บ้านของหลินเจ๋อนั้นธรรมดามากมันเป็นเพียงบังกะโลหลังเล็กๆ ทั้งเก่าและทรุดโทรม ไม่มีแม้แต่ลานบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านของหลินเจ๋อเย่เทียนก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงเสื่อ
ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดและดูอ่อนแอมาก
หญิงสาวคนนี้คือน้องสาวของหลินเจ๋อหลินอี้อี้!
หลินอี้อี้เห็นหลินเจ๋อเดินเข้ามาเธอก็เปิดปากอย่างอ่อนแรง“พี่ชาย พี่กลับมาแล้ว นั้นเพื่อนพี่เหรอ?”
“อี้อี้ นี่คือนายท่านจากย่านคนรวย!”
หลินเจ๋อแนะนำเย่เทียนให้หลินอี้อี้ให้รู้จัก
เมื่อได้รู้ถึงตัวตนของเย่เทียนหลินอี้อี้ก็ตกใจจนอยากจะลุกขึ้นมาทำความเคารพเย่เทียน เพราะเธอกลัวว่าเย่เทียนจะคิดว่าเธอนั้นเสียมารยาท
“ไม่ต้องลุกขึ้นหรอก!”
เย่เทียนโบกมือ
หลินเจ๋อเตรียมจะต้มสมุนไพรที่เขาซื้อมาให้น้องสาวของเขาแต่เขาก็ถูกเย่เทียนหยุดไว้ก่อน
“ไม่ต้องต้มแล้วแม้ว่าสมุนไพรพวกนี้จะไม่เลวนัก สามารถทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว แต่ในตอนนี้นั้นน้องสาวของนายนั้นอ่อนแอเกินไปถ้าให้เธอกินสมุนไพรเหล่านี้เกรงว่าจะเป็นผลแย่กับเธอมากกว่า”
“อ่า แล้วผมควรทำอย่างไรดี?”
หลินเจ๋อตื่นตระหนก
เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเลยเลยสมุนไพรที่เขาซื้อมาเขาก็ได้ยินมาจากปากคนอื่นว่าสมุนไพรเหล่านี้สามารถรักษาโรคได้ดังนั้นเขาจึงต้องการนำมันมาต้มให้น้องสาวของเขากินโดยไม่ได้คำนึงถึงร่างกายที่อ่อนแอของน้องสาวเขามาก่อน
สำหรับคนอื่นๆ สมุนไพรเหล่านี้อาจจะสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ในทันทีแต่น้องสาวของเขานั้นป่วยมาเป็นเวลานานแล้ว ร่างกายของเธอจึงไม่ค่อยแข็งแรง อีกทั้งเธอยังไม่ได้กินอาหารที่ดีมากนักแน่นอนว่าเธอคงไม่สามารถทนกับฤทธิ์ยาแรงๆ เช่นนี้ได้
“โรคนี้ไม่ได้รักษายากขนาดนั้น!”
เย่เทียนดีดนิ้ว ทันใดนั้นก็มีหยดน้ำสีขาวพุ่งเข้าไปในปากของหลินอี้อี้ไหลผ่านลำคอเข้าสู่ร่างกาย
เพียงไม่นาน
ใบหน้าของหลินอี้อี้กลับมามีเลือดฝาดเหมือนดั่งคนปกติลมหายใจของเธอกลับมามั่นคงอีกครั้ง
“พี่ชาย น้องรู้สึกดีขึ้นแล้ว!”
หลินอี้อี้ลุกขึ้นจากเตียงและพูดอย่างตื่นเต้น
“นายท่าน ขอบพระคุณท่านมากยานั่นราคาเท่าไหร่เหรอครับ? ผมจะพยายามหาเงินมาเพื่อใช้คืนท่านในอนาคต!”หลินเจ๋อรีบกล่าวขอบคุณ
“ช่างมันเถอะยานั่นไม่ได้มีค่าอะไรนัก!”
เย่เทียนโบกมืออย่างง่ายๆ
แต่ในความเป็นจริงยานั่นเป็นยารักษาอาการบาดเจ็บของผู้ฝึกยุทธ์มันมีราคาหลายแสนหยวนต่อหนึ่งหยด มูลค่าเช่นนี้คนธรรมดาไม่สามารถทำได้แม้กระทั่งจะจินตนาการถึงมัน
ถ้าหลินเจ๋อต้องการหาเงินมาคืนเขาจริงๆแล้วละก็ เขาคงไม่สามารถกลายเป็นนักรบได้ตลอดชีวิต เพราะต้องเอาแต่ทำงานหาเงิน
“หลินเจ๋อ นายอยากเป็นผู้ฝึกยุทธ์หรือไม่?ด้วยศักยภาพของนาย ในอนาคตนายต้องแข็งแกร่งกว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อจางหลงนั่นแน่”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็เปิดปากพูด
“อา ผมสามารถเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้หรือ?”หลินเจ๋อตกตะลึง เขารู้ถึงพรสวรรค์ตัวเองดี พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาเป็นเพียงแค่ระดับรองยากที่จะกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้
แม้ว่าเขาจะสามารถก้าวไปสู่ขั้นนักรบได้แต่ในอนาคตเขาก็ไม่มีทางที่จะก้าวหน้าไปยังขั้นต่อไปได้อีก
ส่วนเรื่องสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ในการบ่มเพาะได้นั้นเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ดังนั้นหลินเจ๋อจึงคิดว่าบนโลกใบนี้ไม่มีสมบัติเช่นนี้อยู่
“ไม่ จริงๆแล้วพรสวรรค์ของนายนั้นดีมาก! ตราบใดที่นายต้องการ ฉันสามารถฝึกให้นายกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงได้น้องสาวของนายก็สามารถมาฝึกฝนกับฉันได้เช่นกัน!”
เย่เทียนพูดอย่างจริงจัง
เขาไม่ได้พูดเพราะสงสารชีวิตของหลินเจ๋อมีคนมากมายที่ต้องใช้ชีวิตอย่างน่าสงสาร เย่เทียนไม่ได้ช่วยเหลือคนธรรมดาอย่างไร้เหตุผลจริงๆ แล้วที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะว่าเขาได้ตรวจสอบพรสวรรค์ของหลินเจ๋อและหลินอี้อี้แล้ว
หากเป็นคนอื่นคงไม่สามารถเห็นพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ของเด็กทั้งสองคนนี้ได้แต่เย่เทียนจะไม่มองเห็นได้อย่างไร?
ภายใต้พรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนพรสวรรค์ของสองพี่น้องได้ปรากฏขึ้นในสายตาเขาอย่างชัดเจน
[มนุษย์ : หลินเจ๋อ
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับรอง
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูงสุด(ยังไม่ตื่นขึ้น)
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับปานกลาง(ยังไม่ตื่นขึ้น)]
[มนุษย์ : หลินอี้อี้
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับดารา
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูงสุด(ยังไม่ตื่นขึ้น)
พรสวรรค์ด้านค่ายกล : ระดับดารา
พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับสูง(ยังไม่ตื่นขึ้น)]
ในคราแรกที่เย่เทียนเห็นพรสวรรค์ของทั้งสองคนเขาตกใจมาก
ไม่คาดคิดว่าสองพี่น้องนี้จะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมหลินเจ๋อมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม พรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงสุด และพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับกลางนั้นเป็นข้อพิสูจน์ได้
ด้วยพรสวรรค์ทั้งสองอย่างที่สามารถซ้อนทับกันตราบใดที่หลินเจ๋อยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะได้ เขาจะสามารถเติบโตกลายเป็นยอดฝีมือในการจัดอันดับราชาที่แข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน
แม้ว่าหลินอี้อี้จะมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ด้อยกว่าหลินเจ๋อแต่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเธอนั้นสูงมาก ไม่ได้ด้อยไปกว่าอัจฉริยะที่แท้จริงของฐานจงไห่ลำพังแค่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราของเธอเพียงแค่นั้นก็คุ้มค่าที่จะปลูกฝังแล้ว
เธอสามารถบรรลุถึงระดับศักดิ์สิทธิ์ได้อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงและพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับสูงสุด พลังต่อสู้ของเธอในอนาคตไม่ได้อ่อนแอและที่สำคัญกว่านั้นเธอยังมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับดารา
อ้า!
พรสวรรค์ค่ายกลระดับดาราเป็นเช่นไร? นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนได้พบกับพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับดารา
ฐานจงไห่อาจจะมีจอมเวทค่ายกลที่มีพรสวรรค์ระดับดาราอยู่แต่แน่นอนว่ามันหาได้ยากมาก หากถูกพบตัว พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองจากขุมอำนาจใหญ่ๆอย่างแน่นอน พรสวรรค์เช่นนี้ล้ำค่ามากเกินไป
มันทั้งหายากและมีความสำคัญยิ่ง
เย่เทียนไม่คิดว่าโชคของเขาจะดีขนาดนี้เขาจะสามารถค้นพบอัจฉริยะเช่นนี้ได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน
หลินเจ๋อก็ตกใจมาก คนใหญ่คนโตจากย่านคนรวยต้องการชักชวนเขาแถมยังบอกว่าจะฝึกฝนเขาอีกด้วย นี่มันเรื่องอะไรกัน?
นี่เขากำลังโดนหลอกหรือไม่?
โดนหลอกเหรอ?
ไม่มีทาง!
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ายาที่เย่เทียนใช้ช่วยรักษาน้องสาวของเขามีมูลค่าเท่าไหร่แต่การที่มันสามารถทำให้น้องสาวของเขาหายป่วยได้ในพริบตาได้ ยาเช่นนี้จะต้องมีราคาแพงมากแน่ๆ
ถึงจะนำเขาและน้องสาวไปขายเงินที่ได้ก็อาจจะไม่พอจ่ายค่ายาหยดนั้นด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ จากที่เขาได้เห็นความแข็งแกร่งของเย่เทียนต้องสูงกว่าระดับปรมาจารย์อย่างแน่นอน ตัวตนเช่นนี้จะหลอกลวงเขาไปเพื่ออะไร?
“นายท่าน ผมยินดีที่จะเข้าร่วมกับกองกำลังของท่าน!”
หลินเจ๋อรู้ว่านี่เป็นโอกาสที่จะทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้ถ้าเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเย่เทียน เขาจะไม่มีวันได้เดินไปบนเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ไปตลอดชีวิตแน่นอนว่าเมื่อเย่เทียนจากไป จางหลงก็จะยังคงรังแกเขาเหมือนที่ผ่านมา
“นายต้องเข้าใจก่อนว่าการที่นายเข้าร่วมกองกำลังของฉันแล้วนายจะไม่สามารถทรยศฉันได้!”
เย่เทียนพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ผม หลินเจ๋อขอสาบานว่าจะไม่มีวันทรยศนายท่าน...”
เมื่อเห็นว่าหลินเจ๋อสาบานหลินอี้อี้ก็สาบานว่าจะไม่ทรยศเย่เทียนเช่นกัน
ในตอนนี้ทั้งสองจึงเป็นสมาชิกกลุ่มแรกที่เข้าร่วมกับกองกำลังของเย่เทียนอย่างเป็นทางการ
หลังจากที่ทั้งสองเข้าร่วมแล้วเย่เทียนก็สอบถามเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขาอีกเล็กน้อย
ที่แท้ทั้งสองคนก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อของตนมาก่อนพวกเขารู้เพียงว่าแม่ของพวกเขานั้นเป็นเพียงผู้หญิงสามัญชน ส่วนพ่อเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งส่วนจะแข็งแกร่งเพียงใดนั้น พวกเขาก็ไม่รู้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในเขตพลเรือนแต่พวกเขาก็อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ และฐานะทางบ้านของพวกเขาก็ไม่เลวเลย
แต่หลังจากพ่อของพวกเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในป่าอีกไม่กี่ปีต่อมาแม่ของพวกเขาก็เสียชีวิตเช่นกัน ทิ้งสองพี่น้องไว้ให้อยู่เพียงลำพัง
เดิมทีพ่อแม่ของพวกเขาก็เหลือเงินเก็บไว้ไม่น้อยแต่เนื่องจากพวกเขายังเด็กและถูกผู้อื่นรับเลี้ยง เงินส่วนนั้นจึงถูกครอบครัวที่รับเลี้ยงยึดไปจนหมด
ไม่กี่ปีต่อมาครอบครัวนั้นก็ออกจากย่านพลเรือนและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
สองพี่น้องจึงถูกจัดให้อยู่ในบ้านหลังเล็กๆนี้โดยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ในเขตพลเรือนจนถึงทุกวันนี้
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
เย่เทียนคาดว่าพ่อของทั้งสองอาจจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาและคงจะเป็นราชาที่แข็งแกร่งพอสมควร ดังนั้นเขาจึงให้กำเนิดเด็กสองคนที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมเช่นนี้ได้
“ท่านเย่เทียนกองกำลังของเราชื่ออะไรเหรอ?”
หลินอี้อี้ถามด้วยความสงสัย
“ชื่อว่า…”
เย่เทียนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้ตั้งชื่อกองกำลังของเขาเลย
เราควรตั้งชื่อว่าอะไรดี?
“กองกำลังของเราชื่อว่าหอสวรรค์!”
เย่เทียนตั้งชื่อ
เมื่อได้ยินความลังเลในน้ำเสียงของเย่เทียนหลินอี้อี้ก็ตระหนักได้ถึงคำถามหนึ่ง
“ท่านเย่เทียนหรือว่ากองกำลังนี้จะเป็นกองกำลังที่ท่านเพิ่งสร้างขึ้น?”
หลินเจ๋อที่อยู่ด้านข้างตกใจและรีบพูดว่า“อี้อี้ อย่าหยาบคาย!”
เขากลัวว่าการที่น้องสาวของเขาถามเย่เทียนเช่นนี้จะทำให้เย่เทียนไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรเธอก็แค่ถามในสิ่งที่เธออยากรู้เท่านั้น แต่ที่อี้อี้พูดมาก็ไม่ผิด หอสวรรค์เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาจริงๆแต่ฉันเชื่อว่าหอสวรรค์ของฉันนั้นในอนาคตจะต้องกลายเป็นขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ของฐานทัพจงไห่อย่างแน่นอน!”
เย่เทียนลูบหัวอี้อี้แล้วพูด
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนไม่ได้โกรธหลินเจ๋อก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก