ในวันต่อมาิสุ่ยได้พาอยางจื่อไปเลือกคัมภีร์ทักษะของตระกูลิแต่หยางจื่อเลือกแค่ทักษะดาบมาแค่ทักษะเดียวมันเป็ทักษะในการโจมตี"เงามายาสะบั้นจันทร์"ิสุ่ยก็ได้แนะนำให้หยางจื่อเลือกทักษะอื่นเพราะทักษะนี้ฝึกฝนยากอย่างมากและแทบจะไม่มีใครเคยฝึกฝนสำเร็จเลย
"ทักษะนี้แหละเหมาะกับการใช่ร่วมกันกับบ่างก้าวภูตพรายของข้า"หยางจื่อกล่าวในใจ "ถ้าเจ้าต้องการทักษะนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าฝึกฝนไม่ใหวต้องรีบเปลี่ยนทันทีเข้าใจใหม" หมิงสุ่ยกล่าว"ข้าเข้าใจเเล้วท่านพี่ " หยางจื่อกล่าว
"งั้นก็ดูแลตัวเองให้ดี ๆด้วยละเพราะข้าเองก็ต้องกลับไปยังสำนักอู่เสียก่อนแล้วเจอกันในอีก1 ปี น้องเล็ก" หมิงสุ่ยกล่าวเสร็จก็ออกเดินทางในทันที หยางจื่อรีบกลับไปยังที่พักของตนเองและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ"ทักษะดาบสวรรค์" และ "เงามายาสะบั้นจันทร์"หยางจื่อในตอนนี้ได้จมดิ่งอยู่กับทักษะทั้งสองจนไม่รู้ว่าในเวลานี้หมิงฮ่าวได้มายืนมองหยางจื่ออยู่ "นายน้อยนั้นสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะเหล่านั้นได้ในเวลาอันสั้นข้าเองก็ยังตกตะลึงไม่หายเลยท่านประมุข" ชายชุดดำกล่าวกับหมิงฮ่าว "จื่อเอ๋อนั้นฉลาดมาแต่ใหนแต่ไรเเล้วไม่ว่าหนังสือแบบใหนจื่อเอ๋อก็สามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดายเสียดายถ้าจื่อเอ๋อสามารถบ่มเพาะพลังได้ตั้งตอนอายุ 10 ปีป่านี้จื่อเอ๋อคงกลายเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครสามาถเทียบได้อย่างแน่นอน"หมิงฮ่าวกล่าวด้วยความรู้สึกเสียดาย"ข้าน้อยเองก็คิดเช่นนั้นขอรับท่านประมุข" คนชุดดำกล่าว
หลังจากคุยกับเสร็จหมิงฮ่าวก็เดินจากไปและในตอนนั้นเองที่หยางจื่อทำความเข้าใจเกี่ยกับ"ทักษะเงามายาสะบั้นจันทร์" ได้ในที่สุด"ถึงจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะดาบ์ได้เพียงน้อยนิดแต่กับทักษะเงามายาสะบั้นจันทร์นั้นง่ายอย่างยิ่ง"
หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มถ้าิสุ่ยได้ยินคำพูดของหยางจื่อละก็จะต้องกระอั๊กเืออกมาอย่างแน่นอน
"วูบ!!!"
"ฉับ!!!"
หยางจื่อที่ได้ทดสอบเงามายาสะบั้นจันทร์กับต้นไม้รอบๆ ทำให้หยางจื่อต้องตกตะลึงกับความสามารถของทักษะนี้ "ยอดเยี่ยมถึงทักษะนี้จะไม่มีพลังโจมตีสูงนักแต่มันก็เหมาะกับข้าอย่างยิ่งด้วยย่างก้าวภูตพรายของข้าสามารถใช้คู่กับเงามายาสะบั้นจันทร์เเล้วละก็ต่อให้คนที่อยู่ปราณเริ่มต้นขั้นที่ 5 ก็ยากจะเป็นคู่มือให้กับข้า"หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม หยางจื่อเริ่มทำการฝึกฝนทักษะทั้งสองหยางหนังจนเวลาล่วงเลยไป1 เดือน หยางจื่อในตอนนี้อยู่ปราณเริ่มต้นขั้นที่ 4เเล้วหลังจากเก็บตัวเงียบมานานผู้คนในตระกูลก็เริ่มเอะใจบ้างเเล้วว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับหยางจื่อแต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าหยางจื่อบ่มเพาะพลังได้เเล้วเพราะหมิงฮ่าวได้ปิดบังความจริงทั้งหมดรวมทั้งไม่อนุยาติให้ใครเข้าใกล้ตรงอาณาเขตของหยางจื่อโดยเด็ดขาดแม้แต่ผู้อาวุโสของตระกูลก็ไม่เว้น "ถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปลองล่าสัตว์อสูรดูบ้างเเล้ว"หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม หยางจื่อได้เดินทางเข้าไปยังหุบเขาที่อยู่ทางด้านหลังตระกูลซึ่งเป็นเขตล่าสัตว์อสูรของตระหมิงครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งเป็นของตระกูลเย่และมีบ่อยครั้งที่ทั้งสองตระกูลจะพบกันและต่อสุ้กันเอง ทางด้านหมิงฮ่าวที่ให้คนชุดดำที่เป็นกลุ่มเงาที่จะรับคำสั่งของประมุขของตระกูลเท่านั้นคนอื่นๆจะไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งกับกลุ่มเงาเหล่านี้ได้ และกลุ่มเงามักจะทำหน้าที่สืบข่าวและรอบสังหารแต่หมิงฮ่าวกลับให้กลุ่มเงาเหล่านี้คอยปกป้องหยางจื่ออย่างลับๆซึ่งทำให้ผู้อาวุโสบางคนไม่พอใจอย่างมาก ณห้องประชุมของตระกูลหมิง "ท่านประมุขท่านให้กลุ่มเงาไปคอยคุ้มกันนายน้อยอยางจื่อแบบนั้นมันไม่เป็นการกระทำที่ไร้ค่าไปหน่อยเหรอ"ผู้อาวุโสชื่อหมิงโหวกล่าวขึ้น"ใช่เเล้วข้าเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน" ผู้าุโอีกคนก็กล่าวขึ้น
"มันไร้ค่าอย่างไรงั้นหรือผู้าุโิโหว" ิฮ่าวกล่าว
"ท่านประมุขข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงความปลอดภัยของนายน้อยหยางจื่อแต่เด็กคนนั้นก็เป็นแค่บุตรบุญธรรมของท่านไม่ใช่สายเลือดของตระกูลหมิงด้วยซ้ำและที่สำคัญเด็กคนนั้นไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้ไม่ต่างจากคนธรรมดาคนหนึ่งเลย"หมิงโหวกล่าว "เเล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจื่อเอ๋อบ่มเพาะพลังไม่ได้ข้าจะบอกให้รู้ไว้เลยนะที่จื่อเอ๋อยังบ่มเพาะพลังไม่ได้ไม่ใช่ว่าเขานั้นพิการหรือไร้พรสวรรค์แต่เป็นเพาะเส้นชีพจรของเขาไม่เหมือนกับคนทั่วไปซึ่งต้องใช้วิธีพิเศษในการเดินรมปราณ"หมิงฮ่าวกล่าวอย่างเย็นชา "แต่ถึงอย่างงั้นมันก็สายไปเเล้วตอนนี้เด็กคนนั้นอายุ 15 ปีเเล้วต่อให้เกิดปาฏิหาริย์จริงเด็กคนนั้นก็ไม่สามารถตามคนอื่นได้ทันหรอก"หมิงโหวกล่าว "เรื่องนี้เอาไว้คุยกันทีหลังแต่ข้ามีเรื่องอยากจะถามท่านผู้อาวุโสหมิงโหวเมื่อ 1 เดือนก่อนมีคนพบเห็นบุตรของท่านพาจื่อเอ๋อออกไปข้างนอกละพบเข้ากับกลุ่มชายหนุ่มของตระกูลเย่ทำให้จื่อเอ๋อเกือบถูกทำร้ายแต่บุตรของท่านกลับวิ่งหนีเอาตัวรอดในทันทีที่เห็นกลุ่มชายหนุ่มของตระกูลเย่โดยทิ้งจื่อเอ๋อเอาไว้ข้างหลังท่านคิดว่าเรื่องนี้มันน่าอับอายหรือไม่" หมิงฮ่าวกล่าว"เื่จริงงั้นหรือท่านประมุข" ผู้าุโที่ชื่อ ิคงกล่าว
"กลุ่มเงาเป็คนรายงานให้ข้าฟัง" ิฮ่าวกล่าว
"บัดซบนี่มันน่าอับอายยิ่งกว่าเรื่องที่บ่มเพาะพลังไม่ได้ซะอีกคนที่ไม่ได้บ่มเพาะพลังกลับไม่วิ่งหนีแต่กลับกัน คนที่บ่มเพาะพลังกลับวิ่งหนีหางจุกตูดนี่มันเป็นความอัปยศของตระกูลชัด" ผู้อาวุโสหลายๆคนเริ่มแสดงความไม่พอใจออกมากลับกันใบหน้าของหมิงโหวเริ่มบิดเบี้ยวเเละแดงก่ำด้วยความอับอาย ทางด้านหยางจื่อที่เดินทางมาถึงหุบเขาและเริ่มล่าสัตว์อสูรระดับต่ำอย่างเมามันแต่ในขณะนั้นเองก็มีกลุ่มคนเดินมาทางที่หยางจื่ออยู่พวกคือกลุ่มคนที่เคยจะทำร้ายหยางจื่อในตอนที่ลูกชายของหมิงโหวพาหยางจื่อออกไปข้างนอกนั่นเอง--------------------------------------------------------------------------------------