จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่55 คำร้องขอจากอู๋ซินถง

    อู๋ซินถงพลันส่ายหน้าช้าๆ“ ข้าได้ขอความช่วยเหลือมาโดยตลอด ในท้ายที่สุดก็ไม่มีผู้ใดกล้ารับภารกิจอีกเลย และถูกกล่าวขานว่าเป็นสถานที่ต้องคำสาปไปในที่สุด” เขาได้ทำทุกวิถีทาง ไปขอความช่วยเหลือทาง สมาพันธ์หอคอยเก้าชั้นฟ้า รวบรวมผู้คนทุกหมู่บ้านก็แล้ว ไหนจะออกไปล่าด้วยตนเองจนมีสภาพออกมาดั่งที่เห็นชายหนุ่มผงกหัวเข้าใจความรู้สึกของชายเบื้องหน้า“ผู้ใดเข้ามาในอาณาเขตแห่งนี้ ต่างได้กลับออกไปไม่ถึงครึ่ง เป็นฝันร้ายที่ถูกกล่าวขานกันถึงความน่าสะพรึงกลัว และเป็นอีกหนึ่งสถานที่อันตรายที่สุดในแคว้นพยัคฆ์เมฆา” อู๋ซินถงกล่าวด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด ผู้คนมากหน้าหลายตาได้เฝ้าผ่านแวะเวียนไปมาไม่รู้จบ บ้างกลับมาพร้อมศพเพื่อนร่วมทีม บางกลุ่มบาดเจ็บสาหัสกลับมา และหายไปโดยไม่กลับมาอีกเลยก็มี“หมู่บ้านแห่งนี้ยังถือว่าปลอดภัยในระดับนึง เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ทางเข้าสถานที่ต้องคำสาบอย่างแท้จริง” “แต่ข้ากลับสัมผัสได้ถึงพวกมัน และยังคงวนเวียนอยู่รอบนอกหมู่บ้าน มันจ้องมองทุกคนในหมู่บ้านแห่งนี้ในเงามืด” หมิงหลงบอกความจริงให้ทุกคนได้รับรู้แววตาของอู๋ซินถงฉายวาบอย่างไม่อยากเชื่อ หลังจากได้พังคำพูดของหมิงหลง “จ…เจ้าจะบอกข้าว่าพวกมันมองดูพวกเราอยู่ตลอดเวลา ?!!” ความจริงที่คาดไม่ถึงได้ชายหนุ่มผู้นี้กล่าวขึ้น“ความรู้สึกราวกลับถูกจ้องมองก็ไม่ได้คิดไปเองสินะ” ซินอี้ได้รับรู้ว่าภารกิจนี้เริ่มอันตรายขึ้นเรื่อย แต่นางไม่อาจหันหลังกลับไปได้แล้ว ‘ข้าต้องหามันให้เจอเท่านั้นมิเช่นนั้น…’ ซินอี้แอบกัดริมฝีปากไว้แน่น อารมณ์แปรปรวณของนางไม่อาจหลุดรอดการรับรู้ของหมิงหลงไปได้ หมิงหลงไม่ได้แอบอ่านใจนางแต่อย่างใด เมื่อนางต้องการจะบอกเมื่อนั้นนางจะมาบอกเขาเอง เขาไม่ใช้มันข่มเหงผู้อื่นเด็ดขาด หากไม่จำเป็นจริงๆ “ใช่ ข้าไม่ได้พูดโป้ปด สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง แต่ท่านไม่ต้องกังวลเพราะพวกมันเป็นตัวตนที่อ่อนแอ เพียงเฝ้าสอดแนวเพียงเท่านั้นจากพฤติกรรมของมัน” หมิงหลงพูดคลายความตรึงเคลียดลดหลั่นลงบ้างเล็กน้อย“เจ้าถึงกลับมีความสามารถในการตรวจจับการคงอยู่ของพวกมัน เป็นเด็กหนุ่มที่น่าทึ่งยิ่งนัก”“ในเมื่อเจ้าต้องการเข้าไปที่ภูเขาไฟโลกันตร์ ข้าอาจร้องขอบางอย่างจากเจ้าได้หรือไม่” อู๋ซินถงเห็นแววความสามารถของหมิงหลง เขามีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตปราณนภาขั้นกลาง กลับไม่สามารถตรวจจับกลิ่นอายและไอปราณของผู้เยาว์เบื้องหน้าได้เลยแม้แต่น้อย“ช่วยตามหาลูกชายและหลานข้า ได้โปรดช่วยตามหาพวกเขาด้วย !” อู๋ซินถงกล่าวขึ้น พร้อมก้มหัวลงแสดงถึงการอ้อนวอนอย่างที่สุด ไม่มีการถือตัวแม้จะเป็นผู้เยาว์ก็ตามที แสงไฟแห่งความหวังอันน้อยนิดเขาก็พร้อมที่จะรับมันไว้หมิงหลงมองไปที่ซินอี้ ราวกับถามว่า เจ้าคิดเห็นอย่างไร? พวกเขามาเป็นทีมย่อมต้องการความสมัคใจจากนางหากเป็นหมิงหลงผู้เดียว เขาย่อมไม่ปฏิเสธมัน “ภารกิจของพวกเราจำเป็นต้องเข้าไปในอาณาเขาภูเขาไฟโลกันตร์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนคำร้องขอของท่านพวกเราจะรับมันเอาไว้ จะสำเร็จรึไม่ ย่อมไม่อาจรับปากได้เช่นกัน เจ้าคะ” ซินอี้ตอบอย่างตรงไปตรงมา“ข้าก็เห็นด้วยกับเจ้า การตามหาคนที่หายสาบสูญไปนั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็น เราจะทำเท่าที่สามรถทำได้” เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ หวังพึ่งเพียงโชคชะตาเท่านั้น“หากข้าเจอเจ้าพวกปีศาจพวกนั้น ข้ารับปากจะกำจัดพวกมันให้หมด” หมิงหลงเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน “แค่พวกเจ้ารับปากข้าก็ช่วยข้าได้มากแล้ว ข้าไม่ได้หวังอะไรมากนัก หากเจอเบาะแสได้โปรดบอกข้า!” อู๋ซินถงเอ่ยขึ้นอย่างมีความหวัง และยื่นกริชสีขาวมาให้หมิงหลง“สิ่งนี้เป็นของดูต่างหน้ามันอาจจะมีประโยชน์ต่อเจ้าและเป็นสัญลักษณ์แทนตัวของข้า เจ้ารับมันไว้เถอะ ส่วนลูกชายของข้า หากเจ้าเจอเขาเจ้าจะรู้ทันที เขาเป็นชายรูปหล่อ และน่าเกรงขามดั่งจักรพรรดิ!!” อู๋ซินถงกล่าวพร้อมแปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์ภาคภูมิใจและยืดอกขึ้นอย่างสง่า แทนที่อาการหดหู่เมื่อซักครู่“ชายรูปหล่อ? น่าเกรงขามดั่งจักรพรรดิ? ข้าจะแยกแยะรูปลักษณ์ได้เช่นไรกัน?!!” หมิงหลงกล่าวด้วยความสงสัย แต่ทว่าซินอี้กลับเริ่มขำขัน สร้างความสับสนให้หมิงหลงเข้าไปอีก“ก็ถอดรูปหล่อมาจากข้ายังไงเล่า โฮ่ะ.. โฮ่ะ.!!” เสียงหัวเราะของเขาดังลั่น สีของหมิงหลงพลันเปลี่ยนเป็นเหลอหลา เลิ่กลักทันใดคิก คิก !! ซินอี้หัวเราะท่าทีสีหน้าตลกของหมิงหลง ‘บัดซบ!! อารมณ์โศรกเศร้ายังไม่ทันจางคลาย ไหนแล้วจะมีอารมณ์ขำขันได้!!’ หมิงหลงถึงกลับสบทในใจ ชายผู้นี้จะต้องคิดถึงลูกและหลาน จนวิปลาสไปแล้วแน่แท้“เอาหละ ที่ข้ายอมมอบมันให้กับเจ้า เพียงข้าเห็นแววตาของเจ้า ข้าก็รู้ได้แล้วว่าเจ้าต้องการมัน ในเมื่อมันอยู่กับข้าแล้วไม่มีประโยชน์ สู้ให้กับผู้อื่นใช้มันกำจัดศัตรู ช่วยใช้มันกำจัดเจ้าพวกปีศาจบัดซบพวกนั้นแทนข้าที!!” พร้อมกับยื่นมันให้หมิงหลง หมิงหลงก็รับมาอย่างเต็มใจ“ข..ขอบคุณท่านมาก ผู้เยาว์จะเก็บรักษาเป็นอย่างดี” หมิงหลงได้นึกในใจ เปลี่ยนเป็นอารมณ์โกรธแค้นอีกแล้ว!! ชายหนุ่มเริ่มตามอารมณ์ไม่ทัน“ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเจ้าไปมากกว่านี้ ส่วนห้องพัก พวกเจ้าต้องการห้องเดี่ยวหรือแยกห้องกัน? จะได้ให้ท่านพ่อบ้าน หลินจื่อฝาน เป็นคนนำทาง” น้ำเสียงของอู๋ซินถงดูมีเสศนัย สร้างบรรยากาศกระอักกระอ่วงให้คนทั้งสองอย่างรุนแรง“ห้องเดี่ยวครับ ท่านพ่อบ้าน!!” “ห้องแยกค่ะ ท่านหลิน!!” ทั้งสองสผานเสียงพร้อมเพรียงกัน แต่ความคิดนั้นไม่เหมือนกันหมิงหลงมองซินอี้ด้วยสายตาอ้อนวอน ส่วนซินอี้มองฆ้อนและถลึงตากลับไปทางหมิงหลง “ซินอี้ หากเจ้าไม่อยู่ข้างกายข้า ข้าจะปกป้องเจ้าได้เช่นไรกัน ส่วนเจ้าปีศาจพวกนั้นคงคิดว่าเจ้าเป็นเด็ก จากรูปลักษณะของเจ้าตัวเล็กกะทัดรัด คงจะมาฉุดกระชากเจ้าในค่ำคืนนี้เป็นแน่!” หมิงหลงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมท่าทางวิงวอน“นี่ท่าน!!.. ข้าไม่กลัว! ข้าแข็งแกร่งจะตายไป!” นางทำแก้มป่องและเดินงอนๆตามพ่อบ้านหลินจื่อฝ่านทันที ทิ้งหมิงหลงไว้ตรงนั้นอย่างโดดเดี่ยว“ท่านอู๋ซินถง ข้าขอตัวครับ! เดี๋ยวก่อนซินอี้! รอข้าด้วย ตกลงนอนห้องเดียวกันใช้หรือไม่?!! เจ้ายังไม่ตอบเลยนะ!!” หมิงหลงวิ่งตามนางไปอย่างร้อนรน

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่คุณอ่าน