⚔️ บทที่ 47 : ทุ่งหญ้าที่กลายเป็นทะเลเขี้ยว
ลมเหนือกรีดร้องฝ่าทุ่งหญ้าจนโบกพล่าน ขอบฟ้าทางเหนือแตกราวม่านผ้าถูกฉีก เงาดำพริ้วไหวเลื้อยคลานออกมาจากรอยปริแผ่นดิน—อสูรคลานแห่งคาเอลรอส นับสิบ นับร้อย ลำตัวยาวเท่าท่อนซุง หนวดคู่หน้ากวัดแกว่ง ดวงตาสีแดงนับเรียงกันไปตลอดสันหลัง มันส่งเสียงเสียดสี กรืดดดด… กรืดดดด… จนพื้นดินสั่นสะเทือนและหญ้าทั้งผืนลู่ลงเหมือนถูกธารลมเหยียบย่ำ
ไครอสวัยสิบสองปีขยับเท้าไปข้างหน้า ดาบเงินบิ่นที่ถูกขัดใหม่สะท้อนแสงอ่อน ๆ เหงื่อเกาะเส้นผมบนหน้าผากแต่ดวงตาสีเงินกลับนิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เขาหลุบตาเหลือบมองเหรียญเงินที่อก—เพียงชั่ววินาทีก่อนกำแน่น “ข้าจะถอยกลับสู่ความกลัว…อีกไม่ได้แล้ว”
ลิซาเอลยืนทางซ้าย คันธนูสีเงินมรกตตึงเปรี๊ยะ กล้ามแขนเรียวยาวขึงคันอย่างมั่นคง ผมเงินพริ้วสู้ลม เธอเหลือบมองไครอสเพียงแวบเดียว “สหาย…อย่าปล่อยให้ลมหายใจของเจ้าวอกแวก” น้ำเสียงเรียบเย็น แต่ปลายคำมีความอุ่นที่ไครอสเข้าใจดี
อัครอสยืนทางขวา ไม้เท้าจิ้มดินสองที ตึก ตึก ร่องเวทสว่างขึ้นเป็นวงกลมสีทองใต้ฝ่าเท้าของทั้งสาม “ตั้งใจฟัง—พวกมันแทรกฝังเงาไว้ใต้หญ้า เหยียบพลาดนิดเดียว เจ้าจะถูกฉุดลงไปราวตกบ่อโคลน มีดาบ—แทงสันคอ มีไฟ—เผาตามข้อปล้อง ไม่ใช่แรงอย่างเดียว แต่ต้อง ‘จังหวะ’ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจ” ไครอสกับลิซาเอลตอบพร้อมกัน
ฝูงอสูรคลานพุ่งมาคล้ายคลื่นเขี้ยวชุดแรก—สิบตัวแผ่พังผืดดินจนเป็นระลอก ไครอสพุ่งสวน ส้นเท้าทิ่มพื้น ฉึก กดน้ำหนักลงจุดแข็งที่อัครอสเพิ่งสอน ดาบฟันเฉียงเป็นครึ่งจันทร์ “ฮะ!” คมเงินผ่าข้อปล้องสามข้อรวด ร่างยักษ์ตัวหนึ่งชะงัก ก่อนเลือดดำพุ่งเป็นสาย กลิ่นคาวร้อนผ่าวคลุ้งทันที
“ซ้ายสูง!” ลิซาเอลเตือน เธอปล่อยศรมรกต ฟ้าว! ทิ่มดวงตาเรียงกันสามเม็ดบนสันหลังของอีกตัวจนแตกพร่า “Shael’vhen toriel—Lunaris!” ศรแตกเป็นแสงแตกแขนง ฉีกเงาดำที่กำลังจู่โจมด้านข้างไครอสให้พรุน
พื้นใต้เท้าไครอสจมวาบ—เงาดำพยายามดูดข้อเท้าลง ดวงตาเงินหรี่ “รู้ตัวแล้ว!” เขาตวัดดาบลงเฉือนหญ้าเปิดผิวดิน ก่อนก้าวเฉียงออกข้าง สวบ รอดจากใบมีดเขี้ยวที่พุ่งจากใต้ดินฉิวเฉียด หน้าแข้งถูกบาดเลือดซึม แต่ร่างยังมั่นคง
อัครอสยกไม้เท้าสูง ร่ายเสียงทุ้มสั่นดิน “Lux Aeterna, circulum muniens! Ignis Custos, orbis clausus!” แสงทองพุ่งขึ้นเป็นกำแพงฉับพลัน โอบคุ้มทั้งสามให้รอดจากฝนหนามมีพิษที่อสูรคลานดีดกระหน่ำมาอย่างคลุ้มคลั่ง หนามนับร้อยดอกปะทะโล่แสง ปัก ปัก ปัก เป็นวงล้อมรอบ
“โล่อยู่ได้ไม่นาน!” ผู้เฒ่าตะโกน “ไครอส—ทลายแนวหน้ามัน!”
เด็กหนุ่มสูดลมลึก ความร้อนวาบขึ้นที่ท้องแขน ดวงตาสีเงินเรืองกว่ากองไฟ เขากระซิบกับตัวเองชัดทุกพยางค์ “วันนี้…ข้าเป็นคนลงจังหวะ ไม่ใช่เงา” จากนั้นเสียงภาษาที่เขาไม่เคยเรียนแต่ผุดขึ้นเองในอกก็พรั่งพรู “Eru’shan var’kai—Nethra sol’vhal!” อักขระเงินลอยวาบจากดาบเรียงเป็นแผ่นคมลมสามชั้น ฟาดตรงแนวหน้า ฉึบ-ฉึบ-ฉึบ! ปล้องกระเด็น เงาดำแหวก ตัวยักษ์สี่ห้าตัวขาดเป็นท่อนพร้อมเสียงกรีดร้องยาว
คลื่นที่สองทะยานมาแนบพื้นเหมือนริ้วงูพันกัน ลิซาเอลกระโดดถอยหลังหนึ่งช่วงตัว แล้วยิงต่อเนื่องในระยะเผาขนแบบเอลฟ์ “Se’ra ilun! Shael’taris!!” ศรดอกแรกปักโคนหนวด ศรถัดมาลั่นข้อตะขาบ ศรที่สามเจาะปุ่มพิษจนระเบิดสีเขียวกระจาย อัครอสเหวี่ยงไม้เท้ากวาดไฟ “Ignis Or’mal—Ardentia!” เผาพิษให้ลมยกไอร้อนขึ้นแทนที่ไอคาว
อสูรคลานตัวหนึ่งพุ่งทะลุแนวแสงเข้ามากวาดหนวดบาดแสกหน้า ไครอสกดไหล่ลงต่ำ สอดดาบเข้าข้างช่องปล้อง กึก แล้วบิดข้อมือ ครืดด! ปลายดาบฉีกยาวตลอดท้อง มันกระตุกถอย เลือดดำสาดท่วมหน้าเด็กหนุ่ม เขาไม่หลบ—ปล่อยให้ไหลผ่านเหล็กคาง แล้ว “หมุนส้น” ครึ่งวงฟันสวนกลับเข้าข้อคอที่อ่อนที่สุดอย่างไม่ลังเล
“ดี!” อัครอสคำรามชื่นชม “เจ้าจับ ‘ช่องว่าง’ ได้แล้ว!”
แต่คลื่นที่สามสูงท่วมหัว—หัวหน้าฝูงปรากฏ ลำตัวยาวเหมือนเรือใบสองลำต่อกัน ตาแดงเรียงหกสิบเม็ดกะพริบไล่ มันอ้าช่องปากเป็นสันเลื่อยและคำรามเสียงต่ำจนพื้นดินกระเพื่อม บึ้ม…บึ้ม… ลิซาเอลกัดฟัน “ตัวนี้เกราะหนา ศรธรรมดาไม่เข้า!”
“งั้นเราผสาน” ไครอสพูดทันควัน
เธอไม่ถามต่อ เพียงขยับมาเคียงไหล่ ดึงสายธนูสุดแรง ขณะที่ไครอสชูดาบขึ้นเหนือศีรษะ อัครอสยกไม้เท้าปักกลางโล่แสง เติมพลังสุดท้าย
เสียงร่ายประสานดังพร้อมกัน—
ไครอส: “Eru’shan—Astrae Nethra!!”
ลิซาเอล: “Shael’vhen—Lunaris Corona!!”
อัครอส: “Lux Vertex—Converge!”
ดาบเงินหั่นแสงเป็นเสี้ยวจันทร์ ศรแปรเป็นแกนมรกต พุ่งชนกันกลางอากาศแล้วหลอมเป็น “วงแหวนครึ่งจันทร์” หมุนด้วยเสียงหวีดสูง ฟี่ย์ย์ย์— วงแหวนเสียดเฉือนพุ่งเข้ากลางกายหัวหน้าฝูง ฟาดทีเดียวปล้องหนาสุดขาดสะบั้น เลือดดำพ่นเป็นโค้ง ท่อนหลังดิ้นชักก่อนทรุด
คลื่นอสูรแตกฮือ ทุ่งหญ้ากลับกลายเป็นทะเลของปล้องฉีก ไครอสทรุดคุกเข่า หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ดาบยังตั้งไม่ยอมตก ลิซาเอลคุกเข่าข้าง ๆ เอื้อมหลังมือแตะกำปั้นของเขาสั้น ๆ “จังหวะดีมาก…สหาย”
อัครอสยืนปักไม้เท้า หน้าซีดลงตามอายุแต่แววตาวาว “ยังไม่จบ—ฝูงถอยตั้งลำใหม่ ผนวกรอยปริเพิ่ม…เตรียมรับคลื่นสุดท้าย!”
ลมเปลี่ยนทิศ กลิ่นดินคาวยิ่งเข้ม ความเงียบสั้น ๆ ไล่ผ่านทั้งสามเหมือนมือที่แตะแผ่นหลัง ก่อนเสียงกรีดสั้น ๆ หมายถึงการรวมฝูงดังพร้อมกันทั่วแนว—กรืด! ไครอสผลักตัวลุก ดวงตาสีเงินลุกขึ้นเหมือนแสงในโลหะ “มาเถอะ—ครั้งนี้ ข้าจะนำโจมตี”
และเมื่อเงาดำขึงตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่สุดซัดเข้า—เด็กคนที่ครั้งหนึ่งเคยหลบหลังผู้อื่น ก็ก้าวขึ้นหน้าโดยไม่เหลียวหลัง