
หลังจากบินไฟล์ทกลางคืนกรุงเทพ-เดลี 4ชั่วโมงกว่า ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองอันแสนยาวนานที่สนามบินอินทิรา คานธี และลุ้นว่าจะวิ่งไปต่อเครื่องภายในประเทศไปจากเดลีไปศรีนาการ์[1] ทันหรือไม่ลลิตาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้นท้องฟ้ามุ่งสู่สนามบินศรีนาการ์หญิงสาวหยิบแผนการเดินทางที่ทำไว้คร่าวๆ ขึ้นมาทบทวนฆ่าเวลาตามที่วางแผนไว้เธอจะอยู่ที่แคชเมียร์ 5 วันเพื่อเที่ยวกุลมาร์ค โซนามาร์คพาฮาแกรมและในตัวเมืองศรีนาการ์ จากนั้นจะไปเดลี อัคราและราชสถานต่อ
ปกติแล้วเธอจะเที่ยวด้วยตัวเองโดยขนส่งสาธารณะแต่แคชเมียร์เป็พื้นที่อ่อนไหวที่พิพาทกันระหว่างอินเดียและปากีสถานเพื่อความสะดวกและปลอดภัย เธอจึงให้ทางที่พักจัดการให้ เป็แพ็คเกจรวมที่พักบ้านเรืออาหารเช้า เย็น รถซีดานพร้อมคนขับส่วนตัว 1 คน ไกด์ส่วนตัว 1 คน พ่อบ้าน 1 คนและคนพายเรือชิคารา 1 คน ซึ่งจะดูแลเธอั้แ่ลงเครื่องที่สนามบินศรีนาการ์จนจบทริปและส่งขึ้นเครื่องกลับเดลี
ผ่านไปราว 2 ชั่วโมงทิวเขาสลับซับซ้อนยอดปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนก็ปรากฏสู่สายตาผ่านหน้าต่างเครื่องบินภาพเบื้องล่างนั้นช่างงดงามจนลลิตาแทบหยุดหายใจ...”ซาลาม หิมาลัยยินดีที่ได้พบกัน” หญิงสาวพึมพำทักทายทิวเขาเบื้องล่างเบาๆ
ณ สนามบินศรีนาการ์ ลลิตาเดินเอื่อยๆ ตามทางสำหรับผู้โดยสารขาเข้าสายตาสอดส่ายมองหาคนจากที่พักที่นัดว่าจะมารับเธอผ่านป้ายชื่อมากมายที่คนจากโรงแรมต่างๆ เขียนชื่อแขกของตนชูไว้ระดับอกบ้างเหนือศีรษะบ้าง แต่ในบรรดาป้ายเ่าั้กลับไม่มีชื่อเธอ ลลิตาเดินเรื่อยๆจนพ้นจากเส้นแนวกั้นทางเดินสำหรับผู้โดยสาร เข้าสู่โถงผู้โดยสารขาเข้าก่อนหย่อนสะโพกลงนั่งพักบนเก้าอี้ พลางบิดตัวไล่ความเมื่อยล้าความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเพราะเธอยังไม่ได้ซื้อซิมการ์ดมือถือของที่นี่จึงยังไม่สามารถติดต่อใครได้
“คุณลิตาหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มต่ำถามเธอเป็ภาษาอังกฤษสำเนียงรัวนิดๆ แบบคนในแถบนี้ ตรงหน้าเธอตอนนี้คือ่ขายาวกำยำ ภายใต้กางเกงยีนส์ เมื่อลลิตาเงยหน้ามองตามเสียงก็พบกับใบหน้าคมเข้มภายใต้เคราและไรหนวดเขียวครึ้มที่ถูกตัดแต่งอย่างพิถีพิถันเช่นเดียวกับผมรองทรงสั้นยักศกนิดๆ แก้มขาวของคนที่ยืนอยู่ซับเืฝาดแดงระเรื่อเล็กน้อยดวงตาคมที่มองมายังลลิตานั้น กลมโต หวานเชื่อม ขนตางอนหนาเป็แพ คิ้วเข้มพาดยาวรับกับดวงหน้าคมสันและเคราเขียวๆ นั่น “…..หล่อ แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าหล่อแบบะโ....”ลลิตานึกชื่นชมในใจ ขนาดเธอมองจากมุมเสยยังหล่อขนาดนี้...
“ใช่ค่ะ” ลลิตาตอบพร้อมยิ้มบางๆขัดกับภายในที่ใจเต้นรัวจนเ้าตัวยังแปลกใจ
“ซาลาม ผมฟารีส อามานดีฟ จาก AmandeepGroup of Houseboats ครับ ขอโทษที่มาช้า” ฟารีสชูแผ่นป้าย WelcomeLita ในมือพร้อมกล่าวทักทายและยิ้มเอาใจ
“เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อยกับคนขับรถของเรา”ฟารีสอธิบายระหว่างพาลลิตาเดินไปที่รถ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”เมื่อเดินข้างกันลลิตาถึงรู้ว่าอีกฝ่ายสูงกว่าที่คิด ‘น่าจะเกือบ 190เิเ...’ เธอแอบคำนวณความสูงของอีกฝ่ายคร่าวๆ ในใจ ศีรษะเธออยู่ราวๆหน้าอกเขาเท่านั้น อีกฝ่ายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีเข้มขายาวอยู่กางเกงยีนส์สีเข้มส่งให้ร่างดูสูงสง่า
เมื่อใกล้ถึงรถเขาออกเดินนำเธอไปก่อนเพื่อเก็บกระเป๋าและสัมภาระของเธอที่ท้ายรถกลิ่นหอมแปลกโชยมาจากร่างสูงที่เดินนำหน้า
“ไม่สบายเหรอครับ” ฟารีสถามเบาๆเหมือนเห็นลลิตาหยุดเดินแล้วใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกข้างซ้าย ท่าทางหายใจติดขัด
“เปล่าค่ะ แค่เหนื่อย สงสัยจะนอนน้อย” ลลิตาตอบเบาๆหลุบตาลงต่ำ เธอสะบัดศีรษะแรงๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านข้างใน แล้วเดินตามฟารีสไปที่รถ
“จะเริ่มทริปเลยหรือพักก่อนดีครับคุณดูเพลียๆ”
“เอ่อ....ขอกินอะไรก่อนได้ไหมคะ?”ลลิตาตอบเขินๆั้แ่เช้ามาจนตอนนี้เกือบเที่ยงแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยเธอหิวจนจะกินคนตรงหน้าได้ทั้งตัวอยู่แล้ว....
“ได้ครับ เราแวะร้านอาหารกันก่อนอิ่มแล้วค่อยว่ากัน มื้อนี้ผมขอเลี้ยงเองนะครับ แทนคำขอโทษที่มารับคุณช้า”
“ขอบคุณค่ะ” ลลิตายิ้มบางพยักหน้าตอบรับข้อเสนอของเขา
ร้านอาหารที่ฟารีสพามาอยู่บริเวณริมทะเลสาบดาลเธอสั่งอาหารเบาๆ เป็เคบับเนื้อแกะ
“สั่งเพิ่มอีกได้นะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”ไกด์หนุ่มพูดยิ้มๆ
“ไม่เป็ไรค่ะเอาแค่นี้ก่อนวอร์มท้องให้ชินกับอาหารอินเดียก่อนค่อยจัดหนักค่ะ” ลลิตาพูดพลางหยิบเคบับร้อนๆจิ้มซอสโยเกิร์ตเข้าปากตามด้วยแผ่นนานที่เสิร์ฟมาคู่กัน
“คุณลิตากินง่ายดีนะครับนักท่องเที่ยวไทยบางคนจะไม่กินอาหารอินเดียเลย ต้องพาไปร้านอาหารจีน”ชายหนุ่มพูดพลางใช้แป้งนานห่อเคบับก่อนจิ้มซอสโยเกิร์ตรับประทานอย่างไม่เร่งรีบ
“ฉันเป็พวกกระเพาะเหล็กน่ะค่ะไม่เคยท้องเสียเพราะกินอาหารท้องถิ่นเลย” เธอพูดพลางเริ่มเลียนแบบวิธีการของอีกฝ่ายด้วยการเอาแป้งนานมาห่อเนื้อเคบับก่อนจิ้มซอสรับประทาน
“กินแบบคุณลิตาก็ไม่ผิดนะครับแล้วแต่ชอบเลย”เขาพูดยิ้มๆ
“อ่อ...ลองดูเฉยๆ ค่ะเผื่อกินแบบคุณจะอร่อยกว่า” ลลิตาหัวเราะเบาๆ
เมื่อเห็นว่าลลิตาเสร็จจากอาหารบนโต๊ะแล้วฟารีสจึงเลื่อนกล่องไม้ขนาดย่อม มาตรงหน้าหญิงสาวในกล่องมีเม็ดเล็กๆ สีฟ้าอมเขียวบรรจุอยู่เต็ม
“ลูกอมครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ลลิตากล่าวขอบคุณ แล้วหยิบเม็ดสีฟ้าอมเขียวเข้าปาก
ฟารีสกลั้นหัวเราะจนหน้าแดงเมื่อดวงตากลมโตเหมือนแมวนั้นเบิกโพลง คนตรงหน้าเม้มปาก กรอกตาใส่เขาอย่างคาดโทษน้ำตาเอ่อคลอดวงตาเล็กน้อย แต่ไม่ยอมคายสิ่งที่อยู่ในปากออกมา และกำลังพยายามกลืนลงไป
“แกล้งฉันเหรอคะ?”เธอแหวใส่เขาเบาๆดวงตายังมีน้ำตาคลอเพราะกลิ่นมินต์จากเม็ดอมตีขึ้นจมูก
“ไม่ใช่นะครับคนที่นี่กินกันเป็ปกติเพื่อระงับกลิ่นปากหลังอาหาร” เขาอธิบายพลางหยิบเม็ดสีฟ้าอมเขียวเข้าปากดวงตาคมที่มองสบมายังมีแววขำชัดเจน
“ยังไงดีครับ จะพักก่อนหรือเที่ยวเลย?”
“ขอไปล้างหน้าล้างตางีบก่อนแล้วค่อยเที่ยวได้ไหมคะ? เมื่อคืนไม่ได้นอนเลย”
“ทำไมไม่ได้นอนครับ เห็นว่าบินไฟล์ทกลางคืนไม่ใช่เหรอ?”
“บนเครื่องมีเด็กน่ะค่ะ” ลลิตาพูดพลางยิ้มเพลียๆ
“อ่า เข้าใจได้ครับ” คนหน้าคมหัวเราะเบาๆ
“ตรงนั้นเป็ท่าเรือชิคาราครับคนเรือของเรารออยู่ตรงนั้น” ฟารีสชี้ไปที่ท่าเรือที่อยู่ริมฝั่งทะเลสาบซึ่งอยู่ถนนฝั่งตรงข้ามขายาวออกเดินนำหน้าไปที่ท่าเรือพร้อมกระเป๋าของลลิตา
“นี่ราจีฟครับ จะเป็คนพายเรือให้คุณลิตาตลอดเวลาที่อยู่บ้านเรือ”ฟารีสแนะนำ ราจีฟเป็ชายวัยกลางคนร่างท้วม หนวดและเคราดำยาว หน้าตาใจดี
“ซาลาม” ลลิตาเอ่ยทักทาย
“มาเลย์กุม ซาลาม” ราจีฟทักตอบ พร้อมส่งยิ้มฟันขาวให้เธอ
ฟารีสลงเรือไปก่อนพร้อมสัมภาระของเธอก่อนแล้วยื่นมือให้หญิงสาวยึดเพื่อลงไปนั่งในเรือ
“เราใช้เรือชิคารารับส่งระหว่างบ้านเรือและฝั่งตัวเมืองรวมถึงพาชมตลาดเช้า และบึงบัวครับ” ฟารีสอธิบาย เขานั่งเบาะฝั่งตรงข้ามกับเธอ
ลลิตามองเรือที่นั่งอยู่อย่างทึ่งๆ รูปร่างแลดูคล้ายเรือหางยาวตัวเรือทาสีสดใสและวาดลายสวยงามส่วนสำหรับผู้โดยสารกลางลำที่เธอนั่งจะมีหลังคาและเบาะหนานุ่มมีพนักพิงหุ้มผ้าสักลาดลายดอกไม้ตกแต่งด้วยผ้าม่านหรูหรา ตัวเบาะสองฝั่งหันหน้าหากัน ส่วนคนพายจะนั่งประจำท้าย ไม้พายที่ราจีฟ ใช้พายอยู่มีใบพายเป็รูปหัวใจ
“ฉันรู้สึกเหมือนเป็มหารานีเลยค่ะ”ลลิตาหัวเราะเบาๆ
“ถ่ายรูปกับเรือไหมครับ”
“รอบนี้อย่าเพิ่งเลยค่ะฉันหน้าสดและโทรมมาก” ลลิตาลูบหน้าอย่างเขินๆ เมื่อนึกได้ว่าตัวเองพลาดปล่อยหน้าสดต่อหน้าหนุ่มแคชเมียร์ั์ตาชวนฝันแถมยังหล่อแบบะโ
ฟารีสยิ้มบางๆ แอบลอบชำเลืองมองคนที่นั่งตรงข้ามดวงหน้าหวานรูปหัวใจนั้นซีดเล็กน้อย ั์ตากลมโตหางตาชี้ขึ้นนิดๆแดงเรื่อน่าจะเพราะอดนอนอย่างที่เ้าตัวบอก ริมฝีบากบางเม้มสนิท ร่างเล็กอยู่ในชุดพร้อมนอนเสื้อและกางเกงขาวยาวผ้าเนื้อนุ่มผมยาวเป็ลอนสลวยถูกรวบมัดเป็หางม้า มองเผินๆ ดูคล้ายเด็กน้อย
‘...น่ารักกว่าในเฟสบุ๊คอีก คุ้มกับที่ไปตบตีแย่งงานไกด์กับคนขับรถของโรงแรมตัวเองมา...’เขานึกในใจ
หลังจากได้พูดคุยกับเธอเื่การจองแพ็คเกจท่องเที่ยวผ่านโปรแกรมfacebookmessenger ในฐานะแอดมินเพจของโรงแรม เขาได้ลองเข้าไปส่องเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอรูปภาพเธอกับสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั่วโลกและโพสต์ที่บอกเล่าเื่ราวต่างๆของเธอทำให้รู้ว่าเธอเป็ Solo traveler (นักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว)ซึ่งขัดกับรูปร่างหน้าตาที่ดูสวยและบอบบางทำให้เขานึกสนใจในตัวเธอ
ประมาณ 10 นาทีก็มาถึงบ้านเรือ
“นี่อาลีครับ เป็พ่อบ้านของบ้านเรือลำนี้อาลีจะดูแลเื่อาหารและทุกอย่างภายในบ้านเรือตลอดเวลาที่คุณลิตาพักอยู่ที่นี่ครับ”ฟารีสแนะนำคุณพ่อบ้าน
“ซาลามครับคุณลิตา” คุณพ่อบ้านทักทายพร้อมส่งรอยยิ้มให้อย่างมีไมตรีใบหน้าภายใต้เคราดกหนา ค่อนข้างอวบอูม คิ้วดกเข้ม ดวงตาคมใหญ่ปลายหางตาตกเล็กน้อยร่างสูงใหญ่ค่อนข้างคล้ำ ดูเหมือนพ่อหมีใจดี คุณพ่อบ้านอยู่ในชุดเชฟสีขาวเต็มยศขาดเพียงหมวกทรงสูงเท่านั้น
“ชาคะวะห์และของว่างครับ”คุณพ่อบ้านวางชุดน้ำชาพร้อมคุกกี้ลงบนโต๊ะกลาง หลังนำเธอเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งหรูหรางดงามด้วยไม้แกะสลักและโคมระย้า...
“ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้ว”หญิงสาวเอ่ยขอตัว เมื่อจิบชาและรับประทานขนมแล้ว
อาลีขยับตัวจะเดินนำแขกเข้าห้องพักตามหน้าที่หากแต่เมื่อสบสายตาคมปลาบของอีกคนก็หยุดชะงักอยู่กับที่
“เชิญครับคุณลิตา ผมจะพาไปที่ห้อง”ฟารีสยืนขึ้นแล้วเดินนำหญิงสาวไปตามทางเดินเล็กๆภายในตัวเรือผ่านห้องเอนกประสงค์เข้าสู่ส่วนห้องพักแขกซึ่งมีอยู่ 2 ห้องก่อนไขกุญแจห้องที่อยู่ด้านใน มือใหญ่จับลูกบิดผลักประตูเปิดก่อนเอื้อมมือแตะสวิตซ์เพื่อเปิดไฟในห้อง
“เชิญครับ” เขาผายมือเข้าไปในห้อง
ลลิตาเดินเข้าไปในห้อง สัมภาระของเธอถูกวางไว้เรียบร้อยที่มุมหนึ่งของห้องคุณพ่อบ้านคงเอามาเก็บให้ตอนเธอจิบชา
“ถ้า้าอะไรเรียกผมหรืออาลีได้เลยนะครับ”ฟารีสส่งยิ้มให้ร่างเล็กที่ทำท่าเหมือนแบตเตอรี่กำลังจะหมดอยู่เตียง
“ฉัน้า...” ลลิตาพูดเสียงแ่
“ครับ? ้าอะไรครับ?ฟารีสขยับตัวเข้าใกล้ พลางเอียงหน้าคมเข้าหาอีกฝ่ายเพราะไม่ได้ยินหากแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ ตอนนี้ดวงหน้าหวานแนบอยู่กับหมอนนุ่ม ดวงตาหลับสนิทชายหนุ่มยิ้มบางๆ โน้มตัวดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างบนเตียง ก่อนจะหรี่ไฟและออกจากห้องไป
“...้าคุณ” ริมฝีปากบางพึมพำเบาๆเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดลง ความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำให้หัวใจเธอเต้นโครมคราม ‘...โชคดีจังที่เจอผู้ชายที่ทำให้ใจเต้นั้แ่วันแรก...จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาวัตถุดิบนาน’หญิงสาวคิดในใจอย่างโล่งอก ก่อนหลับใหลไปอย่างอ่อนเพลีย
[1]ศรีนาการ์เป็เมืองหลวงของรัฐซัมมูและแคชเมียร์