เมื่อเปิดใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงสุดร่างกายของเย่เทียนก็ไม่สามารถขยับตัวได้ เนื่องจากวิญญาณของเขาได้ออกจากร่างของตัวเองไปแล้ว
ในเวลานี้หากมีสัตว์อสูรอยู่ที่นี่เย่เทียนก็จะตกอยู่ในอันตราย
ดังนั้น
เขาจึงต้องซ่อนร่างจริงของเขาให้มิดชิดโดยที่เขาต้องรับประกันได้ว่าจะไม่มีสัตว์อสูรตนใดพบร่างจริงของเขา มิเช่นนั้นหากร่างกายของเขาถูกทำลายเขาก็ไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงผลที่จะตามมา
เนื่องจากเขากังวลเกี่ยวกับร่างจริงเขาจึงไม่ค่อยใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณมากนัก
แต่ครั้งนี้เพื่อจะยกระดับพรสวรรค์ในการคัดลอกเขาจึงต้องยอมเสี่ยงสักครั้ง
เย่เทียนมองไปรอบๆและเห็นภูเขาจำลองที่อยู่ไม่ไกลจากสวนสมุนไพร
ดังนั้น
เย่เทียนจึงเดินไปยังภูเขาจำลองและซ่อนตัวในช่องว่างของก้อนหินหลายๆก้อน
ภายในตำหนักมังกรจิตสำนึกนั้นถูกสะกดข่มไว้อย่างรุนแรง แม้ว่าจะมีสัตว์อสูรบางตัวที่ผ่านมา แต่หากไม่สังเกตดีๆก็ใช่ว่าจะค้นพบร่างจริงของเขาได้ง่ายๆ
แต่เพื่อความรอบคอบเย่เทียนจึงจัดวางค่ายกลซ่อนเร้นขึ้นมาเพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
หลังจากเสร็จสิ้นการจัดเตรียมทั้งหมดเย่เทียนก็เปิดพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงสุด
เป้าหมายคือไส้เดือนไหมทอง
วู๊ซ!
วิญญาณของเย่เทียนกลายเป็นเส้นแสงทะลวงผ่านเข้าไปด้านในค่ายกลป้องกันจากนั้นเขาก็เข้ายึดร่างไส้เดือนไหมทองที่อยู่ด้านในของสวนสมุนไพร
ไส้เดือนไหมทองนั้นอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับเย่เทียนแล้ว วิญญาณของมันอ่อนแอกว่าเย่เทียนหลายเท่า
เมื่อวิญญาณของเย่เทียนเข้าสู่ร่างของไส้เดือนไหมทองวิญญาณของไส้เดือนไหมทองก็ถูกทำลายไปในพริบตา ทำให้เย่เทียนยึดครองร่างนี้ได้สำเร็จ
สวนสมุนไพร
“ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับอ่อนแอนี่เป็นพรสวรรค์ที่ด้อยกว่าระดับนักรบเสียอีก!”
เย่เทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
แต่สวนสมุนไพรแห่งนี้มีแต่ไส้เดือนไหมทองอยู่เท่านั้นไม่เช่นนั้นเขาคงไม่เลือกที่จะยึดร่างของสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเช่นนี้
แต่
แม้ว่าไส้เดือนไหมทองจะเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำสุดแต่ด้วยพรสวรรค์ของเย่เทียน มันก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างของไส้เดือนไหมทองนี่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากเนื่องจากเขามีพรสวรรค์ลึกลับ พรสวรรค์ระดับพระเจ้า พรสวรรค์ด้านมิติ พรสวรรค์ด้านเวลา และพรสวรรค์อื่นๆ อีกมากมาย
วู๊ซซ!
เย่เทียนควบคุมร่างของไส้เดือนไหมทองและมุดดินเข้าไปยังสวนสมุนไพรจากนั้นก็มองไปที่สมุนไพรวิญญาณทั้งหมด
“เป้าหมายของเราคือต้นโคลเวอร์เก้าแฉก แต่ด้วยร่างของไส้เดือนไหมทองนี้ ทั้งต้นโคลเวอร์เก้าแฉกและสมุนไพรวิญญาณอื่นๆ เราคงไม่มีทางที่จะสามารถกินมันลงไปได้!”
เย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์การบินจากนั้นจ้องมองต้นโคลเวอร์เก้าแฉกพลางครุ่นคิดว่าเขาจะกินมันอย่างไรดี?
“จริงสิ พรสวรรค์ด้านการปลอมตัว!”
เย่เทียนนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา
พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวมีประโยชน์อย่างมากในเวลานี้เพราะปากของไส้เดือนไหมทองนั้นไม่มีทางที่จะกินต้นโคลเวอร์เก้าแฉกได้ แต่หากเขาปลอมตัวเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นมันก็จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
วืดด!
เย่เทียนเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ในพริบตาตอนนี้เขาเป็นมนุษย์ที่มีระดับการบ่มเพาะในขอบเขตของผู้ฝึกยุทธ์
“พรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ!”
เย่เทียนใช้พรสวรรค์ด้านพละกำลังทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่าในพริบตา!
เขาที่เดิมทีเขามีพลังเพียงสองถึงสามร้อยจินแต่ตอนนี้พลังของเขาได้กลายเป็นหลายหมื่นจินในพริบตา พลังนี้นับว่าเทียบเท่ากับนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้ว
แกร๊ก!
ต้นโคลเวอร์เก้าแฉกถูกเย่เทียนเด็ดออกมาเรียบร้อยจากนั้นเย่เทียนก็กินมันเข้าไปโดยไม่รีรอ
ทันใดนั้น
พลังจากต้นโคลเวอร์เก้าแฉกก็ไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของเย่เทียนและถูกดูดซับอย่างรวดเร็วโดยตราประทับของพรสวรรค์ในการคัดลอก
ตูม!!!!!
พลังอันมหาศาลของต้นโคลเวอร์เก้าแฉกระเบิดออกมาพร้อมๆกับสติของเย่เทียนที่ดับวูบไป
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
ในที่สุดเย่เทียนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
ในเวลานี้เขาได้กลับกลายเป็นไส้เดือนไหมทองอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถรักษาพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวไว้ได้หลังจากหมดสติ
“พรสวรรค์ในการคัดลอกของเราเป็นอย่างไรบ้าง!”
สิ่งแรกที่เย่เทียนทำหลังจากได้สติคือการส่งจิตสำนึกไปตรวจดูตราประทับพรสวรรค์ในการคัดลอกเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของมันทันที
หลังจากนั้นไม่นาน
เย่เทียนก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งแต่เนื่องจากเขายังอยู่ในร่างของไส้เดือนไหมทอง ดังนั้นเสียงที่ออกมาเป็นเพียงเสียงอู้อี้เท่านั้น
ในตอนนี้
เย่เทียนตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาได้เปลี่ยนไปอีกครั้งแล้ว
อย่างแรกคือขอบเขตพรสวรรค์ในการคัดลอกมีขอบเขตที่เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 เมตร เขาสามารถตรวจสอบและค้นหาพรสวรรค์ได้โดยอัตโนมัติ
ยกตัวอย่างเช่นหากเขาต้องการค้นหาเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด เขาก็จะสามารถพบเห็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทีละคน ส่วนพรสวรรค์อื่นๆ นั้นจะถูกมองข้ามไปโดยอัตโนมัติ
ความสามารถนี้สะดวกกว่าเดิมมากมันทำให้เย่เทียนประหยัดเวลาได้มากขึ้น
แต่เดิมหากเขาต้องการค้นหาพรสวรรค์ที่เขาต้องการ ในสถานการณ์ที่มีผู้คนอยู่จำนวนมาก พรสวรรค์ต่างๆของคนเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทั้งหมด ดังนั้นการค้นหาจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วด้วยฟังก์ชันใหม่นี้ทำให้เย่เทียนสามารถหาพรสวรรค์ที่เขาต้องการได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดก็คือคูลดาวน์ของพรสวรรค์ในการคัดลอกลดลงเหลือเพียงแค่หนึ่งวันและเขายังสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้ถึง 2 ครั้งต่อวัน ในตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคูลดาวน์อีกต่อไป
นอกจากนี้พรสวรรค์ในการคัดลอกยังมีคุณสมบัติติดตัวอีก1อย่าง นั่นก็คือพลังของมันจะไม่ถูกลิดรอน!
นี่หมายความว่าพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนจะไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้เย่เทียนมักจะสงสัยว่าโลกนี้จะมีพรสวรรค์ประเภทที่สามารถผนึกพรสวรรค์อื่นได้หรือไม่เพราะหากมีพรสวรรค์เช่นนั้นจริงๆ เขากลัวว่าวันหนึ่งพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาจะถูกคนปิดผนึก
แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลแล้ว
พรสวรรค์ในการคัดลอกเพิ่มค่าสถานะติดตัวขึ้นมาซึ่งหมายความว่าไม่มีใครสามารถผนึกหรือจำกัดพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาได้อีก
ค่าสถานะนี้ยอดเยี่ยมกว่าความสามารถทุกอย่างที่เขาได้รับปกติแล้วเขาคงจะไม่เห็นถึงประโยชน์ของมัน แต่หากเขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่มีพรสวรรค์ในการผนึกพรสวรรค์ของคนอื่นคุณสมบัตินี้จะมีประโยชน์อย่างมาก
ต้นโคลเวอร์เก้าแฉกถูกเย่เทียนกินไปแล้วส่วนสมุนไพรวิญญาณอื่นๆ เย่เทียนไม่สนใจมันอีกต่อไป
ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการพวกมันแต่เขาไม่สามารถนำมันไปด้วยได้
แม้ว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้จะถูกเขากินเข้าไปแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขา เพราะร่างนี้คือร่างของไส้เดือนไหมทอง เขาไม่จำเป็นต้องยกระดับการบ่มเพาะของร่างนี้
ยิ่งไปกว่านั้นหากเขานำสมุนไพรทั้งหมดไป นั่นอาจจะเป็นการล่วงเกินเผ่ามังกรมากเกินไปก็ได้
“แค่นี้ก็พอแล้ว!”
เย่เทียนปลดเปลื้องพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ
วินาทีต่อมา
วิญญาณของเย่เทียนผ่านค่ายกลป้องกันกลับคืนสู่ร่างเดิมและภายในสวนสมุนไพรก็ปรากฏศพของไส้เดือนไหมทองขึ้น!
ฟู่ว!!!!
เมื่อวิญญาณกลับเข้าสู่ร่างจริงเย่เทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขายึดร่างของไส้เดือนไหมทองมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ตอนนี้เมื่อได้กลับเข้าสู่ร่างของตัวเองแล้ว มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกโล่งอก
“ยังดีที่ร่างของเราปลอดภัย ดูเหมือนว่าจะไม่มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวไหนผ่านมายังที่แห่งนี้คงเป็นเพราะว่าตำหนักมังกรนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เข้ามาในนี้มีไม่มากนักดังนั้นจึงไม่แปลกที่สัตว์อสูรเหล่านั้นจะไม่ได้ผ่านมายังที่แห่งนี้!”
เย่เทียนรู้สึกดีมาก
พรสวรรค์ในการคัดลอกได้เปลี่ยนไปแล้วการมายังตำหนักมังกรในครั้งนี้นับว่าเขาได้รับประโยชน์มากมาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับมรดกของเผ่ามังกรกลับไปเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังสักนิด
“ไปสำรวจที่อื่นก่อน!”
เย่เทียนออกจากสวนสมุนไพรและออกค้นหามรดกของเผ่ามังกรต่อ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปในพริบตา
เย่เทียนสำรวจในหลายพื้นที่และได้พบกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากแต่ด้วยพรสวรรค์ล่องหน จึงไม่มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตนใดที่สามารถสัมผัสตัวตนของเขาได้และเขาก็ขี้เกียจเกินไปที่จะฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อ่อนแอเหล่านี้
หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่งในที่สุดเย่เทียนก็ค้นพบมรดกที่ยอดฝีมือแห่งเผ่ามังกรทิ้งไว้เบื้องหลัง!