“พระองค์รู้สึกอย่างไรบ้าง”หยวนปินคุกเข่าต่อหน้ามู่หยางหย่งเล่ออย่างนอบน้อมตามแบบฉบับขุนนางในราชสำนักที่แสดงความเคารพต่อเชื้อพระวงศ์
“ข้าสบายขึ้นมากแล้วท่านอาเขย อยู่ที่นี่ท่านปฏิบัติต่อข้าและเรียกชื่อข้าเหมือนอย่างที่ท่านอาหญิงเรียกข้าเถิด”
“กระหม่อมจะเรียกชื่อพระองค์อย่าสนิทชิดเชื้ออย่างนั้นได้เยี่ยงไรมิบังควรพ่ะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้เราเป็เพียงเล่อเอ๋อร์เท่านั้นอย่าทำให้จินเอ๋อร์ต้องสงสัยเลย ท่านอาหญิงคงไม่อยากให้จินเอ๋อร์รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกท่านเป็ใครข้าพูดถูกหรือไม่”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะั้แ่ที่หยวนจินเกิด พวกเราก็เป็เพียงครอบครัวคนธรรมดา กระหม่อมเข้าป่าล่าสัตว์หาของป่าไปขายท่านอาหญิงของพระองค์ก็อยู่บ้านปลูกผักเลี้ยงลูกดูแลพ่อแม่ให้กระหม่อม”หยวนปินก้มหน้าพูดอย่างสำรวมขณะพูดถึงหญิงอันเป็ที่รักแววตาของเขาช่างมีความสุขเมื่อพูดเื่ของครอบครัวทุกการแสดงออกนั้นมู่หยางหย่งเล่อจดจำเอาไว้หมดทั้งสิ้น
“เพราะกฎเกณฑ์บ้าบอและข้าราชบริพารพวกนั้นที่ทำให้พวกท่านต้องลำบาก”
“บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมืองกระหม่อมผิดที่อาจเอื้อมหลงรักองค์หญิง มีโทษสมควรตายแต่องค์ฮ่องเต้ก็ทรงเว้นโทษตายให้ครอบครัวกระหม่อมทรงยอมเนรเทศพวกเราให้มามีชีวิตครองคู่กันถึงทุกวันนี้เพียงแค่นี้พวกเราก็สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มากแล้ว”หยวนปินหมอบกราบแสดงความเคารพไปยังทิศที่ฮ่องเต้ประทับอยู่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เขาและครอบครัวได้รับพระเมตตาจากฮ่องเต้ในครั้งนั้น
“ท่านอาหญิงของข้ามีความสุขมากขอบคุณท่านอาเขยที่ดูแลนางเป็อย่างดี”มู่หยางหย่งเล่อพยุงให้เขาลุกขึ้นนั่งพร้อมกับจับที่ไหล่ของเขาและยิ้มให้อย่างขอบคุณ
“เป็สิ่งที่กระหม่อมสมควรทำ”
“จริงสิ ท่านอาเขยเมื่อครั้งที่ข้าเดินทัพมาถึงต้าหยางก็ได้ข่าวว่าเสด็จพ่อส่งคนให้มารับพวกท่านกลับเมืองหลวงแล้วนี่เหตุใดพวกท่านยังอยู่ที่นี่อีก”
“พวกเขาอาจจะคลาดกับพวกเรากระมังเพราะั้แ่มีากระหม่อมก็พาครอบครัวหลบหนีเรื่อยมา ท้ายที่สุดก็มาถึงที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”หยวนปินตอบโดยเลี่ยงที่จะไม่มองหน้าองค์ชายในใจของเขาเฝ้าคิดถึงเหตุการณ์ในครั้งแรกที่เขาต้องหลบหนีออกจากบ้านมา
“แต่ข้าไม่คิดอย่างนั้นท่านย่อมรู้ดีว่าเหล่าองครักษ์ของเสด็จพ่อทุกคนล้วนเก่งกาจพวกเขาจะตามหาพวกท่านไม่เจอจริงหรือ ท่านอาเขยโปรดบอกความจริงข้ามาเถิด”มู่หยางหย่งเล่อมองอาเขยของเขาอย่าง้าคำตอบเขาสงสัยั้แ่ที่อาหญิงของเขาเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้กับเขาั้แ่ครั้งแรกจะต้องมีเหตุไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน
“ความจริงเื่นี้องค์หญิงไม่้าให้พระองค์รู้กระหม่อมเองก็มิกล้าปิดบังพระองค์ทหารองครักษ์เ่าั้ไม่ได้มาช่วยพวกเราพ่ะย่ะค่ะ หากแต่มาตามฆ่า”หยวนปินตอบเสียงเบา กับความจริงที่เกิดเขายังจำได้ดีถึงเหตุการณ์ที่ตนเองต้องลงมือสังหารทหารองครักษ์เ่าั้ที่จะทำร้ายครอบครัวของเขาเองกับมือทีละคน
“ฆ่า! เป็ไปได้อย่างไรเสด็จพ่อไม่มีทางส่งคนมาฆ่าพวกท่านแน่” มู่หยางหย่งเล่อคิดใคร่ครวญถึงความน่าจะเป็อื่น เสด็จพ่อของเขารักท่านอาหญิงมากไม่มีทางที่พระองค์จะสั่งสังหารนางได้อย่างแน่นอนสิ่งที่เขาคิดได้ในตอนนี้คือต้องมีคนสวมรอยสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งนี้อย่างแน่นอน
“ท่านอาเขยคิดเห็นเช่นไรกับเื่นี้อย่างนั้นหรือ”
“กระหม่อมคิดว่าคงมีใคร้าสังหารพวกเราทั้งครอบครัวเพียงแค่ไม่รู้ว่าเขาจะทำสิ่งนี้เพื่ออะไรกัน พวกเราจากมานานนับสิบปีและปฏิเสธการกลับเมืองหลวงเสมอมา กระหม่อมคิดไม่ออกจริงๆพ่ะย่ะค่ะว่าผู้ใดที่้าทำร้ายครอบครัวของกระหม่อมแต่สิ่งที่กระหม่อมแน่ใจที่สุดคือเื่นี้ไม่เกี่ยวกับฝ่าาแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
“ก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์เคยบอกกับข้าว่าเขารู้สึกว่าการเดินทางมาทำากับแคว้นอู่ในครั้งนี้ช่างแปลกยิ่งนักท่านน้าข้าหลู่หนานอ๋องอยู่ๆก็ล้มป่วย ทั้งที่ท่านสุขภาพแข็งแรงเรื่อยมาเสด็จพ่อจึงมีราชโองการให้ข้ามาสู้ศึกแทนโดยแต่งตั้งเ้าคนชั่วหลู่โหย่วอี้นั้นเป็รองแม่ทัพมากับข้าไม่คิดว่ามันจะลวงให้ข้าเข้าไปติดกับดักของศัตรูที่ป่าชายแดนชุยสุ่ยนั่นล้วนเป็ทหารแคว้นอู่ที่สวมชุดทหารของเราเื่นี้เห็นได้ชัดว่าหลู่โหย่วอี้นั่นเป็ฏแน่แล้วข้าตีฝ่าวงล้อมหนีมาได้แต่ก็คลาดกันกับกลุ่มของอาจารย์ ทหารที่ติดตามข้าล้วนตายหมดไม่รู้ว่าตอนนี้คนของข้าจะเหลืออยู่เท่าไหร่ จริงสิท่านอาเขยมีข่าวทัพของข้าหรือไม่”
“กระหม่อมออกไปสืบข่าวได้ความว่าตอนนี้รองแม่ทัพหลู่โหย่วอี้กำลังยกทัพกลับเมืองหลวงแล้วและข่าวที่ว่าพระองค์หนีทัพตอนนี้ก็กระจายไปทั่วแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ไอ้โจรฏหลู่โหย่วอี้ข้ามองมันเป็น้องชาย แต่มันกลับหักหลังข้า ข่าวที่มันแจ้งมาล้วนเป็ข่าวลวงข้าเลี้ยงอสรพิษไว้ข้างกายแท้ๆ ท่านได้ข่าวซ่งชีฟงอาจารย์ข้าหรือไม่”
“ข่าวบอกว่าเขาเองก็หนีทัพออกมาพร้อมกับพระองค์เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
“ที่อาจารย์เตือนข้าไม่ผิดเลยสักนิดเพราะข้าไว้ใจคนผิด จนเกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่หากจินเอ๋อร์กับท่านอาเขยไม่ผ่านมาพบและช่วยเหลือข้าไว้ตอนนี้ข้าคงเป็ผีเฝ้าป่าไปแล้ว ขอบคุณท่านอาเขยที่ช่วยข้าไว้”
“เป็สิ่งที่กระหม่อมสมควรทำพ่ะย่ะค่ะที่ผ่านมาพวกเราช่วยชาวบ้านที่าเ็จากามามากข้างนอกนั่นก็ล้วนเป็ชาวบ้านที่เราช่วยมาทั้งสิ้น กว่าสิบครอบครัวที่เราช่วยเหลือสามสิบกว่าชีวิตที่ร่วมเดินทางและหลบหนีมาด้วยกัน พระองค์จะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่แต่อาจจะไม่นาน เราไม่ควรพักอาศัยที่เดิมนานๆพ่ะย่ะค่ะ”
“เพราะาเหล่าราษฎรทั้งแคว้นหนิงและแคว้นอู่ต่างก็เป็ผู้รับเคราะห์ ตอนที่ข้าเดินทางมาจิตใจก็มุ่งหวังจะทำให้ายุติ อยากให้บ้านเมื่อสงบสุขประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้พ้นทุกข์จากาที่ยาวนานนี้เสียที”
“กระหม่อมก็ปรารถนาให้บ้านเมืองสงบสุขเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านอาเขยท่านคิดว่าหลู่หนานอ๋องกับลูกชายของเขา จะคิดฏหรือไม่เขาออกรบที่ต้าหยางนานนับสิบปี เขาจะโดนซื้อตัวไปโดยคนแคว้นอู่หรือไม่ลูกชายของเขาตอนนี้ก็เข้ากับแคว้นอู่แล้ว”มู่หยางหย่งเล่อมองอาเขยของเขาอย่างคิดไม่ตก ไม่อยากให้สิ่งที่เขาคิดเป็เื่จริงแต่เพราะอำนาจที่หวานหอม ท่านน้าของเขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้เพราะลูกชายของเขาตอนนี้ได้คิดฏอาจหาญปองร้ายองค์ชายอย่างเขาแล้ว
“ท่านอาจารย์ของพระองค์เป็คนบอกอย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”หยวนปินไม่ตอบ หากแต่ตั้งคำถามกลับไป
“ท่านอาจารย์ไม่เคยพูดข้าแค่ลองคิดดู หลู่หนานอ๋องอยู่ๆก็ล้มป่วย ลูกชายเขาลวงข้าไปให้ทหารแคว้นอู่ฆ่าปล่อยข่าวว่าข้ากับอาจารย์หนีทัพ เื่พวกนี้มันบังเอิญไปหรือไม่ท่านอาเขย สิ่งที่หลู่โหย่วอี้ทำล้วนเป็การก่อฏหลู่หนานอ๋องที่เป็พ่อของเขาจะไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยจริงๆหรือ ถ้าท่านน้าฏจริงตอนนี้เสด็จพ่อจะรู้หรือไม่ ข้าเป็ห่วงทุกคนที่เมืองหลวงเหลือเกิน”
“อย่าเพิ่งทรงวิตกกังวลไปเลยพ่ะย่ะค่ะเื่ราวอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่พระองค์คิดหลู่หนานอ๋องคงไม่กล้าคิดหักหลังฝ่าาอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะฮองเฮาเป็พี่สาวแท้ๆของเขาเขาคงเห็นแก่สายสัมพันธ์พี่น้องคงไม่ทำเื่ผิดร้ายแรงขนาดนั้นอย่างแน่นอนพระองค์พักผ่อนให้มาก กระหม่อมจะไปสืบข่าวคราวท่านอาจารย์ของพระองค์ให้เององค์ชายโปรดวางใจ”
“ข้าขอบคุณท่าอาเขยมากท่านอาเขยโปรดระวังตัวด้วย”
“กระหม่อมจะระวังตัวพ่ะย่ะค่ะดาบของพระองค์อยู่ใต้ที่นอน กระหม่อมเก็บมาตอนที่พบพระองค์โปรดซ่อนมันไว้จากหยวนจินด้วยพ่ะย่ะค่ะ เขาสนใจดาบของพระองค์มาก”มู่หยางหย่งเล่อเข้าใจดีว่าท่านอาเขยของเขาไม่ปรารถนาให้บุตรชายต้องจับดาบฆ่าฟันกับใครเขาเองก็ไม่้าให้น้องชายที่เพิ่งพบกันของเขาต้องมีชะตากรรมเดียวกับคนในราชวงศ์ที่ต้องรบราฆ่าฟันอริราชศัตรูไม่ได้หยุดหย่อนเช่นกัน
“ข้าทราบแล้ว ท่านอาเขยโปรดวางใจข้าเองก็ปรารถนาให้น้องชายข้ามีชีวิตที่สงบสุขเช่นกัน”
“ขอบพระทัยที่ทรงเข้าใจกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”