กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-75 จากผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อ

    ภายในบ้านพักหนึ่งหลัง โต่วเล้งได้รวบรวมผู้มีความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมผ่านหวังเซียงที่รู้จักกันเมื่อไม่กี่วันก่อน ทว่าสภาพของพวกเขาตอนนี้ไม่ดีเท่าไหร่นัก จะเห็นได้ว่ามีโค้ดถูกเขียนผ่านโต่วเล้งแล้วเจาะเข้าไปในสมองคน กลายเป็นร่างที่เหมือนกับ NPC ในเกมที่ถูกตั้งค่า แทนที่จะเป็นมนุษย์ที่มีความปรารถนาและเจตจำนง

    ทว่าเวลานี้เหตุการณ์บางอย่างกลับเกิดขึ้นกระทันหัน

    หนึ่งในนั้นที่กำลังพิมพ์ข้อมูลอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อยู่ๆ ก็สะบัดข้อมือเหมือนว่าต้องการหลุดพ้นการควบคุม

    หวังเซียงเป็นคนเดียวที่มีใบหน้าน่าเกลียดเมื่อเห็นเพื่อนเป็นแบบนั้น ส่วนคนอื่นๆ ราวกับหุ่นไร้ความรู้สึก

    “ฮ่าฮ่า เหมือนว่าตัวละครตัวนี้จะใช้การไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมใหม่ หวังเซียงฝากด้วยล่ะ” โต่วเล้งที่นั่งดูซีรีย์ตะโกนบอกโดยไม่หันกลับไปมอง

    “เข้าใจแล้วครับคุณโต่ว”

    ได้ยินอย่างนั้นโต่วเล้งจึงเห็นด้วย

    หวังเซียงก้มศีรษะลงแล้วเริ่มทำงานหนัก เขาไม่ได้ถูกควบคุมเหมือนคนอื่นๆ เพราะได้ยื่นข้อเสนอว่าหากทุกคนเป็น NPC กันหมด แล้วใครล่ะจะช่วยเขียนโปรแกรม

    ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนนั้นหวังเซียงที่เห็นพลังของโต่วเล้งก็เหมือนการเห็นปาฏิหาริย์ สามารถเขียนโค้ดต่างๆ ได้เพียงมีความคิดในหัว หรือหากไร้ความสามารถยังใช้โค้ดที่ถูกสร้างโดยโปรแกรมเมอร์ที่ลงไว้ในฮาร์ดดิสก์ถ่ายโอนไปยังเป้าหมายในภายหลังได้

    ทว่าเวลาต่อมาเมื่อเห็นเพื่อนที่ถูกเรียกตัวมากลายเป็น NPC ไร้ความรู้สึกจริงๆ หวังเซียงที่ลิงโลดจึงเริ่มหวาดกลัว คิดว่าสักวันหนึ่งตัวเองอาจจะกลายเป็นแบบนั้นหากหมดประโยชน์

    ดันแว่นบนสันจมูกหวังเซียงเริ่มแก้ไขโปรแกรม จากนั้นยื่นแฟลชไดร์ฟให้โต่วเล้งหลังทำงานเสร็จ

    โต่วเล้งเปิดใช้งานความสามารถแล้วนำโค้ดที่อยู่ในแฟลชไดร์ฟไปแก้ไขอาการค้างของตัวละคร NPC ในโลกของความเป็นจริง หลังจากเห็นว่าตัวละครกลับมาเป็นปกติโต่วเล้งจึงพยักหน้าชื่นชม

    “ทำได้ดีมาก หากคุณทำได้แบบนี้ตลอดผมจะเรียกดาราสาวมาให้อึ้บ เพราะฉะนั้นเตรียมจรวดไว้ด้วยล่ะ”

    “ขอบคุณครับ ผมจะตั้งตารอเลย” หวังเซียงดันแว่นบนสันจมูกเป็นนิสัย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นผู้กำกับซีรีย์เนี่ยสตูดิโอ ถือว่าเป็นผู้มีชื่อเสียงพอสมควร แต่ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ก็ยากจะสืบค้นหาข้อมูลได้

    ระหว่างที่นั่งอยู่เมื่อเห็นว่าโต่วเล้งกลับไปเล่นเกมไม่หันกลับมา หวังเซียนจึงหยุดพิมพ์คีย์บอร์ดแล้วหันไปหา NPC ที่เพิ่งแก้ไขบัค ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบบางอย่างข้างหู

    คล้ายกับเป็นคำสั่งที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ NPC เริ่มกระพริบตาแล้วลุกขึ้นยืน ดึงสายเม้าท์ออกมาจากเครื่องคอมแล้วถือด้วยสองมือ เดินไปที่ด้านหลังโต่วเล้งแล้วจับปลายสาย USB สองด้านดึงจนแน่นตึง จากนั้นโน้มตัวลงแล้วเริ่มรัดคออีกฝ่ายจากทางด้านหลัง

    โต่วเล้งที่กำลังสนุกอยู่ไม่คิดเลยว่าจะถูกโจมตีด้านหลัง เขาพยายามคว้ามือของผู้ร้ายให้ออกไปจากสาย USB ที่กำลังรัดคอจากด้านหลัง

    หวังเซียงดันแว่นบนสันจมูกในขณะที่มองดูผู้บงการที่กำลังประสบเคราะห์กรรม

    “เป็นยังไงบ้างคุณโต่ว ความรู้สึกที่โดนหักหลังโดยคนที่ควบคุมรู้สึกดีหรือเปล่า คุณรู้สึกใจแทบขาดใช่ไหมล่ะ งั้นก็ขอร้องผมซะสิ ขอร้องให้ผมถอนคำสั่งของ NPC ตัวนี้ ไม่อย่างนั้นคุณขาดอากาศหายใจแน่”

    “จะว่าไปแล้วก็น่าเสียดายนะ พลังสร้างสรรค์แบบนี้กลับตกไปอยู่ในมือขยะอย่างคุณที่ไม่สามารถแม้แต่เขียนโปรแกรมง่ายๆ ได้ แต่ก็นะเดิมคุณมีอาชีพเป็นผู้กำกับนี่นาผมน่ะเข้าใจอยู่ ดังนั้นมาแลกเปลี่ยนกันเถอะ ทำงานให้ผมแล้วเราจะปกครองทุกอย่างในเงามืด”

    นอกจากจะหวาดกลัวแล้วหวังเซียงยังมีความทะเยอทะยานสูงด้วย

    ในฐานะโปรแกรมเมอร์ที่ถูกไล่ออกจากบริษัทในวัย 36 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหางานใหม่ สมัยนี้มีใครบ้างอยากรับคนที่มีอายุแล้วมีประสบการณ์เงินเดือนสูง บริษัทหลายแห่งเลือกที่จะให้โอกาสเด็กจบใหม่ที่ให้เงินเดือนน้อยมากกว่าเข้ามาทำงาน เมื่อเป็นแบบนี้ผลที่ได้คือบริษัทจะได้รับกำไรส่วนต่างจากพนักงานที่เยอะขึ้นกว่าพนักงานเก่าค้างปี

    ระหว่างรอให้อีกฝ่ายพูดในสิ่งที่ต้องการทว่ากลับยังไม่ยอมแพ้ เขาเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทำให้สลบไปก่อน

    “ดื้อด้านซะจริงนะ แต่เอาเถอะผมไม่ฆ่าคุณหรอก ตอนนี้คุณยังมีประโยชน์ต่อผม” หวังเซียงไม่ใช่คนบ้าโดยสมบูรณ์แบบ เมื่อโต่วเล้งไม่ยอมจำนนจึงเปลี่ยนไปใช้แผนสอง นั่นคือการทรมานต่างๆนาๆ จนกว่าอีกฝ่ายจะร่วมมือด้วย

    โต่วเล้งถูกจับนั่งบนเก้าอี้ มีสายไฟหลายเส้นและสายรัดแบบหนังผูกไว้แน่นบนตัว เขาไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ นอกจากนั้นปากยังถูกอุดด้วยพลาสติกทรงกลมขนาดเท่าไข่ไก่ พอตื่นขึ้นมาเริ่มโวยวาย สักพักจึงหมดแรงแล้วงีบหลับไปเอง

    “ใครบอกให้หลับ!”

    หวังเซียงกดปุ่มที่เชื่อมต่อกับสายไฟผ่านเก้าอี้ ทันใดนั้นกระแสไฟฟ้าเริ่มทำให้โต่วเล้งตื่นจากการหลับใหล ต้องน้ำตาแตก ปัสสาวะและอุจจาระเร็ด ตัวเกร็งคล้ายกับว่าจะตายทุกวินาที

    หวังเซียงกดปิดเครื่องทรมาน เพราะหากมากไปกว่านี้มีหวังอีกฝ่ายได้ตายจริงๆ และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเห็น เมื่อออกไปข้างนอกหวังเซียงมักจะทำตัวตามปรกติ ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่คนหายตัวไปไม่ได้เกี่ยวกับเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะโต่วเล้งคนเดียวเท่านั้น

    “คราวนี้น่าจะไม่เกิดปัญหาอะไร หลังจากทรมานมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ เขาคงจะใกล้พังทลายแล้ว นอกจากนั้นโปรแกรมที่ผมเขียนเองก็เสร็จ แต่อย่างใดก็ตามสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักซึ่งก็คือโต่วเล้ง หากเขาเล่นตุกติกไม่เชื่อฟังคำสั่งก็จะเป็นเราที่เสียชีวิตกลายเป็น NPC ที่ถูกควบคุม แต่หากเราสามารถผ่านช่วงเวลานี้ได้ พลังของโต่วเล้งก็จะเป็นของเรา!”

    หวังเซียงดันแว่นบนสันจมูก ริมฝีปากโค้งขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืน หยิบ SSD แบบพกพาไปที่โต่วเล้งซึ่งถูกมัดบนเก้าอี้ทรมาน

    ........

    “ท่านอาจารย์ ขอโทษนะคะที่ยังไม่มีข่าวของคนที่ฆ่าผู้จัดการหลี่ ฉันพยายามเพิ่มผู้ค้นหาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในการซ่อนตัวของอีกฝ่ายเหมือนว่าจะดีมาก สามารถที่จะลบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดต่างๆ ทำให้ตามตัวลำบาก ในขณะเดียวกันยังทิ้งที่อยู่หลอกๆ ไว้ให้เราค้นหาอีกเมือง นั่นจึงทำให้การค้นหาล่าช้ายิ่งขึ้น”

    ตอนแรกจ้าวหลิงหลิงคิดว่าเป็นงานง่ายๆ ในการค้นหาตัวคนร้าย หลังจากที่งานสำเร็จจะได้มีความสุขกับท่านอาจารย์ แต่ความจริงกลับทำให้ฝันสลาย ผู้ร้ายเก่งกว่าที่คิดไว้ ไม่ใช่มือสมัครเล่นที่จับได้ง่ายๆ

    “ไม่เป็นไรนะ อาจารย์เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยดี วันนี้ไม่สามารถจับตัวเขาได้แต่วันหน้าต้องได้แน่”

    เนี่ยฝานปลอบใจลูกศิษย์ปลอมๆ ด้วยการลูบศีรษะ หญิงสาวขดตัวเป็นลูกแมวเชื่อง ปล่อยให้เขาเล่นกับผมสีเงินต่อไป

    เนี่ยฝานนั่งอยู่ในคาเฟ่สุดหรูของโรงแรม เขาไม่สะดวกที่จะทำแบบนี้กับจ้าวหลิงหลิงที่บ้าน ที่นั่นมีภรรยาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอด หากลูบหัวของหญิงสาวคนนี้ในขณะนั้นคงไม่ใช่เรื่องดี โดยเฉพาะหากอัลบาและยูบินมาเห็น

    “จริงสิท่านอาจารย์ ในเมื่อเราสองคนได้มาอยู่ในโลกนี้แล้ว ศัตรูของท่านอาจารย์จะตามมาได้ไหมคะ”

    “ศัตรู...อาจจะ และหากมันตามมาได้จริงๆ จะทำอย่างไรดี จะช่วยอาจารย์ไหม” เนี่ยฝานถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ผ่านการตัดแต่ง‘เจตจำนง’ใหม่ เขาไม่เชื่อว่าเซียนคนนี้ที่สูญเสียพลังจะจับพิรุธได้

    “ช่วยสิคะ ทำไมจะไม่ช่วยล่ะ” จ้าวหลิงหลิงตอบแทบจะทันที แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่กล้าถาม นั่นคือหากภรรยาเก่าอาจารย์กลับชาติมาเกิดบนโลกนี้ อาจารย์จะยังรักเธออยู่ไหม

    หลังออกจากคาเฟ่เนี่ยฝานใช้เวลาของวันนี้ไปกับลูกศิษย์

    ส่วนเรื่องของซูฉียังไม่ได้จัดการ ตอนนี้กำลังส่งข้อความมาไม่เว้นแต่ละวันเพราะเงินหมดใช้แล้ว ถามว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเอาว่างั้น

    เนี่ยฝานไม่ได้รู้สึกท้าทายใดๆ สำหรับผู้หญิงที่ได้มาง่ายก็เหมือนกับของเล่น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคนรวยมีตัวเลือกมาก และไม่จำเป็นเลยที่คุณต้องไปกังวลเกี่ยวกับผู้หญิงเพียงคนเดียว

    ......

    ไม่ไกลจากจุดที่รถของเนี่ยฝาขับผ่านได้เกิดเหตุรถชนบนถนน

    ผู้ที่ถูกชนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในขณะที่คนขับรถเป็นครูในมหาลัยเดียวกัน

    หวังเทียนซือถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนอาจารย์หลี่นานาก็กำลังรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความร้อนใจ ไม่นานประตูห้องผ่าตัดถูกเปิด นานารีบเข้าไปถามหมอว่านักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอย่างไรบ้าง

    “คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ แต่สมองได้รับการกระทบกระเทือนเพราะศีรษะกระแทกพื้น คาดว่าต้องใช้เวลาพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลครึ่งเดือนถึงจะออกไปได้”

    “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” นานาไม่สนใจค่าใช้จ่ายที่ต้องออก สำหรับเธอขอแค่เขารอดก็พอแล้ว

    ภายในวอร์ดดวงตาของหวังเทียนซือปรือขึ้นเล็กน้อย เขาพยายามจะลุกขึ้นนั่งบนเตียงแต่ไม่สามารถทำได้

    “เกิดอะไรขึ้น ข้ากลับมายังโลกใบเดิมหลังจากสังหารมารตนนั้นงั้นหรือ”