บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 เสิ่นเฟย

            หากเฉินหลินเจี้ยนละโมบโลภมากกับสมบัติล้ำค่าและคิดสำรวจลึกเข้าไปในเขาวงกตเช่นนั้นสถานการณ์ของพวกเขาย่อมเป็นอันตรายใหญ่หลวง

            โชคดีเฉินหลินเจี้ยนเป็นคนเด็ดเดี่ยว

            พวกเขากลับไปถึงป้อมปราการ น้ำตาของหูเหยียนหลันรั่วไหลออกมาไม่หยุดเมื่อนางเห็นเนี่ยหลี

            “เนี่ยหลี เจ้ากลับมาแล้ว ดีแล้วๆ!” หูเหยียนหลันรั่วพริบตาก็กระโจนเข้าหาเนี่ยหลีกอดเขาไว้แน่น ทรวงอกอวบอิ่มคู่นั้นเบียดใส่ช่วงอกของเนี่ยหลี

            “ขอบคุณเจ้าที่เสี่ยงชีวิตช่วยปกป้องข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกวานรยักษ์แขนเทาตัวนั้นกลืนลงท้องไปแล้ว!”หูเหยียนหลันรั่วสองแก้มแดงระเรื่อจ้องมองเนี่ยหลีอย่างเต็มไปด้วยความหลงใหล

            “ข้าแทบถูกเจ้ารัดจนตายแล้ว รีบปล่อยข้าเร็วเข้า!”

            เนี่ยหลีตบหน้าผาก หูเหยียนหลันรั่วแสดงความรักผิดคนแล้วเหตุผลที่เขาสละตนสกัดกั้นวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรก็เพื่อให้เยี่ยจื่ออวิ๋นปลอดภัยมิใช่เพื่อนาง!

            เห็นสีหน้ายุ่งยากใจของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นอดยิ้มออกมาไม่ได้โฉมงามสะคราญโฉมเช่นหูเหยียนหลันรั่วอยากกอดเนี่ยหลีเขากลับไม่ต้องการสมองของเนี่ยหลีคงโขกถูกประตูแล้ว ทว่าเมื่อเห็นหูเหยียนหลันรั่วกอดเนี่ยหลีไว้เสียแน่นเช่นนี้ก็อดรู้สึกบาดใจอยู่บ้างมิได้ นางทำเสียงฮึเบาๆ คราหนึ่ง

            “พวกสมาคมมืดอย่างนั้นรึ!” เฉินหลินเจี้ยนสูดอากาศเย็นยะเยือกคำหนึ่งพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนก

            เฉินหลินเจี้ยนมองออกไปนอกป้อมปราการ เห็นคนสวมชุดดำหลายคนปรากฏตัวสู่สายตาเขาลดเสียงลงและพูดว่า “ตามข้ามา ไปทางนี้!”

            เฉินหลินเจี้ยนพาคณะเดินเข้าป่าทึบด้านหลังป้อมปราการ

            “ระวัง อย่าทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้!”

            ภายใต้การคุกคามของสมาคมมืด ทุกคนเร่งรีบหลบหนีตลอดทาง แทบจะบินไปได้แล้วพวกเขารู้ดีว่าหากถูกพวกสมาคมมืดจับตัวไปจะตกอยู่ในสภาพเลวร้ายเพียงใด

            เนี่ยหลีชำเลืองมองไปทางด้านหลัง ในใจครุ่นคิดแม้เคยเผชิญหน้ากันเพียงหนเดียว แต่เนี่ยหลีก็จดจำรังสีกายของหัวหน้าพวกมันได้แล้วหัวหน้าของพวกมันก็เคยเห็นหน้าของเนี่ยหลี ดังนั้นต่อให้เขากลับไปถึงเมืองกวงฮุยแล้วเขายังต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากหากถูกจดจำได้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกจับตามอง

            นอกจากตระกูลเสินเซิ่งแล้วก็ยังมีสมาคมมืดที่คอยคุกคามเมืองกวงฮุยในใจเนี่ยหลีบังเกิดความรู้สึกเร่งด่วนอย่างหนึ่งขึ้นมา เขาต้องรีบเพิ่มพลังของตนโดยเร็วไม่เช่นนั้นยามเมื่อหายนะมาถึง กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะปกป้องตนเองก็ยังไม่มี

            เมื่อได้ตะเกียงวิญญาณมาแล้วเขาต้องรีบฝึกให้ถึงระดับเงินและหลอมรวมจิตเข้ากับตะเกียงวิญญาณในเวลาอันสั้นเช่นนี้จึงพอจะปกป้องตนเองได้

            ระดับเงินอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้อื่นทว่าสำหรับเนี่ยหลีแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็นอันใด

            กระทั่งเนี่ยหลีและคณะกลับถึงเมืองกวงฮุยคนจากสมาคมมืดพวกนั้นจึงไม่สามารถไล่ตามพวกเขาได้ ในใจของทุกคนจึงค่อยรู้สึกโล่งอก

            ข่าวการกลับมาของเฉินหลินเจี้ยนและคณะกระจายออกไปทั่วเมืองกวงฮุยอย่างรวดเร็วที่ยิ่งน่าประหลาดใจก็คือผลเก็บเกี่ยวของเฉินหลินเจี้ยนและพวกในครั้งนี้สมบัติล้ำค่ามากมายน่าตื่นใจนัก การประมูลครั้งใหญ่ถูกจัดขึ้นสมบัติมากมายที่เฉินหลินเจี้ยนนำกลับมาถูกประมูลออกไปได้ในราคาสูงลิบลิ่ว

            ทั้งเมืองกวงฮุยต่างตื่นเต้นหลายคนเริ่มจัดคนออกเดินทางไปยังซากเมืองโบราณกู่หลันหวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวอะไรกลับมาได้บ้าง

            ความวุ่นวายเหล่านี้ล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีเขาได้ตะเกียงวิญญาณที่ต้องการมาแล้ว และยังได้กระดาษหน้าหนึ่งของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลากลับมาอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วยผลเก็บเกี่ยวที่ได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้นับว่าเกินความคาดหมายอย่างยิ่งแล้ว

            ในเวลาเดียวกัน มีข่าวอย่างหนึ่งที่ทำให้เนี่ยหลีต้องครุ่นคิดอย่างหนักกล่าวกันว่าขณะที่เฉินหลินเจี้ยนและคณะกลับมาถึงเมืองกวงฮุย เสิ่นเยวี่ยก็กลับมาถึงก่อนแล้วทั้งยังไม่มีผู้ใดกลับมาพร้อมเสิ่นเยวี่ย

            นี่ออกจะแปลกอยู่บ้าง!

            ลำพังแค่พลังของเสิ่นเยวี่ยเพียงอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านบริเวณอันตรายมากมายกลับมาถึงเมืองกวงฮุยได้!

            เมื่อคิดถึงพวกสมาคมมืดที่พบในซากเมืองโบราณเนี่ยหลีก็พลันนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งบางทีอาจมีความลับบางอย่างเกี่ยวพันระหว่างตระกูลเสินเซิ่งกับสมาคมมืดเขาน่าจะนึกได้นานแล้ว!

            ท่าทีหลายอย่างของตระกูลเสินเซิ่งในชาติที่แล้ว การทรยศต่อเมืองกวงฮุยเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่คิดปกป้องเมืองกวงฮุยตามหน้าที่ของตนมานานแล้วเช่นนั้นก็เป็นไปได้อย่างมากว่าพวกมันอาจจะสมคบคิดกับสมาคมมืด

            ในชาติที่แล้ว เนี่ยหลีไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมาคมมืดมากนักกล่าวกันว่าสมาคมมืดก่อตั้งฐานกำลังของตนในเทือกเขาเซิ่งจู่ ที่นั่นเป็นสถานที่ปลอดภัยและลึกลับอย่างยิ่ง!

            บางทีตระกูลเสินเซิ่งในชาติก่อนทรยศต่อเมืองกวงฮุยก็เพื่อเดินทางไปยังสมาคมมืดไม่เช่นนั้นพวกมันจะไปที่ไหนได้?

            ควรตายยิ่งนัก! เหตุใดจึงเพิ่งมานึกได้เอาตอนนี้!

            เนี่ยหลีกำหมัดแน่น เส้นเลือดตามท่อนแขนปูดโปนแทบระเบิดนับตั้งแต่วันที่เขาเฝ้ามองคนในครอบครัวล้มตายใต้กรงเล็บของสัตว์อสูรตามผู้ลี้ภัยอพยพออกจากเมืองกวงฮุยเข้าสู่ทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาลเห็นเยี่ยจื่ออวิ๋นตายต่อหน้าต่อตาและทำให้เขาต้องเดินทางไปทั่วทวีปเซิ่งหลิงราวกับพวกเร่ร่อน

            ดวงตาของเนี่ยหลีฉายแววจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเสินเซิ่งหรือสมาคมมืดพวกมันล้วนสมควรถูกทำลาย!

            ณ ห้องสมุดโรงเรียนเซิ่งหลัน

            หลังจากที่เนี่ยหลีกลับมา เขาก็กลับมาฝึกหนักกับตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวก

            หลังจากที่กลับมา อัตราก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์ของเนี่ยหลีก้าวกระโดดไปทุกวันกระดาษหนึ่งหน้าของบันทึกจิตอสูรแห่งกาลเวลาทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่องช่วยกระตุ้นอาณาเขตวิญญาณของเนี่ยหลี

            ได้รับการกระตุ้นอาณาเขตวิญญาณเช่นนี้ พลังวิญญาณของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเป็นอันมาก

            สามวันต่อมา หญ้าจื่อหลันและยาวิเศษมากมายถูกใช้ไปวรยุทธ์ของเนี่ยหลีในที่สุดก็ก้าวขึ้นถึงระดับทองแดงสองดาวแล้ว

            หากสามารถพัฒนาถึงระดับสามดาวได้ก่อนการทดสอบในอีกสองเดือนที่จะถึงนี้และเป็นที่เปิดเผยออกไปเช่นนั้นเนี่ยหลีและพวกก็จะได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ระดับสูงในโรงเรียนได้รับการสนับสนุนในฐานะอัจฉริยะผู้หนึ่งไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ใหญ่หรือพวกขุนนางระดับสูงของเมืองกวงฮุยอัจฉริยะในการฝึกยุทธ์ถือว่ามีความสำคัญที่สุด หากเนี่ยหลีเป็นที่รู้จักเมื่อใดต่อให้เป็นตระกูลเสินเซิ่งก็ไม่สามารถแตะต้องเขาได้โดยง่าย!

            ยังมีเวลาอีกนานกว่าจะถึงการทดสอบในอีกสองเดือน เนี่ยหลีมีเวลาเหลือเฟือ!

            นอกจากเนี่ยหลีแล้ว ตู้เจ๋อลู่เพียวและพวกก็มีความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์อย่างก้าวกระโดดเช่นกัน

            วันนี้เสิ่นเยวี่ยไม่อยู่ในสายตาของเนี่ยหลีอีกต่อไปแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปเสิ่นเยวี่ยก็ยิ่งรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างตนกับเนี่ยหลีนับวันก็ยิ่งห่างไกลกันมากขึ้นในที่สุดก็ถึงขั้นไกลเกินเอื้อม

            เวลานี้ ข่าวลืออย่างหนึ่งแพร่สะพัดออกไปทั่ว

            “เจ้ารู้หรือไม่? คุณหนูหูเหยียนหลันรั่วมาหาเนี่ยหลีที่ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเป็นประจำ!”

            “เจ้ารู้หรือไม่? คุณหนูหูเหยียนหลันรั่วประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่านางจะไล่ตามเนี่ยหลีสุดท้ายยังมีเรื่องขัดแย้งกับคุณหนูเซียวหนิงเอ๋อร์อีก”

            ข่าวลือนี้นับวันก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จเป็นประการใด

            ข่าวซุบซิบแพร่กระจายออกไปทั่วโรงเรียน ไม่ว่าอย่างไรเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงสองคนช่วงชิงเด็กผู้ชายคนเดียวนับว่าหาได้ยากและจุดที่สำคัญที่สุดก็คือทั้งหูเหยียนหลันรั่วและเซียวหนิงเอ๋อร์ต่างก็เป็นยอดพธูงามของโรงเรียนเซิ่งหลันเด็กสาวที่ดีเลิศปานนี้ หากคนใดคนหนึ่งไล่ตามนักเรียนที่เป็นในชั้นเรียนอัจฉริยะผู้หนึ่งก็ยังว่าไปอย่างทว่าคนที่พวกนางไล่ตามกลับเป็นนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นนี่ช่างทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

            เมื่อเร็วๆ นี้เนี่ยหลีกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงไปแล้วครั้งแรกก็ตบหน้าทำลายชื่อเสียงของตระกูลเสินเซิ่ง จากนั้นก็มีความขัดแย้งกับอาจารย์ของตนหลังจากนั้นยังข่าวที่ตระกูลเสินเซิ่งต้องการฆ่าเขาและเวลานี้ยังมีสองโฉมงามไล่ตามเขาอีกเรื่องนี้ช่างทำให้เนี่ยหลีเป็นที่รู้จักไปทั่วโรงเรียน

            หูเหยียนหลันรั่วไปที่ห้องสมุดของโรงเรียนเซิ่งหลันหลายหนและถูกเนี่ยหลีหลบหน้าหนีไปพูดกันว่าหลังเลิกเรียนทุกๆ วันหูเหยียนหลันรั่วจะไปยืนเฝ้าที่หน้าประตูโรงเรียนรอคอยเนี่ยหลี

            “เนี่ยหลี เจ้าปีนกำแพงเข้าๆ ออกๆ โรงเรียนทุกวัน หากพวกผู้รักษากฎมาพบเข้าเจ้าต้องเจอดีแน่!” ลู่เพียวหัวเราะหึหึพูดกับเนี่ยหลี

            เนี่ยหลีมีสีหน้าขมขื่นและพูดว่า “หากออกทางประตูหน้าโรงเรียนก็ต้องเจอยายบ้าผู้นั้นเป็นแน่ น่ารำคาญจะแย่แล้ว!”

            “เนี่ยหลี สารภาพกับพวกเรามาตามตรงเสียดีๆเจ้าไปยุ่งกับคุณหนูหูเหยียนหลันรั่วได้อย่างไร?” ลู่เพียวทั้งอิจฉาทั้งชังเจ้าเนี่ยหลีถูกสาวงามเช่นหูเหยียนหลันรั่วไล่ตาม เนี่ยหลีกลับทำเฉยชา ไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้วหากเป็นลู่เพียว ไม่ต้องให้หูเหยียนหลันรั่วเป็นฝ่ายเริ่มไล่ตามเกรงว่าคงเป็นฝ่ายเริ่มส่งตัวไปถึงหน้าประตูแล้วไม่ต้องพูดถึงความงามยวนใจของหูเหยียนหลันรั่วลำพังแค่ทรวงอกอวบอูมคู่นั้นก็รู้สึกคึกคักมากมายแล้วหากมิใช่เพราะเนี่ยหลีเอาแต่บอกพวกเขาว่าตนชอบเยี่ยจื่ออวิ๋นพวกเขาก็แทบจะคิดว่าเนี่ยหลีชอบผู้ชายแล้ว!

            “ข้าไปยั่วนางเสียที่ไหน สตรีผู้นี้ก็แค่ประหลาดจนพูดด้วยไม่รู้เรื่อง!”เนี่ยหลียิ้มขื่นเรื่อยเฉื่อย

            “ช่วยไม่ได้ ดูเหมือนต่อไปทุกๆ วันพวกเราคงต้องมาปีนกำแพงกับเจ้าแล้ว!”ตู้เจ๋อยักไหล่ยิ้มบางๆ เขาไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องซุบซิบเหล่านี้นักเพียงต้องการทุ่มเทใจฝึกยุทธ์และเปลี่ยนโชคชะตาของครอบครัวเนี่ยหลีช่วยให้เขามีโอกาสเช่นนี้ ชีวิตที่เหลือของเขาย่อมต้องรับใช้เนี่ยหลี

            เวลานี้เอง หลายคนที่มีเข็มกลัดติดอยู่บนตัวซึ่งอยู่ไกลออกไประยะหนึ่งเริ่มตะโกน“นี่ พวกเจ้าเป็นนักเรียนชั้นไหนรึ? ไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น?หยุดอยู่ตรงนั้นเสียโดยดี!”

            เนี่ยหลีและพวกชำเลืองมองตากัน ซู่ ซู่ ซู่ ร่างของคนทั้งหกกระโจนขึ้นๆลงๆ พลิกตัวข้ามกำแพงของโรงเรียนเซิ่งหลันหนีไป

            โรงเรียนเซิ่งหลัน ชั้นเรียนสำหรับนักเรียนผู้มีพรสวรรค์นักเรียนหลายคนรวมตัวกันอยู่

            “ฮ่าๆ เสิ่นเฟยข้าได้ยินมาว่าคู่หมั้นของเจ้าแทบจะต่อสู้กับหูเหยียนหลันรั่วเพื่อเด็กผู้ชายคนเดียวเป็นความจริงหรือ?” เด็กหนุ่มร่างสูงท่าทางผึ่งผายอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีเดินเข้ามาหยอกล้อและหัวเราะ

            ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละกลุ่มไม่ค่อยดีนัก เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อเยี่ยหงเป็นญาติของเยี่ยจื่ออวิ๋น อยู่ในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์มีคนนับหน้าถือตาไม่น้อยมีหลายคนคอยติดตามเขา ปกติไม่ค่อยชอบหน้าเสิ่นเฟยนัก

            เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยหง เสิ่นเฟยกำหมัดแน่นจนเลือดแทบไหลเรื่องทำนองนี้แม้ยังไม่รู้ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ข่าวลือบ้าบอในโรงเรียนเซิ่งหลันเรื่องนี้คนที่อับอายที่สุดย่อมเป็นเสิ่นเฟย!

            “ข้าได้ยินน้องสาวเล่าว่าแม่นางคนนั้นไม่ชอบเจ้า หากเป็นเช่นนั้นเหตุใดจึงฝืนใจผู้อื่น ปล่อยนางเป็นอิสระเถิดวันหนึ่งข้างหน้าจะได้ไม่ต้องสวมหมวกเขียว*ให้เจ้า!”(*สวมเขา) เยี่ยหงหัวเราะ เขาเป็นญาติของเยี่ยจื่ออวิ๋นดังนั้นจึงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเซียวหนิงเอ๋อร์มาบ้างด้วยอิทธิพลจากเยี่ยจื่ออวิ๋นเขาจึงเป็นศัตรูกับเสิ่นเฟยในชั้นเรียนทุกครั้งที่ทำได้... เสิ่นเฟยหดหู่นักเหตุใดเยี่ยหงจึงคอยหาเรื่อง ทว่าเขากลับไม่มีปัญญาโต้ตอบอันใด ฐานะของเยี่ยหงกดเขาเสียแน่นต่อให้รำคาญเพียงใดก็ได้แต่หลีกเลี่ยงความบาดหมางโดยตรงกับเยี่ยหง

            อย่างไรก็ตาม กับเรื่องนี้เสิ่นเฟยไม่อาจทนต่อไปได้อีก เขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวว่า“ไม่มีผู้ใดสามารถแย่งชิงผู้หญิงของข้าไปได้หากข้าไม่ได้ครอบครอง ผู้อื่นก็อย่าได้ฝันไปเลย!” 

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498