เงื่อนไข
“ แล้วนี่เกิดท้องขึ้นมาจะทำยังไง "
พูดจบเขาก็ปล่อยมือออกจากแขนของฉันแล้วเดินจากไปปล่อยให้ฉันยืนนิ่งอึ้งอยู่คนเดียว ฉันลืมไปเสียสนิทเื่ยาคุม ฉันรู้...รู้ว่าเวลาที่คนเรามีเพศสัมพันธ์จะต้องป้องกันซึ่งส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็ฝ่ายสวมถุงยางหรือถ้าไม่ผู้หญิงก็จะเป็ฝ่ายกินยาคุมเสียเอง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันมันเป็ครั้งแรกนี่ ครั้งแรกที่ฉันเองก็ไม่ได้เต็มใจ ฉันเสียใจ ผิดหวังกับท่าทีของนายนั่นจนทำให้ลืมเื่ยาคุมไปเสียสนิทเลย ....แย่แล้ว นี่มันก็ผ่านมาหลายวันแล้ว หากจะกินยาคุมฉุกเฉินก็ต้องกินหลังจากมีเพศสัมพันธ์เลย แล้วนี่หากท้องขึ้นมาฉันจะทำยังไงดี
“ หวานแกเป็อะไร “ เสียงลดาที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถาม
“ ปะ เปล่านี่ “
“ เปล่าอะไร แกไม่ได้ฟังที่อาจารย์พูดเลยนะ นี่ไงหลักฐาน “ ลดาว่าพลางชี้มือมาที่สมุดของฉัน
“ เฮ้ยยยย “ ฉันร้องด้วยความใเพราะหน้ากระดาษเปล่าก่อนหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยรอยปากกาที่ขีดหมุนเป็วงกลมเลอะเต็มไปหมด
“ ว่าไง “
“ เอ่อ ...เครียดนิดหน่อยน่ะ “ ฉันว่า
“ หวานมีอะไรรึเปล่า บอกเราสองคนได้นะ “ ใบเตยสาวหวานประจำกลุ่มเอ่ยขึ้น
“ แต่ชั้นว่าไม่นิดแล้วมั้ง ปกติแกไม่เคยเหม่อเวลาเรียนนี่ “ ลดาเอ่ยอีกครั้ง ฉันรู้ว่าเพื่อนทั้งสองคนเป็ห่วง แต่จะให้เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่างฉันและนายนั่นให้เพื่อนฟังตอนนี้ฉันก็ยังไม่กล้า อีกอย่างฉันกลัวลดาจะผิดใจกับปลาวาฬเื่ฉันเพราะนายนั่นก็เป็เพื่อนสนิทของปลาวาฬเช่นกันถ้าลดารู้เธอคงจะโทษตัวเองที่วันนั้นไม่ได้ไปส่งฉันด้วยตัวเอง
“ เครียดเื่พี่ตาลนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก “ ดังนั้นฉันจึงเลือกที่จะโกหก
“ ทำไมพี่น้ำตาลอาการกำเริบอีกเหรอ ? “ ลดาถามด้วยความเป็ห่วงจนฉันเองก็รู้สึกผิด
“ เปล่าๆ ไม่ได้เป็อะไร ฉันแค่อยากให้พี่ตาลเข้าสังคมมากกว่านี้ “
“ อ๋อ..เื่นี้นี่เอง แกคงต้องให้เวลาแหละนี่ชั้นว่าพี่ตาลก็ดีกว่าแต่ก่อนเยอะแล้วนะ “
“ ใช่ๆชั้นก็ว่าอย่างงั้นเหมือนกัน แกต้องให้เวลาพี่เค้า “ ใบเตยพยักหน้าเห็นด้วยกับลดา
“ อึ้ม..ชั้นคงเครียดไปเองนั่นแหละ ไปกันเถอะ คนอื่นออกจากห้องไปหมดแล้ว “
เราสามคนเก็บของแล้วออกจากห้องเรียนซึ่งเป็วิชาสุดท้ายของวันนี้ โชคดีที่วิชาเมื่อกี้อาจารย์สอนทบทวนเนื้อหาให้ไม่ได้เริ่มสอนเนื้อหาใหม่เพราะไม่งั้นต้องแย่แน่ๆ ก็ตอนที่อาจารย์สอนฉันไม่ได้ฟังเลยน่ะสิ
ขณะที่เราทั้งสามกำลังเดินลงบันได....โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็สั่น
“ เบอร์ใคร ? “ ฉันพึมพำกับตัวเองเมื่อเห็นเบอร์แปลกๆที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้
“ ฮัลโหลค่ะ “
( เสียงหวานเชียว ไหนลองพูดหวานๆแบบเมื่อกี้อีกทีซิ )
“ ใคร ? “ ฉันคิดในใจ แต่เมื่อลองคิดทบทวนฉันก็รู้สึกใเป็อย่างมาก เสียงนี้นี่มัน....
“ นี่ !!! ..... “ ฉันะโใส่คนปลายสายอย่างดัง เพื่อนทั้งสองที่เดินอยู่ข้างๆต่างพากันหันมามองที่ฉัน ด้วยความที่กลัวเพื่อนจะรู้ฉันรีบยิ้มกลบเกลื่อนและเดินออกห่างจากเธอทั้งสองเพื่อมาคุยกับคนที่อยู่ในสาย
“ นี่..นายมีเบอร์ของชั้นได้ไง ชั้นจำได้ว่า....”
( อ๊ะๆ พูดแบบนี้แสดงว่าลืม ก็วันนั้นเธอเป็คนให้ชั้นเองลืมรึไง )
“ ชั้นมั่นใจว่าไม่เคยให้เบอร์กับนาย ” ฉันยืนกรานเสียงแข็ง
( ช่างเถอะ...ยังไงซะชั้นก็มีเบอร์ของเธอแล้ว ที่โทรมาแค่จะบอกว่าชั้นหิว )
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชั้น “
( เธอต้องพาชั้นไปกินข้าว )
“ นายจะบ้าเหรอ เื่อะไรที่ชั้นต้องพานายไปกินข้าวด้วย ไม่มีอะไรแล้ว...แค่นี้ใช่มั้ย “
( หยุด !!! ....ห้ามวางสาย และห้ามปฏิเสธชั้นเด็ดขาด เธอต้องพาชั้นไปกินข้าว ชั้นจะ... )
ติ๊ดดด...ไม่รอให้เค้าพูดจบชั้นก็กดวางสายทันที นายนี่ท่าจะบ้า...เื่อะไรที่ชั้นต้องทำตามคำสั่งของเขาด้วย
ติ๊งงง....เสียงข้อความดังขึ้นอีกครั้งขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าไปหาเพื่อนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อน ฉันกดเข้าไปดูข้อความในไลน์ที่ส่งมา
“ ใคร? “ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างด้วยความใอีกครั้ง ฉันรีบกดเข้าไปดูข้อความที่เขาส่งมาและทันทีที่เห็น มันก็ยิ่งทำให้ฉันใและโกรธตัวต้นเหตุอย่างเขามาก
ภาพผู้หญิงนอนคว่ำหน้าอยู่ใต้ผ้าห่มไม่บอกก็รู้ว่าเป็ใครนั่นทำให้ฉันอยากจะร้องไห้ นายนั่นทำแบบนี้กับชั้นได้ยังไง เขาถ่ายภาพของฉันที่นอนอยู่บนเตียงของเขาเก็บไว้อย่างนั้นหรือ
“ นาย้าอะไร ? “ ฉันเลื่อนหน้าจอและกดโทรออกไปยังหมายเลขที่โทรเข้ามาก่อนหน้า
( ก็บอกไปแล้ว )
“ นายจะให้ชั้นไปรับที่ไหน “
( มาหาชั้นที่ลานจอดรถตึกคณบดี )
“ แต่ชั้นเอารถมา จะให้จอดทิ้งไว้ที่นี่ได้ยังไง “
( เดี๋ยวให้คนมาขับไปจอดที่หน้าบ้านให้ ชั้นให้เวลาอีก 10 นาที ไม่งั้น....)
“ โอเค ชั้นจะไป “ ฉันตอบตกลงทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะส่งภาพที่ไม่รู้ว่ามีอีกกี่ภาพไปให้คนที่ฉันรู้จัก นี่เขามันเป็ผู้ชายแบบไหนกัน ทำไมถึงเลวร้ายเช่นนี้
ฉันเดินเข้าไปหาลดาและใบเตยที่นั่งคุยกันอยู่ เวลานี้เป็่เลิกเรียนซึ่งปกติพวกเราจะรวมตัวกันทำกิจกรรมรับน้อง ทั้งซ้อมร้องเพลงเชียร์และซ้อมน้องๆเชียร์รีดเดอร์เพราะอีกไม่นานจะมีงานกีฬาสัมพันธ์ซึ่งฉันเองก็มีหน้าที่ต้องติวเข้มน้องๆปีหนึ่งที่เป็เชียร์รีดเดอร์เพราะปีที่ผ่านมาฉันก็ได้ทำหน้าที่นี้เช่นกัน ....
แฮ่ก..แฮ่กๆๆๆ......
“ เธอมาช้าไป 1 นาที “ เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
“ ชั้นมาตรงเวลาเป๊ะ ไม่เชื่อดูเลย “ ฉันรีบแย้งคำพูดของเขาและชูนาฬิกาข้อมือของตัวเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดพร้อมกับหอบหายใจอย่างหนัก
“ ขึ้นรถ “ แทนที่จะเดินมาดูนาฬิกาของฉันเขากลับหมุนตัวเดินไปประตูฝั่งคนขับและเข้าไปนั่งรอฉันอยู่ในรถ
ฉันกลอกตาบนเพราะไม่รู้เขาจะอยู่ในอารมณ์ไหน ก่อนหน้าที่เรารู้จักกันแรกๆสายตาที่เขามองฉันมันดูอ่อนโยนกว่านี้ หากฉันพูดเขาก็จะโต้กลับชนิดที่ไม่ยอมแพ้เช่นกัน แต่หลังจากที่วันนั้น...ของเรา.....เขากลายเป็อีกคนแววตาของเขาดูแข็งกร้าวขึ้น เงียบขรึมกว่าเดิม ฉันเองยังไม่รู้เลยว่าจะรับมือกับเขาโหมดนี้ยังไงกัน
หลังจากขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัยเขาก็พาฉันมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งร้านนี้ฉันเองก็เคยมากับลดาและใบเตยเพราะเป็ร้านที่เหล่านักศึกษาชอบมากินกัน ่เวลานี้เป็่บ่ายที่หลายคนก็ไม่มีเรียนแล้วดังนั้นในร้านจึงมีลูกค้านั่งกันเกือบเต็มทุกโต๊ะ
“ อ้าวหมอก...มาคนเดียวเหรอ ? “ หญิงสาวหน้าตาสวยเดินเข้ามาทักเมื่อเราเปิดประตูเข้าไปในร้าน
“ สวัสดีครับพี่เจน...มาคนเดียวครับ พวกนั้นมันเข้าบริษัทกันผมเลยโดนทิ้ง วันนี้คนเยอะเลยนะครับ “ เขายกมือไหว้คนตรงหน้าและกวาดตามองไปรอบๆร้าน
“ ่เลิกเรียนพอดีคนเลยเยอะ ว่าแต่มาคนเดียว... แล้วคนข้างๆนี่ใครจ๊ะ? “
“ สวัสดีค่ะ หนูชื่อน้ำหวาน เอ่อ...เป็คนรู้จักนายนี่น่ะคะ “ พอพูดจบคนที่ยืนอยู่ข้างๆฉันก็หันมาทำหน้าไม่พอใจใส่ คืออะไรของเขา...จะให้ชั้นบอกว่าเป็เพื่อนเหรอ...ก็ไม่ใช่นะ เราไม่ได้เป็เพื่อนกัน
“ จ้า..ยินดีที่รู้จักคนสวย พี่ชื่อเจนเป็ลูกพี่ลูกน้องกับกวินน่ะ รู้จักกันใช่มั้ย “
“ ค่ะ รู้จักค่ะ “
“ โอเค...ไปนั่งกันดีกว่าป่ะ นู้นโต๊ะนู้นว่างพอดี “
เราสองคนเดินมานั่งที่โต๊ะที่พี่เจนบอกพร้อมกับเริ่มสั่งอาหาร ระหว่างที่รออาหารฉันมองไปรอบๆร้านก็เห็นนักศึกษาสาวๆที่นั่งอยู่ในร้านมองมาที่โต๊ะของฉัน ฉันเองก็ลืมไปเหมือนกันว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเป็คนดังของมหาวิทยาลัย ไม่แปลกที่จะมีใครสนใจเขา