ในปราสาทเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาลึก แวมไพร์สาวสองคนเริ่มหวาดกลัวเคานต์แดร็กคูล่าที่กำลังทำลายข้าวของเนื่องด้วยสาเหตุการตายของเวโรน่า หนึ่งในเจ้าสาวของเขา
มาริซก้า เอรีล่าไม่กล้ามองแดร็กคูล่าที่เปลี่ยนร่างเป็นค้างคาวตัวใหญ่ สำหรับเธอพลังทั้งหมดได้มาจากท่านเคานต์ เป็นเรื่องปรกติที่จะไม่สามารถโต้ตอบอำนาจที่เหนือกว่าตัวเองได้
หลังจากสบายใจลง เคานต์แดร็กคูล่าจึงกลับร่างเป็นมนุษย์ เดินเข้ามาหาสองสาวงามด้วยใบหน้าเย็นชา
“ไม่เป็นไรที่รัก ฉันรู้สึกโกรธที่สูญเสียเวโรน่าก็จริง แต่ดีแล้วที่พวกเธอสองคนปลอดภัย”
ได้ฟังคำพูดของเขา สองสาวจึงโผลตัวเข้าไปในอ้อมกอดนั้น
“มนุษย์คนนั้นที่ฆ่าเวโรน่าเป็นคนรักของแอนนา พวกเขาอาศัยอยู่ในปราสาทวาเลเลียด้วยกัน!” มาริซก้ามีน้ำเสียงโกรธเคือง
“เราสองคนวางแผนไว้ว่าพรุ่งนี้จะออกไปล่าเหยื่ออีกครั้ง ใช้โอกาสตอนที่พวกนั้นเผลอจับมนุษย์คนนั้น แล้วล่อแอนนามาฆ่าทิ้ง!” เอรีล่าเสริม
“ฮ่าฮ่า แผนดีนะยอดรักแต่อย่าได้ประมาทไป เพราะที่นั่นมีแวน นักล่าปีศาจอยู่ด้วย!” แดร็กคูล่าดูไม่สนใจเนี่ยฝาน สำหรับเขามีเพียงนักล่าปีศาจเท่านั้นในสายตา
........
ราตรีมาเยือน หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ระบายความในใจที่อัดอั้นมาอย่างยาวนานต่อแวมไพร์ ในที่สุดชาวเมืองก็รู้สึกว่าได้รับการปลดปล่อยต่อความรู้สึกนั้น
เนี่ยฝานกลับเข้าไปในปราสาทวาเลเลีย ข้างกายของเขาเป็นแอนนา
“จะให้พวกเขาพักที่นั่นจริงหรอ” คนที่เนี่ยฝานกำลังพูดถึงคือแวนและมาคัสนักบวชฝึกหัด
เนื่องจากพวกเขาเป็นคนต่างดิน เดินทางมาจากศาสนจักร แถมยังช่วยแอนนาต่อสู้กับแวมไพร์ เวลแคลจึงเสนอให้พวกเขาพักผ่อนในปราสาทได้ชั่วคราว
“ทำไมล่ะ ห้องในปราสาทมีเยอะแยะออก” แอนนาไม่ใช่คนใจแคบ
“เข้าใจแล้วล่ะ แต่ระวังคนที่ชื่อแวนไว้หน่อยแล้วกัน”
“คุณกำลังพูดถึงอะไร?”
“ผมไม่ชอบให้คนอื่นมองผู้หญิงของผมน่ะ”
“หน้าด้าน เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ระวังคำพูดไว้บ้าง!”
เนี่ยฝานยักไหล่และกลับเข้าไปในห้อง สำหรับแอนนาคำพูดของเนี่ยฝานมันกลับดังก้องอยู่ในหูของเธอนานสองนาน เพราะสำหรับเธอแล้วไม่มีใครมาพูดแบบนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ชายในเมือง คนเหล่านั้นอ่อนแอ เป็นเรื่องปรกติที่เธอจะไม่สนใจ
ค่ำคืนนี้เหมือนปรกติราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าหลังจากนั้นไม่นานแอนนาต้องตื่นขึ้นมาด้วยเสียงร้องจากข้างนอก เธอวิ่งออกไปจากห้องในชุดนอนสีขาวพร้อมดับดาบอัศวินข้างกาย เมื่อผลักประตูออกไปตรงโถงทางเดินจะพบกับมนุษย์หมาป่าสองตน มันกำลังต่อสู้กับแวนและมาคัสอยู่ แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
โดยไม่ลังเลแอนนารีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ หลังจากนั้นทั้งสองจึงหลุดพ้นออกจากกรงเล็บของมนุษย์หมาป่า
เมื่อพวกเขาถอยออกมามนุษย์หมาป่าจึงได้โอกาสหลบหนีออกไปจากปราสาท
“เกิดอะไรขึ้น มนุษย์หมาป่าอีกคนมาจากไหน!” แอนนาถามและวิ่งมาที่หน้าต่างซึ่งถูกทำลาย มองเห็นจุดสีดำเล็กๆ ที่กำลังหนีห่างออกไปเรื่อยๆ
“เมื่อครู่นี้ผมกำลังนั่งดื่มกับเวลแคลและอเล็กซี่ เขาบอกผมว่าอเล็กซี่เป็นมนุษย์หมาป่าจึงต้องเฝ้าไว้ ผมจึงอาสาเฝ้าเป็นเพื่อนและนั่งดื่มด้วยกัน แน่นอนว่าตอนแรกทุกอย่างเป็นปกติ แต่หลังจากนั้นเมื่อเวลแคลออกไปข้างนอกก็เกิดเรื่องขึ้น มนุษย์หมาป่าบุกเข้ามาในปราสาท ส่วนเวลแคลไปไหนผมเองก็ยังหาตัวเขาไม่เจอ และด้วยการโจมตีของมนุษย์หมาป่าทำให้ผ้าม่านและกระจกถูกทำลาย เป็นสาเหตุให้อเล็กซี่เปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์หมาป่าแล้วโจมตีเราอย่างที่เห็น”
แวนกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ในฐานะนักล่าปีศาจมันเป็นเรื่องน่าละอายที่ปล่อยให้สัตว์ร้ายหลบหนีออกไปเมื่ออยู่ใต้จมูก
“บ้าเอ้ย ฉันกับพี่อุตส่าห์จับมนุษย์หมาป่าแทบตาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย!” แอนนากัดฟันขมขื่น แวนกำลังจะปลอบใจเธอ ทว่าในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น
“ตอนนี้ยังทันนะ ผมสามารถพาเธอไปจับมนุษย์หมาป่ากลับมาได้”
แอนนาหันไปมองเนี่ยฝาน ผู้ชายคนนี้แม้จะพูดเรื่องน่าอายบ้าง แต่เขากลับช่วยเหลือได้ในยามคับขัน
“ขอโทษนะไม่ใช่ว่าผมต้องการดูถูกคุณ แต่ตอนนี้มนุษย์หมาป่ามันหนีไปไกลแล้ว คุณจะนำมันกลับมาได้ยังไงไม่ทราบ” เป็นมาคัสนักบวชฝึกหัดที่ถาม
เนี่ยฝานยักไหล่และไม่สนใจเขา แต่กำลังมองแอนนา รอการตัดสินใจของเธอ
“ฉันจะไปกับคุณ ได้โปรดพาฉันไปจับไอ้สารเลวตัวนั้นกลับมา รวมถึงหาพี่ชายของฉันด้วย”
เนี่ยฝานพยักหน้าแล้วโอบเอวแอนนา หญิงสาวหน้าแดงปลั่งแต่ไม่ได้ผลักมือของเขาออกไป หลังจากนั้นร่างทั้งสองจึงลอยขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะบินออกไปจากตัวปราสาท ทิ้งความสงสัยให้กับแวนสองคนที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
.......
เนี่ยฝานใช้สนามพลังป้องกันกระแสลมแรงจากท้องฟ้าและความเย็นให้กับแอนนา ผ่านการบินราวกับเครื่องบินรบ ไม่นานเนี่ยฝานก็ตามทันมนุษย์หมาป่าสองตัวที่กำลังวิ่งหนีในป่ามิหะ
โดยไม่ปล่อยให้แอนนารอนาน คมดาบและไพ่เงินถูกโยนออกไปในอากาศ ผ่านการควบคุมด้วยพลังจิต มันได้สร้างบาดแผลให้กับมนุษย์หมาป่าทั้งสอง พวกมันแข็งแกร่ง ทรงพลัง แต่อย่างใดก็ตามกลับไร้สมองเมื่อกลายเป็นหมาป่าในคืนพระจันทร์เต็มดวง
ภายใต้สายตาของแอนนา เนี่ยฝานกลายเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์เพียงฝ่ายเดียว มนุษย์หมาป่าตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด และนี่เองซึ่งทำให้เธอมีความหวังที่จะฆ่าแดร็กคูล่าโดยอาศัยพลังของเนี่ยฝาน
หลังจากสร้างบาดแผลจำนวนมากให้กับมนุษย์หมาป่า โซ่เบี่ยงวิถีจึงเริ่มเคลื่อนไหว พันธนาการร่างของพวกมันไว้ไม่ให้หลบหนี
แอนนาผละออกจากเนี่ยฝาน กำดาบอัศวินในมือแน่น เธอกำลังที่จะฟันร่างของมนุษย์หมาป่า แต่ในตอนนั้นเองมันได้กลับคืนร่างเดิม กลายเป็นเวลแคล พี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ
“เกิดอะไรขึ้น พี่กลายเป็นมนุษย์หมาป่าได้ยังไง” แอนนาวางดาบอัศวินลงแล้วเข้าไปหาพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด
“คงเพราะเมื่อวานนี้ละมั้ง ตอนที่เธอและเขาจับมนุษย์หมาป่า ผมจำได้เหมือนเห็นว่าเขาจะได้รับบาดแผลจากรอยข่วนนะ”
“รอยข่วน...” ได้ฟังคำอธิบายของเนี่ยฝานแอนนาจึงจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“มันเป็นความผิดของฉันเอง หากฉันหยุดพี่ชายก่อนหน้านี้ละก็ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น!” แอนนาเริ่มโทษตัวเอง
“มันไม่ใช่ความผิดของแอนนา พี่เองก็ผิดเหมือนกัน” เวลแคลฟื้นคืนสติ ซึ่งนั่นทำให้แอนนาเบาใจลง
เนี่ยฝานเงยหน้ามองดวงจันทร์เต็มดวง สำหรับเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่ามนุษย์หมาป่าสามารถแพร่เชื้อได้ แต่ยังเลือกนิ่งเฉยไม่ยอมบอก เพราะต้องการสร้างสถานการณ์หนี้บุญคุณ และนอกจากนั้นอเล็กซี่ยังถูกเขียน ‘เจตจำนง’' ขึ้นใหม่ แม้ว่าพลังของดวงจันทร์จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงร่างกายให้เป็นอสูรร้าย แต่จิตวิญญาณยังคงเดิม ดังนั้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ได้แต่กล่าวว่าเป็นไปตามแผนของเนี่ยฝาน
“เนี่ยฝานขอบใจนายมากนะ หากไม่ได้นายช่วยฉันคงตายแล้ว” เวลแคลพูดจากใจจริง
“มันเป็นเรื่องที่ผมต้องลงมือทำอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งนายเองก็กำลังจะเป็นพี่เขยของผมนะ” เนี่ยฝานพูดอย่างไม่อายปาก
“หน้าด้าน ใครกันบอกว่าฉันจะยอมรับนายเป็นสามี!” แอนนารีบสวนกลับ
“ฮ่าฮ่า ไม่เอาน่าแอนนา ตระกูลวาเลเลียของเราต้องอยู่ตอ และสำหรับพี่เนี่ยฝานเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้ เขาสามารถพาตระกูลเรากลับไปรุ่งโรจน์ได้อีกครั้ง”
แอนนาไม่สามารถหาคำมาโต้แย้งพี่ชายได้ เพราะเธอเองก็รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่ได้พบกับเนี่ยฝาน ทุกครั้งที่เขาลงมือ หัวใจของเธอถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ
“เอาล่ะเรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” เนี่ยฝานยื่นผ้าเช็ดหน้าสองผืนให้กับพวกเขา
“ใช้มันซะ ปิดตาแล้วเดินกลับไปที่ปราสาท ถึงแม้ว่าผมจะกำราบมนุษย์หมาป่าได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมต้องลงมือเองทุกครั้ง”
เวลแคลไม่พูดอะไรเพิ่มและเลือกที่จะรับผ้าเช็ดหน้ามาปิดตา เช่นเดียวกับอเล็กซี่ หลังจากนั้นทั้งสองจึงเดินตามแอนนากลับไปที่ปราสาท
.....
ในปราสาทวาเลเลีย แวนกำลังนั่งพูดคุยกับมาคัสที่เดินทางมาด้วยกัน
“คุณคิดว่าเนี่ยฝานใช่มนุษย์ไหม”
“เขาคือผู้ขโมยดวงอาทิตย์ของพระเจ้า คนแบบนั้นต้องถูกกำจัด ผู้ที่สามารถบินบนท้องฟ้าได้มีเพียงพระเจ้าเท่านั้น อาเมน”
ต้องบอกว่ามาคัสเป็นนักบวชที่เคร่งศาสนา วิธีการของเนี่ยฝานที่แสดงออกมาทำให้เขารับไม่ได้
ระหว่างนั้นประตูปราสาทถูกเปิดจากภายนอก แวนยกหน้าไม้ขึ้นเล็งเตรียมยิง ส่วนมาคัสหยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมาเตรียมขับไล่ปีศาจ ทว่าเมื่อเห็นเป็นแอนนาและอีกสามคนที่กลับมา พวกเขาจึงถอนหายใจโล่งอก แต่ถึงอย่างนั้นมาคัสยังเต็มไปด้วยความรังเกียจเมื่อมองเนี่ยฝาน
“มีอะไรติดอยู่บนหน้าผมหรือเปล่า”
เนี่ยฝานและมาคัสไม่ได้สนทนากันมากนักในวงเหล้า แล้วทำไมอยู่ๆ เขาถึงตั้งเป้ามาแบบนี้ เนี่ยฝานเองก็อยากรู้เหตุผลเหมือนกัน
“คนบาป จงคือดวงอาทิตย์ของพระเจ้ามาซะ พลังนั้นที่แกขโมยมามันไม่ใช่ของแก!”