“ขอตัว”
เว่ยหลงลุกขึ้นยืนประสานมือให้เฝิงอี้เพื่อบอกลา จากนั้นก็เดินออกไปจากตระกูลเฝิงทันที
เขาเคยเจอเฝิงอี้ไม่กี่ครั้งครั้งล่าสุดคือตอนที่เขายังเด็กมาก เฝิงอี้เคยไปเป็นแขกที่จวนเจิ้นกั๋วกงจึงได้เจอกันหนึ่งครั้ง
ในตอนนั้นพ่อของเขาให้เกียรติเฝิงอี้เป็นอย่างมากต้อนรับเฝิงอี้เยี่ยงแขกระดับสูง
ผ่านมาหลายปีขนาดนี้แม้เขาจะหวาดกลัวแต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะกล้าลงมือโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้จนเกือบทำให้เขาไม่ได้ออกไปจากที่นี่แล้ว
เมื่อออกจากโถงหลักแล้วเดินไปตามทางภายในจวนตระกูลเฝิงเว่ยหลงไม่กล่าวอะไรเลย กระทั่งถึงประตูใหญ่เขาจึงถอนหายใจออกมา
เฝิงอี้ทำให้เขารู้สึกกดดันมากอยู่ในนั้นเหมือนเขาต้องกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลาหากเป็นคนอื่นคงไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวอะไรเลย
“ตระกูลเฝิงข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องเสียใจเข้าสักวัน”
เว่ยหลงกำหมัดแน่นเจตจำนงสังหารปรากฏชัดบนใบหน้า
“ไม่ทราบว่าท่านชายอยากให้ตระกูลเฝิงต้องเสียใจอย่างไรหรือ”
ขณะนั้นเองพ่อบ้านหวังเดินออกมาจากประตู พลางกล่าวกับเว่ยหลงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เอ่อ...ฮ่าๆ ข้าล้อเล่นเท่านั้น พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!”
พ่อบ้านหวังเดินออกมาทำให้เว่ยหลงหวาดกลัวเล็กน้อย
เมื่อครู่เฝิงอี้ไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำแค่พ่อบ้านหวังเพียงคนเดียวก็ทำให้เขาขยับร่างไม่ได้แล้วได้ยินมาว่าตระกูลเฝิงชุบเลี้ยงขั้นเกียรติยศไว้สองคนแม้จะไม่ป่าวประกาศออกไปว่าเป็นใครแต่ในความคิดของเขาพ่อบ้านหวังน่าจะเป็นหนึ่งในสองคนนั้น
ขั้นเกียรติยศมีความหมายที่ต่างออกไป
เมื่อพลังยุทธ์ถึงขั้นจักรพรรดิแล้วแคว้นจะมอบตำแหน่งให้ หรือกระทั่งหากพักอาศัยอยู่ในแคว้นเป็นเวลานานจะได้รับพระราชทานที่ดินอีกด้วยโดยทั่วไปแล้วผู้ที่มีพลังยุทธ์ถึงขั้นจักรพรรดิจะได้รับเงินบำนาญในแต่ละเดือนและนี่คือที่มาของขั้นจักรพรรดิ
ขั้นจักรพรรดิเป็นที่ยอมรับไปทั่วทั้งแคว้นนี่คือสิ่งที่รู้กันทั่วไปในทวีป หากว่าพวกเขายินยอมเข้าร่วมเป็นทหารในราชวงศ์ยิ่งได้รับผลประโยชน์มากขึ้นไปอีก
ส่วนขั้นเกียรติยศแสดงให้เห็นว่าเหนือกว่าตำแหน่งสูงส่ง และเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงฐานะอีกด้วย
เมื่อถึงขั้นเกียรติยศแล้วแคว้นจะไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้
อย่าเห็นว่าพ่อบ้านหวังจะเป็นเพียงพ่อบ้านในตระกูลเฝิงเท่านั้นเว่ยหลงไม่กล้าเพิกเฉยต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้แค่พลังเล็กน้อยก็ทำให้เขาที่มีพลังยุทธ์ขั้นจักรพรรดิระดับสูงไม่มีพลังจะตอบโต้กลับไปพลังระดับนี้ต้องน่ากลัวขนาดไหน แม้แต่ในเมืองชางฉงยังมียอดฝีมืออยู่ไม่มากนัก
“ท่านชายเชิญตามข้ามา”
พ่อบ้านหวังผายมืออวบๆของเขาพลางกล่าวเชิญเว่ยหลง จากนั้นร่างท้วมก็เดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
เว่ยหลงและผู้ติดตามเดินตามหลังพ่อบ้านหวังไปและผีซานก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
เพียงแต่ว่าผีซานในตอนนี้หน้าซีดเผือดยังไม่หายจากอาการตื่นกลัวก่อนหน้านี้
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วจริงๆหากว่าตอนนั้นเขาไม่ฟังอู๋หมิง ไม่ไปหาเรื่องคุณชายใหญ่ ก็คงไม่เกิดเรื่องราวต่อมาและไม่ต้องกลายเป็นแบบนี้อีกด้วย
ตอนนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างเซียนเทพผู้ยิ่งใหญ่เขาที่เป็นเพียงกุ้งตัวเล็กๆ อาจตายก่อนวัยอันควรได้
“รอให้จบลงแล้วจดจำไว้ให้ดีตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้า ไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าทั้งนั้น เข้าใจไหม”
ขณะนั้นเว่ยหลงเดินมาตรงหน้าผีซาน ใช้แขนข้างหนึ่งพาดลงบนบ่าของเขาพลางกล่าวออกไปราวกับเป็นสหายกัน
“ขอรับขอรับท่านชาย”
ผีซานพยักหน้าหงึกๆ
พ่อบ้านหวังที่เดินนำหน้าไปได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองผีซานพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ท่านชายปกป้องเจ้าเพียงนี้ ยังไม่รีบขอบคุณท่านชายอีก”
ปกติแล้วพ่อบ้านหวังจะดูแลผู้อาวุโสเหล่านี้เป็นบุคคลที่สูงส่งมิอาจล่วงเกินได้ในสายตาของผีซานและคนอื่นๆเมื่อได้ยินพ่อบ้านหวังกล่าวเช่นนี้ ผีซานจึงพยักหน้าหลายครั้ง
“ขอบคุณท่านชายผีซานจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ผีซานเป็นชายชราแล้วแต่ตอนนี้กลับแสร้งทำเป็นเด็กไร้เดียงสา ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
พ่อบ้านหวังเพียงแค่ยิ้มน้อยๆให้ผีซาน เขาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แล้วเดินนำหน้าต่อไป
ภายในสวนเขตตะวันตกตอนนี้เงียบสงบเป็นอย่างมาก
หลายวันก่อนยังมีผู้คนเฝ้าดูอยู่รอบๆสวน ดูว่ามีใครออกมาจากในนั้นหรือไม่ จะได้รายงานได้ทันท่วงที
ทว่าตอนนี้คนเหล่านั้นไม่มีใครอยู่แล้วประตูปิดสนิท เงียบสงบมากจนน่ากลัวต่างไปจากบรรยากาศคึกคักในช่วงเวลาปกติเป็นอย่างมาก
ขณะนั้นเองพ่อบ้านหวังและทุกคนเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว
เขากวาดตามองไปรอบๆพลางกล่าวกับเว่ยหลงที่เดินตามหลังมา
“ท่านชายท่านผู้นำรักคุณชายใหญ่มาก สร้างสวนแห่งนี้ให้คุณชายใหญ่โดยเฉพาะแต่ปกติแล้วผู้นำตระกูลไม่ชอบให้ใครเข้าไปรบกวนคุณชายใหญ่ดังนั้นที่นี่จึงเงียบสงบอย่างเห็นได้ชัด”
เขาต้องการจะบอกอีกฝ่ายว่าอย่าคิดว่ารู้ถึงการมีอยู่ของที่นี่แล้วเจ้าจะมาเองได้ตามอำเภอใจในภายหลัง
หากทำให้ท่านผู้นำไม่พอใจเจ้าก็ไม่รอดเช่นเดียวกัน
“แน่นอนอยู่แล้วข้าเคยได้ยินชื่อคุณชายใหญ่แห่งตระกูลเฝิงมาก่อนกระดานหมากที่นิยมในช่วงนี้ก็เป็นผลงานของเขา”
เว่ยหลงยิ้มแห้งๆในใจคิดว่ายังต้องให้ตาแก่อย่างเจ้ามาสั่งสอนข้าอีกหรือ
“ฮ่าๆเชิญท่านชาย”
พ่อบ้านหวังหัวเราะเบาๆพลางผายมือเชิญ
เว่ยหลงเหลือบตามองพ่อบ้านหวังด้วยแววตาสับสนเขาไม่ได้เดินนำเข้าไป แต่ถามพ่อบ้านหวังอย่างมีความหมายแฝง
“ท่านหวังเมืองชางฉงรอบรู้ทุกเรื่องมองเห็นทุกอย่างท่านหวังไม่เคยคิดอยากมีพลังก้าวหน้ากว่านี้อีกหรือ”
“จวนเจิ้นกั๋วกงของข้าอยากเชิญท่านหวังมาเป็นขุนนางระดับสูงด้วยความจริงใจได้รับบำนาญเป็นสิบเท่าของตระกูลเฝิง ไม่ทราบว่าท่านหวังคิดเห็นอย่างไร”
เว่ยหลงหยิบยื่นมิตรภาพให้พ่อบ้านหวังไปก่อนหากพ่อของเขารู้ว่าเขาดึงตัวพ่อบ้านหวังมาได้ จะต้องตกรางวัลให้เขาอย่างงามแต่ถ้าพ่อของเขารู้เรื่องแล้วคงตั้งความหวังเอาไว้สูงมากแล้วใครจะกล้าหยิบยื่นมิตรภาพเช่นนี้ออกไป
“ได้รับบำนาญสิบเท่า”
พ่อบ้านหวังให้ความสนใจเว่ยหลงผู้นี้ค่อนข้างอัจฉริยะในเรื่องชั่วร้าย เขาจะคิดเรียบง่ายได้อย่างไรหากว่ามุมหนึ่งของกำแพงถูกงัดได้ง่ายขนาดนี้ ตระกูลเฝิงคงไม่มีอย่างทุกวันนี้
“ไม่ผิดบำนาญสิบเท่า”
เว่ยหลงคิดว่าอีกฝ่ายติดกับเขาแล้วจึงกล่าวรับคำทันที
“ตระกูลเฝิงให้บำนาญข้าทุกปีปีละหนึ่งพันล้านเหรียญทอง ยังไม่นับรวมอย่างอื่น”
พ่อบ้านหวังกล่าวจำนวนเงินออกมาด้วยรอยยิ้ม
“อะไรนะ! หนึ่งพันล้าน?”
เว่ยหลงตาเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินจำนวนเงินสีหน้าไม่อยากเชื่อ อย่าว่าแต่หนึ่งพันล้านเลยแค่หนึ่งร้อยล้านเหรียญทองก็สามารถซื้อศาสตราวิเศษขั้นปฐพีดีๆ ได้แล้วจำนวนหนึ่งพันล้านเหรียญทอง จวนของเขาไม่สามารถหามาได้จริงๆยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกไปอีกว่าสิบเท่า นั่นคือจำนวนเงินถึงหนึ่งหมื่นล้านเหรียญทองแม้จะเอาตัวเขาไปขายก็ยังไม่ได้ราคานี้เลย
ส่วนผู้ติดตามด้านหลังเมื่อได้ยินจำนวนเงินแล้ว สีหน้าของแต่ละคนก็ต่างออกไปบำนาญของพวกเขาไม่ต้องพูดถึงหนึ่งพันล้านเลย แม้แต่สิบล้านก็ยังไม่ถึงแม้พ่อบ้านหวังจะยอดเยี่ยมมาก แต่พวกเขาก็เป็นถึงผู้แข็งแกร่งขั้นจักรพรรดิ
นี่คือความใจกว้างของคนร่ำรวย
“พ่อบ้านหวังไม่ลองพิจารณาสักหน่อยหรือจวนของข้าเป็นถึงจวนราชวงศ์เลยนะ”
เว่ยหลงหัวเราะเบาๆยังคงคิดใช้อารมณ์ความรู้สึกให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ต่อไป เพราะในโลกนี้นอกจากมีเงินแล้วต้องมีอำนาจด้วย
“ชีวิตของข้าเป็นของตระกูลเฝิง”
พ่อบ้านหวังเห็นว่าเว่ยหลงเมินเฉยต่อจำนวนเงินที่บอกจึงกล่าวปฏิเสธออกไป
แล้วเขาก็เดินตรงไปยังประตูที่ปิดสนิท
เว่ยหลงมองแผ่นหลังของพ่อบ้านหวังเขารู้แล้วว่าคิดจะโน้มน้าวอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
“ตามข้ามา”
เว่ยหลงกล่าวกับทุกคนด้านหลังแล้วเดินตามพ่อบ้านหวังไป
ประตูที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดออก พ่อบ้านหวังเดินเข้าไปในนั้น เว่ยหลงและคนอื่นๆ ก็เดินตามไปเช่นกัน
ภายในสวนว่างเปล่าราวกับไม่มีคนอยู่อาศัย
“คุณชายใหญ่เหล่าหวังขอเข้าพบ”
พ่อบ้านหวังกล่าวกับลานว่างเปล่าเบื้องหน้าในน้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคารพเลื่อมใส