อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 ชื่อของข้าคือหยุนเช่อ

            หยุน? เซียวเช่อตกตะลึง ในทวีปเมฆครามแซ่ที่ท่านอาจารย์ของเขาตั้งให้คือแซ่หยุนเช่นกันนี่นับเป็นความบังเอิญอันน่าแปลกประหลาด

            “นอกจากแซ่หยุนของบิดาที่แท้จริงของเจ้าข้าเองไม่มีข้อมูลอื่นใดอีก ข้าไม่รู้ว่าชื่อเรียกของมันคืออะไรหรือมาจากที่ใด เซียวยิงพบกับพ่อของเจ้าในขณะที่ท่องเที่ยวอยู่ภายในอาณาจักรวายุครามนี้ปีนั้น บิดาของเจ้าได้ช่วยชีวิตของเซียวยิงไว้เมื่อเซียวยิงถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรลมปราณที่เข้มแข็ง จากนั้นทั้งสองท่องเที่ยวไปด้วยกันและพบว่าล้วนถูกคอกันดีพวกมันทั้งคู่จึงได้สาบานเป็นพี่น้อง ก่อนที่พวกมันทั้งสองจะแยกจากกัน”

            เซียวเล่ยยกศีรษะขึ้นช้าๆเมื่อชายชรารำลึกถึงอดีตพร้อมทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความรัก“หลังจากที่เซียวยิงกลับมามันเล่าเรื่องบิดาของเจ้าให้ข้าฟังพร้อมชื่นชมไม่หยุดหย่อนกล่าวว่าบิดาของเจ้านั้นไม่เพียงหล่อเหลา หากยังทรงคุณธรรมและกล้าหาญ ยิ่งกว่านั้นยังเปี่ยมด้วยพรสวรรค์สูงส่งหาผู้ใดเทียบทั้งยังเป็นชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง ในตอนนั้น พรสวรรค์ของเซียวยิงเองนับว่าเป็นอันดับหนึ่งในเมืองเมฆาล่องนี้เมื่อมันยอมรับอย่างจริงใจว่าพรสวรรค์ของมันล้วนไม่อาจเทียบได้กับบิดาของเจ้านั้น…ข้าเองไม่อาจทำใจเชื่อถือข้าจึงไต่ถามถึงระดับพลังยุทธ์ของมัน ทว่าเซียวยิงเพียงยิ้มแย้มไม่ตอบคำมันกล่าวว่าข้าไม่มีทางเชื่อหากมันบอกออกมา”

            “ไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัยของบุตรชายข้าดีกว่าข้าอีกแล้วมันไม่เคยพูดโกหก ในขณะนั้น บิดาของเจ้าย่อมเป็นผู้มีพรสวรรค์สูงส่งในช่วงอายุยังเยาว์ กลับสามารถบรรลุฝีมือถึงขั้นน่าตื่นตระหนกเจ้ายังสามารถรับรู้ถึงความใจกว้างและอดทนของมันได้จากการที่มันยอมสาบานเป็นพี่น้องกับเซียวยิงซึ่งระดับพลังฝีมือยังห่างชั้นนี่ล้วนไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเซียวยิงจึงชื่นชมในตัวบิดาของเจ้าเซียวยิงล้วนรู้สึกสำนึกที่มันสามารถเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับบิดาของเจ้าได้”

            “จากนั้น เซียวยิงตบแต่งภรรยากำเนิดบุตร…สองเดือนหลังจากที่บุตรของมันถือกำเนิดมันได้พบกับบิดาของเจ้าอีกครั้ง…รวมทั้งมารดาของเจ้าด้วย” สีหน้าของเซียวเล่ยเปลี่ยนแปรไปอย่างเห็นได้ชัดเจนเซียวเช่อกลั้นลมหายใจพร้อมรับฟังอย่างเงียบงัน

            “…ทว่าในขณะนั้นทั่วทั้งร่างของบิดามารดาของเจ้าล้วนเปรอะเปื้อนโลหิต ในอ้อมกอดของทั้งสองคือเจ้าผู้ซึ่งเปื้อนเปรอะไปด้วยโลหิตเช่นกัน เจ้าเพียงมีอายุได้สองเดือนเท่านั้นหมดสติอยู่ในอ้อมกอดของมารดาเจ้า เมื่อเซียวยิงหยุดพวกมันไว้และพาไปยังสถานที่ลับทั่วทั้งร่างของพวกมันทั้งสองล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลพลังลมปราณล้วนถูกใช้ไปหมดสิ้น…พวกมันล้วนพักเท้าอยู่เพียงชั่วครู่เนื่องจากบุคคลที่ตามล่าพวกมันล้วนเข้มแข็งเกินไปเข้มแข็งจนแม้ทั่วทั้งเมืองเมฆาล่องยังไม่อาจต้านทาน หากพวกมันรั้งอยู่เพียงสามารถสร้างความเดือดร้อนให้แก่เซียวยิงเท่านั้น”

            “เซียวยิงไม่สามารถหยุดพวกมันไว้ได้มันเองสำนึกดีว่าไม่อาจต้านทานศัตรูที่บิดามารดาเจ้าไม่อาจต้านทานได้เช่นกันตอนนั้น มันพบเห็นความดื้อรั้นเสี่ยงชีวิตในแววตาของบิดามารดาเจ้า….ชัดแจ้งว่าทั้งสองล้วนใช้พลังลมปราณจนหมดสิ้นเพื่อหลบหนีจากบุคคลที่ตามล่า…ดังนั้น เซียวยิงใช้โอกาสที่อุ้มตัวเจ้าอยู่…สลับสับเปลี่ยนตัวของเจ้ากับหลานของข้าลงบนผ้าอ้อมเปื้อนเลือด…และซ่อนตัวเจ้าลงในผ้าอ้อมของบุตรชายตนเอง”

            ดวงตาเซียวเช่อกระเพื่อมไหวเป็นระลอกขณะที่เซียวหลิงซีเปล่งเสียงอุทานดัง“อา” “ณ ตอนนั้น บิดามารดาของเจ้าล้วนรีบร้อนจากไปหลังจากรับตัวทารกกลับจากอ้อมกอดของเซียวยิง พวกมันล้วนมิได้ตรวจสอบบุตรชายของตนเอง…หลังจากพวกมันจากไปเซียวยิงมาหาข้าคุกเข่าต่อหน้าพร้อมทั้งขอขมาโทษ…มันกล่าวว่ามันยังอายุน้อย แม้จะเสียบุตรชายไปมันยังสามารถให้กำเนิดใหม่ได้ ทว่าหากเจ้าตายไป พี่น้องของมันซึ่งก็คือบิดาของเจ้าล้วนต้องเสื่อมสูญสิ้นตระกูล หากเกิดเรื่องนี้ขึ้น ล้วนไม่มีใครช่วยล้างแค้นให้แก่พวกมันได้!”

            “แม้ภายในใจข้าจะเจ็บปวดดุจถูกศรพันเล่มแทงทะลุทว่า…ต่อหน้าบุตรชายที่ทั้งเมตตาทั้งเปี่ยมคุณธรรมเช่นนั้นข้าจะต่อว่ามันได้อย่างไร? นอกจากพวกเราพ่อลูก ล้วนไม่มีผู้ใดทราบว่าหลานชาของข้าถูกสลับตัวกับเจ้าขณะนั้น ทารกอายุสองเดือนได้รับบาดเจ็บทว่าหายดีได้ด้วยเวลาครึ่งเดือน…สาเหตุที่เส้นชีพจรลมปราณของเจ้าล้วนพิการแน่นอนว่าย่อมสืบเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บนี้เองด้วยอาการบาดเจ็บระดับนั้น นี่นับว่าเป็นโชคดีที่เจ้าเพียงสูญเสียเส้นชีพจรลมปราณมิใช่ลมหายใจ”

            เซียวเล่ยหยุดลงชั่วครู่ชายชราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมิให้แสดงออกถึงร่องรอยความเจ็บปวดใจแม้เพียงน้อยนิดมันบีบเค้นฝ่ามือทั้งสองข้างก่อนกล่าวว่า “หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งเดือน เซียวยิงถูกลอบสังหารเส้นชีพจรในร่างล้วนถูกทำลาย…เมื่อข้าได้ยินข่าวและรีบไปที่นั่นอาศัยลมหายใจเฮือกสุดท้าย เซียวยิงบอกกับข้าว่าบุคคลที่ทำร้ายมันคือคนที่ตามล่าบิดามารดาของเจ้าในตอนนั้นมันไม่ทราบว่าบุคคลผู้นั้นได้รับข่าวจากที่ใดว่ามันเป็นคนให้ที่พักเท้าแก่สามีภรรยาคู่นั้นคนร้ายที่ลอบสังหารมาเพื่อเค้นถามว่าสองสามีภรรยานั้นหลบหนีไปที่ใด…ก่อนหมดลมหายใจเซียวยิงยังคงยิ้มแย้มยินดีเนื่องจากมันทราบจากคำพูดซักถามของคนร้าย…พิสูจน์ว่ามันยังไม่อาจสังหารบิดามารดาของเจ้าได้นี่หมายความว่าทั้งสองอาจยังมีชีวิตอยู่!”

            “…” จิตใจของเซียวเช่อก่อเกิดระลอกไม่หยุดนิ่ง ประดุจดังคลื่นยักษ์ที่ไม่อาจควบคุมอาละวาดกระแทกกระทั้นอยู่ภายในจนสุดจะทานทนเมื่อมองไปยังเส้นผมขาวโพลนของเซียวเล่ยชายหนุ่มรู้สึกถึงรอยร้าวที่แสนขื่นขมจำนวนนับไม่ถ้วนภายในจิตใจ…ไม่มีผู้ใดตระหนักรู้ถึงความเศร้าโศกลึกล้ำของการสูญเสียบุตรชายและสะใภ้เซียวเล่ยยังสูญเสียหลานชายเพียงคนเดียวผู้สืบทอดสายเลือดคนสุดท้ายไปอีกด้วย ที่อยู่ต่อหน้ามันคือเด็กอีกคนที่ถูกสลับสับเปลี่ยนด้วยชีวิตของหลานชายตนเองไม่น่าแปลกใจที่ชายชราต้องมีผมหงอกขาวโพลนด้วยอายุเพียงวัยกลางคน…ท่ามกลางคลื่นแห่งความสำนึกเสียใจโหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อนหากเป็นบุคคลอื่นที่มิใช่เซียวเล่ยมิเพียงเส้นผมอันหงอกขาว…ทว่าคงต้องพังทลายลงมาเป็นเวลานานแล้ว เซียวเช่อเพียงได้รับรู้ความจริงอันโศกสลดในวันนี้ต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจาก…ตนเอง!!!

            หากมิใช่ว่าเซียวยิงสับเปลี่ยนตัวบุตรชายกับตนเองมันจะถูกสังหารได้อย่างไร? ภรรยาของเซียวยิงคงมิต้องตรอมใจตายภรรยาของเซียวเล่ยเองคงไม่ต้องลาจากโลกไปเพราะความโศกเศร้าบุตรชายของเซียวยิงจะต้องถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นคนไร้ค่าได้อย่างไร? ครอบครัวของพวกมันล้วนสามารถอยู่อย่างสุขสงบและปลอดภัย ด้วยความสามารถและพรสวรรค์ของเซียวยิงรวมทั้งอิทธิพลของเซียวเล่ยในเมืองเมฆาล่องนี้ศักดิ์ฐานะภายในตระกูลเซียวของมันล้วนต้องสูงส่งอาจบางทีได้เป็นถึงผู้นำตระกูลเซียวในขณะนี้ก็เป็นได้เซียวเล่ยคงไม่ต้องเจ็บปวดจากสายตาหมิ่นหยามจากผู้คนกลับกันอาจอยู่ในฐานะสุดอาจเอื้อม ไม่เพียงผู้อาวุโสทั้งสี่จะไม่กล้าดูหมิ่นชายชราหากเผชิญหน้ากัน พวกมันยังต้องหดตัวประดุจหนูตัวหนึ่ง…

            เซียวยิงใช้ชีวิตของบุตรชายตนเองเพื่อช่วยชีวิตชายหนุ่ม…ทว่ากลับทำให้ตนเองและครอบครัวต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้าย ทว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาสิบหกปี เซียวเล่ยกลับไม่เคยแสดงออกถึงความโกรธแค้นหรือเกลียดชังอันใดต่อชายหนุ่ม“ตัวต้นเหตุ” กลับกัน ชายชราปกป้องและให้ความคุ้มครองชายหนุ่มโดยไม่ปริปากให้ความรักอย่างปราศจากเงื่อนไขแม้กระทั่งหลังจากได้รู้ว่าเส้นชีพจรลมปราณของชายหนุ่มพิการและต้องกลับกลายเป็นคนไร้ค่าตลอดชีวิตเซียวเล่ยยังคงให้ความรักความเอ็นดูประดุจเดิมถูกต้อง นี่ล้วนเป็นเรื่องปกติที่บุคคลทั่วไปจะทำต่อบุตรหลานของตน ทว่าการปฏิบัติเช่นนี้ต่อบุตรหลานของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ซึ่งนำพาความหายนะมาสู่ครอบครัวของตนจำเป็นต้องกอปรไปด้วยจิตใจอันเปิดเผยและกว้างขวางถึงเพียงไหน…

            ภายในจิตใจของเซียวเช่อสั่นสะท้านปลายจมูกของชายหนุ่มกลับกลายเป็นตัน…บิดาเช่นไรย่อมมีบุตรเช่นนั้น เซียวเล่ยเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้บุตรชายของมันจึงเติบโตเป็นบุรุษที่เที่ยงธรรม ชั่วชีวิตนี้ชายหนุ่มคงไม่อาจชดใช้หนี้บุญคุณของทั้งเซียวเล่ย เซียวยิง และครอบครัวได้หมดสิ้น

            เซียวเช่อวางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะหินนิ้วทั้งสิบกำเข้าหากันแนบแน่น เมื่อมองไปยังดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสลดของเซียวเล่ยที่เบื้องหน้าชั่วขณะนี้ เซียวเช่อไม่อาจคิดหาวิธีใดในการขอบพระคุณบุคคลที่เขาเคยเรียกว่าท่านปู่มาตลอดหลายปีนี้ผ่านไปชั่วครู่ ชายหนุ่มจึงเปล่งเสียงอันสั่นพร่าออกมาว่า

            “ท่านปู่…ข้า…ข้า…ความรักเมตตาและความปรารถนาดีทั้งหมดนี้ตลอดชั่วชีวิตนี้….ข้าจะ…ข้าจะ…”

            “หึๆ” เซียวเล่ยหัวเราะอย่างแผ่วเบาพร้อมทั้งกล่าวด้วยความรักว่า“ลูกเช่อ ข้าได้ดูแลเจ้ามาตั้งแต่ยังเป็นทารก แม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่สายเลือดของข้าทว่านานมาแล้ว ในใจของข้า เจ้ามิได้ต่างไปจากหลานชายแท้ๆเลยแม้แต่น้อยเจ้าเองยังเคยพูดออกมาว่า แม้เราจะไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดทางสายเลือด เรายังคงเป็นครอบครัวตลอดไปตราบใดที่เราเป็นครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนต้องเกิดขึ้นข้าไม่ต้องการบุญคุณหรือการตอบแทนอันใดตราบเท่าที่เจ้าสามารถมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยนับจากนี้ไป แม้ว่าข้าจะต้องถูกคุมขังอยู่ในนี้ตลอดชีวิต ข้าก็ไม่มีความกังวลใดๆ” เซียวเช่อปิดปากลงคำพูดทั้งหลายเพื่อแสดงความสำนึกในบุญคุณล้วนไม่จำเป็นอีกต่อไป จากนั้นครู่หนึ่งชายหนุ่มผงกศีรษะหนักแน่น ถูกต้อง ท่านคือท่านปู่ของข้า ตอนนี้…และตลอดไป!เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ข้าต้องกตัญญูต่อท่าน เมื่อท่านจากไปข้าจะไว้ทุกข์และทำทุกสิ่งที่หลานชายควรจะทำเพื่อปู่ของมัน!

            เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวเล่ยผงกศีรษะอย่างยินดี“เจ้าคงอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อตอนนั้น แต่ทว่า เซียวยิงมิได้เล่าอะไรเกี่ยวกับบิดามารดาของเจ้ามากนักสาเหตุที่พวกมันทั้งสองถูกไล่ล่านั้น เซียวยิงเพียงกล่าวกับข้าว่าสืบเนื่องมาจาก ‘สมบัติสวรรค์’ บนตัวของพวกมัน เซียวยิงย้ำเตือนข้าว่า คำ‘สมบัติสวรรค์’ นี้เป็นคำต้องห้าม ไม่สามารถให้ผู้ใดล่วงรู้ได้” สมบัติสวรรค์? เซียวเช่อจดจำคำนี้ไว้ในใจ

            “หลังจากบิดามารดาของเจ้าจากไป ข้าไม่เคยได้ข่าวคราวอันใดจากพวกมันอีกเลยกว่าสิบหกปีข้าเคยคิดว่าหากพวกมันยังมีชีวิตอยู่คงพบเห็นการสับเปลี่ยนทารกและสมควรกลับมาเพื่อแลกเปลี่ยนตัวบุตรชายของพวกมันเมื่อพวกมันปลอดภัยแล้ว…ข้ารอคอยมาทุกปีทว่าพวกมันไม่เคยกลับมา อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว…ตั้งแต่เจ้ายังเป็นทารกข้าเคยย้ำเตือนเจ้ามิให้ถอดจี้เงินที่ห้อยคอของเจ้าอยู่ออกมา นี่สืบเนื่องจากเมื่อเซียวยิงสับตัวเจ้ากับบุตรชายนี่เป็นสิ่งเดียวบนร่างกายของเจ้าที่ติดตัวมา หากบิดามารดาของเจ้ายังมีชีวิตอยู่อาจบางที นี่อาจเป็นเพียงเบาะแสเดียวที่จะช่วยให้พวกเจ้าจดจำกันและกันได้”

            ตามจริงแล้ว หากพวกมันยังมีชีวิตอยู่พวกมันสมควรกลับมาเมืองเมฆาล่องและแลกเปลี่ยนตัวบุตรชายคืนไป อย่างไรก็ตามพวกมันมิได้หวนกลับมาตลอดสิบหกปีที่ผ่านมานี้ความเป็นไปได้ที่พวกมันจะยังคงมีชีวิตอยู่ในโลก…ล้วนริบหรี่เต็มทนหากพวกมันยังคงอยู่บนโลก เช่นนั้นบุตรชายของเซียวยิงในตอนนั้น อาจยังคงมีชีวิตอยู่?

            เมื่อความมืดเข้าครอบคลุมระยะเวลาในการเสื่อมคุณสมบัติล่องหนของหญ้าซ่อนดารากำลังจะมาถึงเช่นกัน ถึงเวลาที่เซียวเช่อต้องไปแล้ว

            “ท่านปู่ อาหญิงเล็ก…ข้าต้องไปแล้ว”แม้จะไม่อาจตัดใจจากลาชายหนุ่มไม่มีวิธีอื่นนอกจากจำต้องกล่าวประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก เซียวเล่ยผงกศีรษะพร้อมทั้งมองไปยังทิศทางนอกหุบเขา“เจ้าสมควรไปจากที่นี่โดยเร็ว หากเจ้าถูกพบตัว จะยิ่งเป็นปัญหา”

            “เอ๊ะ? เจ้า…จะไปแล้ว?” ดุจดังสายฟ้าฟาด เซียวหลิงซีเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งยึดเกาะเซียวเช่อแนบแน่นด้วยสองมือของนาง

            เมื่อชายหนุ่มเห็นแววอาลัยอาวรณ์ในดวงตาของเซียวหลิงซี จิตใจของเซียวเช่อพลันรู้สึกขื่นขม…ชายหนุ่มหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำเซียวเล่ยและเซียวหลิงซีจากไปพร้อมกับตนเองได้…อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถของตนในขณะนี้ ชายหนุ่มจะสามารถนำพาทั้งสองออกไปได้อย่างไร? หากนำพาออกไปจะสามารถปกป้องทั้งสองจากภายนอกได้เยี่ยงไร? กลับกันจะเป็นทั้งสองต้องมาคอยปกป้องชายหนุ่มเสียเอง…

            เซียวเช่อยืนหยัดขึ้นพร้อมทั้งปลดมือของเซียวหลิงซีออกชายหนุ่มจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวพร้อมทั้งพูดทีละคำว่า “อาหญิงเล็กข้าจำต้องไป…แต่ท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะกลับมา ภายในสามปี ข้าจะกลับมา! ถึงตอนนั้นข้าจะทวงความอยุติธรรมและความเจ็บปวดทั้งหลายที่ท่านได้รับและตอบแทนพวกมันกลับเป็นพันเท่า…ข้าจะทำให้ตระกูลเซียวทั้งตระกูลต้องคุกเข่ากราบขอร้องให้ท่านทั้งสองออกจากหุบเขานี้!!”

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน