เขตแดนแห่งบุปผา ถูกแบ่งออกเป็นสองเขตแดน
หนึ่งคือเขตแดนมรสุมบุปผาผลิบานและอีกเขตแดนคือเขตแดนบุปผากลืนวิญญาณ
เขตแดนมรสุมบุปผาผลิบานเป็นเขตแดนที่สร้างพายุบุปผาขึ้นมาทำลายศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่
เขตแดนบุปผากลืนวิญญาณเป็นเขตแดนที่จะดูดกลืนวิญญาณของศัตรูที่อยู่ภายในพื้นที่หลังจากที่ได้พลังวิญญาณถึงจำนวนหนึ่งแล้วก็จะมีร่างอวตารบุปผาปรากฏขึ้นมา
ร่างอวตารบุปผาคือร่างกายเหมือนกับมนุษย์และมีวิญาณอยู่ในร่าง โดยที่วิญญาณนั้นจะเชื่อฟังคำสั่งของผู้สร้างร่างอวตารบุปผาเพียงผู้เดียว ส่วนความแข็งแกร่งของร่างอวตารบุปผานั้นจะเริ่มตั้งแต่ระดับจิตวิถีมนุษย์ หรือก็คือต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ต่อให้สลายเขตแดนแห่งบุปผาไปแล้วร่างอวตารบุปผาก็จะไม่หายไปด้วย การที่จะทำลายร่างอวตารบุปผาได้คือการเผาไหม้จนกลายเป็นขี้เถ้า และไม่สามารถใช้เปลวเพลิงธรรมดาเผาได้ต้องใช้เปลวเพลิงที่รุนแรงเท่านั้นจึงจะทำลายร่างอวตารบุปผาได้ ต่อให้ถูกฟันหัวหรือแขนขาจนขาดก็สามารถต่อกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
ร่างอวตารบุปผานั้นจะบ่มเพาะพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็จะมีความแข็งแกร่งในระดับจิตวิถีอมตะ
ซึ่งเมื่อก่อนตอนที่เปิ่นซานไห่ได้ใช้ทักษะนี้ เธอมีกองทัพอวตารบุปผานับหมื่น ซึ่งแต่ละตัวก็มีความแข็งแกร่งในระดับจิตวิถีอมตะ นอกจากนี้ยังมีร่างอวตารอีกสามตัวที่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับจิตวิถีพระเจ้าได้ ทำให้เปิ่นซานไห่คือหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคก็เพราะเขตแดนบุปผากลืนวิญญาณนั่นเอง
ไลท์ได้บอกข้อมูลของเขตแดนแห่งบุปผาให้กับเดซี่และคนอื่นๆฟัง
เมื่อพวกเดซี่ได้ยินที่ไลท์พูดพวกเขาก็กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว พวกเขาลองจินตนาการดูว่าถ้าหากเดซี่ควบคุมกองทัพร่างอวตารบุปผาที่แข็งแกร่งในระดับจิตวิถีอมตะนับร้อยนับพันบุกเข้าไปในทวีปปีศาจ แค่คิดก็สยองแล้ว
“ จริงสิหัวหน้าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” คอลรุยถามด้วยความสงสัย คนอื่นๆเองก็สงสัยเหมือนกันเพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าไลท์ได้ต่อสู้กับใครสักคน และคนๆนั้นก็อยู่ในระดับSSSอีกด้วย
ไลท์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกให้ฟัง
เมื่อคนอื่นๆได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกก็เข้าใจได้ว่าทำไมไลท์ถึงสู้กับตัวตนระดับSSS นอกจากนี้ไลท์ยังได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมกับตระกูลเครอสและตระกูลอูเบกอสอีกด้วยแต่ไลท์ก็ปฏิเสธไป
“ เอาล่ะๆวันนี้ไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปประลองดาบกับเวียสต้าอีก ” ไลท์พูดขึ้น
“ จริงสิอาจารย์แล้วอาจารย์จะไปประลองกับเวียสต้าที่ไหนหรอ ในเมื่อไม่ได้นัดสถานที่เอาไว้ด้วย ” เดซี่ถามออกมา
“ จริงด้วยแหะฉันก็ลืมไปเลย ว่าแต่มีใครมีเบอร์ติดต่อคนเหล่านั้นไหม? ไม่ว่าจะเป็นพวกเวียสต้าหรือพวกฟีเลีย ” ไลท์ถามออกมา
“ ฉันมีลูกพี่ ” ไลก้ายกมือ
ไลท์มองไปที่ไลก้าด้วยความประหลาดใจเขาไม่คิดว่าไลก้าจะมีเบอร์ของคนเหล่านั้นด้วย
“ พอดีฉันคุยถูกคอกับฟลินท์เลยแลกเบอร์ติดต่อกันเอาไว้น่ะ ” ไลก้าพูดขึ้นก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาฟลินท์
ไม่นานไลก้าก็บอกเบอร์ติดต่อของวาร์เลียนให้กับไลท์
ไลท์ติดต่อไปหาวาร์เลียนเพื่อที่จะถามว่าพรุ่งนี้จะสู้กับเวียสต้าที่ไหนดี
หลังจากที่พูดคุยกันสักพักไลท์และเวียสต้าก็ได้ข้อตกลงว่า ทั้งสองจะประลองฝีมือกันที่นอกเมืองมิลเลอร์ฟรอสทางทิศเหนือ ส่วนเรื่องเวลาก็คือบ่ายโมง
จากนั้นทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน
เช้าวันต่อมาหลังจากที่ไลท์และคนอื่นๆกำลังกินอาหารเช้ากันอยู่ จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของไลท์ก็สั่นขึ้น
“ ว่าไงครับคุณแมคโวลัค? ”ไลท์ถาม
“ ไลท์พอดีฉันต้องการให้สมาชิกทีมของเธอประลองฝีมือกับเลขาของฉัน ” แมคโวลัคพูดขึ้น
“ ใครหรอครับที่เลขาของคุณอยากจะประลองฝีมือด้วย?” ไลท์ถามด้วยความสนใจ เขาไม่เคยเห็นเลขาของแมคโวลัคมาก่อน
“ เลขาของฉันต้องการประลองฝีมือกับเวโรนิก้า ” แมคโวลัคตอบ
“ เดี๋ยวผมถามเธอแปป ” ไลท์พูดก่อนที่เขาจะหันไปมองเวโรนิก้า
“ นี้เวโรนิก้ามีคนต้องการท้าประลองกับเธอ เธอจะตอบรับไหม? ” ไลท์ถาม
ทุกๆคนรู้สึกประหลาดใจก่อนที่จะมองไปยังเวโรนิก้าทันที
“ เอาสิหัวหน้า ว่าแต่คนที่ต้องการท้าประลองกับฉันคือใคร? ” เวโรนิก้าถามด้วยความอยากรู้
“ เลขาของคุณแมคโวลัค ” ไลท์ตอบ
“ ตามนั้นเลยหัวหน้า นัดมาได้เลย” เวโรนิก้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ไลท์พยักหน้าและนัดวันเวลาที่จะให้เวโรนิก้าประลองกับสคริป
หลังจากที่วางสายแล้วไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ ก็ไปพร้อมกันนี้แหละตอนบ่ายโมง ประลองฝีมือกันที่นอกเมืองทิศเหนือเหมือนกับของฉัน ”
“ เข้าใจแล้วหัวหน้า ” เวโรนิก้าพยักหน้ารับเบาๆและกินอาหารของเธอต่อ
เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จแล้วไลท์ก็เดินเล่นกับเบเรียล ซึ่งทั้งสองคนต่างก็สวมชุดคลุมยาวสวมฮู้ดแล้วก็สวมแว่นดำเดินตามท้องถนน
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ถึงเวลาที่จะประลองทักษะดาบกับเวียสต้าแล้ว ไลท์จึงพาเบเรียลเดินไปที่นอกเมือง
หลังจากที่ออกมานอกเมืองแล้ว ไลท์ก็เห็นว่าพวกเดซี่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับพวกเวียสต้าและฟีเลีย นอกจากนี้ยังมีแมคโวลัคที่ยืนคุยกับพวกไลก้าอยู่
ด้านหลังของแมคโวลัคก็คือสคริปที่กำลังยืนอยู่อย่างเงียบสงบ
“ ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นแมคโวลัคก็เป็นคนเดินนำทางให้กับทุกคนเอง
สถานที่ที่แมคโวลัคนำไปก็คือทุ่งหญ้ากว้างขนาดใหญ่
“ เป็นที่ที่ดีเลย ” ไลท์ยิ้มออกมา
“ เอาเป็นว่าฉันขอเริ่มก่อนแล้วกัน ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
สคริปที่ยืนอยู่ด้านหลังของแมคโวลัคก็พยักหน้ารับก่อนที่เธอจะถอดเสื้อคลุมออกมาใส่ไว้ในสร้อยคอ เพราะอุปกรณ์มิติของเธอก็คือสร้อยคอ
สคริปหยิบเอาสนับมือเหล็กออกมาสวมและเดินไปกลางสนาม
ไลท์ได้ทำการสร้างม่านพลังขนาดใหญ่เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองคนทำลายทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่มแบบนี้
“ ถ้าหากพร้อมก็ซัดกันได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้ามา ” เวโรนิก้ากวักมือเรียกสคริป
สคริปร่ายเวทย์เสริมพลังใส่ตัวเองและพุ่งใส่เวโรนิก้าทันที
“ จอมเวทย์สายเสริมพลังงั้นหรอ น่าสนใจดีนิ ” เวโรนิก้าพึมพำก่อนที่จะพุ่งใส่สคริปบ้าง
ตู้มมมม
เสียงหมัดของทั้งสองปะทะกันจนเกิดคลื่นพลังกระจายไปทั่วพื้นที่
“ รุนแรงมาก ” วาร์เลียนพึมพำออกมาเมื่อเห็นการปะทะกันของทั้งสองคน
ฟีเลียและคนอื่นๆที่เห็นการโจมตีของเวโรนิก้าและสคริปก็รู้สึกตกใจขึ้นมา
“ นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากเจ้าพวกบ้าพลังอย่างเจ้าพวกนั้นแล้วก็ยังมีพวกบ้าพลังแบบนี้อีก ” ฟีเลียพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ แต่ฉันรู้สึกว่าทักษะหมัดของเวโรนิก้าจะทรงพลังกว่าทักษะหมัดของตระกูลเครอสอีกนะ ส่วนทางด้านทักษะหมัดของสคริปรู้สึกว่าจะสู้กับทักษะหมัดของตระกูลเครอสไม่ได้ ” เวียสต้าพูดขึ้่น
เนื่องจากตระกูลเครอสเป็นตระกูลที่มีจอมเวทย์อัญเชิญและจอมเวทย์เสริมพลังอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทำให้พวกเขาเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่า จนทำให้เกิดทักษะหมัดประจำตระกูลขึ้น
ทักษะหมัดของตระกูลเครอสมีชื่อว่า ทักษะหมัดชุดสังหาร เป็นทักษะที่มุ่งหน้าไปที่การสังหารโดยเฉพาะและยังโจมตีเป็นชุดๆอีกด้วย
หลังจากที่ทั้งสองปะทะกันได้ไม่ถึงสามนาทีก็เป็นฝั่งของสคริปที่ถูกเวโรนิก้าไล่ชกใส่อย่างต่อเนื่อง
ไม่นานเลือดก็ไหลออกมาจากปากของสคริป
เวโรนิก้าที่เห็นดังนั้นก็หยุดโจมตีและกระโดดถอยห่างจากสคริป
“ ฉันขอยอมแพ้ ” สคริปพูดขึ้นพร้อมเช็ดเลือดที่มุมปากของเธอ
“ เธอเองก็แข็งแกร่งทีเดียว ” เวโรนิก้าพูดขึ้นพร้อมกับเก็บสนับมือของเธอ
“ แต่เธอก็ยังแข็งแกร่งกว่า แถมเธอยังไม่ได้เอาจริงอีกด้วย ” สคริปพูดขึ้น
“ แน่นอน เพราะถ้าหากฉันจะเอาจริงนั้นหมายความว่าทุกๆหมัดที่ฉันจะชกใส่เธอจะต้องแฝงไปด้วยจิตสังหารและต้องการที่จะฆ่าเธอให้ตายให้ได้และอีกอย่างที่เธอยังไม่มีก็คือจิตวิญญาณแห่งหมัด ถ้าหากเธอมีจิตวิญญาณแห่งหมัดแล้วล่ะก็หมัดของเธอก็จะรุนแรงกว่านี้มาก ” เวโรนิก้าพูดจบเธอกก็บอกให้ไลท์สลายม่านป้องกันก่อน
“ ดูนี้นะ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
สคริปจ้องมองไปที่เวโรนิก้าด้วยความสงสัย เธออยากรู้ว่าเวโรนิก้าจะแสดงอะไรให้เธอเห็นกันแน่
เวโรนิก้าหลับตาไปสักพักก่อนที่จะลืมตาขึ้นจากนั้นเธอก็ชกหมัดขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทันใดนั้นก็เหมือนกับมีลำแสงสีแดงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นบนท้องฟ้า จนทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นรูขนาดใหญ่ด้วยหมัดของเวโรนิก้า
“ โอ้เชี่ย!!! ” ฟลินท์ที่มองไปยังท้องฟ้าที่เป็นรูขนาดใหญ่ด้วยแววตาสั่นไหวพร้อมกับกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่แค่ฟลินคนเดียวที่แสดงสีหน้าแบบนี้แต่เป็นทางฝั่งของฟีเลีย เวียสต้าและวาร์เลียนที่แสดงสีหน้าเหมือนกับของฟลินท์
แม้กระทั้งแมคโวลัคก็ยังต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นทักษะหมัดของเวโรนิก้า
คนที่ถูกผลกระทบจากหมัดของเวโรนิก้ามากที่สุดก็คือสคริป
สคริปยืนมองดูท้องฟ้าที่เป็นรูขนาดใหญ่ด้วยแววตาสั่นไหว เธอไม่คิดเลยว่าจะมีทักษะหมัดที่ทรงพลังแบบนี้อยู่ในโลก
“ เป็นอย่างไรบ้างล่ะสำหรับหมัดของฉัน? ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
“ ทรงพลังมากๆ!! ” สคริปพูดขึ้น
“ ทรงพลังงั้นหรอ? เปล่าเลยฉันยังไม่สามารถดึงพลังที่แท้จริงของทักษะหมัดนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่เลย ตอนนี้ฉันสามารถดึงพลังของทักษะหมัดนี้ออกมาได้เพียงแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
สคริปที่ได้ยินก็มองไปที่เวโรนิก้าด้วยความไม่อยากเชื่อและคงคิดว่าหูของเธอจะต้องไม่ดีแน่ๆ
เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์
หมัดที่ทรงพลังแบบนั้นกลับดึงพลังมาได้เพียงแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี้ถ้าหากเวโรนิก้าสามารถดึงพลังของทักษะหมัดนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่ใช่ว่าจะต่อยทีเดียวทะลุไปนอกโลกเลยงั้นหรอ ไม่ก็หมัดเดียวทะลุไปถึงแกนโลก
เป็นหมัดที่ทรงพลังและน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง
“ นอกจากนี้วิถีหมัดของเธอก็ยังอยู่ในระดับชำนาญเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับแก่นแท้แห่งหมัดเลยเพราะแบบนี้หมัดของเธอจึงอ่อนแอและไม่พัฒนาต่อ แสดงว่าที่สภาจอมเวทย์ไม่ค่อยมีใครที่ใช้หมัดเลยสินะเพราะแบบนั้นเธอคงไม่ติดอยู่แบบนี้หรอก ” เวโรนิก้าถามขึ้น
สคริปพยักหน้ารับ “ ใช่แล้วล่ะที่สภาจอมเวทย์ไม่ค่อยมีใครใช้หมัด ส่วนมากจะใช้ดาบ หอก ปืนไรเฟิล แม้กระทั้งจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้หมัดในการต่อสู้ก็มีแค่สองคนเท่านั้น ส่วนผู้พิทักษ์ไม่มีใครใช้มือเปล่าในการต่อสู้เลย ”
“ งั้นหรอ น่าเสียดายแย่เลยแหะ งั้นเอาแบบนี้แล้วกันเดี๋ยวฉันจะสอนเทคนิคการใช้หมัดให้กับเธอเอง ส่วนทักษะหมัดนั้นฉันคงไม่สามารถสอนให้กับเธอได้ ” เวโรนิก้าส่ายหน้าเบาๆ เพราะทักษะหมัดนี้เธอเองก็ได้มาจากไลท์ และไลท์ก็เป็นคนบอกว่าห้ามสอนทักษะหมัดนี้ให้กับคนอื่นโดยเด็ดขาด
ดวงตาของสคริปเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอรีบพูดขอบคุณเวโรนิก้าทันที
แค่เวโรนิก้าสอนเทคนิคการใช้หมัดให้กับเธอก็นับว่าเป็นประโยชน์สำหรับเธอมากแล้ว เธอไม่ได้ต้องการที่จะเรียนรู้ทักษะหมัดของเวโรนิก้าแม้แต่นิดเดียว เพราะเธอรู้ว่าทุกๆคนย่อมมีไพ่ตายเป็นของตัวเองและไม่คิดที่จะมอบไพ่ตายของตัวเองให้กับคนอื่นๆหรอก
“ เป็นทักษะหมัดที่ทรงพลังจริงๆ ” คานท์มองไปที่ท้องฟ้าพร้อมกับพูดออกมาด้วยแววตาจริงจัง
“ นั้นสิแม้แต่ฉันยังรู้สึกถึงความอันตรายจากหมัดของเด็กคนนั้นได้เลย ” ไมน์ตี้พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เวโรนิก้าด้วยความประหลาดใจ เพราะการที่จะทำให้ตัวตนระดับSSSอย่างเธอสัมผัสได้ถึงความอันตรายนี้ก็นับว่าเป็นทักษะที่ทรงพลังจริงๆ แม้ว่าตอนนี้เวโรนิก้าจะยังอยู่ในระดับAก็ตาม
“ ใช่ ฉันเองก็รับรู้ถึงความอันตรายจากหมัดของเด็กคนนั้นได้ นอกจากนี้ดูเหมือนว่าทักษะหมัดของเด็กคนนี้จะแข็งแกร่งกว่าทักษะหมัดของตระกูลเครอสอยู่มากเลยทีเดียว ถ้าหากพวกตระกูลเครอสที่ภูมิใจในทักษะหมัดของตัวเองแล้วมาเจอทักษะหมัดของเด็กคนนี้แล้วล่ะก็ ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะแสดงสีหน้ายังไงกัน ” คานท์มองไปที่เวโรนิก้าด้วยแววตาเป็นห่วง
ไมน์ตี้เองก็แสดงสีหน้าเป็นห่วงขึ้นมา
ทั้งสองรู้ดีว่าตระกูลเครอสเป็นตระกูลที่ภาคภูมิใจในตัวเองมาก ถ้าหากพวกมันรู้ว่ามีทักษะหมัดที่ทรงพลังกว่าทักษะหมัดของตระกูลตัวเองปรากฏขึ้นมาแล้วล่ะก็ พวกมันจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะนำทักษะหมัดนี้มาเป็นของตัวเองให้ได้ และถ้าหากพวกมันไม่สามารถได้ทักษะนี้มาครอบครองแล้วล่ะก็พวกมันก็ต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้ใครได้ครอบครองทักษะหมัดนี้โดยเด็ดขาด
คานท์ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปหาไลท์
ไมน์ตี้มองไปที่คานท์จากนั้นเธอก็รู้ได้ทันทีว่าคานท์กำลังคิดอะไรอยู่