กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 5 บทที่ 135 ฉิน

    บทที่ 135 ฉิน

            หลังจากมอบกล่องของขวัญสีทองให้แล้ว ตงฟางสยงก็เผยสีหน้าพึงพอใจ ดวงตาเป็นประกายหื่นกระหายชำเลืองมองร่างของฉู่ซินเหยาผ่านม่าน

            สาวใช้หยิบกล่องของขวัญมาเปิดออก ทันใดนั้นท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยเมฆหลากสีสัน หมอกแสงลอยมาในอากาศ พลังอันเป็นมงคลหลั่งไหลออกมา

            นี่คือนิมิตที่เกิดจากสิ่งของภายในกล่อง ทำให้สถานที่แห่งนี้ส่องสว่างและพร่ามัว

            “นี่คืออะไร? เปล่งแสงได้?”

            “ตระกูลปีศาจวัวสืบทอดมานาน ไม่น่าแปลกหรอกที่จะมีสมบัติลับที่น่าอัศจรรย์อยู่บ้าง”

            ทุกคนประหลาดใจและมองไปรอบๆ ของขวัญชิ้นนี้ต้องพิเศษมากเป็นแน่ เปล่งแสงเจิดจ้าเสียขนาดนั้น

            “ของขวัญที่ข้ามอบให้คุณหนูฉู่นั้นได้มาจากสถานที่รกร้างแห่งหนึ่ง หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ามันคือเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่นักรบหญิงขั้นเทียมฟ้าสวมใส่!เรียกว่าเสื้อคลุมหยกอรุณ!” ตงฟางสยงพูดเสียงดังอย่างมั่นใจ

            “อะไรนะ?! เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ของนักรบขั้นเทียมฟ้า!?”ทุกคนสูดลมหายใจด้วยความตกใจ

            สำหรับขั้นเทียมฟ้านั้นเป็นขั้นสูงสุดของพลังยุทธ์ของมนุษย์ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นเทียมฟ้า สามารถข้ามสี่สมุทร ทะยานเก้าสวรรค์เหยียดตามองสรรพสัตว์ได้

            เสื้อคลุมของผู้แข็งแกร่งเช่นนี้จะธรรมดาได้อย่างไร? ตงฟางสยงใจป้ำจริงๆ!

            “คุณชายตงฟางช่างใจกว้าง แม้แต่เสื้อคุลมหายากยังตัดใจยกให้ได้!”นักพรตหญิงบางคนอิจฉาและอุทานออกมา ถ้าเป็นพวกนาง คงโผเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้ว

            โม่ซิวเองก็แค่นเสียงอย่างเย็นชา แม้ว่าเขาจะโอ้อวดยิ่งนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเองก็ไม่มีปัญญาหาของสูงค่าเช่นนี้มาได้

            “เอ๊ะ?! นี่... นี่...”

            ขณะนั้น สาวใช้ถือเสื้อคลุมสีทองไว้ในมือและกำลังจะมอบให้ฉู่ซินเหยาสำรวจดูแต่เมื่อมองลงไปก็พบว่า เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์นี้ดูแปลกไปเล็กน้อย

            มองเห็นว่าเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์นี้มีรูขนาดใหญ่อยู่ทั่วตัวแม้จะสวมใส่ได้แต่ไม่อาจปกปิดร่างกาย

            เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่น่าอายเช่นนี้ ทำให้สาวใช้ลังเลไม่กล้ามอบให้ฉู่ซินเหยา

            ความสนใจของทุกคนมุ่งไปที่ผ้าม่าน และแน่นอนว่าพวกเขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่แปลกๆของเสื้อคลุมด้วย

            ทันใดนั้น หลายคนก็หวั่นวิตก ด้วยคิดว่าตงฟางสยงกำลังให้ของขวัญชิ้นใหญ่แต่กลับกลายเป็นว่าเขาให้เสื้อผ้าเส็งเคร็งแทน!

            “คุณชายตงฟาง ท่านหมายความว่าอย่างไร? มอบ 'เสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์' เช่นนี้เป็นของขวัญดูจะหยาบคายไปสักหน่อย” เสวี่ยหานเฟยนั่งแถวหน้าแล้วถามด้วยสายตากดดัน

            “หึ! แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกเจ้าไม่มีความรู้!”

            ตงฟางสยงหัวเราะและแสร้งทำเป็นจริงจัง “หลังจากที่ข้าทดสอบมาเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้กันน้ำกันไฟและแม้ว่าจะถูกโจมตีด้วยอาวุธสมบัติก็จะไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ ป้องกันได้ดี”

            “ไร้สาระ!” ในเวลานี้ แววตาของฉู่อวิ๋นฉายแววจริงจังเขาลุกขึ้นอีกครั้งและถามว่า “ในเมื่อเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์นี้ป้องกันได้ดีเหตุใดจึงได้ขาดรุ่งริ่งเช่นนั้นกัน?”

            ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเสื้อคลุมศักดิ์สิทธิ์นี่เป็นฝีมือของตงฟางสยงเขาจงใจตัดมันแบบนี้

            สำหรับฉู่อวิ๋น การให้ของขวัญเช่นนี้ แสดงว่าคนๆ นี้ดูถูกชูซินเหยาอย่างชัดเจนเขาจะทนได้อย่างไร?

            “คนป่าท่านนี้พูดผิดแล้ว”

            ตงฟางสยงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และโต้กลับ “พลังการปกป้องของวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้แข็งแกร่งมากจริงๆตอนที่ข้าได้มันมา เสื้อคลุมนี้ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว”

            “แต่นั่นไม่เป็นปัญหา เชื่อว่าหากคุณหนูฉู่สวมใส่ ย่อมงดงามมากแน่นอน”

            “เจ้าบังอาจ!”

            ฉู่อวิ๋นโกรธมาก เขากระโดดไปยังหน้าม่าน บดบังสายตาของตงฟางสยง และเอ่ยว่า“มอบของขวัญแล้วก็ไสหัวไป หมดเรื่องของเจ้าแล้ว!”

            ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง คนป่านี่ต้องการทำอะไร? แสร้งทำตัวโดดเด่นต่อหน้าหญิงงามด้วยการท้าทายอัจฉริยะมากความสามารถทีละคนหรือ?

            “เจ้าเด็กโง่เขลานั่น วันนี้คงไม่รอดแน่” ใครบางคนส่ายหัวและหัวเราะ

            เมื่อตงฟางสยงเห็นว่าฉู่อวิ๋นโกรธและขัดขวางเขา เขาก็ไม่ได้คัดค้านใดๆเพียงพูดสบายๆ “ฮ่าๆ น้องชาย ข้าแนะนำให้เจ้าสนใจเรื่องของตัวเองเป็นคนป่าต่อไปจะดีกว่า ถ้ายั่วโมโหข้ากับโม่ซิวในเวลาเดียวกัน เกรงว่าจะไม่เป็นผลดี”

            แม้ว่าตงฟางสยงจะไม่ก้าวร้าวเท่าโม่ซิวแต่คำพูดดูถูกของเขาก็ชัดเจนมากเช่นกัน

            ยามนี้ เสียงหัวเราะของเสวี่ยหานเฟยก็ดังขึ้นเขาโบกพัดขนนกผลึกน้ำแข็งเบาๆ และก้าวออกไปช้าๆ ทำให้การโต้เถียงหยุดชะงัก

            “ทั้งสองท่านใจเย็นลงก่อน คุณชายเช่นข้าจะมอบของขวัญแล้ว รบกวนหลีกทางให้หน่อยฮะๆ” เขายิ้มน้อยๆ ทำให้หญิงสาวหลายคนใจสั่น

            ในสายตาของใครหลายคน ภาพลักษณ์ของคุณชายชุยเสวี่ยค่อนข้างสมบูรณ์แบบคนทั่วไปไม่อาจเทียบได้

            เขาจะให้อะไร? ทุกคนต่างรอคอยมัน

            “คุณหนูฉู่ แม้ว่าท่านจะเคยรับของขวัญจากข้า แต่คราวนี้ข้ารับรองว่าท่านจะต้องชอบมัน”เสวี่ยหานเฟยประคองมือแล้วหยิบกล่องของขวัญขนาดใหญ่ออกมาจากวงแหวนอวกาศด้วยท่าทีที่สง่างาม

            กล่องนี้ยาวมาก มีแสงเรืองรองจางๆ เปล่งออกมาเห็นได้ชัดว่าข้างในมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาอยู่

            ผู้หญิงหลายคนตั้งตารอ พวกนางลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ โดยไม่คำนึงถึงมารยาทแค่บรรจุภัณฑ์ที่วิจิตรงดงามเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เวียนหัวแล้ว

            “คุณหนูฉู่ หวังว่าท่านจะเห็นความจริงใจของข้า” เสวี่ยหานเฟยยกยิ้มจากนั้นเดินไปที่หน้าม่านและเปิดกล่องของขวัญด้วยตนเอง

            “วิ้ง!”

            ทันใดนั้น เมฆหมอกสีม่วงก็ปรากฏลวดลายดวงดาราและจันทราอันงดงาม ภาพอิ๋นเหอ[1]กลับหัวปรากฏสู่สายตาทุกคนต่างอัศจรรย์ใจ!

            ฉากนี้มีสีสันสวยงามยิ่งนัก และเมื่อภาพหายไป ก็ยังมีจุดแสงสลัวๆลอยอยู่รอบๆ มันลึกลับและประหลาด ดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วน

            “นี่คือกู่ฉินหลิวหลี[2]บุหลันดาราข้าใช้หินวิญญาณสามแสนก้อนเพื่อแลกกับช่างกู่ฉินฝีมือดีคุณหนูฉู่เชี่ยวชาญในด้านฉิน ย่อมรับรู้ได้ถึงคุณภาพที่ไม่ธรรมดาของมันอย่างแน่นอน”เสวี่ยหานเฟยยกยิ้มอย่างอ่อนโยน

            “หินวิญญาณสามแสนก้อน... ฉินนี้มีมูลค่าถึงหินวิญญาณสามแสนก้อน!?”

            “คุณชายชุยเสวี่ยร่ำรวยจริงๆ คิดจะจ่ายสามแสนก็ชักออกมาสามแสน... สุดยอดจริงๆ!”

            ทุกคนตกใจจนกรามค้าง แม้แต่เสียงของพวกเขาก็ยังสั่น รู้สึกอึ้งมาก

            เพื่อเอาใจฉู่ซินเหยา เสวี่ยหานเฟยจึงมอบของขวัญล้ำค่าเช่นนี้ให้ คู่แข่งรายอื่นจะสู้ได้อย่างไร?เจ็บใจนัก!

            “ตอนนี้... นางคงหวั่นไหวบ้างแล้วกระมัง?” ผู้หญิงหลายคนประหลาดใจและอิจฉาจินตนาการว่าตนเองคือฉู่ซินเหยาที่มีคนสมบูรณ์แบบเช่นเสวี่ยหานเฟยตามจีบ

            ในเวลานี้ ฉู่ซินเหยาผู้รักในเสียงดนตรีเมื่อเห็นของขวัญล้ำค่านี้ก็รู้สึกตกตะลึงไม่น้อย

            พูดได้ว่า นางรู้ดีว่ากู่ฉินหลิวหลีบุหลันดาราคือฉินชั้นยอด

            แต่แม้ว่าสีหน้าของฉู่ซินเหยาจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยแต่ทุกคนก็จับสังเกตได้ พวกเขาถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆดูเหมือนว่าของขวัญจากเสวี่ยหานเฟยจะโดนใจนางเข้าแล้ว

            “ฮ่าๆ” เสวี่ยหานเฟยหัวเราะเบาๆ เขาใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อกู่ฉินเครื่องนี้เขาย่อมมั่นใจว่าฉู่ซินเหยาต้องชอบมันอย่างแน่นอน

            “นี่นับเป็นกู่ฉินน้ำดีอันใด?”

            แต่เมื่อฉินเคลือบแก้วสวยงามกำลังจะเคลื่อนผ่านม่านฉู่อวิ๋นก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยสีหน้าสงสัย ทำให้ทุกคนขมวดคิ้ว

            เด็กชาวป่าคนนี้อยากเล่นกลอะไรอีก?

            แม้แต่ดวงตาของเสวี่ยหานเฟยก็ยังต้องกะพริบถี่ และถามว่า “คุณชายอวิ๋นข้ากำลังมอบของขวัญอยู่ ท่านสอดปากเข้ามาเช่นนี้ ไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือ?”

            ฉู่อวิ๋นส่ายหัวและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถ้าหากคุณชายเสวี่ยจะมอบฉินเช่นนั้นก็ไม่ต้องหรอก เพราะข้าเองก็จะมอบฉินให้นางเช่นกันอีกอย่างฉินของข้าดีกว่าท่านแน่นอน”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพากันหัวเราะออกมาคนป่าคนนี้เสื้อผ้าก็ขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงกลับพูดได้เต็มปากว่ามีกู่ฉินที่มีค่ากว่ากู่ฉินหลิวหลีบุหลันดาราคิดว่าพวกเขาโง่หรืออย่างไร?

            ต้องรู้ว่ากู่ฉินที่เสวี่ยหานเฟยมอบให้นั้นมีมูลค่าสามแสนหินวิญญาณ ไม่ว่าจะมองด้านข้างแนวตั้ง แนวนอน หรือหันกลับมามองซ้ำ ก็ไม่คิดว่าฉู่อวิ๋นจะมีเงินมากได้เช่นนั้น

            “คุณชายอวิ๋น นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น อย่าไร้เดียงสานัก”เสวี่ยหานเฟยแสดงรอยยิ้มไม่น่าดูที่ไม่ค่อยเคยเห็นออกมา เขากำลังจะชนะใจฉู่ซินเหยาแต่จู่ๆ ก็ถูกฉู่อวิ๋นทำลายสิ้น ไม่อาจสุขใจได้เลย

            “คุณชายอวิ๋น หากท่านมีฉินล้ำค่าจริง ไม่สู้เอาออกมาให้ทุกคนได้ชมเล่า?”เสวี่ยหรูเยียนเข้ามาไกล่เกลี่ย ในใจของนาง ฉู่อวิ๋นนั้นลึกลับมาก ทำให้นางประหลาดใจอยู่เสมอ

            “ได้!”

            ฉู่อวิ๋นยิ้ม ไม่พูดพล่ามอะไรอีก แล้วหยิบกู่ฉินออกมาต่อหน้าทุกคน

            ฉินนี้ทำจากไม้โบราณ สายฉินดูทื่อเล็กน้อย แม้ว่าจะดูมีเสน่ห์ตามยุคสมัยแต่ก็มีเพียงแค่นั้น

            “ไม่ใช่กระมัง? กล้าเอาฉินผุพังอันนี้มาโอ้อวดเช่นนั้นหรือ?คุณชายเช่นข้าขำจะตายอยู่แล้ว” โม่ซิวพูดพร้อมกับเยาะเย้ยเขาคิดว่ามันไร้สาระมาก

            “ฮ่าๆ ของขวัญของคนป่าก็ไม่ได้มีค่าอะไรนี่นา?” ตงฟางสยงยกเหล้าดื่มหนึ่งแก้วและยิ้มกว้าง

            ทุกคนตกตะลึงแล้วก็หัวเราะลั่น บางคนถึงกับตบโต๊ะอย่างขบขัน

            คนป่าคนนี้ถือดีเกินไป กู่ฉินที่ผุพังนี้มีมูลค่ามากสุดก็เพียงสามหรือสี่พันเหรียญทองหรือก็คือเพียงสามหรือสี่หินวิญญาณเท่านั้น นำมันมาเปรียบเทียบได้หรือ?

            หนึ่งคือกู่ฉินหลิวหลีบุหลันดาราซึ่งมีมูลค่าสามแสนหินวิญญาณ อีกหนึ่งคือกู่ฉินที่มีมูลค่าสามหินวิญญาณ

            ทุกคนต่างหัวเราะเยาะเย้ย ช่องว่างห่างกันเช่นนี้จะเอาชนะได้หรือ? เทียบได้หรือ? คนป่านี่คงฟั่นเฟือนไปแล้วเพิ่งมาถึงโลกแห่งความเจริญ ไม่เข้าใจว่ามีค่าคือสิ่งใด

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหินวิญญาณคืออะไร? เจ้าขยะคงไม่ได้คิดว่าหินที่อยู่ข้างภูเขาเป็นหินวิญญาณหรอกใช่ไหม? ฮ่าๆๆ!”โม่ซิวหัวเราะดังที่สุด เขาเพิ่งถูกฉู่อวิ๋นทำให้อับอาย จึงอยากจะแก้แค้น

            เสวี่ยหรูเยียนเองก็อับอายจนเงียบไปเช่นกัน เพราะนางเป็นคนพาฉู่อวิ๋นมาที่นี่ทั้งเขายังเป็นสามีในอุดมคติของนาง ตอนนี้ฉู่อวิ๋นกลายเป็นตัวตลกไปแล้วนางทั้งละอายทั้งอับอาย

            “ฮ่าๆ” ไม่เหมือนทุกคนที่หัวเราะ เสวี่ยหานเฟยดูสงบที่สุด เขาสะบัดพัดขนนกเข้าหาฉู่อวิ๋นแล้วพูดว่า “คุณชายอวิ๋น ท่าทีของท่านทำข้าตกใจเสียจริงทว่าในเมื่อท่านอยากมอบของขวัญ เช่นนั้นท่านก็ค่อยๆ เดินไปมอบเถอะ”

            เสวี่ยหานเฟยหันกลับมาด้วยรอยยิ้ม เขาต้องการทำให้ฉู่อวิ๋นอับอายหากกู่ฉินพังๆ นี่ถูกมอบออกไป ฉู่ซินเหยาจะต้องโกรธขึ้งแน่ๆ

            และหากเป็นเช่นนั้นความปรารถนาดีที่ฉู่อวิ๋นสร้างขึ้นในตอนนี้จะต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน

            ยามนี้ ทุกคนก็คิดเหมือนกัน ต่างมองดูฉู่อวิ๋นด้วยเจตนาร้ายอยากเห็นเขาถูกฉู่ซินเหยาขับไล่ออกไป

            “หลีกทาง”

            ฉู่อวิ๋นพูดกับเสวี่ยหานเฟยอย่างเย็นชา จากนั้นก็ค่อยๆ เดินถือกู่ฉินเดินไปยังหน้าม่าน

            เขาหายใจเข้าลึกๆ จ้องมองไปยังร่างอันบอบบางหลังม่าน หมอกจางๆ บดบังภาพตรงหน้าเขาฉับพลันก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

            “แม่นางฉู่... เชิญ... เชิญท่านดูฉิน!”

            เมื่อได้ยินคำพูดที่ค่อนข้างหนักใจนี้ ฉู่ซินเหยาก็ค่อยๆเงยหน้าซีดเซียวขึ้นมองดูกู่ฉินอันผุพัง

            และเมื่อได้เห็น ดวงตาของนางก็พลันชัดแจ้งขึ้นราวกับว่าได้กลับมาเปล่งประกายไร้ที่ติอีกครั้ง!

            ทันใดนั้น นางก็ตกใจมากจนมือหยกสั่นระริก!

            ดวงตาคู่งามหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสาย


    ----------

    [1] ทางช้างเผือก

    [2] เป็นเครื่องแก้วโบราณชนิดหนึ่ง โดยถือเป็น 1 ใน 5 สิ่งล้ำค่าของชาวจีนโบราณ โดยมีทอง, เงิน, เครื่องเคลือบดินเผา, หยก, และเครื่องสัมฤทธิ์ ซึ่งในหมู่ชนชั้นสูงชาวจีนนิยมนำหลิวหลีมาทำเป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับ

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน