"เชี่ยยยยย" คำพูดหลุดออกมาทันทีเมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสิ่งที่เขาไม่คิดฝัน อาคารไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง เก่าโทรม เถาวัลย์เลื้อยปกคลุม ... มันคือโรงเรียนร้างผีสิง ที่เขาเคยมาทำคลิปเมื่อวันก่อน
ครั้งก่อนที่เขาเข้ามาที่นี่ มันคนละเส้นทางกับตอนนี้
กู๊ดรู้สึกพรั่นพรึงอย่างประหลาด ต่างจากก่อนหน้าที่เข้ามาด้วยความท้าทาย ลองดี
"เอาก็เอาวะ" เขาไม่เสียเวลาคิด กู๊ดก้าวเท้าขึ้นไปยังชั้นบนของตัวอาคารไม้ บรรยากาศโพล้เพล้ ซ้ำไม่ได้พกไฟฉายแรงสูงมาด้วย ทำให้มองเห็นอะไรได้ไม่ถนัดนัก
ภายในอาคารยังเป็เหมือนเช่นที่เขาเคยมา ทางเดินยาวฝุ่นจับหนาซึ่งตอนนี้ปรากฎรอยพื้นรองเท้าของเขาและทีมงาน
รวมถึงรอยเท้านั้น!!! กู๊ดรีบก้มลงพิจารณารอยเท้าตรงพื้นทันที มันแตกต่างจากรอยพื้นรองเท้าของเขาและทีมงาน เพราะมันเป็รอยเท้าคน ... ที่ปรากฎนิ้วทั้ง 5 นิ้ว
หากเป็รอยเท้าแม่ของเขาจริง ๆ แสดงว่าแม่ต้องเดินเท้าเปล่ามา!!! โถแม่ ... เขาไม่อาจกลั้นความรู้สึกจุกในอกได้ น้ำตารื้นออกมาอย่างไม่ตั้งใจ กู๊ดสูดลมหายใจลึกรวบรวมพลังใจ ไม่ว่าเื่ราวประหลาดนี้มันจะเป็อะไรเขาก็พร้อมจะเผชิญหน้า
"แม่ ... แม่ครับ" เขาะโสุดเสียง สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือเสียงของเขาเอง ค้างคาวที่เกาะอยู่ที่ใดที่หนึ่งบินโฉบ กระพือปีกเฉียดหน้าเขาไป
"เชี่ยย" กู๊ดยกเอามือป้องด้วยความใ หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่อยากให้มันเป็ เขาเม้มปากแน่น ตัดสินใจเดินตามรอยเท้าแม่ที่ย่ำไป ระหว่างเดินเขามองสำรวจห้องแต่ละห้องไปด้วย สภาพแต่ละห้องไม่ต่างกัน มีแต่ฝุ่นหนาเตอะและสุสานเก้าอี้ เขาก้มตัวมองตามซากเก้าอี้หักพัง ความหวังในใจก่อตัว เผื่อว่าแม่จะมานอนหลบมุมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง
พระอาทิตย์ใกล้ตกดินเต็มที กู๊ดมีเพียงแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลย ปากยังคงะโก้องไปด้วย แต่ยังไร้วี่แววของแม่ แสงภายนอกเริ่มริบหรี่ บ่งบอกว่าเวลาค่ำใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาเดินมาเกือบสุดทางลงอีกด้าน ห้องสุดท้ายที่อยู่ขวามือก่อนทางลงเป็ห้องที่เขาเอากระดาษแผ่นนั้นมา
... และตอนนี้ ... มันวางอยู่ตรงนั้น
กู๊ดตกตะลึง รีบวิ่งเข้าไปในห้อง หยิบกระดาษที่วางบนพื้นมาดู
"แม่ .. แม่ ... แม่ครับ" เขาเงยหน้าะโลั่นไปในความมืด ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีแต่เสียงสะท้อนกลับ แต่เพียงอึดใจเดียวเสียงหนึ่งก็ปรากฎ ทำให้เขาขนลุกสะท้านไปทั้งตัว
มันเป็เสียงผู้หญิงที่กำลังหัวเราะคิก
เสียงเดียว เสียงเดียวจริงๆ แต่มันทำให้รูขุนขนในร่างกายหดเกร็งจนทำให้ขนลุกทั้งตัว เขาเริ่มประหวั่นมากกว่าเดิม ... นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะ
เขาวิ่งไปดูที่หน้าต่าง เพื่อหาที่มาของเสียง ด้านนอกว่างเปล่าไร้ผู้คน มีแต่กอหญ้าที่ขึ้นรกร้าง กู๊ดกลับมาสนใจกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง มันเหมือนเดิมเช่นที่เขาเคยเห็นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ต่างกันตรงที่
บรรทัดล่างสุดที่เคยมีชื่อ 'ยาใจ มะลิวรรณ' บัดนี้มันถูกขีดทับด้วยรอยปากกาจนอ่านไม่ได้
เหงื่อผุดเป็เม็ดคล้ายหยดน้ำไหลจากหน้าผากเขา ทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อน กู๊ดกัดริมฝีปากพยายามใช้ความคิด เขายังไม่เข้าใจความเชื่อมโยงนี้ แต่เขาตัดสินใจวางกระดาษแผ่นนั้นลงที่เดิม
"แม่งเอ้ย มันจะเป็ห่าอะไรก็ช่าง แต่แม่กูหายไปไหนวะ" เขาสบถลั่น
จู่ๆ กลิ่นเหม็นรุนแรงก็โชยมาปะทะจมูก กลิ่นเหม็นเน่าน่าขยะแขยง ยิ่งกว่าอุจจาระในบ่อเกรอะ เขายกแขนขึ้นปิดจมูกทันที มันเหม็นจนแทบทนไม่ไหว อยากจะออกไปจากที่นี่โดยเร็ว แต่เขายังหาแม่ไม่เจอ
กู๊ดตัดสินใจเดินลงจากอาคารมาและเดินอ้อมไปด้านหน้า ซึ่งมีฐานปูนทรงกลมล้อมรอบขั้นบันได 2-3 ขั้น มันถูกสร้างให้อยู่ระหว่างกึ่งกลางของอาคารไม้นี้พอดี เขาเดาว่าน่าจะเป็ที่ตั้งของเสาธงชาติ แต่ตอนนี้เสาธงได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว
"แม่ .... แม่ครับ" เขาเชื่ออย่างหมดใจว่าแม่ต้องอยู่ที่นี่ เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นดูเวลา ทุ่มครึ่งแล้วบรรยากาศมืดสนิท
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาให้ได้ยินอีกครั้ง เขาแน่ใจว่าหูไม่ได้ฟาด ที่มาของเสียงคือชั้นบนอาคารไม้ เขารีบวิ่งกลับเข้าไปอีกครั้งตรงไปยังที่มาของเสียง
ทันทีที่วิ่งเข้าไปในห้อง แม่นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่ผิดแน่ จะมีใครอีกนอกจากนี้ แม่นั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น ยกมือทั้งสองขึ้นระดับอก ทำท่าเหมือนปรบมือ หรือตบแปะกับใคร ... กับใคร??? จะมีใครได้อีกนอกจากแม่ นี่คือที่มาของเสียงหัวเราะคิกคัก แม่หัวเราะสนุกสนาน มันเป็ภาพที่เขาไม่เคยเห็น
"แม่" เสียงเขาเล็ดลอดได้เพียงแ่เบา เสียงบางส่วนถูกกักขังในหลอดลม เขาััถึงกลิ่นอายบางอย่างที่ชวนสยดสยอง ร่างนั้นยังคงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากยกมือขึ้นตบแปะกับอากาศ ไร้การรับรู้การมาถึงของลูกชาย ต่อเมื่อกู๊ดเดินเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้านั้นก็หันขวับมา
ดวงตาแดงกล่ำไปด้วยสีแดงของเื ดวงตาอีกข้างหลุดห้อยมากองข้างแก้ม ใบหน้าซีดขาว ช้ำเืช้ำหนอง บวมพองเหมือนศพขึ้นอืด
ร่างกายนั้นคือแม่ของเขา แต่ใบหน้านั้นไม่ใช่ !!!
ความกลัวพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด สัญชาตญาณทำให้เขาวิ่งหนีโดยไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีเขามาอยู่มุมสุดอีกด้านของอาคาร กู๊ดหายใจหอบตัวโยนเอามือยันประตูห้องด้วยความเหนื่อย พยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมสติ
อาจจะตาฝาด ขอให้ตาฝาดเถอะ
แม้ไม่อาจปลอบใจตัวเองด้วยคำนี้ได้ แต่เขายังภาวนาขอให้มันเป็อย่างที่เขาคิด
เมื่อพอตั้งสติได้ กู๊ดสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ คิดจะกลับไปยังห้องที่เจอแม่อีกครั้ง แต่ประตูด้านที่เขาเอามือยันไว้เปิดเผยอออก ทำให้มือที่ยันไว้หล่นจนทรงตัวไม่อยู่ เซถลาไปโดนประตู ทำให้ประตูเปิดออกเต็มบาน
ดวงตาพลันเหลือบเข้าไปในห้อง สิ่งแรกที่ปรากฎตรงหน้าคือขาของมนุษย์ห้อยอยู่กลางอากาศ ปลายเท้าชี้ลงพื้น ขาขาวซีด ช้ำเืช้ำหนอง นี่มันขาศพ !!!
เขาอ้าปากค้างเหมือนโดนมนต์สะกดให้ถูกตรึงไว้อยู่กับที่ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้
สายตาเขามองไล่จากล่างขึ้นบน จากปลายเท้าลอยคว้าง ไล่ขึ้นไปจนเห็นชายกระโปรงสีขาวมอซอ ไล่ไปจนระดับสะโพกที่มีมือสองข้างทิ้งแนบลำตัว เรื่อยขึ้นไปจนพบกับสายตาที่มองต่ำลงมา
เืสีแดงคล้ำไหลออกจากเบ้าตาเหลือกถลนจนเห็นแต่ตาขาว เส้นผมรุงรังปรกสยาย เธอทิ้งตัวกลางอากาศ มีเพียงเชือกเส้นเดียวที่ยึดโยงร่างไร้ิญญานี้ไว้
กู๊ดไร้ความสามารถจะเปล่งคำใดออกมา ชาทั้งตัวเหมือนเอาตัวลงไปแช่ในบ่อน้ำแข็ง ใจอยากจะหนีไปให้พ้นแต่ขาขยับไม่ได้ บัดนี้เขาไม่สามารถเป็เ้านายของร่างกายได้เลย สายตาที่ก้มต่ำมายังเขา สะกดไม่ให้เขาออกไปจากตรงนี้ได้ ลมพัดมาวูบหนึ่งหอบเอากลิ่นเหม็นเน่าลอยปะปนมาในอากาศคละคลุ้ง ร่างไร้ิญญาไกวเล็กน้อยจากสายลมที่มาปะทะ เืสีคล้ำในปากหยดมาเป็สาย สำนึกสุดท้ายคือเสียงดูดกินอาจมอย่างตะกละตะกลาม หิวกระหาย คล้ายหมาป่ารุมกินซาก และก่อนที่เขาจะสิ้นสตินั้น มีเสียงหนึ่งแทรกมาปะปน
"ยาใจ ความสุขของเธอคืออะไร"