หลิวหว่านก้าวลงจากเกวียนด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งร่างกายและจิตใจ การเดินทางไกลหลายวันจากเมืองเฉินหยางทำให้ขาของนางชาไปหมด หลังและไหล่ตึงแข็ง แต่เมื่อได้กลิ่นหอมของดอกมะลิที่ปลูกตามรั้วบ้านผสมกับกลิ่นไม้เก่าของเรือนสองชั้นที่คุ้นเคย หัวใจของนางก็อุ่นขึ้นทันที
"กลับถึงบ้านแล้ว..." นางพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นบ่าวไพร่รีบวิ่งมาช่วยยกหีบสัมภาระ
หลิวเหว่ยและหลิวเหมยเดินออกมาต้อนรับจากห้องโถงด้านหน้า ใบหน้าของสามีเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยราวกับไม่ได้นอนเต็มอิ่ม แต่ความดีใจที่เห็นภรรยากลับมาชัดเจนจนนางอดยิ้มตามไม่ได้ หลิวเหมยเดินตามมาข้างหลัง ชุดผ้าไหมสีครีมอ่อนที่นางสวมใส่ดูเรียบร้อยและสุภาพ แต่มีบางอย่างในสายตาของนางที่ดูแปลกไป — ความมั่นใจและความลึกลับที่ไม่เคยมีมาก่อน ิัของนางดูเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวามากขึ้น ราวกับมีความสุขลึกๆ ที่ซ่อนอยู่
"หว่านเอ๋อร์! เ้ากลับมาแล้ว!" หลิวเหว่ยกางแขนโอบกอดภรรยาแน่น น้ำเสียงอบอุ่นแต่มีความสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าคิดถึงเ้าจะแย่แล้ว"
หลิวหว่านโอบกอดสามีตอบ มือลูบแผ่นหลังกว้างของเขาเบาๆ รู้สึกถึงความตึงเครียดในกล้ามเนื้อที่ไม่เคยมีมาก่อน กลิ่นตัวของเขาก็ดูแปลกไป — ผสมกับกลิ่นหอมหวานๆ ที่คุ้นเคยแต่นางนึกไม่ออกว่าเป็กลิ่นอะไร "ข้าก็คิดถึงท่านเหมือนกัน... คิดถึงเหมยเอ๋อร์ด้วย"
นางหันไปหาลูกสาวที่ยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ หลิวเหมยสวมชุดผ้าไหมสีครีมอ่อน รัดรูปพอดีเนื้อ ผมยาวสลวยมัดหลวมๆ เผย่คอระหงและไหล่ขาวผ่อง นางโผเข้ากอดแม่แน่น ใบหน้าซุกที่ไหล่ กลิ่นหอมจากผมของลูกสาวทำให้หลิวหว่านรู้สึกผ่อนคลาย
"ท่านแม่! ข้าคิดถึงท่านมากเลยเ้าค่ะ" เสียงหวานใส แต่มีความอ่อนโยนที่แปลกใหม่ หลิวหว่านรู้สึกถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้น แต่ก็สังเกตได้ว่าลูกสาวดูโตเป็ผู้ใหญ่มากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองที่เพิ่มขึ้น ท่าทางการเดินและการยืนดูสง่างามขึ้น ราวกับได้รับการดูแลเป็อย่างดี
"เหมยเอ๋อร์โตขึ้นอีกแล้วสินะ" หลิวหว่านลูบหัวลูกสาว ยิ้มอ่อนโยน "เ้าดูแลท่านพ่อดีๆ ใช่ไหมลูก"
"เ้าค่ะท่านแม่ ข้าดูแลท่านพ่อดีที่สุดเลยเ้าค่ะ" หลิวเหมยตอบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่มีความหมายซ่อนเร้น แล้วหันไปยิ้มให้พ่อแวบหนึ่ง สายตาที่สบกันระหว่างพ่อลูกมีความใกล้ชิดที่ผิดปกติ — เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความลับที่มีเพียงทั้งสองคนเท่านั้นที่รู้
ทั้งสามคนเดินเข้าบ้านด้วยกัน หลิวหว่านสังเกตเห็นว่าหลิวเหว่ยกับหลิวเหมยเดินใกล้กันมากกว่าปกติ แขนของนางแตะแขนบิดาเป็ระยะ บางครั้งมือของนางจะเอื้อมไปจับแขนเขาเบาๆ เมื่อพูดคุย ท่าทางดูเป็ธรรมชาติ แต่มีความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การััเ่าั้ดูยาวนานกว่าปกติ และหลิวเหว่ยก็ไม่ได้หลบหลีกหรือแสดงท่าทีไม่สบายใจแต่อย่างใด แต่ในสายตาของนาง มันดูเป็ความสนิทสนมที่น่ารักมากกว่าสิ่งอื่นใด
"ดีแล้วที่เขากับเหมยเอ๋อร์สนิทกันขนาดนี้" นางคิดในใจ "ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ บ้านก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม"
เมื่อถึงห้องโถง หลิวเหมยเอื้อมมือไปจับแขนหลิวเหว่ยเบาๆ ขณะที่นั่งลงข้างๆ กัน การัันั้นดูเป็ธรรมชาติ แต่หลิวเหว่ยตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงมือเรียวของลูกสาว นิ้วของนางลูบไล้บนแขนเขาเบาๆ ในลักษณะที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำให้เขาหายใจถี่ขึ้น
"ท่านพ่อเ้าค่ะ ท่านเหนื่อยไหม เดี๋ยวข้าชงชาให้" หลิวเหมยพูดเสียงหวาน มือยังคงวางอยู่บนแขนของเขา "ท่านแม่ก็เหนื่อยจากการเดินทาง ท่านพักผ่อนก่อน เดี๋ยวข้าจัดการเองเ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยพยักหน้ายิ้มกว้าง แต่ลมหายใจของเขาถี่ขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงการััของลูกสาว "ขอบใจเหมยเอ๋อร์... ลูกช่วยพ่อได้มากจริงๆ"
"ขอบใจเ้ามาก เหมยเอ๋อร์ของแม่โตเป็สาวแล้วจริงๆ รู้จักดูแลท่านพ่อแทนแม่ได้ดีขนาดนี้ แม่ภูมิใจในตัวเ้ามาก" หลิวหว่านพูดด้วยความภาคภูมิใจ
นางนั่งลงบนเก้าอี้ยาว มองสามีและลูกสาวด้วยความอบอุ่นในใจ ่หลายเดือนที่ผ่านมา นางรู้สึกว่าหลิวเหว่ยห่างเหินจากนางมากขึ้น การเดินทางบ่อยทำให้ทั้งคู่แทบไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน แต่การที่สามีกับลูกสาวสนิทสนมกันมากขึ้นแบบนี้ นางกลับรู้สึกโล่งใจและดีใจอย่างยิ่ง
หลิวเหมยลุกขึ้นไปชงชา เดินผ่านไปข้างหลังพ่อ มือเรียวเอื้อมไปแตะไหล่เขาเบาๆ การัันั้นทำให้หลิวเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้หลบหลีก "ท่านพ่อเ้าค่ะ วันนี้ท่านพ่อจะดื่มชอบชาอะไรดีเ้าคะ"
"อะไรก็ได้ลูก... เ้าเลือกให้พ่อได้เลย" หลิวเหว่ยตอบเสียงแหบเล็กน้อย
หลิวหว่านสังเกตเห็นว่าสามีดูกระวนกระวายและตื่นเต้นผิดปกติ แต่นางคิดว่าคงเป็เพราะดีใจที่ได้เจอกันหลังจากห่างหายไปนาน นางยังสังเกตเห็นว่าเขาดูอ้วนขึ้นเล็กน้อย หน้าตาสดใสกว่าเดิม ราวกับได้รับการดูแลเป็อย่างดี
"อย่างน้อยระหว่างที่ข้าไม่อยู่ บ้านก็ยังมีคนดูแลกันและกัน" นางคิด แล้วยิ้มให้ทั้งสองคน
ตลอดทั้งวัน หลิวหว่านสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน หลิวเหว่ยกับหลิวเหมยสนิทสนมกันมากขึ้นจริงๆ ทั้งสองมักจะหัวเราะคิกคักกันเบาๆ เมื่ออยู่ด้วยกัน บางครั้งหลิวเหมยก็เอื้อมมือไปแตะแขน หรือจับมือของบิดา หรือยื่นชาให้อย่างเอาใจใส่ มือของนางจะอยู่บนมือเขานานกว่าปกติเมื่อส่งถ้วยชา สายตาของทั้งสองจะสบกันบ่อยครั้ง และมีรอยยิ้มหวานให้กันและกัน
เมื่อหลิวเหมยยื่นข้าวให้หลิวเหว่ย นางจะก้มตัวลงใกล้ๆ ทำให้่คอและไหล่ขาวผ่องของนางเผยให้เห็นชัดเจน หลิวเหว่ยจะเหลือบมองแล้วรีบหันหน้าไปทางอื่น แต่ใบหน้าจะแดงขึ้นเล็กน้อย หลิวหว่านสังเกตเห็นแต่คิดว่าเป็เพราะอากาศร้อน
ตอนบ่าย หลิวหว่านเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปหยิบของในห้องเก็บของ นางเดินผ่านหน้าห้องนอนใหญ่ ประตูปิดสนิท แต่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงกระซิบแ่เบาดังออกมา
".อืม..เบาๆ ก่อนเ้าค่ะ...ซี้ดดส์… ท่านแม่อยู่ข้างล่างนะ... อย่าให้ท่านได้ยินเ้าค่ะ..อูยยย.."
เสียงนั้นเป็เสียงของหลิวเหมย แต่น้ำเสียงแปลกไป — หวานเยิ้มและกระซิบอย่างลึกลับ มีความเร่งรีบและความกังวลปนอยู่
"อูย…เหมยเอ๋อร์... ข้า... ข้ากลัว..." เสียงทุ้มของหลิวเหว่ยตอบ เสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ท่านพ่อ... ท่านแม่เหนื่อยจากการเดินทาง คงไม่ขึ้นมาชั้นบนหรอกเ้าค่ะ..." เสียงหลิวเหมยกระซิบ
เสียงนั้นหยุดกะทันหันราวกับรู้ตัวว่ามีคนเดินมา ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่รีบเคลื่อนไหว เสียงผ้าไหมเสียดสี และเสียงประตูเปิดปิดเบาๆ แล้วทุกอย่างก็เงียบสนิท
หลิวหว่านยิ้มเล็กน้อย "คงคุยกันเื่งานในร้านมั้ง" นางคิด "หรือเหมยเอ๋อร์กำลังปรึกษาเื่ส่วนตัวกับบิดาของนาง ลูกสาววัยนี้ก็มีเื่ที่อยากปรึกษามากขึ้น" นางเดินต่อไปหยิบของโดยไม่ได้คิดอะไรเพิ่มเติม
ค่ำวันนั้น ระหว่างทานอาหารเย็น หลิวหว่านพูดคุยกับทั้งสองคนอย่างสนุกสนาน บรรยากาศในบ้านอบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
หลิวเหว่ยไอเบาๆ แล้วรีบเปลี่ยนเื่ "พรุ่งนี้ข้าจะพาเหมยเอ๋อร์ไปดูร้านใหม่ที่ขยายเพิ่ม เ้าว่าอย่างไรบ้างหว่านเอ๋อร์"
"เ้าค่ะพ่อ ข้าอยากจะไปด้วยเ้าค่ะ" หลิวเหมยตอบทันที ยิ้มกว้าง "ลูกอยากเห็นร้านใหม่"
หลิวหว่านพยักหน้าอย่างเห็นด้วย มองทั้งสองคน ยิ้มอย่างมีความสุข ไม่มีแม้แต่ความสงสัยผุดขึ้นในใจ นางรู้สึกเพียงความอบอุ่นที่ครอบครัวกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
ค่ำวันนั้น หลังอาหารเย็น หลิวหว่านรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะล้ม การเดินทางไกลและการขาดการพักผ่อนที่เพียงพอทำให้ร่างกายของนาง้าการพักฟื้น นางขอตัวเข้านอนก่อน โดยบอกว่าอยากพักผ่อนให้หายเหนื่อย หลิวเหว่ยพยักหน้า กอดนางเบาๆ ที่หน้าห้องนอน
"เ้าพักผ่อนให้เต็มที่นะหว่านเอ๋อร์ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน" เขาพูดเสียงอ่อนโยน แต่มีความกระวนกระวายซ่อนอยู่
หลิวหว่านยิ้มตอบ แล้วเดินเข้าห้องนอนของตนเอง นางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนอนลงบนเตียงที่คุ้นเคย ความนุ่มของที่นอนและกลิ่นหอมของผ้าปูที่เคยคุ้นเคยทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย นางหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ความสุขที่ได้กลับมาอยู่บ้าน และความอบอุ่นจากการได้เจอครอบครัวอีกครั้ง
แต่คืนนั้น นางนอนไม่หลับสนิท
ประมาณเที่ยงคืน หลิวหว่านสะดุ้งตื่นเพราะเสียงบางอย่าง เสียงแ่เบาแต่ชัดเจน ลอยมาจากทางด้านห้องนอนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก เสียงครางแ่เบา เสียงหายใจหอบถี่ เสียงเนื้อกระทบเนื้อเบาๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ และเสียงที่ทำให้นางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
นางนั่งตัวตรง หูตั้งฟัง
"อืมม์... พ่อ... เบาๆ สิเ้าค่ะ..ซี้ดดดส์... ท่านแม่เพิ่งกลับมา... อ๊ะ... ท่านอาจจะตื่น... อืมม์ม์..."
เสียงนั้นเป็เสียงของหลิวเหมย แต่น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความสุขจนหลิวหว่านขมวดคิ้วเล็กน้อย เสียงนั้นไม่เหมือนเสียงลูกสาวที่นางรู้จัก — มันเป็เสียงของผู้หญิงที่กำลังมีความสุขทางกาย
ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่คุ้นเคย
"เหมยเอ๋อร์... พ่อ... พ่อทนไม่ไหวแล้ว...อูยยย.. ร่องของเ้ามันแน่นมาก... ร้อนดีจัง... พ่อจะเบาๆ แล้วกัน... แต่... อ๊ะ... มันรัดแน่นมาก..."
เสียงนั้นเป็เสียงของหลิวเหว่ย แต่เต็มไปด้วยความหิวกระหายและความเร่าร้อนที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน
"อ๊าา... ท่านพ่อเ้าค่ะ... ลึกมาก... ข้าเสียว... เสียวจนขาสั่นเลยเ้าค่ะ... อืมม์ม์... กระแทกข้าแรงๆ เลยเ้าค่ะ..."
เสียงครางหลงของหลิวเหมยดังขึ้น ตามด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่รุนแรงขึ้น เสียงที่นอนเอี๊ยดอ๊าด และเสียงหายใจหอบของทั้งสองคน
"เหมยเอ๋อร์... ลูกสาวพ่อ... ร่องแคบรัดแน่นมาก... พ่อจะเสียสติแล้ว... อูยยย... ลูกส่ายร่อนเก่งเกินไปแล้ววว..."
เสียงนั้นหยุดกะทันหันราวกับมีคนสะดุ้งตัวแข็ง ตามด้วยเสียงกระซิบรีบร้อนแ่เบา
"เสียงอะไรนะ... รีบเงียบก่อน... แม่เ้าอาจจะตื่น..."
"ข้ากลัวเ้าค่ะ ท่านพ่อ... กลัวท่านแม่จะได้ยิน...อูยย.. แต่... แต่ข้ายังอยากให้ท่านกระแทกต่อ...ซี้ดดดส์.."
แล้วทุกอย่างก็เงียบสนิท
หลิวหว่านตัวแข็งทื่อชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สมองของนางพยายามประมวลผลสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แต่ด้วยความเหนื่อยล้าและง่วงนอน ความคิดของนางยังไม่ชัดเจน นางส่ายหัวเบาๆ
"คงคิดไปเองมั้ง..." นางพึมพำกับตัวเอง "อาจจะเป็เสียงลม... หรือเสียงแมวในสวนก็ได้ ข้าเหนื่อยเกินไป อาจจะฝันไปเอง หรือได้ยินเสียงแว่วๆ จากที่ไหนก็ไม่รู้"
นางลองฟังอีกครั้ง แต่ทุกอย่างเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านใบไผ่ในสวนหลังบ้าน และเสียงแมวป่าที่ร้องไกลๆ
"ใช่แล้ว คงเป็เสียงแมวป่า" นางคิด "เสียงมันฟังดูแปลกๆ ในยามดึก ข้าคิดไปเองแน่ๆ"
นางนอนลงอีกครั้ง ดึงผ้าห่มคลุมตัว แล้วหลับตาลง ความเหนื่อยล้าทำให้นางหลับสนิทไปในที่สุด โดยไม่ได้ลุกขึ้นไปตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม ในใจนางยังคิดว่าเป็เพียงความฝันหรือเสียงธรรมชาติที่ได้ยินผิด
เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวหว่านตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นกว่าที่คิด แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างไม้บานเกล็ด เสียงนกร้องและเสียงใบไผ่ที่แกว่งไปมาทำให้บรรยากาศในตอนเช้าดูสงบและอบอุ่น นางลุกขึ้นแต่งตัว ลงไปทานอาหารเช้ากับครอบครัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลิวเหว่ยยิ้มให้ภรรยา กอดนางเบาๆ ที่โต๊ะอาหาร แต่สายตาของเขาดูหลบเลี่ยงเล็กน้อย "หว่านเอ๋อร์ เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม"
"ค่ะ... ข้าหลับสนิทมากเลย" นางตอบเสียงเรียบ ยิ้มตอบ "คงเพราะเหนื่อยมาก แต่ตอนกลางคืนมีเสียงแปลกๆ ข้าก็ไม่แน่ใจว่าเป็เสียงอะไร อาจจะเป็เสียงแมวป่าหรือลมมั้ง"
หลิวเหว่ยและหลิวเหมยสบตากันแวบหนึ่ง แล้วหลิวเหมยรีบพูด "เ้าค่ะท่านแม่ เมื่อคืนมีแมวป่าเข้ามาในสวนหลังบ้านเ้าค่ะ เสียงมันร้องดังมาก ข้ากับท่านพ่อก็ได้ยินเหมือนกัน"
หลิวเหมยนั่งข้างพ่อ มือวางบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แต่นิ้วของนางแตะนิ้วของพ่อเบาๆ ใต้โต๊ะ นางยิ้มหวานให้แม่ "ท่านแม่เ้าคะ วันนี้ท่านจะพักผ่อนทั้งวันใช่ไหมเ้าคะ เดี๋ยวข้าดูแลร้านแทนท่านแม่เองเ้าค่ะ"
หลิวหว่านพยักหน้า "อืม... ข้าจะพักผ่อนสักวันสองวัน แล้วค่อยกลับไปช่วยงานที่ร้าน"
ตลอดทั้งวัน นางสังเกตเห็นว่าหลิวเหว่ยกับหลิวเหมยสนิทสนมกันมากขึ้นจริงๆ ทั้งสองมักจะหัวเราะคิกคักกันเบาๆ เมื่ออยู่ด้วยกัน บางครั้งหลิวเหมยก็เอื้อมมือไปแตะแขนเขา หรือยื่นชาให้อย่างเอาใจใส่ การััเ่าั้ดูยาวนานและใกล้ชิดกว่าปกติ แต่นางมองว่ามันเป็ความน่ารักของพ่อลูก
"ดีแล้วจริงๆ ที่ทั้งสองสนิทกัน" นางคิดในใจ "ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ บ้านก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม เหมยเอ๋อร์เป็ลูกสาวที่ดี รู้จักดูแลพ่อของนาง"
แต่ลึกๆ ในส่วนที่ยังไม่ถูกเปิดเผย ความลับที่กำลังก่อตัวอยู่ในบ้านนั้น ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเงียบเชียบ โดยที่นางยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด ความรักต้องห้ามระหว่างพ่อกับลูกสาวยังคงลุกโหมอยู่ในเงามืด รอเวลาที่จะะเิออกมาให้โลกได้เห็น และเมื่อเวลานั้นมาถึง ทุกสิ่งที่เคยสวยงามและสมบูรณ์แบบในครอบครัวหลิว จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล