเริ่ม”การต่อสู้”ผมก็ค้นพบความผิดพลาดทันทีของแนวความคิดผมในตอนแรก

     

    ผมคิดแบบผู้เล่นเกมส์ในตอนแรกที่บังคับให้พลปืนของผมทุกคนMin-Max ไปที่ Critical Hit การโจมทตีคริติอคัลที่จะเจาะเกราะผ่านการป้องกันไปได้

    เพราะผมคิดว่า พวกกี๊กี๊จัดการศัตรูไม่ได้หรอกในการยิงแบบหนังสัตว์ประหลาดที่จะเข้ามากินพลปืนแบบนี้จนหมดดังนั้นเราจงควรลงสกิลที่ critical shot ที่ทุกนัดที่ยิงไปนั้นมีผลต่อการต่อสู้ลดเลือดของฝ่ายตรงข้ามได้

    เพราะลูกกระจ๊อกกี๊กี๊อย่างพลปืนไม่ได้มีชีวิตอยู่นานเมื่อเจอสัตว์ประหลาดเทพๆ

    แต่พอผมเห็นสายตาอันหวาดกลัวของนักผจญภัยที่ผมฝึกฝนที่มองมาทางนี้แล้วทำให้ผมเข้าใจในชั่ววินาทีนั้นเลยว่าพลปืนเป็นที่น่าหวาดกลัวแค่ไหนต่อนักผจญภัย

    ปัง

    ที่มาจากการยิงปืนหลายนัดพร้อมกันเป็นเสียงเดียวแม้จะยังไม่ใช่สกิลCritical Hit

    พวกนักดาบธรรมดาก็ล้มลงกับพื้นไปกว่าครึ่ง

    มีพวกทหารของผมที่พอจะยกโล่ขึ้นมากันกับพี่กล้ามที่ใช้กล้ามเนื้อกันเอาไว้ได้

    หากผมอัพสกิลอย่างอื่นเช่น Double Shot ยิงคู่ ที่กระสุนจะแยกเป็นสองนัด หรือยิงต่อเนื่อง Fire away

    หรือรูปแบบอื่นๆพลปืนของผมก็จะสามารถประยุกต์จนอาจจะสามารถจัดการพวกนี้ทั้งหมดได้ภายในการยิงไม่เกินสามครั้ง

    แต่เพราะผมเพ่งความสนใจไปที่ Min—Max มากเกินไป ทำให้ผมไม่สามารถมีกลยุทธที่ยืดหยุ่นมากพอ

    แสดงว่าพวกคนในโลกนี้ไมได้โง่ที่อัพสกิลกระจายการMin-Max อาจจะเป็นการหาเรื่องตายหากไม่ได้เตรียมการไว้มากพอ

    ตึ้ง

    Tactic

    ผมมีทักษะกลยุทธเพิ่มขึ้นมาเสียแล้ว

    หรือแสดงว่าดยุกหมูอ้วนมันไมได้คิดเรื่องกลยุทธเลยตามต้นฉบับเพราะบุกเฉยๆตามมาตรฐานของสมัยนี้ก้ชนะแล้วนั่นเอง

    และอาจจะต้องขอบคุณพวกเหล่าบัณฑิตที่ใช้สกิลLearning อยู่ข้างๆผมและมาเรียที่ให้กำลังใจนายท่านของเธอ

    น่าแปลกที่ผมกลับจิตใจสงบในการออกคำสั่งใครทุกอย่างเหมือนกับเงียบและหยุดนิ่ง

    พี่กล้ามพุ่งเข้ามา

    ในวินาทีนั้น

    ผมรู้สึกราวกับจะโดนเย้ยหยันในตอนแรกที่ยอมรับว่าตนเองคิดผิดกลายเป็นว่าตนเองคิดถูก

    ผมคว้าโอกาสที่ดีนั้นไว้

    Commnad :Criitical shot

    เสียงสั่งจากผม พลปืนก็ตบกระบอกปืนแสงสีขาวสว่างวาบมาจากปากกระบอกปืน

    กระสุนพุ่งเข้าไปโดนพี่กล้ามที่มั่นใจในพลังป้องกันตนเองถึงกับล้มตึงที่พุ่งเข้ามาทางนี้

    พวกที่ยังเหลือยืนอยู่คือพวกที่ยกโล่ขึ้นมาป้องกันได้หรือที่อโคใช้Protection โล่ศักดิ์สิทธ์ป้องกันได้ทัน

    ตอนแรกผมคิดว่าผมคิดผิดแต่กลายเป็นว่าตนเองคิดถูก

    กระสุนธรรมดาไม่น่าจะสามารถเจาะการป้องกันของพี่กล้ามที่ขยายร่างกายให้ใหญ่ขึ้นและพุ่งเข้ามาได้

    ตกลงการต่อสู้นี้มันสอนอะไรผมกันนี่?แ

    “Command พัก ดื่มน้ำยา”

    พลปืนตบปืนลง ดื่มน้ำยาเพิ่มพลังมานาเพราะพวกสามัญชนพลังมานาน้อยต่ำติดดิน

    ไม่มีใครกล้าบุกขึ้นเนินเลยสักคนพวกนี้รอคอยการรักษาของอโคก่อนแทนที่จะบุกเข้ามาหาผมและพลปืนเพื่อช่วงชิงชัยชนะ

    หากพี่กล้ามฝ่ากระสุนของพลปืนมาประชิดพลปืนได้ก็เท่ากับว่าการต่อสู้จบเช่นกันพี่กล้ามไม่ได้ตัดสินใจผิด

    ผมไม่มีทักษะใดที่จะสามารถสู้ระยะประชิดเอาชนะพี่กล้ามได้

    ตกลงผมคิดถูกหรือนี่ที่เน้นไปที่ Critical Shot การยิงคริติคัล

    ที่ผมสั่งให้พักและดื่มน้ำยาเตรียมยิงต่อไปก็เพราไม่มีใครคิดจะบุกขึ้นมาเสริมพี่กล้าม

    อโคพยายามรักษาคนข้างกายที่บาดเจ็บก่อนและแสงโพรเทคชั่นการป้องกันดันใช้กับคนใกล้ตัวแทนที่จะเสริมพลังให้กับพี่กล้ามที่นำไปสู่ชัยชนะได้คือการบุกขึ้นมาประชิดพลปืนของผม

    Command : Critical Shot

    ปังเสียงยิงครั้งเดียวดังขึ้นอีกครั้ง

    โล่ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันของอโคก็พังทลายลงและที่พื้นไม่เหลือคนที่มีสภาพต่อสู้ได้อีกต่อไป

    แม้แต่พวกสายจอมเวทย์ก็ร่ายคาถาได้ช้ากว่าการยิงปืนของพลปืนแล้วดันตัวเปราะอีกต่างหาก

     

    “ขาดพี่กล้ามไปเจ้าก็ไม่เหลืออะไรข้าบอกแล้วใช่ไหม?” ผมพูดลอยๆขึ้นมากับสภาพของทั้งกิลด์มีแต่พี่กล้ามที่ยังพอมีสติอยู่ส่วนคนอื่นโดนกระสุนยางหมดสติไปจนหมดแล้ว

    “มาเรียช่วยข้ารักษาพวกนี้ทีส่วนพวกเจ้าใช้ Learningกับข้าตอนที่ข้าฝึกฮีลพวกนี้ด้วย”

    อย่างน้อยผมก็คงได้ฝึกทักษะ Heal มากขึ้นล่ะนะ

    ผมรู้สึกขัดแย้งในใจว่าตกลงแผน Min-Max ของผมมันถูกหรือผิดกันแน่นี่?

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน