หลายวันต่อมายอดเขาเมฆาได้ปิดยอดเขาทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าไปใกล้ได้แม้แต่ส่งจิตััเข้าไปก็ไม่อาจทำได้ตลอดหลายวันก่อนที่การทดสอบศิษย์ของสำนักอวี้ฮวาจะเริ่มหลิงหยวนได้ถูกฉินอวี้ซีฝึกฝนด้วยตัวเองตลอดทั้งชี้แนะวิธีเอาตัวรอดในมิติลับและการมองใจคน
เพื่อป้องกันไม่ให้หลิงหยวนตกหลุมพรางของคนจากยอดเขาเหอหวนและยอดเขาอสนีฉินอวี้ซีจึงต้องเตรียมการทุกอย่างไว้ให้หลิงหยวน
“ฟุบ!!!!”หลิงหยวนฝึกท่าเท้าและะโไปมาผ่านต้นไม้ต่างๆบนยอดเขาได้อย่างคล่องแคล่วแม้หลิงหยวนจะไม่มีพลังปราณแต่การเข้าใจกฎเกณฑ์ของวิชานั้นๆก็ทำให้หลิงหยวนสำแดงความสามารถของวิชานั้นๆออกมาได้โดยไม่ต้องพึ่งพลังปราณเพราะหลิงหยวนเข้าถึงวิถีเต๋าได้โดยตรง
ฉินอวี้ซีเองก็เข้าใจจุดนี้แล้วนางจึงมองข้าวพื้นฐานเดิมของผู้ฝึกปราณไปทั้งหมดนางสอนเกี่ยวกับวิถีเต๋าให้หลิงหยวนโดยตรง
ในโลกแห่งการฝึกตนขอบเขตแรกของผู้ฝึกตนคือ ขอบเขต กลั่นปราณจำเป็ต้องรวบรวมปราณฟ้าดินมากลั่นให้บริสุทธิ์และเก็บไว้ในร่างกายต่อมาคือสร้างรากฐานเพื่อบรรลุเซียนในอนาคต จากนั้นหลอมแก่นปราณ ก่อกำเนิดหรือหยวนอิงจากนั้นคือเทพแปลง รวมิญญา ข้ามด่านเคราะห์ บรรลุเซียนขั้นตอนทั้งหมดล้วนต้องดูดซับปราณฟ้าดินทั้งสิ้น
แต่หลิงหยวนกลับไม่ใช่ร่างกายของหลิงหยวนไม่จำเป็ต้องใช้ปราณฟ้าดินก็สามารถดึงพลังของเต๋าออกมาใช้ได้โดยตรงนี่คือความลับอันยิ่งใหญ่ที่ฉินอวี้ซีค้นพบหลังจากอยู่ด้วยกันมานานเท่ากับว่าขอแค่หลิงหยวนมีความรู้มากพอก็สามารถสำแดงพลังเต๋าออกมาได้ทั้งหมดและมีพลังเทียบได้กับเซียน
แต่ในสายตาของพวกเสี่ยวไป๋หากหลิงหยวนทำความเข้าใจเต๋าทั้งหมดในโลกได้อย่าว่าแต่เซียนเลยพลังของหลิงหยวนจะก้าวข้ามเผ่าเทพกลายป็นมหาเทพผู้ยืนอยู่จุดสูงสุด
“เปรี้ยง!!!!!!!!!”หลิงหยวนและหนานเว่ยทั้งสองประลองกระบี่กันโดยไม่พึ่งพลังปราณใช่แค่วิถีกระบี่ในการปะทะแต่สุดท้ายหนานเว่ยก็ไม่เคยชนะหลิงหยวนได้เลยสักครั้ง
“ข้าแพ้อีกแล้ว”หนานเว่ยกล่าวขณะศักดิ์ศรีของการเป็ศิษย์พี่หญิงถูกทำลายนางถูกเรียกตัวมาเพื่อปกป้องหลิงหยวนแต่ดูตอนนี้สินางกลับไม่อาจเอาชนะหลิงหยวนได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวนี่ทำให้นางเริ่มสงสัยแล้วว่าหลิงหยวนเก่งเกินไปหรือนางอ่อนแอเกินไปกันแน่
ที่จริงแม้แต่ฉินอวี้ซีก็ยังแพ้หลิงหยวนหากวัดกันที่วิถีกระบี่ดังนั้นนางจึงไม่ยอมขายหน้าลงไปประลองกับหลิงหยวนแต่ใช้ข้ออ้างให้หนานเว่ยได้ขัดเกาวิถีกระบี่กับหลิงหยวนแทน
“เ้าจะบ่นไปทำไมเ้าก็ได้ประโยชน์จากหยวนหยวนไม่ใช่หรือ” ฉินอวี้ซีกล่าว
“มันก็ถูกแต่ถึงอย่างไรข้าก็เป็ศิษย์พี่นี่นาข้าก็อยากเป็ที่พึ่งของศิษย์น้องบ้าง”หนานเว่ยกล่าว
“จิ้งจอกน้อย่นี้เ้าตัวติดกับหยวนหยวนของข้ามากไปแล้วนะอย่าคิดว่าข้าไม่รู้หลายวันก่อนเ้าแอบเข้าไปในห้องของหยวนหยวนครั้งหนึ่งหากไม่ใช่เพราะข้าจับตาดูอยู่เ้าคงลงมือไปแล้วใช่หรือไม่”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ท่านอาจารย์อย่ามาไร้สาระนะท่านต่างหากที่ทำให้ข้าเกิดความอยากรู้เพราะทุกคืนท่านมักจะแกล้งทำเป็ละเมอเดินเข้าไปในห้องของศิษย์น้อง”หนานเว่ยกล่าว
“แล้วทำไมก็ข้าละเมอจริงๆนี่” ฉินอวี้ซีกล่าวหน้าตายเห็นได้ชัดว่านางไม่สนใจเลยว่าหนานเว่ยจะมองนางยังไง
“ยัยจิ้งจอกเฒ่าเ้าเองนั่นแหละตัวดีคิดจะล่อลวงศิษย์น้อง” หนานเว่ยคำรามในใจ
หลิงหยวนคุ้นชินกับการทะเลาะของทั้งสองแล้วแม้เวลาอยู่ข้างนอกหนานเว่ยจะไว้หน้าฉินอวี้ซีและไม่เคยขัดคำสั่งแต่บนยอดเขาทั้งสองเมื่อความเห็นไม่ตรงกันก็มักจะทะเลาะกันตลอดเหมือนกับสหายกันมากกว่าจะเป็ศิษย์อาจารย์
“ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วสินะ”หลิงหยวนแอบตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเขาพึ่งจะเคยเข้าร่วมการทดสอบศิษย์ครั้งแรกและเขาก็อยากจะรู้ด้วยว่าสัตว์อสูรด้านในจะแข็งแกร่งหรือไม่และตัวเขาในตอนนี้จะสู้สัตว์อสูรเ่าั้ได้หรือเปล่า
“จริงสิศิษย์น้องเ้าใช้พลังปราณไม่ได้แหวนมิติก็คงใช้ไม่ได้เหมือนกันแล้วเ้าจะเก็บชิ้นส่วนของสัตว์อสูรยังไงเพราะแต้มสำนักล้วนมาจากชิ้นส่วนของสัตว์อสูร” หนานเว่ยกล่าว
‘ข้าได้เรียนรู้ค่ายกลมิติขนาดเล็กเรียบร้อยแล้วทำให้ข้าสร้างถุงมิติขึ้นมาโดยผสานกับวิถียันต์ทำให้ข้าไม่ต้องใช้พลังปราณก็สามารถเก็บของไว้ในมิติขนาดเล็กได้”หลิงหยวนกล่าว
“ข้าลืมนึกไปว่าเ้าไม่สามารถใช้แหวนมิติได้เดี๋ยวก่อนหยวนหยวนน้อยเ้าไม่จำเป็ต้องใช้ถุงมิติอันนั้นหรอกมันเล็กเกินไปใส่ของไม่กี่ชิ้นก็เต็มแล้ว”ฉินอวี้ซีกล่าว
‘แต่ข้าไม่มีวิธีอื่นแล้ว”หลิงหยวนกล่าว
“ใครบอกเ้าลืมไปแล้วเหรอว่าข้าเป็ใคร ข้าจะสอนวิธีสร้างมิติส่วนตัวให้กับเ้า” ฉินอวี้ซีกล่าว
“อะไรนะนั่นมันไม่ใช่ว่าต้อง......” หนานเว่ยกำลังจะกล่าวแต่ถูกฉินอวี้ซีปิดปาก
“ด้วยพร์ของหยวนหยวนย่อมเรียนได้แน่” ฉินอวี้ซีกล่าวขณะอธิบายถึงวิถีแห่งมิติที่นางเข้าใจออกมาแล้วสอนหลิงหยวนในการควบแน่นมิติให้กลายเป็ถ้ำขนาดเล็กแห่งหนึ่งขึ้นมาแม้จะบอกว่าขนาดเล็กแต่ก็มีความกว้างกว่าพวกแหวนมิติหลายเท่าตัว
“แบบนี้นี่เองหากใช้วิธีนี้ก็ไม่ต้องใช้พลังปราณ” หลิงหยวนเบิกตาด้วยความตื่นเต้นก่อนจะนั่งลงศึกษาทำความเข้าใจเต๋าแห่งมิติทันที
“นางจิ้งจอกคนนี้ร้ายกาจมากเริ่มจับทางของนายท่านออกแล้วจึงสามารถสอนนายท่านในทางที่ถูกต้องได้แล้ว”เสี่ยวหวงกล่าว
“ถือว่านางทำได้ไม่เลวแทนที่จะสอนวิชาทั่วๆไปให้กับนายท่านไม่สู้สอนวิถีเต๋าให้นายท่านใช้โดยตรงเลยดีกว่าข้าเองก็คิดวิธีนี้ได้นานแล้วติดตรงที่ข้าเป็เผ่าอสูรเลยไม่อาจไปสอนนายท่านได้”เสี่ยวไป๋กล่าว
“อย่างเ้าเนี่ยนะจะสอนนายท่านน่าขัน” เสี่ยวหลงหัวเราะออกมาเพราะในบรรดาพวกเขาทั้งสามคนคนที่ี้เีที่สุดคือเสี่ยวไป๋แถมยังเป็พวกที่ชอบใช้ความรุนแรงจัดการปัญหาทุกอย่างอีก
“เ้าปลาเน่าอยากตายงั้นเหรอ”เสี่ยวไป๋แยกเขี้ยวทันที
“หากเ้ากล้าทำร้ายข้าข้าจะฟ้องนายท่านถึงตอนนั้นเ้าจะต้องถูกดุอย่างแน่นอนแล้วความโปรดปรานทั้งหมดก็จะตกมาอยู่ที่พวกเรา”เสี่ยวหลงกล่าว
“ดีเลยเ้าลงมือเลยเ้าแมวโง่”เสี่ยวหวงกล่าว
“พวกเ้า”เสี่ยวไป๋ถูกรุมก็ไม่อาจเถียงกลับได้จะใช้กำลังก็กลัวว่านายท่านจะรังเกียจตนอีก
“วูบ!!!!!!!!!!!”
ทันใดนั้นเองบนฝ่ามือของหลิงหยวนก็มีมิติขนาดเล็กถูกบีบอัดให้กลายเป็ถ้ำแห่งหนึ่งภายในกว้างอย่างมากแถมมิติภายในก็มั่นคงอย่างถึงที่สุด
“ทำได้จริงๆ.......ข้าฝันไปงั้นเหรอ”หนานเว่ยยืนอึ้งก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องอย่างเชื่องช้าราวกับิญญาหลุดไปแล้ว
“หยวนหยวนของข้าเก่งที่สุดอาจารย์จะให้รางวัลเ้า” ฉินอวี้ซีตื่นเต้นนางเข้าไปกอดหลิงหยวนและคิดจะหอมแก้แต่พริบตาก็มีร้องเท้าพุ่งออกมาจากห้องของหนานเว่ย
“จิ้งจอกเฒ่าอย่าคิดจะฉวยโอกาสกับศิษย์น้อง”เสียงของหนานเว่ยดังขึ้น
“ชิรู้งี้ข้าไม่น่าเรียกเ้ากลับมาเลย” ฉินอวี้ซีเห็นว่าเสียโอกาสอันดีงามก็เค้นเสียงไม่พอใจ
“ท่านอาจารย์หรือว่านี่วิถีแห่งการบ่มเพาะที่เป็ของข้า” หลิงหยวนกล่าว
“น่าจะใช้หลังจากอาจารย์สังเกตมานานก็พบว่าการฝึกฝนของเ้าไม่จำเป็ต้องพึ่งพลังปราณแต่เ้าจะต้องทำความเข้าใจเต๋าของสิ่งต่าง โดยตรงถึงจะสามารถสำแดงพลังออกมาได้หลังจากนี้อาจารย์จะพยายามหาตำราเต๋าต่างๆมาให้เ้าศึกษาขอแต่เ้าจับหลักการต่างๆได้ก็น่าจะฝึกฝนพลังได้ไม่ยาก”ฉินอวี้ซีกล่าว
“ขอรับท่านอาจารย์”หลิงหยวนยิ้มด้วยความตื่นเต้นในที่สุดตนก็สามารถฝึกฝนได้แล้วแม้จะไม่เหมือนชาวบ้านที่บ่มเพาะพลังปราณแต่ขอแต่หลิงหยวนแข็งแกร่งขึ้นและปกป้องตัวเองและคนรอบข้างได้หลิงหยวนก็ไม่สนใจว่าจะต้องฝึกแบบไหน
เวลาผ่านไปวันการทดสอบสำนักก็มาถึงศิษย์ทุกคนของสำนักอวี้ฮวาต่างมารวมตัวกันสำหรับศิษย์สายนอกแม้พวกเขาจะมีพลังอ่อนแอแต่การทดสอบนี้เป็โอกาสของพวกเขาบางคนอาจจะแสดงพร์ออกมาจนเข้าตาเหล่าผู้าุโหรือบางคนใช้โอกาสนี้กอบโกยแต้มสำนักจากการสังหารสัตว์อสูร
ต้วนจื่อที่หายดีและแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเดือนมานี้ถึงกับบรรลุขอบเขตกลั่นปราณขั้นที่7 แล้วและข้างๆก็คือหญิงสาวที่มักจะอยู่กับต้วนจื่อเป็ประจำ
หลิงหยวนยืนอยู่ข้างหนานเว่ยออร่าของหลิงหยวนโดดเด่นมากมายตาจำนวนมากต่างมองมาที่หลิงหยวนเป็ตาเดียว
“นั่นศิษย์น้องหลิงดูเหมือนจะหล่อขึ้นหรือเปล่า”
“หลายเดือนมานี้ศิษย์น้องไม่ปรากฏตัวออกมาเลยแถมยอดเขาก็มีม่านพลังปกปิดเอาไว้แม้แต่เ้ายอดเขากระบี่ที่นั่งรอก็ยังทนไม่ได้ต้องถอยกลับไปยังยอดเขาของตัวเอง”
“เื่นั้นใครจะสนเฮ้อ ศิษย์น้องหลิงนับวันยิ่งดูดีมากขึ้นไปอีก ในอนาคตเขาจะหล่อเหลาขนาดไหนกันนะ”
“นั่นสิั้แ่ข้าเจอศิษย์น้องหลิง สายตาที่ข้ามองชายคนอื่นก็ไม่เหมือนเดิมมันรู้สึกไม่น่ามองอีกต่อไปหากเป็เช่นนี้ข้าคงต้องให้ศิษย์น้องหลิงรับผิดชอบแล้ว”
“น่ารังเกียจคนอย่างเ้าคู่ควรด้วยงั้นเหรอ”เหล่าศิษย์หญิงพากันพูดคุยกันอย่างสนุกปาก
“เ้านั่นงั้นเหรอข้าััพลังปราณไม่ได้เลยหรือว่ายังไม่เริ่มบ่มเพาะอีก”
“เหอะคนธรรมดาคิดจะเข้าร่วมการทดสอบสำนักน่าขันจริงๆ”
“บางทีพวกเราไม่ต้องทำอะไรเ้านั่นก็คงถูกสัตว์อสูรฆ่าตายไปแล้วมั้ง”ศิษย์จากยอดเขาเหอหวนและยอดเขาอสนีพากันยิ้มขึ้นอย่างดูถูกเมื่อมองไปยังหลิงหยวน
“ศิษย์น้องหลิง”ไป๋ซวีโบกมือให้หลิงหยวนทันทีที่เห็น ส่วนศิษย์ของยอดเขากระบี่ก็พยักหน้าทักทายหนานเว่ยเช่นกัน
“ทุกท่านวันนี้คือวันทดสอบศิษย์สำนักซึ่งเป็วันสำคัญสำหรับศิษย์ทุกคนเพราะมันจะบ่งบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเ้าพัฒนาตัวเองไปถึงไหนแล้วขณะเดียวกันก็เป็่เวลาแห่งการเก็บเกี่ยวด้วย
อย่างที่หลายคนรู้ดีว่าในมิติลับของสมบัติประจำสำนักอวี้ฮวาของพวกเรามีมิติขนาดใหญ่และภายในนั้นถูกแบ่งออกเป็สามเขตซึ่งในเขตนอกจะมีสัตว์อสูรที่เทียบได้กับขอบเขตกลั่นปราณเขตกลางคือจะมีสัตว์อสูรที่มีขอบเขตสร้างรากฐาน ส่วนเขตนั้นข้าไม่แนะนำให้ไปเพราะไม่เพียงแต่มีสัตว์อสูรขอบเขตหลอมแก่นปราณยังมีสัตว์อสูรขอบเขตหยวนอิงซ่อนอยู่ด้วยแต่พวกเ้าไม่ต้องกังวลเพราะพวกเราได้กางม่านพลังและแบ่งเขตเอาไว้อย่างชัดเจนสัตว์อสูรขอบเขตสร้างรากฐานจะไม่สามารถออกมาจากเขตกลางได้และสัตว์อสูรขอบเขตหยวนอิงก็ออกมาจากส่วนในไม่ได้เช่นกันและหน้าที่ของพวกเ้ามีเพียงอย่างเดียวคือการสังหารสัตว์อสูรเก็บรวบรวมแกนอสูรและวัตถุดิบให้ได้มากที่สุด
เมื่อออกมาแล้วทางสำนักจะทำการตรวจสอบแกนอสูรเพื่อเปลี่ยนเป็แต้มสำนักส่วนวัตถุดิบต่างๆทางสำนักก็พร้อมจะซื้อในราคายุติธรรมจากพวกเ้าดังนั้นอย่าได้ทิ้งของล้ำค่าไปง่ายๆจงใช้ทุกอย่างให้คุ้มค่า” เ้าสำนักกล่าวขึ้น เหล่าศิษย์พากันส่งเสียงด้วยความตื่นเต้นออกมาเพราะมันคือโอกาสที่พวกเขาจะร่ำรวยในเวลาสั้นๆ