ปรมาจารย์กว่างต้าถงขยับปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ยังไม่ทันได้กล่าววาจา ดาบซูตันเล่มยาวพลันปรากฎขึ้นอยู่เหนือศีรษะพวกเขาจากนั้นฟันลงมาอย่างแรงกว่างต้าถงรีบผลักฝูเป่าที่ขวางอยู่เบื้องหน้าตนออก จากนั้นเร่งพลังทิพย์ในร่างกายเซ่นกระบี่ถงหูขึ้นต้าน
เพียงพริบตาเดียวกระบี่เซียนถงหูพลันปรากฏขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดอยู่เหนือศีรษะมันพุ่งรับคมดาบสังหารที่ฟันลงมาไว้ได้อย่างทันท่วงที กว่างต้าถงเดิมทีคิดว่ากระบี่ถงหูซึ่งเป็อาวุธเซียนเก่าแก่คงไม่ห่างชั้นจากดาบยาวสีนิลนักเวลานี้พอได้ปะทะกันจริงๆจึงได้รู้ตนว่าคิดผิดไปไกล
ดาบยาวซูตันในตำนานซึ่งสืบทอดกันมาในหมู่ขุนพลของพรรคมารมีฤทธิ์เดชะเืฟ้าดินสมดังคำล่ำลือไม่ผิดเพี้ยนกระบี่ถงหูแม้เป็กระบี่เซียนอันเลื่องชื่อ แต่เมื่อต้องเผชิญกับดาบยาวซูตันซึ่งผ่านานองเืมาอย่างโชกโชนพลังแฝงจึงห่างกันอยู่หลายขุม เห็นได้ชัดว่าเพียงแค่ต้านรับไว้ก็ฝืนกำลังเต็มที
ฝูเป่าที่อยู่ด้านข้างมองดูกระบี่ถงหูซึ่งกำลังตกอยู่ในสภาวะเป็รองอย่างคาดไม่ถึงอีกทั้งยังเห็นกว่างต้าถงได้รับพลังดีดสะท้อนจากการปะทะกันของอาวุธทั้งสองจนลมปราณปั่นป่วนไปหมดชายหนุ่มก็ตระหนักรู้ได้ทันทีว่าไม่เพียงแต่อานุภาพของอาวุธที่ต่างกันพลังภายในของผู้ใช้ก็ต่างกันไม่ใช่เพียงแค่ขั้นเดียว!
ฝูเป่าครุ่นคิดแล้วก็รู้ว่าไม่อาจปล่อยไว้เช่นนี้ชายหนุ่มพลันรวบรวมพลังทิพย์ไว้ที่ฝ่ามือเสกกระบี่ไห่ถังของตนออกออกมา จากนั้นก็พุ่งเข้าหาอาวุธทั้งสองที่กำลังโรมรันแล้วฟันเข้าที่ดาบยาวสีนิลเต็มแรง
ถึงแม้ว่ากระบี่ไถ่ถังจะเป็เป็เพียงกระบี่ทื่อๆไร้ซึ่งพลังโจมตีทว่าอานุภาพป้องกันกลับสูงส่งยิ่ง ชั่วขณะที่ฟันใส่ดาบยาวแม้อาจจะไม่ได้สร้างความเสียหายอันใดแต่ก็เพียงพอที่จะกระแทกคลื่นกระบี่เข้าใส่จนพลังแฝงแตกซ่าน ทำลายสภาวะกดข่มของดาบยาวไปจนหมด กระบี่ถงหูเมื่อหลุดพ้นจากการกักขังของดาบยาวก็ดีดตัวเองขึ้นสู่ฟ้าจากนั้นลอยกลับเข้าสู่มือของปรมจารย์กว่างต้าถง
กว่างต้าถงเห็นกระบี่ตนรอดพ้นจากสภาวะกลืนกินของดาบมารกลับสู่มือมาได้ในใจก็รู้สึกว่าเมื่อครู่ช่างน่าหวาดเสียวนัก หากฝูเป่ามิได้ฟันกระบี่ไห่ถังลงไปเป็ไปได้อย่างยิ่งว่าดาบยาวซูตันอาจจะถึงขั้นดันทุรังฟันกระบี่ถงหูหักเป็สองท่อนตรงนั้นเลยก็เป็ได้
เมื่อรอดพ้นความตายมาได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้งทั้งอาจารย์และศิษย์ก็ไม่ต้องรอให้ใครบอก ทั้งคู่ต่างรีบใช้วิชาตัวเบาะโถอยออกมาตั้งหลักอยู่อีกฝากของลานหน้าวิหาร
เพื่อที่จะรักษาสภาวะอันคุมเชิงไว้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในระยะการโจมตีของดาบมารได้อีกแล้ว
ฟึบ!
ดาบยาวซูตันคล้ายกับเห็นศัตรูล่าถอยไปมันสะบัดตัวเองฟันใส่อากาศทีนึงก่อนจะลอยกลับไปหาผู้าุโในชุดสีขาวสะอาดตาที่ยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
กว่างต้าถงและฝูเป่าเมื่อได้ถอยห่างออกมาก็คล้ายได้มีเวลาประเมินอีกฝ่ายภายใต้สภาวะคุมเชิงนี้ ทั้งสี่คนกำลังยืนจับจ้องกันท่ามกลางความมืดที่เริ่มอ่อนจางลงไปทุกขณะฝูเป่าจึงพอมองเห็นรูปลักษณ์ของผู้ใช้ดาบยาวอยู่บ้าง อีกฝ่ายนั้นตัวสูงใหญ่ดังคาดแต่ทว่ารูปโฉมกลับมีร่องรอยของการเวลาประดับอยู่ดูไปแล้วจึงคล้ายผู้าุโท่านหนึ่งหัวคิ้วหางตาแม้ไม่ได้มีสิ่งใดโดดเด่น แต่สภาวะทั่วร่างที่แผ่ออกมากลับเปี่ยมไปด้วยกลิ่นคาวเือันฝังแน่นเฉกเช่นเดียวดาบยาวที่อยู่ในมือ
ส่วนบุรุษอีกคนที่ยืนอยู่ด้านข้างนั้นแม้จะสวมใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกันและมีสีผิวที่คล้ำเข้มเช่นเดียวกัน แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับดูอ่อนเยาว์อย่างยิ่งกลิ่นอายที่แผ่ออกมาก็มิได้ดุดันเข้มแข็งดั่งผู้ใช้ดาบยาว แต่ทว่ากลับเยือกเย็นสุขุมราวกับสายลมฤดูหนาวฝูเป่าพลันพบว่าคนผู้นี้ดูไปแล้วยังน่ากังวลกว่าผู้าุโที่ถือดาบอยู่เสียอีก
ฝูเป่าเห็นบุรุษทั้งสองยังคงไม่ลงมืออันใดก็ลอบโคจรพลังถ่ายทอดเสียงของตนให้ปรมาจารย์กว่างต้าถงที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ท่านรู้หรือไม่พวกมันเป็ใคร”
กว่างต้าถงเห็นฝูเป่าถ่ายทอดพลังเสียงมาก็ตอบกลับไปว่า“เป็ผู้าุโหูไฉ่เสวียนกับผู้าุโหูล่าปา สังกัดนิกายเหนิงหยาน”
ฝูเป่าเมื่อได้ยินชื่อก็รู้ทันทีว่าเป็สองขุนพลทมิฬหูเจิ้ง สองผู้เฒ่าที่อยู่ในทำเนียบสิบยอดขุนพลศักดิ์สิทธิ์ของพรรคมารแม้ก่อนหน้านี้ตนจะคาดเดาเอาไว้แล้วว่าบุรุษทั้งสองย่อมมิใช่ยอดฝีมือที่ธรรมดาสามัญ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเกินขอบเขตคำว่าสามัญไปมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นแล้วดาบยาวที่อานุภาพะเืฟ้าดินเล่มนั้นคงเป็ดาบสังหารซูตันอันเลื่องชื่อที่ปลิดชีพเ้าสำนักพุทธถัวเจียไต้ซือตามคำเล่าลือ
ปรมจารย์กว่างต้าถงเห็นศิษย์รุ่นเยาว์ของตนนิ่งไปก็อดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวยิงฟันแล้วถามว่า“เ้ารีบสารภาพกับข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าไปก่อเื่อะไรมา! หาไม่แล้วไม่ต้องรออีกฝ่ายลงมือ ข้าจะจับเ้าเชือดก่อน”
ฝูเป่าได้ยินกว่างต้าถงถามก็แทบไม่ต้องเสียเวลาขบคิด รีบตอบกลับว่า “พวกมันมาเอาดาบ”
“ดาบอะไร”
“วิหารข้างหลังท่านเป็สถานที่เก็บรักษาดาบหลอมโลหิตของปฐมประมุขพรรคมาร”
“ว่ากระไร!?”
กว่างต้าถงได้ยินแล้วถึงกับต้องหันไปมองฝูเป่าที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นอีกฝ่ายไม่มีแววล้อเล่นก็ลอบหลั่งเหงื่อเย็นเต็มหลังพวกเขาถึงกับยืนอยู่ด้านหน้าสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าของพรรคมาร หากผู้าุโทั้งสองยอมปล่อยคนลงเขาไปก็ปาฏิหาริย์แล้ว
เช่นนั้นควรทำอย่างไรฆ่ากันให้ตายไปข้างหรือ?
พอคิดได้เช่นนี้กว่างต้าถงพลันรู้สึกโล่งใจไปเื่หนึ่ง สำหรับเขาแล้วการตัดสินกันด้วยกำลังเป็วิธีการแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุดแล้วดังนั้นเมื่อมีวิธีนี้ให้เลือก เื่น่าปวดหัวอย่างการหาวิธีเจรจาจึงถูกปัดทิ้งไปในทันที
ในเมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าควรทำสิ่งใดกว่างต้าถงก็เกิดสภาวะผ่อนคลายขึ้นมา จากนั้นค่อยๆหลับตาลงพลางลอบโคจรลมปราณรักษาอาการาเ็จากการถูกพลังดาบดีดสะท้อนเมื่อครู่
ส่วนฝูเป่าที่อยู่ด้านข้างนั้นแทบไม่ต้องเสียเวลาขบคิดถึงวิธีแก้ปัญหาอันใด ในเมื่อแก้วตาดวงใจตัวน้อยของเขานอนหลับอยู่ข้างในใครอยากจะเดินเข้าวิหารไปมีแต่ต้องข้ามศพเขาไปก่อน ดังนั้นท่าทีที่แสดงออกมาตอนนี้ดูไปแล้วยังเอื่อยเฉื่อยยิ่งกว่ากว่างตาถงเสียอีก