หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 48 - บังคับกันเกินไป

            “ศิษย์พี่ใหญ่ศิษย์พี่รอง!” ชิงจีพาหยางเหล่ยและคนอื่นๆ ไปด้านข้างของกงเสวียนและอู๋ฉี

            “มาเถิดสิบเอ็ดก็กลับมาแล้ว ดีมาก” กงเสวียนยิ้มและพยักหน้าให้ทุกคน

            “ศิษย์พี่ใหญ่เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” หยางเหล่ยถาม

            หลังจากได้ฟังคำตอบของกงเสวียนทุกคนก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

            ตอนกงเสวียนมาถึงเขาก็ได้พบราชสีห์ทองคำ หลังจากตามมันอยู่สักพักหนึ่ง เขาได้ผ่านค่ายกลตามธรรมชาติเข้ามาถึงที่นี่จนพบว่ามีมิติลึกลับซ่อนอยู่ เขาจึงตัดสินใจทำลายการปิดกั้นทางเข้าของพื้นที่นั้นแต่หลังจากที่กงเสวียนทำลายการปิดกั้นแล้ว ผู้คนจากยอดเขาชิงสือต่างก็ต้องการจะเข้าไปด้านในแน่นอนว่ากงเสวียนต้องปฏิเสธ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มต่อสู้กันทว่าผู้คนจากยอดเขาชิงสือล้วนโดนกงเสวียนจัดการกลับไปจากนั้นผู้คนยอดเขาเทียนอวี่และผู้คนจากยอดเขาวั่งอวิ๋นก็มาถึง

            “ลั่วเต้าหยวนวันนี้พี่น้องจากยอดเขาไท่เสวียนอยู่ที่นี่ ถ้าเจ้าต้องการจะเข้าไปทำไมเจ้าไม่เข้ามาเล่า?” หยางเหล่ยก้าวไปข้างหน้าและยืนข้างหวาหนาน

            “ทำไมเจ้าคิดว่ายอดเขาไท่เสวียนมีคนมากนักหรือ? ตอนนี้ผู้คนจากทุกยอดเขาอยู่ที่นี่แล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่ายอดเขาไท่เสวียนของพวกเจ้าต้องการผูกขาดทรัพยากรทั้งหมดโดยไม่แบ่งปันให้ผู้อื่น?” ลั่วเต้าหยวนเยาะเย้ย

            “หุบเขาโอสถมีคนน่ารังเกียจอย่างเจ้าได้อย่างไรถ้าเจ้ามีความสามารถที่จะทำได้แล้วก็ เจ้าจะให้ยอดเขาอื่นๆ ออกมาทำอะไร?” หยางเหล่ยมองดูลั่วเต้าหยวนอย่างดูถูก

            “หยางเหล่ยเจ้าด่าใคร?” ลั่วเต้าหยวนอดโมโหไม่ได้หลังโดนหยางเหล่ยดูถูกต่อหน้าผู้คนมากมาย

            “ข้าด่าเจ้าแล้วทำไม เจ้าคิดจะกัดคนหรือ?” หยางเหล่ยกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าลั่วเต้าหยวน

            “หยางเหล่ยเจ้าชักจะมากเกินไปแล้ว! ศิษย์พี่ลั่วเข้ามาเป็นศิษย์ก่อนหน้าเจ้าตั้งนานเขาก็เป็นศิษย์พี่ของเจ้าด้วยเหมือนกัน”หลูจิ้งซึ่งสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเหลือบมองลั่วเต้าหยวนซึ่งมีใบหน้าแดงก่ำแล้วจึงพูดขึ้น

            “หลูจิ้งอย่าแสร้งทำตัวเป็นคนดีศิษย์พี่ใหญ่ของข้าเป็นผู้เปิดทางเข้าของพื้นที่ซ่อนเร้นนี้เจ้าต้องการเข้าไปหรือไม่? ไว้หน้าตัวเองด้วย!”หยางเหล่ยสวนกลับโดยไม่เห็นแก่หน้าหลูจิ้ง

            หลังจากถูกหยางเหล่ยต่อว่าหลูจิ้งก็ไม่ได้พูดอะไรอีกสถานการณ์กลับกลายเป็นทางตัน ตอนนี้ยอดเขาทั้งสิบสองในหุบเขาโอสถอยู่ที่นี่ยกเว้นยอดเขาชิงสือซึ่งกงเสวียนได้ขับไล่ไปก่อนหน้าแล้วแต่ก็ไม่มียอดเขาใดที่เต็มใจจะเจรจากับยอดเขาไท่เสวียนจริงๆ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเพราะศิษย์ของยอดเขาไท่เสวียนนั้นยากจะรับมือนอกจากนี้หลิ่วหยางอวี่ก็ปกป้องศิษย์ของตนเองอย่างสุดความสามารถอีกด้วย

            “พวกเรามาหาวิธีจัดการที่ดีที่สุดกันเถิดแค่ยืนเถียงกันเฉยๆ แบบนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ใช่หรือไม่?” ชายชุดขาวจากยอดเขาตานติ่งยืนขึ้นและพูด

            “หลี่เฉินเจ้าไสหัวไปเสีย ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นแค่คนดีจอมปลอม หากต้องการเจรจาก็ให้ไอ้สารเลวฉู่หลิงเซียวผู้นั้นออกมาเอง” เมื่อเห็นคนของยอดเขาตานติ่งออกมาชิงจีก็โพล่งด่าเขา

            หลี่เฉินแตะจมูกของเขาและถอยกลับไปเขารู้ว่าชิงจีมีความขัดแย้งใหญ่โตกับฉู่หลิงเซียว!

            “ศิษย์พี่กงไม่มีใครรู้ว่าเคยเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ซ่อนเร้นนี้เช่นนั้นให้ทุกคนไปสำรวจด้วยกันเถิด ถ้ามีทรัพยากรอยู่ข้างในยอดเขาไท่เสวียนก็จะได้รับส่วนแบ่งมากกว่าดีหรือไม่?” ชายคนหนึ่งจากยอดเขาอวิ๋นไห่กล่าว

            “ข้าไม่มีความเห็นอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ศิษย์น้องไป๋พูด”กงเสวียนพยักหน้า

            ยอดเขาไท่เสวียนและยอดเขาอวิ๋นไห่นั้นค่อนข้างอยู่ใกล้กันความสัมพันธ์ระหว่างยอดเขาทั้งสองก็ค่อนข้างดีนอกจากนี้สิ่งที่ไป๋ชิงซานศิษย์ของยอดเขาอวิ๋นไห่กล่าวก็ถือว่าสมเหตุสมผล

            “เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรไป๋ชิงซาน ทรัพยากรของเทือกเขาตานติ่งจะต้องถูกแบ่งเท่าๆกันหรือไม่ก็ต้องไม่มีใครได้รับ เจ้ากำลังสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือไม่?” หลังจากได้ยินคำพูดของไป๋ชิงซานลั่วเต้าหยวนก็รู้สึกยอมรับไม่ได้

            “ข้าพูดไปแล้วลั่วเต้าหยวน เจ้าเป็นสุนัขบ้าที่กัดคนไม่เลือกอย่างนั้นหรือ? ถ้าเจ้าเก่งกาจมากนักเจ้าก็ไปเถิด!” เดิมทีไป๋ชิงซานต้องการที่จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างสงบแต่เมื่อได้ยินคำพูดของลั่วเต้าหยวนเขาก็รู้สึกโกรธเคือง

            “ศิษย์อย่างพวกเจ้าทะเลาะกันเรื่องอะไร?” ชายชราคนหนึ่งพูดขึ้นหลังจากที่เขาปรากฏตัวพร้อมกับกลุ่มคน

            “ตีเด็กไปคนแก่ก็มา” โม่เฉินซึ่งยืนอยู่ข้างเยี่ยซางกล่าวด้วยเสียงต่ำ

            ชายชราผู้นี้เป็นประมุขของยอดเขาชิงสือไต้ถงเหนียน ก่อนหน้านี้ศิษย์ของยอดเขาชิงสือโดนกงเสวียนทุบตีกลับไปดังนั้นเขาจึงมาที่นี่ด้วยตัวเอง

            เมื่อเห็นไต้ถงเหนียนกงเสวียนและคนอื่นๆ ก็โค้งคำนับ

            “หากมีพื้นที่ซ่อนเร้นอยู่ก็เข้าไปสำรวจเถิด” ไต้ถงเหนียนเดินไปที่ทางเข้าของพื้นที่ซ่อนเร้นหลังจากพูดจบ

            ท่าทางของกงเสวียนเปลี่ยนไปเขาออกไปอยู่ด้านหน้าของหวาหนานและหยางเหล่ย แล้วในพริบตาก็ขวางทางไต้ถงเหนียนไว้

            การกระทำของกงเสวียนทำให้สีหน้าของผู้คนในสิบสองยอดเขาเปลี่ยนไปดูเหมือนกงเสวียนก็ต้องการหยุดไต้ถงเหนียนเช่นกัน

            “กงเสวียนเจ้าหมายความว่าอย่างไร แม้แต่เปิ่นจั้วก็เข้าไปไม่ได้หรือ?” ไต้ถงเหนียนมองกงเสวียนอย่างเย็นชา

            “แล้วประมุขไต้หมายความว่าอย่างไรท่านต้องการขโมยทรัพยากรที่คนรุ่นหลังค้นพบใช่หรือไม่?” กงเสวียนถามโดยตรงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

            “อะไรที่เรียกว่าขโมยกัน? เปิ่นจั้วจะเข้าไปดูข้างในว่ามีอันตรายหรือไม่ถ้าไม่มีอันตรายเช่นนั้นพวกเจ้าก็เข้าไปสำรวจได้” ประมุขยอดเขาชิงสือที่กงเสวียนหยุดไว้กำลังโกรธจัด

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นลูกศิษย์เพิ่งเปิดทางเข้าของพื้นที่ซ่อนเร้น สำหรับเรื่องการตรวจสอบอันตรายเราแค่สำรวจอย่างช้าๆ ก็ได้แล้ว” กงเสวียนกล่าวอย่างนุ่มนวล

            “เจ้าต้องการหยุดเปิ่นจั้วใช่หรือไม่เจ้าไม่กลัวว่าเปิ่นจั้วจะจัดการเจ้าเรื่องที่เจ้าทำร้ายเฟิงหยวนหรือ?” เมื่อเขาโดนกงเสวียนปฏิเสธก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่งหนำซ้ำศิษย์คนโตของเขา เฟิงหยวนก็ได้รับบาดเจ็บจากกงเสวียนอีก

            “ทำไมเฟิงหยวนถึงได้รับบาดเจ็บหรือ? ทั้งที่ผู้อื่นเป็นคนเปิดทางเข้าพื้นที่ซ่อนเร้นนี้แท้ๆแต่เขากลับต้องการรีบเข้าไปข้างในไม่ใช่หรือ?” กงเสวียนไม่ต้องการที่จะยอมแพ้

            “เจ้าไม่เห็นศิษย์พี่และผู้อาวุโสของสำนักอยู่ในสายตาเลยหรือ?” ไต้ถงเหนียนคำรามด้วยความโกรธ

            กงเสวียนไม่ตอบเขาแค่ยืนอยู่ข้างหน้าไต้ถงเหนียนโดยไม่ยอมหลบ อันที่จริงทุกคนรู้อยู่แล้วว่าค่ายกลที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติซึ่งอยู่ด้านหลังของกงเสวียนนั้นเป็นสถานที่ไม่ธรรมดาปราณจิตวิญญาณที่ซึมผ่านออกมามีความแข็งแกร่งมาก

            “ดี!ดี! เช่นนั้นเปิ่นจั้วจะสั่งสอนเจ้าแทนอาจารย์ของเจ้าเอง”เมื่อกงเสวียนหยุดเขาไว้และเห็นว่าไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ซ่อนเร้นที่อยู่ด้านหลังได้ไต้ถงเหนียนก็ไม่ต้องการให้เกิดความล่าช้าต่อไปอีก

            “เช่นนั้นก็ก้าวข้ามร่างของศิษย์พี่ศิษย์น้องของเราไปก่อนเถิด”แขนเรียวของชิงจียกมือขึ้นโบกดาบเล่มยาวก็ปรากฏอยู่ในมือของนางเยี่ยซางก็หยิบหอกสังสารวัฏออกมาด้วย แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะต่ำแต่เยี่ยซางก็ต้องต่อสู้เพื่อเกียรติยศของยอดเขาไท่เสวียน

            ตอนนั้นเองที่มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากนั้นก็ฟาดฝ่ามือไปทางไต้ถงเหนียนซึ่งฟาดฝ่ามือกลับไปหาเขาเช่นกัน

            ตูม!

            ถัดจากเสียงปะทะร่างกายของไต้ถงเหนียนก็สั่นสะท้าน ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดงคล้ำเห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บทีเดียว

            “คิดจะสั่งสอนลูกศิษย์ข้าหรือเจ้าไม่มีคุณสมบัตินี้หรอก ไต้ถงเหนียน”ร่างที่ปรากฏนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลิ่วหยางอวี่ผู้เป็นประมุขของยอดเขาไท่เสวียน

            “หลิ่วหยางอวี่เจ้าจะมากเกินไปแล้ว” ไต้ถงเหนียนชี้นิ้วที่สั่นเทาอย่างโกรธเคืองไปยังหน้าของหลิ่วหยางอวี่ตอนนี้เขากำลังเสียเปรียบ

            “เจ้ารู้ตัวดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นใครกล้ารังแกผู้อาวุโสและกลั่นแกล้งศิษย์จากยอดเขาไท่เสวียนของข้า ข้าจะไม่เกรงใจอย่างแน่นอน”หลิ่วหยางอวี่พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา

            หยางเหล่ยเป็นผู้ที่ทำลายป้ายหยกของหลิ่วหยางอวี่ที่เคยมอบให้เขาทำให้หลิ่วหยางอวี่มาได้ทันเวลาพอดี

            จากนั้นหลิ่วหยางอวี่ก็เพิกเฉยต่อไต้ถงเหนียนเขาหันไปมองทางเข้าพื้นที่ซ่อนเร้นอยู่ซึ่งถูกเปิดออกแล้วกล่าวว่า“ปราณจิตวิญญาณที่รั่วไหลออกมารุนแรงมาก ไม่เหมาะที่จะเข้าไปสำรวจมิฉะนั้นเปิ่นจั้วจะไม่ห้ามหากพวกเจ้าต้องการจะเข้าไป”

            “ท่านอาจารย์ท่านเคยมาที่นี่มาก่อนหรือไม่” กงเสวียนถาม

            “เมื่อสิบกว่าปีก่อนอาจารย์เคยมาที่นี่ มันอาจเป็นจุดเชื่อมต่อของมิติอื่นแต่มันไม่มั่นคงเป็นอย่างยิ่งหากผู้ฝึกตนระดับเฟินเสินเข้าไปอาจทำให้พื้นที่พังทลายได้ส่วนเรื่องสถานการณ์ข้างใน เราจะพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลัง” หลิ่วหยางอวี่นำหินวิญญาณออกมาและฝังลงไปในพื้นดินตรงพื้นที่ซ่อนเร้นจากนั้นหมอกสีขาวก็ลอยขึ้นมาบดบังพื้นที่ หลิ่วหยางอวี่แตะปลายนิ้วที่หว่างคิ้วปรากฎแสงสีขาวก็พุ่งเข้าไปในพื้นที่

            “อาจารย์ทิ้งตราประทับวิญญาณไว้ตราบใดที่มีคนมาสัมผัสพื้นที่นี้ อาจารย์จะรู้ได้ทันที” หยางเหล่ยพูดกับเยี่ยซาง

            เยี่ยซางพยักหน้าเขาตกใจอย่างยิ่ง นี่เป็นวิธีที่ท้าทายสวรรค์

    “หลิ่วหยางอวี่เจ้าบีบบังคับกันเกินไปหรือไม่? ไม่ใช่ว่าเจ้าอยู่ที่นี่เพราะต้องการครอบครองสิ่งนี้หรือ??” ไต้ถงเหนียนกล่าวอย่างโกรธเคือง

    คล้ายกับเรื่องหมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】 ที่คุณอ่าน