สุดยอดนักผจญภัย

    ทักษะหมัดที่ทรงพลัง

    เขตแดนแห่งบุปผา ถูกแบ่งออกเป็นสองเขตแดน

    หนึ่งคือเขตแดนมรสุมบุปผาผลิบานและอีกเขตแดนคือเขตแดนบุปผากลืนวิญญาณ

    เขตแดนมรสุมบุปผาผลิบานเป็นเขตแดนที่สร้างพายุบุปผาขึ้นมาทำลายศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ 

    เขตแดนบุปผากลืนวิญญาณเป็นเขตแดนที่จะดูดกลืนวิญญาณของศัตรูที่อยู่ภายในพื้นที่หลังจากที่ได้พลังวิญญาณถึงจำนวนหนึ่งแล้วก็จะมีร่างอวตารบุปผาปรากฏขึ้นมา 

    ร่างอวตารบุปผาคือร่างกายเหมือนกับมนุษย์และมีวิญาณอยู่ในร่าง โดยที่วิญญาณนั้นจะเชื่อฟังคำสั่งของผู้สร้างร่างอวตารบุปผาเพียงผู้เดียว ส่วนความแข็งแกร่งของร่างอวตารบุปผานั้นจะเริ่มตั้งแต่ระดับจิตวิถีมนุษย์ หรือก็คือต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น 

    นอกจากนี้ต่อให้สลายเขตแดนแห่งบุปผาไปแล้วร่างอวตารบุปผาก็จะไม่หายไปด้วย การที่จะทำลายร่างอวตารบุปผาได้คือการเผาไหม้จนกลายเป็นขี้เถ้า และไม่สามารถใช้เปลวเพลิงธรรมดาเผาได้ต้องใช้เปลวเพลิงที่รุนแรงเท่านั้นจึงจะทำลายร่างอวตารบุปผาได้ ต่อให้ถูกฟันหัวหรือแขนขาจนขาดก็สามารถต่อกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

    ร่างอวตารบุปผานั้นจะบ่มเพาะพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็จะมีความแข็งแกร่งในระดับจิตวิถีอมตะ 

    ซึ่งเมื่อก่อนตอนที่เปิ่นซานไห่ได้ใช้ทักษะนี้ เธอมีกองทัพอวตารบุปผานับหมื่น ซึ่งแต่ละตัวก็มีความแข็งแกร่งในระดับจิตวิถีอมตะ นอกจากนี้ยังมีร่างอวตารอีกสามตัวที่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับจิตวิถีพระเจ้าได้ ทำให้เปิ่นซานไห่คือหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคก็เพราะเขตแดนบุปผากลืนวิญญาณนั่นเอง

    ไลท์ได้บอกข้อมูลของเขตแดนแห่งบุปผาให้กับเดซี่และคนอื่นๆฟัง

    เมื่อพวกเดซี่ได้ยินที่ไลท์พูดพวกเขาก็กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว พวกเขาลองจินตนาการดูว่าถ้าหากเดซี่ควบคุมกองทัพร่างอวตารบุปผาที่แข็งแกร่งในระดับจิตวิถีอมตะนับร้อยนับพันบุกเข้าไปในทวีปปีศาจ แค่คิดก็สยองแล้ว 

    “ จริงสิหัวหน้าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” คอลรุยถามด้วยความสงสัย คนอื่นๆเองก็สงสัยเหมือนกันเพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าไลท์ได้ต่อสู้กับใครสักคน และคนๆนั้นก็อยู่ในระดับSSSอีกด้วย

    ไลท์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกให้ฟัง

    เมื่อคนอื่นๆได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกก็เข้าใจได้ว่าทำไมไลท์ถึงสู้กับตัวตนระดับSSS นอกจากนี้ไลท์ยังได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมกับตระกูลเครอสและตระกูลอูเบกอสอีกด้วยแต่ไลท์ก็ปฏิเสธไป 

    “ เอาล่ะๆวันนี้ไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปประลองดาบกับเวียสต้าอีก ” ไลท์พูดขึ้น

    “ จริงสิอาจารย์แล้วอาจารย์จะไปประลองกับเวียสต้าที่ไหนหรอ ในเมื่อไม่ได้นัดสถานที่เอาไว้ด้วย ” เดซี่ถามออกมา

    “ จริงด้วยแหะฉันก็ลืมไปเลย ว่าแต่มีใครมีเบอร์ติดต่อคนเหล่านั้นไหม? ไม่ว่าจะเป็นพวกเวียสต้าหรือพวกฟีเลีย ” ไลท์ถามออกมา

    “ ฉันมีลูกพี่ ” ไลก้ายกมือ 

    ไลท์มองไปที่ไลก้าด้วยความประหลาดใจเขาไม่คิดว่าไลก้าจะมีเบอร์ของคนเหล่านั้นด้วย

    “ พอดีฉันคุยถูกคอกับฟลินท์เลยแลกเบอร์ติดต่อกันเอาไว้น่ะ ” ไลก้าพูดขึ้นก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาฟลินท์

    ไม่นานไลก้าก็บอกเบอร์ติดต่อของวาร์เลียนให้กับไลท์

    ไลท์ติดต่อไปหาวาร์เลียนเพื่อที่จะถามว่าพรุ่งนี้จะสู้กับเวียสต้าที่ไหนดี

    หลังจากที่พูดคุยกันสักพักไลท์และเวียสต้าก็ได้ข้อตกลงว่า ทั้งสองจะประลองฝีมือกันที่นอกเมืองมิลเลอร์ฟรอสทางทิศเหนือ ส่วนเรื่องเวลาก็คือบ่ายโมง 

    จากนั้นทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน

    เช้าวันต่อมาหลังจากที่ไลท์และคนอื่นๆกำลังกินอาหารเช้ากันอยู่ จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของไลท์ก็สั่นขึ้น

    “ ว่าไงครับคุณแมคโวลัค? ”ไลท์ถาม

    “ ไลท์พอดีฉันต้องการให้สมาชิกทีมของเธอประลองฝีมือกับเลขาของฉัน ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ใครหรอครับที่เลขาของคุณอยากจะประลองฝีมือด้วย?” ไลท์ถามด้วยความสนใจ เขาไม่เคยเห็นเลขาของแมคโวลัคมาก่อน

    “ เลขาของฉันต้องการประลองฝีมือกับเวโรนิก้า ” แมคโวลัคตอบ

    “ เดี๋ยวผมถามเธอแปป ” ไลท์พูดก่อนที่เขาจะหันไปมองเวโรนิก้า

    “ นี้เวโรนิก้ามีคนต้องการท้าประลองกับเธอ เธอจะตอบรับไหม? ” ไลท์ถาม

    ทุกๆคนรู้สึกประหลาดใจก่อนที่จะมองไปยังเวโรนิก้าทันที

    “ เอาสิหัวหน้า ว่าแต่คนที่ต้องการท้าประลองกับฉันคือใคร? ” เวโรนิก้าถามด้วยความอยากรู้

    “ เลขาของคุณแมคโวลัค ” ไลท์ตอบ

    “ ตามนั้นเลยหัวหน้า นัดมาได้เลย” เวโรนิก้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    ไลท์พยักหน้าและนัดวันเวลาที่จะให้เวโรนิก้าประลองกับสคริป

    หลังจากที่วางสายแล้วไลท์ก็พูดขึ้นว่า “ ก็ไปพร้อมกันนี้แหละตอนบ่ายโมง ประลองฝีมือกันที่นอกเมืองทิศเหนือเหมือนกับของฉัน ” 

    “ เข้าใจแล้วหัวหน้า ” เวโรนิก้าพยักหน้ารับเบาๆและกินอาหารของเธอต่อ 

    เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จแล้วไลท์ก็เดินเล่นกับเบเรียล ซึ่งทั้งสองคนต่างก็สวมชุดคลุมยาวสวมฮู้ดแล้วก็สวมแว่นดำเดินตามท้องถนน

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ถึงเวลาที่จะประลองทักษะดาบกับเวียสต้าแล้ว ไลท์จึงพาเบเรียลเดินไปที่นอกเมือง

    หลังจากที่ออกมานอกเมืองแล้ว ไลท์ก็เห็นว่าพวกเดซี่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับพวกเวียสต้าและฟีเลีย นอกจากนี้ยังมีแมคโวลัคที่ยืนคุยกับพวกไลก้าอยู่ 

    ด้านหลังของแมคโวลัคก็คือสคริปที่กำลังยืนอยู่อย่างเงียบสงบ

    “ ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ ” ไลท์พูดขึ้น

    หลังจากนั้นแมคโวลัคก็เป็นคนเดินนำทางให้กับทุกคนเอง

    สถานที่ที่แมคโวลัคนำไปก็คือทุ่งหญ้ากว้างขนาดใหญ่

    “ เป็นที่ที่ดีเลย ” ไลท์ยิ้มออกมา

    “ เอาเป็นว่าฉันขอเริ่มก่อนแล้วกัน ” เวโรนิก้าพูดขึ้น

    สคริปที่ยืนอยู่ด้านหลังของแมคโวลัคก็พยักหน้ารับก่อนที่เธอจะถอดเสื้อคลุมออกมาใส่ไว้ในสร้อยคอ เพราะอุปกรณ์มิติของเธอก็คือสร้อยคอ 

    สคริปหยิบเอาสนับมือเหล็กออกมาสวมและเดินไปกลางสนาม

    ไลท์ได้ทำการสร้างม่านพลังขนาดใหญ่เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองคนทำลายทุ่งหญ้าที่เขียวชอุ่มแบบนี้

    “ ถ้าหากพร้อมก็ซัดกันได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น

    “ เข้ามา ” เวโรนิก้ากวักมือเรียกสคริป

    สคริปร่ายเวทย์เสริมพลังใส่ตัวเองและพุ่งใส่เวโรนิก้าทันที

    “ จอมเวทย์สายเสริมพลังงั้นหรอ น่าสนใจดีนิ ” เวโรนิก้าพึมพำก่อนที่จะพุ่งใส่สคริปบ้าง

    ตู้มมมม

    เสียงหมัดของทั้งสองปะทะกันจนเกิดคลื่นพลังกระจายไปทั่วพื้นที่

    “ รุนแรงมาก ” วาร์เลียนพึมพำออกมาเมื่อเห็นการปะทะกันของทั้งสองคน

    ฟีเลียและคนอื่นๆที่เห็นการโจมตีของเวโรนิก้าและสคริปก็รู้สึกตกใจขึ้นมา

    “ นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากเจ้าพวกบ้าพลังอย่างเจ้าพวกนั้นแล้วก็ยังมีพวกบ้าพลังแบบนี้อีก ” ฟีเลียพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

    “ แต่ฉันรู้สึกว่าทักษะหมัดของเวโรนิก้าจะทรงพลังกว่าทักษะหมัดของตระกูลเครอสอีกนะ ส่วนทางด้านทักษะหมัดของสคริปรู้สึกว่าจะสู้กับทักษะหมัดของตระกูลเครอสไม่ได้ ” เวียสต้าพูดขึ้่น

    เนื่องจากตระกูลเครอสเป็นตระกูลที่มีจอมเวทย์อัญเชิญและจอมเวทย์เสริมพลังอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทำให้พวกเขาเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่า จนทำให้เกิดทักษะหมัดประจำตระกูลขึ้น

    ทักษะหมัดของตระกูลเครอสมีชื่อว่า ทักษะหมัดชุดสังหาร เป็นทักษะที่มุ่งหน้าไปที่การสังหารโดยเฉพาะและยังโจมตีเป็นชุดๆอีกด้วย

    หลังจากที่ทั้งสองปะทะกันได้ไม่ถึงสามนาทีก็เป็นฝั่งของสคริปที่ถูกเวโรนิก้าไล่ชกใส่อย่างต่อเนื่อง 

    ไม่นานเลือดก็ไหลออกมาจากปากของสคริป 

    เวโรนิก้าที่เห็นดังนั้นก็หยุดโจมตีและกระโดดถอยห่างจากสคริป

    “ ฉันขอยอมแพ้ ” สคริปพูดขึ้นพร้อมเช็ดเลือดที่มุมปากของเธอ

    “ เธอเองก็แข็งแกร่งทีเดียว ” เวโรนิก้าพูดขึ้นพร้อมกับเก็บสนับมือของเธอ

    “ แต่เธอก็ยังแข็งแกร่งกว่า แถมเธอยังไม่ได้เอาจริงอีกด้วย ” สคริปพูดขึ้น

    “ แน่นอน เพราะถ้าหากฉันจะเอาจริงนั้นหมายความว่าทุกๆหมัดที่ฉันจะชกใส่เธอจะต้องแฝงไปด้วยจิตสังหารและต้องการที่จะฆ่าเธอให้ตายให้ได้และอีกอย่างที่เธอยังไม่มีก็คือจิตวิญญาณแห่งหมัด ถ้าหากเธอมีจิตวิญญาณแห่งหมัดแล้วล่ะก็หมัดของเธอก็จะรุนแรงกว่านี้มาก ” เวโรนิก้าพูดจบเธอกก็บอกให้ไลท์สลายม่านป้องกันก่อน

    “ ดูนี้นะ ” เวโรนิก้าพูดขึ้น

    สคริปจ้องมองไปที่เวโรนิก้าด้วยความสงสัย เธออยากรู้ว่าเวโรนิก้าจะแสดงอะไรให้เธอเห็นกันแน่

    เวโรนิก้าหลับตาไปสักพักก่อนที่จะลืมตาขึ้นจากนั้นเธอก็ชกหมัดขึ้นไปบนท้องฟ้า

    ทันใดนั้นก็เหมือนกับมีลำแสงสีแดงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นบนท้องฟ้า จนทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นรูขนาดใหญ่ด้วยหมัดของเวโรนิก้า

    “ โอ้เชี่ย!!! ” ฟลินท์ที่มองไปยังท้องฟ้าที่เป็นรูขนาดใหญ่ด้วยแววตาสั่นไหวพร้อมกับกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่แค่ฟลินคนเดียวที่แสดงสีหน้าแบบนี้แต่เป็นทางฝั่งของฟีเลีย เวียสต้าและวาร์เลียนที่แสดงสีหน้าเหมือนกับของฟลินท์ 

    แม้กระทั้งแมคโวลัคก็ยังต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นทักษะหมัดของเวโรนิก้า 

    คนที่ถูกผลกระทบจากหมัดของเวโรนิก้ามากที่สุดก็คือสคริป 

    สคริปยืนมองดูท้องฟ้าที่เป็นรูขนาดใหญ่ด้วยแววตาสั่นไหว เธอไม่คิดเลยว่าจะมีทักษะหมัดที่ทรงพลังแบบนี้อยู่ในโลก 

    “ เป็นอย่างไรบ้างล่ะสำหรับหมัดของฉัน? ” เวโรนิก้าพูดขึ้น

    “ ทรงพลังมากๆ!! ” สคริปพูดขึ้น

    “ ทรงพลังงั้นหรอ? เปล่าเลยฉันยังไม่สามารถดึงพลังที่แท้จริงของทักษะหมัดนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่เลย ตอนนี้ฉันสามารถดึงพลังของทักษะหมัดนี้ออกมาได้เพียงแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ” เวโรนิก้าพูดขึ้น

    สคริปที่ได้ยินก็มองไปที่เวโรนิก้าด้วยความไม่อยากเชื่อและคงคิดว่าหูของเธอจะต้องไม่ดีแน่ๆ 

    เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์

    หมัดที่ทรงพลังแบบนั้นกลับดึงพลังมาได้เพียงแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี้ถ้าหากเวโรนิก้าสามารถดึงพลังของทักษะหมัดนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ไม่ใช่ว่าจะต่อยทีเดียวทะลุไปนอกโลกเลยงั้นหรอ ไม่ก็หมัดเดียวทะลุไปถึงแกนโลก

    เป็นหมัดที่ทรงพลังและน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง

    “ นอกจากนี้วิถีหมัดของเธอก็ยังอยู่ในระดับชำนาญเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับแก่นแท้แห่งหมัดเลยเพราะแบบนี้หมัดของเธอจึงอ่อนแอและไม่พัฒนาต่อ แสดงว่าที่สภาจอมเวทย์ไม่ค่อยมีใครที่ใช้หมัดเลยสินะเพราะแบบนั้นเธอคงไม่ติดอยู่แบบนี้หรอก ” เวโรนิก้าถามขึ้น

    สคริปพยักหน้ารับ “ ใช่แล้วล่ะที่สภาจอมเวทย์ไม่ค่อยมีใครใช้หมัด ส่วนมากจะใช้ดาบ หอก ปืนไรเฟิล แม้กระทั้งจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้หมัดในการต่อสู้ก็มีแค่สองคนเท่านั้น ส่วนผู้พิทักษ์ไม่มีใครใช้มือเปล่าในการต่อสู้เลย ” 

    “ งั้นหรอ น่าเสียดายแย่เลยแหะ งั้นเอาแบบนี้แล้วกันเดี๋ยวฉันจะสอนเทคนิคการใช้หมัดให้กับเธอเอง ส่วนทักษะหมัดนั้นฉันคงไม่สามารถสอนให้กับเธอได้ ” เวโรนิก้าส่ายหน้าเบาๆ เพราะทักษะหมัดนี้เธอเองก็ได้มาจากไลท์ และไลท์ก็เป็นคนบอกว่าห้ามสอนทักษะหมัดนี้ให้กับคนอื่นโดยเด็ดขาด

    ดวงตาของสคริปเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เธอรีบพูดขอบคุณเวโรนิก้าทันที

    แค่เวโรนิก้าสอนเทคนิคการใช้หมัดให้กับเธอก็นับว่าเป็นประโยชน์สำหรับเธอมากแล้ว เธอไม่ได้ต้องการที่จะเรียนรู้ทักษะหมัดของเวโรนิก้าแม้แต่นิดเดียว เพราะเธอรู้ว่าทุกๆคนย่อมมีไพ่ตายเป็นของตัวเองและไม่คิดที่จะมอบไพ่ตายของตัวเองให้กับคนอื่นๆหรอก

    “ เป็นทักษะหมัดที่ทรงพลังจริงๆ ” คานท์มองไปที่ท้องฟ้าพร้อมกับพูดออกมาด้วยแววตาจริงจัง

    “ นั้นสิแม้แต่ฉันยังรู้สึกถึงความอันตรายจากหมัดของเด็กคนนั้นได้เลย ” ไมน์ตี้พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เวโรนิก้าด้วยความประหลาดใจ เพราะการที่จะทำให้ตัวตนระดับSSSอย่างเธอสัมผัสได้ถึงความอันตรายนี้ก็นับว่าเป็นทักษะที่ทรงพลังจริงๆ แม้ว่าตอนนี้เวโรนิก้าจะยังอยู่ในระดับAก็ตาม

    “ ใช่ ฉันเองก็รับรู้ถึงความอันตรายจากหมัดของเด็กคนนั้นได้ นอกจากนี้ดูเหมือนว่าทักษะหมัดของเด็กคนนี้จะแข็งแกร่งกว่าทักษะหมัดของตระกูลเครอสอยู่มากเลยทีเดียว ถ้าหากพวกตระกูลเครอสที่ภูมิใจในทักษะหมัดของตัวเองแล้วมาเจอทักษะหมัดของเด็กคนนี้แล้วล่ะก็ ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะแสดงสีหน้ายังไงกัน ” คานท์มองไปที่เวโรนิก้าด้วยแววตาเป็นห่วง

    ไมน์ตี้เองก็แสดงสีหน้าเป็นห่วงขึ้นมา

    ทั้งสองรู้ดีว่าตระกูลเครอสเป็นตระกูลที่ภาคภูมิใจในตัวเองมาก ถ้าหากพวกมันรู้ว่ามีทักษะหมัดที่ทรงพลังกว่าทักษะหมัดของตระกูลตัวเองปรากฏขึ้นมาแล้วล่ะก็ พวกมันจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะนำทักษะหมัดนี้มาเป็นของตัวเองให้ได้ และถ้าหากพวกมันไม่สามารถได้ทักษะนี้มาครอบครองแล้วล่ะก็พวกมันก็ต้องทำทุกทางเพื่อไม่ให้ใครได้ครอบครองทักษะหมัดนี้โดยเด็ดขาด

    คานท์ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปหาไลท์ 

    ไมน์ตี้มองไปที่คานท์จากนั้นเธอก็รู้ได้ทันทีว่าคานท์กำลังคิดอะไรอยู่