ท่าทีของสวีหยางอี้เมื่อครู่ต่อให้เป็นฝู่หยุนเจินเหรินที่ผ่านการขัดเกลาข่มอารมณ์มาดิบดีก็ต้องมีหน้าหน้าชาบ้างแหละ
คำว่าพลัง ไม่ได้มาจากพลังกาย หรือจากทักษะการต่อสู้อย่างเดียว
เพราะความกล้าหาญ จิตวิญญาณ รวมไปถึงสติปัญญาก็คือพลังเหมือนกันซึ่งทั้งหมดที่ว่าไม่สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ เพราะทั้งหมดมีค่าเท่ากัน!
เจ้ามดปลวกตัวนี้... กำลังแสดงความหาญกล้าของตัวเองต่อหน้าขุนศึก!
มือที่ไขว้กันอยู่ด้านหลัง ของฝู่หยุนเจินเหรินกำหมัดแน่นหลังจากดอกพลับพลึงเบ่งบาน เขาก็รีบบึ่งมาที่นี่ แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะมาเพื่อให้ไอ้มดปลวกตัวนี้กัดเล่น!
หลังจากนั้น ทุกคนจะรับรู้ว่าสวีหยางอี้ทำงานให้กับอวี้หลินเว่ยสาขาย่อย!
หลังจากนั้น...ทุกคนจะรับรู้ว่าสวีหยางอี้เป็นคนที่ตี้ฉายเจินเหรินตกลงรับปาก!
หลังจากนั้น... สวีหยางอี้คนนี้... จะถูกผู้ฝึกตนขั้นจินตันทั้งสามคนจดจำแม้อาจจะเลือนลาง ก็อย่างน้อยก็จำได้แน่นอน!
ฝู่หยุนเจินเหรินเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองขึ้นมาแจ่มแจ้ง ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องมาตรการตรวจสอบผู้ฝึกตนขั้นจินตันถ้าหากตัวเองลงมือกับสวีหยางอี้จนถึงแก่ความตายขึ้นมา! หน่วยงานที่เป็นฝ่ายลงทะเบียนผู้ฝึกตนที่เสียชีวิตก็คือศาลผู้ฝึกตน!และเมื่อรายงานถูกส่งขึ้นมา เพียงแค่ตี้ฉายเจินเหรินขมวดคิ้วสงสัยแค่เล็กน้อยหรือเปรยถามแค่ว่า “เขาเป็นไรตาย?” หรือตั้งข้อสังเกตว่า“สวีหยางอี้ทำงานอยู่ที่อวี้หลินเว่ยสาขาย่อยในมณฑลหมิงสุ่ยไม่ใช่เหรอ?”
เหล่าผู้ฝึกตนขั้นจู้จีเป็นพันๆก็พร้อมใจกันพลิกแผ่นดินหาความจริงเรื่องนี้อย่างแน่นอน!
ในทันทีทันใดจากการตายของมดปลวกขั้นเลี่ยนชี่จะแปรผันเป็นการปะทะของจินตันเจินเหรินอย่างรวดเร็ว!จากนั้นก็จะกลายเป็นศึกประชันกันระหว่างฝู่หยุนเจินเหรินกับตี้ฉายเจินเหรินจากศาลผู้ฝึกตนดีไม่ดีเทียนฉายเจินเหรินอาจเข้ามาร่วมวงด้วย!ทั้งทั้งตี้ฉายกับเทียนฉายคือผู้ฝึกตนขั้นจินตันระดับสมบูรณ์ทั้งสองคนเลย!
และฝู่หยุนเจินเหรินก็ตระหนักเป็นอย่างดีว่า... เมื่อรัฐบาลหวาซย่ามอบความตายให้ใครพวกเขาไม่มีทางไว้หน้าอย่างแน่นอน...ต่อให้เป็นจินตันเจินเหรินอย่างฝู่หยุนเองก็เถอะ!
ไอ้สวะพรรค์นี้มันช่าง...
เขาขบฟันเบาๆ สายตาเย็นชากวาดมองไปที่สวีหยางอี้ที่ ‘ดูเหมือน’เคารพตัวเองอยู่ ความเกลียดชังขยะแขยงภายในใจเข้มข้นอย่างทบทวี
ขยะแขยงจนถึงขั้นอย่างอาเจียน!
วันนี้เป็นวันที่ปี้ปัวเจินเหรินถึงแก่ความตาย วันนี้เป็นวันที่ตี้ฉายเจินเหรินปรากฏตัววันนี้เป็นวันที่สวีหยางอี้โผล่หน้าออกมาเอง วันนี้เป็นวันที่อวี้หลินเว่ยต้องทำตามสัญญาที่ให้สวีหยางอี้ไว้เมื่อสามปีที่แล้ว!
จริงอยู่ที่คำสัญญาของอวี้หลินเว่ยที่ให้ไว้กับสวีหยางอี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฝู่หยุนเจินเหริน!แต่หากอีกฝ่ายเข้าไปประจำการที่อวี้หลินเว่ยสาขามณฑลหมิงสุ่ย สถานการณ์ก็ถึงคราวกลับตาลปัตรทันที!เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับฝู่หยุนเจินเหรินขึ้นมาทันที!เกี่ยวชนิดที่ไม่รู้จะเกี่ยวอย่างไร!
เพราะผู้อำนวยการสาขาย่อยในมณฑลหมิงสุ่ยคือเชียนเริ่น...แล้วเชียนเริ่นเป็นคนที่รับคำสั่งสังหารของตัวเอง
แล้วแบบนี้จะฆ่าอย่างไร?
ควรฆ่าดีไหม?
ร่างแยกมายาของฝู่หยุนเจินเหรินมองสวีหยางอี้ด้วยแววตาลุ่มลึก...หากนี่เป็นแผนการของอีกฝ่ายจริงๆคงต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายใช้ความกล้าหาญได้อย่างชาญฉลาดจริงๆ ...งัดความกล้าหาญเข้าหยั่งเชิงกับจินตันเจินเหรินได้อย่างแยบยลไร้รอยต่อไหลลื่นเป็นไปอย่างธรรมชาติ แม้พลังกาย พลังเวทไม่อาจเทียบเท่าแต่สติปัญญากับความหาญกล้ามีครบครัน!
ฝู่หยุนเจินเหรินคิดในมุมกลับกันหากเปลี่ยนเป็นตัวเองไปยืนอยู่แทนที่สวีหยางอี้เกรงว่าคงไม่กล้าทำเรื่องบ้าบิ่นแบบนี้เป็นแน่
“นายช่างเพียบพร้อม... สหายผู้เยาว์...” ฝู่หยุนเจินเหรินสูดลมหายใจเข้าลึกๆและไม่พูดขึ้นอีก
ตอนนี้สายตาของตี้ฉายเจินเหรินกับร่างแยกของเจินเหรินไร้นามจับจ้องอยู่บนตัวสวีหยางอี้ผ่านไปพักใหญ่ ตี้ฉายเจินเหรินจึงถอนหายใจอย่างเสียดาย “สหายในเมื่อผลึกพลังปีศาจยอมรับในตัวเจ้าของแล้ว นายก็จงเก็บไว้เถอะ หลังจากนี้หนึ่งอาทิตย์จงไปรายงานตัวที่อวี้หลินเว่ยด้วย”
“แต่ว่า เศรษฐีมักรู้พอ ผลึกพลังปีศาจ นายเสียเลือดเสียเนื้อแลกมาจึงตกเป็นของนายไปโดยปริยาย ส่วนสมบัติของหมิงเสินก็ถือว่าเป็นรางวัลของเจ้าหลังจบศึก แต่สมบัติชิ้นอื่นๆ ของปี้ปัวเจินเหริน...”
ใครๆ ต่างฟังออก ในน้ำเสียงของตี้ฉายเจินเหรินแฝงแววจำใจเจ็บแค่ไหน
นี่มันผลึกพลังปีศาจเชี่ยวนะ... แต่กลับถูกผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่...หิ้วเก็บใส่กระเป๋าไปต่อหน้าต่อตา!
ครั้นเสียงพูดของตี้ฉายเจินเหรินหยุดชะงักไป สวีหยางอี้ก็ประสานมือพูดขึ้นอย่างได้จังหวะและถูกจังหวะ“ผมจะไม่เอาไปแม้แต่ชิ้นเดียวครับ”
“ดี” เจินเหรินทั้งสองเอ่ยปากพูดพร้อมกัน
ไม่มีใครทันได้ยิน ตอนที่เจินเหรินทั้งสองคนพูดว่า “ดี” ร่างแยกของฝู่หยุนเจินเหรินกลับไม่ใช่หนึ่งในนั้น
“ฉันไม่สนใจของพวกนั้น” หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีร่างแยกของฝู่หยุนเจินเหรินก็พูดขึ้นเอื่อยเฉื่อย “ถ้าท่านทั้งสองสนใจฉันต้องขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”
ไฟโทสะปะทุขึ้นกลางทรวงอก ราวกับเปลวไฟมันโหมลุกขึ้นเรื่อยๆจนฝู่หยุนเจินเหรินกลัวมามันระเบิดออกอย่างผิดสังเกต! จึงต้องขอตัวกลับก่อน!
ตอนนี้... เขาอยากจะบีบคอให้มดปลวกตัวนี้ให้ตายคามือ ขยี้ทิ้งให้เละแต่กลับทำไม่ได้!
เมื่อทำไม่ได้ จึงไม่อยู่ต่อและไม่อยากทนดูความรู้สึกนี้กวนใจผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญตบะมาร้อยปีอย่างเขายิ่งนัก ภายในใจหงุดหงิดเหลือคณา
ดูเหมือนกับการโผล่หน้ารายงานตัวอย่างไม่ตั้งใจแต่ที่จริงแผนการรุกฆาตตามความตั้งใจของอีกฝ่ายแล้ว!บีบเอาคำสั่งสังหารของตัวเขาเองตกฝั่งไปเลย!
ฆ่าไม่ได้ ก็ปล่อยให้อยู่ต่อ! แต่ดูเหมือนต้องตามเลี้ยงดูด้วยนี่สิ!
สารเลวเอ๊ย!
กี่ปีมาแล้ว... ที่ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแบบนี้ต่อให้อีกฝ่ายจะรู้หรือไม่รู้ว่าตัวเขาเป็นคนออกคำสั่งสังหารตอนนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป... เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เทียบได้กับฝ่ามือไร้รูปตบเข้ากล้าหน้าเขาอย่างจัง!
ขณะที่ร่างแยกค่อยๆ เลือนรางหายไปเขาก็เหลือบตาไปมองสวีหยางอี้ด้วยสายตาลุ่มลึก
เห็นอีกฝ่ายยังคงโค้งคำนับให้ตัวเอง ก็อดแค่นเสียงหึในลำคอไม่ได้
ดี...
เจ้าหนู... นับถือในความกล้าของแกนัก...
ครั้งนี้ลิขิตสวรรค์โชคลาภพิภพเข้าข้างแกแล้วก็สัตว์ประหลาดเฒ่าอย่างตี้ฉายเจินเหรินด้วย ผลประโยชน์เท่าเทียมคานอำนาจสมดุล... วันนี้ ฉันจะปล่อยแกไปก่อนแล้วกัน...คนที่บีบให้ฉันอยู่ในสภาพแบบนี้ บนโลกนี้มีอยู่ไม่กี่คน
ดังนั้น จงทะนุถนอมเวลาที่เหลืออยู่ของแกให้ดีจงดื่มดื่มด่ำสุขสำราญให้เต็มที่... อย่างมากสุดก็ห้าปี แล้วสักวันทุกอย่างของแกจะต้องตกมาเป็นของฉันผู้นี้ผู้เดียว
เมื่อร่างแยกของฝู่หยุนเจินเหรินเลือนหายสวีหยางอี้จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เหงื่อกาฬเปียกชุ่มเต็มหลัง
เมื่อครู่นี้ ปราศจากพลังเวทปะทะกัน มีเพียงการหยั่งเชิงวัดกึ๋นด้วยภาษาความกล้า และมันสมองเท่านั้น
แบบนี้ถึงจะเรียกว่าวาทะศิลป์อย่างแท้จริง
ทุกๆ คำพูดถูกกลั่นกรองมาจากการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีเพราะหลังจากพบกับฉู่เจาหนานตอนนั้น เขาก็คิดไตร่ตรองวางแผนเรื่องนี้มาตลอด
การมาเยือนของตี้ฉายเจินเหรินคือเรื่องเหนือความคาดหมายในแง่ดีเป็นหนึ่งอีกตัวแปรที่ทำให้เขากล้าเดิมพันกับแผนการนี้...และเป็นตัวแปรที่ทำให้ฝู่หยุนเจินเหรินยอมจากไปอย่างเงียบๆ
ถอยไปอย่างเงียบๆ โดยไม่กล้าลงมือทำอะไรทั้งนั้น แม้แต่แสดงอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเองก็ยังทำไม่ได้
เขากำผลึกพลังปีศาจในมือของตัวเองสิ่งนี้จะกลายเป็นหนึ่งในไพ่ตายของเขาหลังจากนี้
เมื่อไหร่ที่ฝู่หยุนเจินเหรินปรากฎตัวอีกครั้ง ต่อให้เป็นร่างจริงก็ตามผลึกพลังปีศาจก้อนนี้จะกลายเป็นไพ่ตายใบสำคัญให้เขา!
ผลึกพลังปีศาจอาวุโสระดับจินตันพันปี ก็คือระเบิดนิวเคลียร์ดีๆ นี่เอง...สวีหยางอี้มั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้วันนี้ตี้ฉายเจินเหรินไม่มาที่นี่ฝู่หยุนเจินเหรินก็ต้องยอมถอยไปเองอยู่ดี!
เชิดหน้าก้าวเดินต่อไป จงอย่าได้ก้มหน้า!
“แต่ว่า...” เขาแสยะยิ้มมองไปตรงที่ที่ฝู่หยุนเจินเหรินหายไป“นายจะต้องเสียใจภายหลัง...”
“บางทีนายอาจกำลังคิดว่าอยากจบเรื่องนี้ไวๆ แล้วจัดการฉันอย่างเงียบๆใช่หรือไม่?”
“ฉัน” สวีหยางอี้กำหมัดพลางเลียริมฝีปากตัวเอง“ไม่มีทางเปิดโอกาสให้นายหรอก...”
“วันนี้นายเป็นเจินเหริน... แล้วคิดเหรอว่า...ภายภาคหน้าฉันจะบรรลุขั้นจินตันไม่ได้!”
“ถึงตอนนั้น... ค่อยมานั่งคิดบัญชีกัน!”