ต้าหมิงจงใจแสดงท่าทางยั่วยุให้หลางเยี่ยโกรธขึ้นมาทันที ตอนนี้ต้าหมิงยังไม่ต้องการแสดงพลังที่แท้จริงออกมาเพราะจักรพรรดิหญิงได้ขอเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิหญิงคิดจะใช้พลังของอสูรมายาเป็นไพ่ตายเอาไว้ต่อสู้กับอัจฉริยะอีกสองอาณาจักร
“เจ้ารีบๆเข้ามาเสียเถอะมันเสียเวลาข้า” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อมองไปยังหลางเยี่ย
“เจ้าบัดซบข้าจะฆ่าเจ้า!!!!!!!!” หลางเยี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธ
สายฟ้าปะทุออกมาจากร่างของหลางเยี่ยทันที แต่พริบตานั้นเองร่างของต้าหมิงก็เคลื่อนใหวด้วยความเร็วสูงและปรากฎอยู่ต่อหน้าของหลางเยี่ยทันที
“เจ้าคิดจะอัดหน้าข้าจนภรรยาของข้าจำหน้าไม่ได้งั้นเหรอ ดี วันนี้มาดูกันว่าใครกันแน่จะหน้าเหมือนหมู” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับชกหมัดออกไปทันที
“อั๊ก!!!!!!!”
หมัดของต้าหมิงนั้นหนักหน่วงอย่างมากเพียงหมัดเดียวหลางเยี่ยก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันที ต้าหมิงไม่ยอมหยุดและชกหมัดออกไปอย่างต่อเนื่องและทุกหมัดยังเล็งไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“โหดร้ายยิ่ง” ชาบยหนุ่มคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“สมน้ำหน้าคิดจะทำร้ายคนอื่นแต่ตัวเองกลับโดนเล่นงานเสียเอง” ปู้เหยียนกล่าว
“อย่า....อั๊ก....พอแล้ว...อัก...ข้ายอม...แพ้” หลางเยี่ยกล่าวยอมแพ้ออกมาอย่างยากลำบาก
เมื่ออีกฝ่ายกล่าวยอมแพ้ต้าหมิงก็หยุดโจมตีทันที ตอนนี้ใบหน้าของหลางเยี่ยบวมเหมือนหมู่โง่ๆตัวหนึ่งเรียกได้ว่าไม่มีใครจดจำใบหน้าเก่าของหลางเยี่ยได้อีกต่อไป
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตลกเกินไปแล้ว” ปู้เหยียนที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ผู้คนบนสนามเองก็พากันหัวเราะออกมาเมื่อมองไปยังสภาพของหลางเยี่ยทันที ต้าหมิงยกยิ้มก่อนจะหันไปมองหลางเลี่ยและหลางซ่งแล้วเดินกลับที่นั่งของตัวเอง
“ใช้เพียงความแข็งแกร่งของร่างกายก็เอาชนะจอมเวทย์ระดับ 7 ได้แล้วงั้นเหรอ ท่านจักรพรรดิท่านฝึกฝนให้เขาอย่างไรกันแน่” ชายชราขี้เมาถึงกับกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“อะไรกันก็แค่ฝึกฝนพื้นฐานทั่วไปเท่านั้นเอง” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ผู้นำตระกูลต่างๆที่ได้ยินต่างพากันแสดงสีหน้ามืดมน จอมเวทย์ระดับ 6 ใช้เพียงพลังกายที่แข็งแกร่งเอาชนะจอมเวทย์ระดับ 7 แถมต้าหมิงยังเป็นผู้อัญเชิญอีกด้วยความแข็งแกร่งของต้าหมิงควรจะอยู่ที่สัตว์เวทถึงจะถูก
“ดูเหมือนนางไม่คิดจะเปิดเผยพลังของต้าหมิงตอนนี้สินะ” ผู้นำตระกูลหลางกล่าว
“ดูท่านางจะมั่นใจในตัวของเด็กนั่นมากเลยสินะ” ผู้นำตระกูลจวิ้นกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่เป็นคนที่ท่านจักรพรรดิเลือกความสามารถขนาดนี้เหล่าอัจฉริยะของตระกูลข้าเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย” อดีตผู้นำตระกูลพั่วกล่าวด้วยสีหน้าถูกใจ
“นี่มันยังพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น” จักรพรรดิหญิงกล่าว
สำหรับอดีตผู้นำตระกูลพั่วและจักรพรรดิหญิงถือเป็นคนรู้จักเก่ากันดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทั้งสองจะกล้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา
หลังจากจบการประลองของต้าหมิงก็ถึงการประลองคู่สุดท้ายของรอบแรก ซึ่งคู่สุดท้ายเป็นชายหนุ่มที่สวมหน้ากากครึ่งหน้ากับอัจฉริยะของสถาบันจอมเวทย์
แต่ทันทีที่การประลองเริ่ม ชายหนุ่มที่สวมหน้ากากก็ระเบิดพลังเวทย์ระดับ 9 ออกมาทำให้อัจฉริยะของสถาบันต้องพ่ายแพ้ในพริบตา
“เป็นไปไม่ได้ ชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันทำไมพลังถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” ผู้อาวุโสของสถาบันจอมเวทย์ถึงกับตื่นตระหนก
“เหอะ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าเองก็อยากจะเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้สินะถึงได้กล้าเสนอหน้าเข้ามา” จักรพรรดิหญิงกล่าวเสียงดังออกมา
“ของมันแน่อยู่แล้ว สิ่งนี้ใครละจะห้ามใหวและตามกฎของอาณาจักรพวกข้าเองก็มีสิทธิ์เข้าร่วมด้วยไม่ใช่รึ” เสียงของชายชราดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายของจักรพรรดิปรากฏ
“กากเดนตระกูลหวัง” จอมพลสูงสุดกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อะไรนะ เจ้าหนุ่มนั่นเป็นคนของตระกูลหวังงั้นเหรอ” หลายตระกูลกลายเป็นโกรธขึ้นมาทันที
“เจ้าพวกสวะตระกูลหวังทำไมถึงกล้าโผล่หน้ามางานประลองครั้งยิ่งใหญ่ขนาดนี้” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“นั่นสินะ ตามกฎของอาณาจักรพวกเจ้าสามารถเข้าร่วมได้แต่ว่าคนของเจ้าจะผ่านการคัดเลือกได้หรือไม่นั่นก็ไม่แน่” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“จักรพรรดิหญิงไม่ต้องห่วงคนของข้าไม่กระจอกเหมือนตระกูลทั้งสามหรอก” ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหวังกล่าว
“ท่านจักรพรรดิเราไม่กำจัดพวกมันตอนนี้จะดีจริงๆงั้นเหรอ” หนึ่งในจอมพลทั้งสามกล่าว
“ไม่ต้องกังวล เพราะเจ้าพวกนั้นจะไม่ได้ถูกเลือกอย่างแน่นอน” จักรพรรดิหญิงกล่าว
เมื่อการประลองรอบแรกจบลง ทั้งชายชราขี้เมาก็ให้คนที่ผ่านเข้ารอบที่สองพักผ่อน 1 ชั่วโมงและเริ่มการประลองรอบต่อไปหลังจากนั้นทันที
“การประลองรอบที่สอง คู่แรก หลางเลี่ย เจอกับ ต้าหมิง” เสียงประกาศดังขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ตระกูลหลางของเจ้านี่ดวงซวยจริงๆเลย” พั่วเสอถึงกับหัวเราะออกมา
หลางเลี่ยเดินขึ้นไปบนสนามประลองด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่คิดว่าความแข็งแกร่งของต้าหมิงในตอนนี้จะแข็งแกร่งมาก
“ข้าไม่เหมือนหลางเยี่ยที่ประมาทหรอกนะ” หลางเลี่ยกล่าว
“จะประมาทหรือไม่ผลแพ้ชนะมันก็ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับนำมีดคู่หนึ่งออกมาและต้าหมิงยังสวมรองเท่าจิ้งจอกที่ฟงฮู่เป็นคนสร้างให้อีกด้วย
ด้วยความเร็วของร่างกายต้าหมิงก็ยากที่จะมีคนเทียบได้มีเพียงจอมเวทย์วายุเท่านั้นที่พอจะสู้กับต้าหมิงในด้านความเร็วได้ แต่ตอนนี้ต้าหมิงกลับมีอุปกรณ์เวทเพิ่มความเร็วขึ้นอีกทำให้ใบหน้าของหลางเลี่ยเปลี่ยนไป
“เจ้าสัตว์เวทที่พวกเจ้าประมูลไปเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้มันคงตายไปแล้วสินะ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้ม
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธเพราะเรื่องนี้ทำให้เขาถูกตระกูลตำหนิอย่างหนัก
“รู้ได้อย่างไรเพราะข้ารู้อยู่แล้วยังไงละ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้ม
“บัดซบต้าหมิงวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่กล้ามาหลอกข้า” หลางเลี่ยคำราม
เปลวเพลิงแผ่กระจายเป็นวงกว้างเห็นได้ชัดว่าหลางเลี่ยจงใจที่จะกำจัดการเคลื่อนใหวของต้าหมิง
“ลูกเล่นอ่อนหัด” รอบๆร่างของต้าหมิงปรากฎพลังเวทย์สีขาวปกคลุมซึ่งนี่เป็นคุณสมบัติทางเวทย์ของผู้อัญเชิญเป็นพลังเวทย์บริสุทธิ์ที่ไม่มีพลังพิเศษอย่างธาตุอื่นอยู่เลย
“ฟุบ!!!!!!!!”
ต้าหมิงเคลื่อนใหวด้วยความเร็ว การเคลื่อนใหวของต้าหมิงต่างจากของเย่สุ่ยที่ดูอ่อนนุ่มและลื่นใหลดุจสายน้ำ ของต้าหมิงเคลื่อนใหวไปมาไม่มีรูปแบบเป็นการเคลื่อนใหวที่ดูมีอิสระและเดาทิศทางได้ยาก
“ลูกไม้เดิมๆใช้กับข้าไม่ได้หรอก หมัดเพลิงระเบิด” หลางเลี่ยคำรามและชกหมัดออกไป
“ฟุบ!!!!!!”
แต่การโจมตีของหลางเลี่ยกลับโจมตีไปยังอากาศที่ว่างเปล่า ร่างของต้าหมิงเคลื่อนใหวมาอยู่ด้านหลังของหลางเลี่ยก่อนจะชกหมัดออกไปทันที
“ตูม!!!!!”
“อ๊ากกกกกกกกก” หลางเลี่ยกรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด ต้าหมิงไม่ปล่อยให้หลางเลี่ยมีโอกาสใช้มือจับที่คอของอีกฝ่ายและยกขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วมากหลางเลี่ยที่เตรียมการเอาไว้หลายชั้นก็ยังต้องหวาดกลัวเมื่อเจอพลังกายที่น่าทึ่งของต้าหมิง