ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 9 บทที่ 245 ถ่ายโอนวิญญาณ และยกระดับพรสวรรค์ในการคัดลอก!

        เมื่อเปิดใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงสุดร่างกายของเย่เทียนก็ไม่สามารถขยับตัวได้ เนื่องจากวิญญาณของเขาได้ออกจากร่างของตัวเองไปแล้ว

        ในเวลานี้หากมีสัตว์อสูรอยู่ที่นี่เย่เทียนก็จะตกอยู่ในอันตราย

        ดังนั้น

        เขาจึงต้องซ่อนร่างจริงของเขาให้มิดชิดโดยที่เขาต้องรับประกันได้ว่าจะไม่มีสัตว์อสูรตนใดพบร่างจริงของเขา มิเช่นนั้นหากร่างกายของเขาถูกทำลายเขาก็ไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงผลที่จะตามมา

        เนื่องจากเขากังวลเกี่ยวกับร่างจริงเขาจึงไม่ค่อยใช้พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณมากนัก

        แต่ครั้งนี้เพื่อจะยกระดับพรสวรรค์ในการคัดลอกเขาจึงต้องยอมเสี่ยงสักครั้ง

        เย่เทียนมองไปรอบๆและเห็นภูเขาจำลองที่อยู่ไม่ไกลจากสวนสมุนไพร

        ดังนั้น

        เย่เทียนจึงเดินไปยังภูเขาจำลองและซ่อนตัวในช่องว่างของก้อนหินหลายๆก้อน

        ภายในตำหนักมังกรจิตสำนึกนั้นถูกสะกดข่มไว้อย่างรุนแรง แม้ว่าจะมีสัตว์อสูรบางตัวที่ผ่านมา แต่หากไม่สังเกตดีๆก็ใช่ว่าจะค้นพบร่างจริงของเขาได้ง่ายๆ

        แต่เพื่อความรอบคอบเย่เทียนจึงจัดวางค่ายกลซ่อนเร้นขึ้นมาเพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

        หลังจากเสร็จสิ้นการจัดเตรียมทั้งหมดเย่เทียนก็เปิดพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงสุด

        เป้าหมายคือไส้เดือนไหมทอง

        วู๊ซ!

        วิญญาณของเย่เทียนกลายเป็นเส้นแสงทะลวงผ่านเข้าไปด้านในค่ายกลป้องกันจากนั้นเขาก็เข้ายึดร่างไส้เดือนไหมทองที่อยู่ด้านในของสวนสมุนไพร

        ไส้เดือนไหมทองนั้นอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับเย่เทียนแล้ว วิญญาณของมันอ่อนแอกว่าเย่เทียนหลายเท่า

        เมื่อวิญญาณของเย่เทียนเข้าสู่ร่างของไส้เดือนไหมทองวิญญาณของไส้เดือนไหมทองก็ถูกทำลายไปในพริบตา ทำให้เย่เทียนยึดครองร่างนี้ได้สำเร็จ

        สวนสมุนไพร

        “ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับอ่อนแอนี่เป็นพรสวรรค์ที่ด้อยกว่าระดับนักรบเสียอีก!”

        เย่เทียนถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

        แต่สวนสมุนไพรแห่งนี้มีแต่ไส้เดือนไหมทองอยู่เท่านั้นไม่เช่นนั้นเขาคงไม่เลือกที่จะยึดร่างของสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเช่นนี้

        แต่

        แม้ว่าไส้เดือนไหมทองจะเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำสุดแต่ด้วยพรสวรรค์ของเย่เทียน มันก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างของไส้เดือนไหมทองนี่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากเนื่องจากเขามีพรสวรรค์ลึกลับ พรสวรรค์ระดับพระเจ้า พรสวรรค์ด้านมิติ พรสวรรค์ด้านเวลา และพรสวรรค์อื่นๆ อีกมากมาย

        วู๊ซซ!

        เย่เทียนควบคุมร่างของไส้เดือนไหมทองและมุดดินเข้าไปยังสวนสมุนไพรจากนั้นก็มองไปที่สมุนไพรวิญญาณทั้งหมด

        “เป้าหมายของเราคือต้นโคลเวอร์เก้าแฉก แต่ด้วยร่างของไส้เดือนไหมทองนี้ ทั้งต้นโคลเวอร์เก้าแฉกและสมุนไพรวิญญาณอื่นๆ เราคงไม่มีทางที่จะสามารถกินมันลงไปได้!”

        เย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์การบินจากนั้นจ้องมองต้นโคลเวอร์เก้าแฉกพลางครุ่นคิดว่าเขาจะกินมันอย่างไรดี?

        “จริงสิ พรสวรรค์ด้านการปลอมตัว!”

        เย่เทียนนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา

        พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวมีประโยชน์อย่างมากในเวลานี้เพราะปากของไส้เดือนไหมทองนั้นไม่มีทางที่จะกินต้นโคลเวอร์เก้าแฉกได้ แต่หากเขาปลอมตัวเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นมันก็จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

        วืดด!

        เย่เทียนเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ในพริบตาตอนนี้เขาเป็นมนุษย์ที่มีระดับการบ่มเพาะในขอบเขตของผู้ฝึกยุทธ์

        “พรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ!”

        เย่เทียนใช้พรสวรรค์ด้านพละกำลังทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่าในพริบตา!

        เขาที่เดิมทีเขามีพลังเพียงสองถึงสามร้อยจินแต่ตอนนี้พลังของเขาได้กลายเป็นหลายหมื่นจินในพริบตา พลังนี้นับว่าเทียบเท่ากับนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้ว

        แกร๊ก!

        ต้นโคลเวอร์เก้าแฉกถูกเย่เทียนเด็ดออกมาเรียบร้อยจากนั้นเย่เทียนก็กินมันเข้าไปโดยไม่รีรอ

        ทันใดนั้น

        พลังจากต้นโคลเวอร์เก้าแฉกก็ไหลเข้าสู่จิตวิญญาณของเย่เทียนและถูกดูดซับอย่างรวดเร็วโดยตราประทับของพรสวรรค์ในการคัดลอก

        ตูม!!!!!

        พลังอันมหาศาลของต้นโคลเวอร์เก้าแฉกระเบิดออกมาพร้อมๆกับสติของเย่เทียนที่ดับวูบไป

        ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

        ในที่สุดเย่เทียนก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

        ในเวลานี้เขาได้กลับกลายเป็นไส้เดือนไหมทองอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถรักษาพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวไว้ได้หลังจากหมดสติ

        “พรสวรรค์ในการคัดลอกของเราเป็นอย่างไรบ้าง!”

        สิ่งแรกที่เย่เทียนทำหลังจากได้สติคือการส่งจิตสำนึกไปตรวจดูตราประทับพรสวรรค์ในการคัดลอกเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของมันทันที

        หลังจากนั้นไม่นาน

        เย่เทียนก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งแต่เนื่องจากเขายังอยู่ในร่างของไส้เดือนไหมทอง ดังนั้นเสียงที่ออกมาเป็นเพียงเสียงอู้อี้เท่านั้น

        ในตอนนี้

        เย่เทียนตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาได้เปลี่ยนไปอีกครั้งแล้ว

        อย่างแรกคือขอบเขตพรสวรรค์ในการคัดลอกมีขอบเขตที่เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 เมตร เขาสามารถตรวจสอบและค้นหาพรสวรรค์ได้โดยอัตโนมัติ

        ยกตัวอย่างเช่นหากเขาต้องการค้นหาเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุด เขาก็จะสามารถพบเห็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดได้ในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทีละคน ส่วนพรสวรรค์อื่นๆ นั้นจะถูกมองข้ามไปโดยอัตโนมัติ

        ความสามารถนี้สะดวกกว่าเดิมมากมันทำให้เย่เทียนประหยัดเวลาได้มากขึ้น

        แต่เดิมหากเขาต้องการค้นหาพรสวรรค์ที่เขาต้องการ ในสถานการณ์ที่มีผู้คนอยู่จำนวนมาก พรสวรรค์ต่างๆของคนเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทั้งหมด ดังนั้นการค้นหาจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก

        แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วด้วยฟังก์ชันใหม่นี้ทำให้เย่เทียนสามารถหาพรสวรรค์ที่เขาต้องการได้อย่างง่ายดาย

        อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด

        สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดก็คือคูลดาวน์ของพรสวรรค์ในการคัดลอกลดลงเหลือเพียงแค่หนึ่งวันและเขายังสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้ถึง 2 ครั้งต่อวัน ในตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคูลดาวน์อีกต่อไป

        นอกจากนี้พรสวรรค์ในการคัดลอกยังมีคุณสมบัติติดตัวอีก1อย่าง นั่นก็คือพลังของมันจะไม่ถูกลิดรอน!

        นี่หมายความว่าพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนจะไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป

        ก่อนหน้านี้เย่เทียนมักจะสงสัยว่าโลกนี้จะมีพรสวรรค์ประเภทที่สามารถผนึกพรสวรรค์อื่นได้หรือไม่เพราะหากมีพรสวรรค์เช่นนั้นจริงๆ เขากลัวว่าวันหนึ่งพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาจะถูกคนปิดผนึก

        แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลแล้ว

        พรสวรรค์ในการคัดลอกเพิ่มค่าสถานะติดตัวขึ้นมาซึ่งหมายความว่าไม่มีใครสามารถผนึกหรือจำกัดพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาได้อีก

        ค่าสถานะนี้ยอดเยี่ยมกว่าความสามารถทุกอย่างที่เขาได้รับปกติแล้วเขาคงจะไม่เห็นถึงประโยชน์ของมัน แต่หากเขาต้องเผชิญหน้ากับคนที่มีพรสวรรค์ในการผนึกพรสวรรค์ของคนอื่นคุณสมบัตินี้จะมีประโยชน์อย่างมาก

        ต้นโคลเวอร์เก้าแฉกถูกเย่เทียนกินไปแล้วส่วนสมุนไพรวิญญาณอื่นๆ เย่เทียนไม่สนใจมันอีกต่อไป

        ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการพวกมันแต่เขาไม่สามารถนำมันไปด้วยได้

        แม้ว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้จะถูกเขากินเข้าไปแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขา เพราะร่างนี้คือร่างของไส้เดือนไหมทอง เขาไม่จำเป็นต้องยกระดับการบ่มเพาะของร่างนี้

        ยิ่งไปกว่านั้นหากเขานำสมุนไพรทั้งหมดไป นั่นอาจจะเป็นการล่วงเกินเผ่ามังกรมากเกินไปก็ได้

        “แค่นี้ก็พอแล้ว!”

        เย่เทียนปลดเปลื้องพรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ

        วินาทีต่อมา

        วิญญาณของเย่เทียนผ่านค่ายกลป้องกันกลับคืนสู่ร่างเดิมและภายในสวนสมุนไพรก็ปรากฏศพของไส้เดือนไหมทองขึ้น!

        ฟู่ว!!!!

        เมื่อวิญญาณกลับเข้าสู่ร่างจริงเย่เทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

        ก่อนหน้านี้ตอนที่เขายึดร่างของไส้เดือนไหมทองมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ตอนนี้เมื่อได้กลับเข้าสู่ร่างของตัวเองแล้ว มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกโล่งอก

        “ยังดีที่ร่างของเราปลอดภัย ดูเหมือนว่าจะไม่มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวไหนผ่านมายังที่แห่งนี้คงเป็นเพราะว่าตำหนักมังกรนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เข้ามาในนี้มีไม่มากนักดังนั้นจึงไม่แปลกที่สัตว์อสูรเหล่านั้นจะไม่ได้ผ่านมายังที่แห่งนี้!”

        เย่เทียนรู้สึกดีมาก

        พรสวรรค์ในการคัดลอกได้เปลี่ยนไปแล้วการมายังตำหนักมังกรในครั้งนี้นับว่าเขาได้รับประโยชน์มากมาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับมรดกของเผ่ามังกรกลับไปเขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังสักนิด

        “ไปสำรวจที่อื่นก่อน!”

        เย่เทียนออกจากสวนสมุนไพรและออกค้นหามรดกของเผ่ามังกรต่อ

        ครึ่งชั่วโมงผ่านไปในพริบตา

        เย่เทียนสำรวจในหลายพื้นที่และได้พบกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากแต่ด้วยพรสวรรค์ล่องหน จึงไม่มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตนใดที่สามารถสัมผัสตัวตนของเขาได้และเขาก็ขี้เกียจเกินไปที่จะฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่อ่อนแอเหล่านี้

        หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่งในที่สุดเย่เทียนก็ค้นพบมรดกที่ยอดฝีมือแห่งเผ่ามังกรทิ้งไว้เบื้องหลัง!