เดรสมอนด์เป็ลูกของบารอน ดีฟ เครทกับภรรยาของเขา นาง โซเฟีย ลีเต้ ในฐานะลูกชายคนสุดท้องของบ้าน เครท เขาได้รับความรักจาก บารอนเป็อย่างดี เรียกได้ว่าเป็ลูกคนโปรดของเขา
ในฐานะลูกชายคนโปรดของบารอนเครท ในตอนที่นางลีเต้ไม่อยู่เขาจึงได้นั่งอยู่เคียงข้าง บารอน เครท ในรับประทานอาหารเย็น
เขาคิดในใจของเขาว่าตัวเองค่อนข้างโชคดีที่ได้เกิดใหม่เป็ลูกของบารอนเครท แม้ว่ามารดาของเขาตอนนี้จะกลับไปเยี่ยมบ้านที่ภาคกลาง จึงไม่เห็นนางลีเต้ในการรับประทานอาหาร
หลังจากที่ เดรสมอนด์ แยกแยะความทรงจำของเขาอย่างรอบคอบแล้ว
แม้ว่าบิดาของเขาจะเป็เ้าของอาณาเขต แต่ขอบเขตก็ไม่ใหญ่เกินไป และผู้อยู่อาศัยในอาณาเขตก็มีไม่มากนัก
สำหรับกองกำลังของบ้านเครท มีเพียงทหารประจำการจำนวนสองร้อยนายเท่านั้น
หลังจากยอมรับความทรงจำในใจแล้ว เดรสมอนด์ก็เข้าใจได้ว่ากลุ่มคนที่เป็ที่้าและน่ายำเกรงที่สุดก็คืออัศวิน โดยจะแบ่งออกได้เป็
อัศวินพิธีการเป็อัศวินที่ไม่สามารถใช้พลังจากเื อัศวินขั้นนี้จะเป็เพียงผู้ได้รับการแต่งตั้งจากขุนนาง
อัศวินสีเทาใช้เรียกผู้ที่เพิ่งเข้ารับการฝึกเป็อัศวินมีความสามารถมากกว่าทหารปกติ 10 คน พวกเขาเหล่านี้อาจจะถูกเรียกในชื่ออื่นเช่น อัศวินฝึกหัด หรือพวกหน้าใหม่ ส่วนมากจะเป็ขุนนางที่ปลุกพลังไม่สำเร็จ พวกเขาจะถูกฝึกให้เป็นายทหารที่มีความสามารถในการสั่งการของทหารของศักดินา
อัศวินสีเงินเรียกผู้ที่ปลุกพลังและใช้พลังของเืได้เป็อย่างดีหรืออีกชื่อหนึ่งที่คนทั่วไปเรียกพวกเขา อัศวินที่แท้จริง
อัศวินสีทองหรืออีกชื่อคือ อัศวินผู้ยิ่งใหญ่ เป็จุดสุดยอดสูงสุดของอัศวินที่คนปกติรู้พวกเขาเหล่านี้มีความแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง มีความเร็วที่เร็วยิ่งกว่าสายลม สามารถฟันกำแพงเมืองหนาได้เหมือนกับหั่นเต้าหู้
แต่ที่คนทั่วไปไม่ทราบก็คือยังมีอัศวินอีกขั้นหนึ่งที่มีข่าวลือว่าเก่งกาจหาที่เปรียบไม่ได้ ชนิดที่อัศวินผู้ยิ่งใหญ่ชนิดเทียบไม่ติดจากข้อมูลในความทรงจำของเดรสมอนด์
อัศวินเืศักสิทธิ์เป็คำกล่าวของชายคนที่เรียกตัวเองว่าอัศวินและผู้ที่รวบรวมผู้คนจนสามารถจัดตั้งอาณาจักรไทลอนแห่งนี้และแม้แต่พระองค์ผู้ก่อตั้งก็มิอาจเรียกตัวเองว่าเป็อัศวินเืศักสิทธิ์ได้
บ้านเครท เป็ขุนนางอย่างแท้จริงแต่บ้านเครทไม่ใช่บ้านขุนนางที่มีอำนาจมากนัก ดังนั้นจึงไม่มีวิธีการปลุกพลังของเื ดูเหมือนว่าแม้จะเป็ชนชั้นสูงแต่ก็ความแตกต่างเช่นกัน
“เดรสมอนด์. . . ลูกรักเ้าเป็อะไรไป?”
เสียงอ่อนโยนมาจากด้านข้างของเขา เมื่อได้ยินเสียง ดีหรือเดรสมอนด์ ก็เงยหน้าขึ้นแล้วมองไปด้านข้าง
ตำแหน่งกลางของโต๊ะในห้องโถง มีชายผมสีฟ้าที่ค่อนข้างผอมสูง สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินซึ่งดูเหมือนจะอายุราวห้าสิบปีนั่งอยู่ที่นั่น ในเวลานี้ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นกำลังมองมาที่เขา
ดูเหมือนว่าเขาจะอายุใกล้จะห้าสิบปี เขาแก่มากแล้วสำหรับยุคนี้ แต่เขาก็ยังดูมีกล้ามเนื้อเล็กน้อยบงบอกได้ว่าวัยหนุ่มเขาเป็คนที่ค่อนข้างกำยำและมีพลังมาก เขามองที่ เดรสมอนด์ ด้วยแววตาที่อ่อนโยน
“ไม่มีอะไรครับท่านพ่อ” เดรสมอนด์ ยิ้มขณะที่มองไปที่ บารอน ที่อยู่ตรงหน้าเขา
"ผมแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปลื่อยนิดหน่อย" เขาก้มหน้ากินต่อ
“ โอ้ ! อย่างนั้นรึ ” บารอนหั่นเนื้อย่างด้วยร้อยยิ้ม จากนั้นเขาก็หยุดมือแล้วพูดขึ้น
“ข้าจะถามเ้า คำถามหนึ่งลูกข้า”
"คำพูดและการกระทำ เ้าคิดว่าอะไรสำคัญมากกว่ากัน"
เดรสมอนด์ก้มหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นเขาจึงยิ้มและพูดขึ้น
“แน่นอน มันขึ้นอยู่กับโอกาส บางครั้งคำพูดก็โน้มน้าวใจคนได้อย่างน่าอัศจรรย์อาจจะถึงกับเปลีี่ยนแปลงโลกได้เลยทีเดียว”
“โอ้ ! !”
“ส่วนการกระทำนั้น อืม. สามารถส่งเสริมคำพูดของเราได้ อืม.. บางทีคำพูดที่คาดการกระทำ แต่บ้างครั้งอาจจะต้องอาศัยความแข็งแกร่งเพื่อค้ำจุนคำพูด มิฉะนั้นแล้วคำพูดจะพาผู้ที่พูดพบแต่ความพินาศ อืม… ข้าคิดว่ามันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และโอกาส”
"แต่. . ." เดรสมอนด์หยุดชั่วคราว
“ไม่ว่าจะเชี่ยวชาญในการพูดหรือการกระทำ ทั้งสองอย่างก็สามารถสร้างคนที่ยิ่งใหญ่ได้”
“ทั้งสองอย่างสอดคล้องกันอย่างเสียไม่ได้และยิ่งมีความแข็งแกร่งหนุนเข้าไปอีกด้วยแล้วย่อมจะทำให้คำพูดและการกระทำมีน้ำหนักมากขึ้น”
ในห้องโถงเงียบไปนาน บารอนมองเดรสมอนด์ด้วยความประหลาดใจ หลังจากมองดูเขาเป็เวลานาน เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“สิ่งที่เ้าพูดนั้นก็สมเหตุสมผล…”
บารอนถอนหายใจ “บ้านเครทของเราสืบทอดมาหลายร้อยปี เราเชี่ยวชาญในการพูดและการกระทำแต่เราคาดความแข็งแกร่ง…”
ครู่ต่อมา เดรสมอนด์ อำลาบิดาของเขาและกำลังจะเดินออกจากห้องโถงข้างนอกก็มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ
เดรสมอนด์ เงยหน้าขึ้นมอง ร่างของเ้าของฝีเท้าก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น
ชายร่างสูงมากในชุดเกราะเต็มตัว ดูเหมือนจะอายุยี่สิบปลายๆ ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ต่อสเกริทท่าห์ที่ตัวใหญ่กว่าเกวียนซึ่งมันน่ากลัวเป็อย่างมาก
***สเกริทท่าห์คือหมีธาตุดิน ตัวที่โตเต็มวัยมีขนาดช้างเลยทีเดียว