เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นผู้คนที่รอชมการประลองต่างก็แสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัดเหล่าอัจฉริยะที่ผ่านเข้ารอบเหลือเพียง 20 คนสุดท้ายพวกเขาต่างก็คือความภาคภูมิใจของขุมกำลังของพวกเขาและในปีนี้พิเศษยิ่งกว่าคือมีม้ามืดที่แข็งแกร่งปรากฏหลายคน โดยเฉพาะ หยางจื่อ และ ฝู่หลงทั้งสองต่างก็พึ่งเป็นที่รู้จักและมีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
"การประลองในวันนี้ คู่แรก หยางจื่อ เจอกับ ฉางอัน"
"เฮ้ๆๆๆ"
เสียงผู้คนต่างโห่ร้องทันทีแต่เสียงโห่ร้องนี้คือเสียงที่ต้องการให้หยางจื่อโค่นล้มฉางอันตั้งแต่ที่ฉางอันกระทำเรื่องไร้ยางอายต่อหยางอวี้ก็ทำให้หลายๆคนแสดงความไม่พอใจออกมาและถึงขั้นเกลียดชังฉางอันด้วยซ้ำแต่ก็ไม่มีใครกล้ากล่าวว่าฉางอันโดยตรงเพราะตระกูลฉางอันไม่ใช่ตระกูลธรรมดาแต่เป็นตระกูลที่มีเซียนสวรรค์ปรากฏออกมาถึง2 คน และ 1 ในนั้นก็นั่งอยู่ตรงจุดสูงสุดของสนามประลองเเล้ว"ดูเหมือนเจ้าจะโชคไม่ดีเลยนะ" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่หนาวเย็น
"จิจิ เป็นเจ้ามากกว่าที่ดวงไม่ดีที่ได้เจอข้าคนนี้ข้าจะสอนให้เจ้ารู้เองว่าสวะอย่างเจ้าไม่มีวันเทียบชั้นข้าได้" ฉางอันกล่าว"ฮื เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รับรู้ความจริงนั้น" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา
"เริ่มการประลองได้"
"ตูม!!!"
ทั้งสองต่างปลดปล่อยพลังปราณที่ทรงพลังออกมาแต่ทางด้านหยางจื่อนั้นยังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงของตน"เจ้าคิดจะปิดบังพลังของตนเอาไว้งั้นหรือ" หญิงสาวชุดขาวกล่าว
"ข้าจะเก็บเอาไว้ในช่วงท้ายเพื่อให้เจ้านั่นแปลกใจ" หยางจื่อกล่าว
หยางจื่อปลดปล่อยเจตจำนงดาบระดับ5 และเจตจำนงเปลวเพลิงระดับ 5 ออกมาเปลวเพลิงเทวะลุกโหมกระหน่ำ"เหอะข้าเองก็มีเจตจำนง " ฉางอันกล่าว
เจตจำนงแห่งลมระดับ5 ของฉางอันปรากฏพร้อมกับจิตวิญญาณสายลมระดับสวรรค์ทำให้ความเฉียบคมของกระบี่ฉางอันคมกล้าวยิ่งขึ้น หยางจื่อไม่สนใจเจตจำนงแห่งลมของฉางอันเเล้วพุ่งไปยังฉางอันทันทีด้วยพละกำลังของหยางจื่อทำให้ฉางอันไม่กล้าประมาทและหลีกเลี่ยงการปะทะตรง ๆกับหยางจื่อ"ตัดสายลม" ฉางอันกล่าว
หยางจื่อไม่หวาดกลัวทักษะของฉางอันแล้วฟาดฟันดาบเข้าปะทะในทันทีทักษะของฉางอันนั้นใช่ว่าจะทำลายง่ายๆถึงส่วนใหญ่จะถูกดาบของหยางจื่อทำลายไปแต่ก็มีบางส่วนที่กระทบเข้ากับร่างกายของหยางจื่ออย่างจัง แต่ในตอนนั้นเองที่ใบหน้าของฉางอันก็แสดงความประหลาดใจออกมาเพราะตัดสายลม ของตนไม่สามารถทำอะไรร่างกายของหยางจื่อได้เลยร่างกายของหยางจื่อส่องสว่างเหมือนกับเพชรที่งดงามออกมา "ทักษะนั่นมันคือทักษะอะไรกัน ทำใมถึงมีพลังป้องกันสูงยิ่งนัก"ผู้คนกล่าวขึ้น"ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน ตระกูลหยางมีทักษะแบบนี้ด้วยรึ"
"เจ้าหนูนี่จะต้องได้รับโชควาสนาจากที่ใหนสักแห่งมาอย่างแน่นอน"ชายชราตระกูลฉางกล่าวพรางขมวดคิ้ว"เคร้ง"
ในตอนนี้เองดาบของหยางจื่อก็เข้ามาปะทะกับกระบี่ของฉางอันฉางอันรู้สึกชาไปทั่งเเขนแต่ก็รีบใช้พลังปราณรักษาอย่างรวดเร็วฉางอันระเบิดพลังปราณครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ออกมาและกวาดกระบี่ใส่ร่างกายของหยางจื่ออย่างจัง"เคล้ง"
เสียงของกระบี่ฉางอันปะทะกับกายาเพชรของหยางจื่อมันทำให้ผู้คนสามารถจิตตนาการได้เลยว่าร่างกายของหยางจื่อแข็งขนาดใหน
หยางจื่อกระเด็นไปข้างหลังถึงภายนอกจะไม่มีรอยขีดข่วนแต่ภายในกลับได้รับการสั่นสะท้อน
"เจ้านั่นใช้สายลมสร้างการสั่นสะเทือนทางอากาศขึ้นเพื่อโจมตีอวัยวะภายในของเจ้าเจ้านั่นรู้ดีว่าไม่สามารถมารถทำอะไรเจ้าได้จากภายนอกมันเลยต้องการโจมตีภายในของเจ้า" หญิงสาวชุดขาวกล่าว "แบบนี้นี่เอง สมกับเป็นอัจฉริยะของดินแดนเทวะทิศเหนือ ถึงนิสัยจะสวะแต่ฝีมือคือของจริงสินะ"หยางจื่อกล่าวหยางจื่อไม่กล้าประมาทอีกเเล้วพุ่งเข้าหาฉางอันอีกครั้ง
"ฮ่า ฮ่า ข้ารู้จุดอ่อนของเจ้าเเล้ว เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้เเล้ว"ฉางอันกล่าวด้วยความผยอง ฉางอันใช้ทักษะความเร็วที่น่าทึ่งทำให้หยางจื่อโจมตีพลาดม่านตาของหยางจื่อหดแคบลงเพราะความเร็วของฉางอันนั้นเร็วความตนเองหนึ่งขั้น"เคล้ง"
เสียงของกระบี่ของฉางอันกระทบเข้ากับแผ่นหลังของหยางจื่ออีกครั้งร่างของหยางจื่อกระเด็นออกไปและมีเลือดปรากฏที่มุมปากของหยางจื่อ "ฮ่า ฮ่า ด้วยความเร็วของข้าไม่มีทางที่เจ้าจะตามได้ทัน ข้าจะค่อยๆทรมานเจ้าทีละนิดๆฮี่ฮี่" ฉางอันกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา"ดูเหมือนจะเก็บงำพลังเอาไว้ไม่ได้เเล้วสินะ" หยางจื่อกล่าว
"ตูม!!!!"
พลังปราณของหยางจื่อระเบิดขึ้นและเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนพลังปราณสีขาวส่องสว่างไสวพลังปราณของหยางจื่อเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่า ใบหน้าของฉางอันตื่นตระหนกในทันที "เหอะ ต่อให้พลังของเจ้าเพิ่มขึ้นแต่เจ้าก็ไม่สามารถตามความเร็วของข้าได้ทันหรอก ตัดใจเเล้วยอมแพ้ซะ"ฉางอันกล่าว"ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไล่ตามเจ้าเลยนิ" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา
"ว่าอย่างไรนะ" ฉางอันกล่าว
"เปลว เพลิง ผลาญ สวรรค์"
"บูม!!! "
เปลวเพลิงที่ทรงพลังพร้อมกับความร้อนระดับสูงพวยพุ่งออกมาจากร่างของหยางจื่อสร้างทะเลเพลิงที่น่าหวาดกลัวและครอบคลุมทั้งเวทีประลองเกิดเสียง ซี่ ซี่ ที่พื้นผวเวทีประลองรากับว่าเวทีประลองกำลังจะละลาย "แบบนี้นี่เอง ในเมื่อไม่สามารถตามความเร็วได้ทันก็โจมตีมันทั่วทั้งเวทีประลองไปเลยเจ้าเด็กนี่มันชั่งบ้าระห่ำเหมือนเจ้าจริง ๆเทียนอวี้"ซีคุ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชอบอกชอบใจ "ไม่ใช่แค่นั้น พลังที่เด็กนั่นปลดปล่อยออกมานั้นสูงกว่าปราณครึ่งก้าวสู่ปราณจักรสวรรค์และเทียบเท่าปราณจักรพรรดิสวรรค์เเล้วทั้ง ๆที่ขอบเขตพลังก็อยู่เท่าเดิมแต่ทำไมถึงเพิ่มพลังได้ถึงขนาดนี้หรือว่าจะเป็นดาบนั่นดาบมังกรสวรรค์"เมิงต้วนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงคุ่นคิด "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนแต่ดูเหมือนเจ้าเด็กน้อยฉางอันจะตกที่นั่งลำบากเเล้วฮ่า ฮ่า "เฮ่ยฮยากล่าวด้วยน้ำเสียงสนุก"อ๊ากๆๆๆๆ"
เสียงกรีดร้องของฉางอันดังขึ้นในทะเลเปลวเพลิงไม่นานเปลวเพลิงก็มอดดับลงเผยให้เห็นร่างของฉางอันที่ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ทั้งเสื้อผ้าและเส้นผมและที่สำคัญฉางอันได้หมดสติไปเเล้วและยังหมดสติในท่าทางน่าสมเพชอย่างยิ่งนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นแล้วเอามือทั้งสองกุมหัวปากอ้าจนกว้างและในตาขาวโพลน เป็นภาพที่ทุกคนอดที่จะรู้สึกสังเวชและหัวเราะออกมาไม่ได้------------------------------------------------------------------------------------------