83 2-2
ตอนที่152 ศึกสัประยุทธ์แสนลำบาก(2)
เซียถงไล่ตามเสือโคร่งเหมันต์ตนนั้นไม่มีลังเลสะบัดคมกระบี่ทัณฑ์ฟ้าฟันฟาดออกไปอีกระลอกตัดขาหลังของมันตนนั้นจนขาดด้วนในเสี้ยวพริบตา
ร่างของเสือโคร่งเหมันต์เสียการทรงตัวฉับพลันล้มคะมำลงไถลพื้นดินเป็นทางยาวมันพยายามลุกขึ้นเชิดหน้าเงยศีรษะเพื่อสูดอากาศเอาชีวิตรอดตามสัญชาตญาณทอดสายตามองย้อนกลับไปมองศพของสหายที่ถูกผ่าครึ่งแน่นิ่ง และจู่ๆมันก็หอนเสียงแผ่วเล็ดลอดออกมาจากปาก
หลังจากนั้นไม่นานเสือโคร่งเหมันต์ตนนั้นก็เคลื่อนสายตาหยุดลงที่เซียถงนัยน์ตาสีขวาพิสุทธิ์ของมันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงฉานในทันทีแววพิสดารบ้าคลั่งฉายสะท้อนออกมาผ่านดวงตาคู่นั้นพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยสามขาที่เหลือ และพุ่งเข้าหาเซียถง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันกำลังจู่โจมด้วยความเกรี้ยวโกรธที่มี
ทว่าเซียถงเองก็หาได้สนใจเลยไม่หันคมกระบี่สาดประกายเยียบเย็นสะท้อนตัดช่วงบริเวณหน้าท้องของมันขาดครึ่งท่อนในเสี้ยวพริบตาทุกการเคลื่อนไหวของนางช่างเด็ดขาดไร้ใจ
เลือดสดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วตัวเซียถงถือกระบี่ทัณฑ์ฟ้าเล่มยาวไว้ในมือข้างขวาค้างตระหง่านเห็นเป็นหยาดโลหิตรินหยดลงมาจากปลายใบกระบี่สู่พื้นดินเสียงดังติ๋งแล้วค่อยหันมามองเสือโคร่งเหมันต์ตนนั้นที่ตัวขาดครึ่งกองอยู่บนพื้นแลเห็นเพียงว่า ครึ่งท่อนบนของมันพยายามจะตะเกียกตะกายยืนขึ้นหวังเพียงคลานไปหาสหายทั้งสองของมันที่ตายลงไปแล้วสุดท้ายมันก็ลากร่างที่ขาดครึ่งท่อนของตน ไปนอนซบกดศีรษะข้างๆศพสหายของสหายมันด้วยความอาลัยรัก ดวงตาที่กระหายเลือดบ้าคลั่งค่อยๆ โอนอ่อนลงจนเหลือแค่เพียงความสงบนิ่งบนดวงตาคู่นั้นของมัน ก่อนที่จะจากไปอย่างมีความสุข
ภาพฉากสะเทือนใจตรงหน้าของพวกเสือโคร่งเหมันต์ได้ชำระความเหี้ยมโหดบนใบหน้าของเซียถงนางได้แต่เฝ้ามองศพทั้งสามตรงหน้าพลันรู้สึกสะท้อนใจอย่างบอกไม่ถูกเห็นว่าเสี่ยวฮั่วกำลังลอยออกมาเพื่อดูดกลืนวิญญาณของพวกเสือโคร่งเหมันต์ทั้งสามเบื้องหน้านางก็เอ่ยปากหยุดไว้ทันทีและกล่าวว่า
“เสี่ยวฮั่วอย่ากินพลังวิญญาณของพวกมันเลย”
“ทำไมกัน?”
เสี่ยวฮั่วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจหลังจากพยายามกันมาตั้งนาน สุดท้ายก็ได้พานพบกับสัตว์อสูรปราณชั้นสูงถึงสามตนและนายท่านสังหารฆ่าทิ้งให้เบ็ดเสร็จแล้วแต่ไฉนถึงไม่ปล่อยให้กินพลังวิญญาณของพวกมันล่ะ?
“ไม่มีเหตุผลหรอกเดี๋ยวข้าจะหาสัตว์อสูรปราณตนใหม่ให้เจ้าทีหลัง”
กล่าวจบ เซียถงก็ย่อตัวนั่งย่องๆลงกับพื้น ปักกระบี่ทัณฑ์ฟ้าเสียบลงผืนดินและใช้มือเปล่าทั้งสองข้างขุดดินเพื่อฝังศพพวกมัน
“นายท่าน ตั้งใจจะทำอะไร?”
เสี่ยวฮั่วลอยเคว้งอยู่เคียงข้างเอ่ยถามเจือน้ำเสียงฉงนใจ
“ขุดหลุมฝังศพให้พวกมัน”
เซียถงกล่าวตอบสั้นและกลบดินกลับคืนเมื่อฝังเสร็จสิ้น
แต่ทันใดนั้นเองผืนดินใต้ผ่าเท้าของนางก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดอุณหภูมิโดยรอบลดฉวบจนนางสัมผัสได้ ทันทีที่เซียถงเงยหน้าขึ้นมองก็ถึงกับตะลึงงันแลเห็นร่างสีขาวฝูงใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลแล้ว วิ่งเต้นกันเป็นจังหวะเคลื่อนเข้ามาหานางชัดเจน
“นายท่าน! รีบหนีไปเร็ว!ฝูงเสือโคร่งเหมันต์มาแล้ว!!”
เสี่ยวฮั่วกู่ร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก
สัตว์อสูรโดยส่วนใหญ่มักอาศัยกันเป็นกลุ่มใหญ่จะมีก็เพียงสัตว์อสูรที่วิวัฒนาการกลายมาเป็น จำพวกสัตว์อสูรปราณวิญญาณหรืออสูรวิญญาณจารย์ที่ชอบอยู่กับเป็นคู่หรือกลุ่มเล็กๆไม่ก็จะเป็นพวกอสูรศักดิ์สิทธิ์ หรือเทพอสูรไปเลยที่จะมีนิสัยใช้ชีวิตแบบสันโดษ
ฝูงเสือโคร่งเหมันต์พวกนี้วิ่งเข้ามาถึงเร็วมากยังไม่ทันที่เซียถงจะได้ก้าวย่างออกไปไหน ก็กลับถูกพวกมันล้อมไว้หมดแล้ว
เซียถงกระชับจับกระบี่ทัณฑ์ฟ้าในมือแน่นหนาเหลือบสายตากวาดมองฝูงเสือโคร่งเหมันต์ที่ตีกรอบห้อมล้อม โดยคร่าวน่าจะมีเสือโคร่งเหมันต์ประมาณสี่ร้อยตนเห็นจะได้ซึ่งพวกมันทุกตนล้วนจับจ้องมองมาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนักตั้งท่าทางราวกับพร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ
กวาดสายตาบรรจบครบสองรอบถ้วนเซียถงหรี่ตาแคบจ้องพวกมันตาเขม็งอย่างระมัดระวังและคล้ายว่าพวกมันจะได้กลิ่นสหายของมันถูกกลบฝังอยู่ใต้ดินสายตาเหล่านั้นยิ่งหม่นหมองดุร้ายเปล่งเสียงคำรามกู่ก้องด้วยความโกรธจัดออกมาปากพวกมันโดยพร้อมเพรียง
ทันทีที่สุ้มเสียงเห่าหอนลดลงเสือโคร่งเหมันต์เหล่านั้นก็แยกคมเขี้ยวยาวเตรียมประจัญบาน ชั่วพริบตาขณะภาพฉาพต่อมากลายเป็นความโกลาหลคมเคี้ยวประดุจใบมีดนั้นแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าจู่โจมใส่เซียถงโดยตรง
เมื่อเห็นดังนั้นเสี่ยวฮั่วก็รีบบินกลับเข้าห้วงความคิดภายในหัวของเซียถงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดในปัจจุบันมันเป็นเพียงจิตวิญญาณที่ไร้ซึ่งร่างวิญญาณแน่นอนว่าไม่มีปัญญาไปต่อกรกับฝูงสัตว์อสูรปราณพวกนี้ได้เลยภายใต้สถานการณ์เฉกเช่นนี้ เกรงว่าต้องเอาชีวิตตัวมันเองให้รอดก่อน
เซียถงเร่งเร้าพลังลมปราณระลอกแล้วระลอกเล่ากรอกเทลงใส่กระบี่ทัณฑ์ฟ้าอย่างบ้าคลั่ง เสริมปราการความแข็งแกร่งโดยการหลอมผนึกพลังขึ้นกลายเป็นคมแสงกระบี่ลมปราณสีครามเข้มจัดจ้านเคลือบคลุมอีกชั้นหนึ่ง และเข้าโรมรันพันตูกระหน่ำฟันฟาด ปลดปล่อยคลื่นกระบี่แผ่ไพศาลออกไป
หลังจากมีเสือโคร่งเหมันต์จำนวนหนึ่งที่เริ่มล้มตายจากสาเหตุคลื่นกระบี่เหล่านี้บรรดาพวกมันที่เหลือก็เปลี่ยนกลยุทธ์โจมตีเซียถงเริ่มมีชั้นเชิงซับซ้อนมากยิ่งขึ้นบ่อยครั้งที่กระบี่ทัณฑ์ฟ้าในมือถูกเหวี่ยงออกไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเพียงเสี้ยวอึดใจนั้น ก็มีเสือโคร่งเหมันต์จากทางด้านซ้ายและขวารวมไปถึงด้านหลังกระโจนเข้าจู่โจมนางโดยพร้อมเพรียงราวกับว่าพวกมันรอจังหวะนี้อยู่แล้ว
เซียถงกำลังต้านรับศึกสัประยุทธ์เดือดดุบนร่างกายเริ่มมีสีสันฉุดฉาดสาดกระเซ็นใส่มากขึ้นผ่านไปสักครู่ใหญ่มีเพียงเสือโคร่งเหมันต์ที่สิ้นใจตายจริงๆแค่ไม่กี่สิบตัวเท่านั้นภายใต้คมกระบี่ของนาง
“นายท่านรีบเสาะหาโอกสหลบหนีโดยไว เสือโคร่งเหมันต์พวกนี้ขึ้นชื่อเรื่องความถึกทนแถมด้วยจำนวนมหาศาลขนาดนี้ เกรงว่า ท่านไม่น่าจะโค่นพวกมันหมดได้!”
เมื่อเห็นว่าบนเนื้อตัวเซียถงเริ่มปรากฏบาดแผลมากขึ้นต่อเนื่องเสี่ยวฮั่วก็รีบส่งเสียงกระตุ้นให้นางหลบหนี
เซียถงขบกรามกัดฟันแน่นกรอกเทกระแสลมปราณทั้งหมดที่มีในร่างกายอัดฉีดเข้าใส่กระบี่ทัณฑ์ฟ้าในมืออย่างบ้าคลั่งรวบรวมพลังจำนวนมหาศาลไว้บนตัวกระบี่และฟาดฟันออกเป็นคลื่นกระบี่จันทร์เสี้ยวขนาดยักษ์เกือบเต็มวงกวาดฝูงเสือโคร่งเหมันต์ทั่วสารทิศจนกระเด็นออกไป ชั่วขณะนั้นเองนางรับใช้จังหวะนี้เร่งความเร็วส่งไปยังสองปลายเท้า ดีดตัวกลายเป็นประกายแสงสีครามวิ่งฝ่าวงล้อมพวกมันออกมาในพริบตาไม่ว่าประกายแสงสีครามสายหนึ่งจะเคลื่อนผ่านไปแห่งหนใดแต่ก็มีรอยเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นอยู่ทั่ว ทิ้งทวนเป็นทางยาว
ฝูงเสือโคร่งเหมันต์เหล่านั้นเหมือนจะรู้ถึงจุดประสงค์ของเซียถงดีที่วิ่งฝ่าออกมาชั่วพริบตาเดียว นางถูกเงาร่างสายหนึ่งแทรกขึ้นนำและเข้าขัดขวางเส้นทางหนีเอาไว้ติดตามมาดูฝูงเสือโคร่งเหมันต์ตนอื่นๆ ที่ไล่มาที่หลัง จนแล้วจนรอด พวกมันทั้งหมดสามารถปิดล้อมตัวนางได้เป็นครั้งที่สองและกระหน่ำรุมโจมตีต่อเนื่องอย่างบ้าคลั่งบาดแผลฉกรรจ์บนร่างของนางเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ยังโชคดีที่มีขุมพลังความแกร่งกล้าของกระบี่ทัณฑ์ฟ้าให้พึ่งพาอาศัยอานุภาพทำลายล้างเฉพาะตัว เซียถงสำแดงเดชระเบิดพลังกระบี่กวาดล้างฝูงเสือโคร่งเหมันต์แถวหน้าจนวินาศสันตะโรดับสิ้นแต่นั่นก็ทำให้เซียถงสูญพลังไปในปริมาณมหาศาลมาก
ในที่สุดเซียถงก็ได้ตระหนักทราบแล้วว่า อาณาเขตด้านในบึงแห่งนี้มันอันตรายเพียงใดแม้นางจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นกลางและอีกเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงถึงชั้นสูงแล้วก็ตามหรือจะมีกระบี่ทัณฑ์ฟ้าอยู่ในมือก็ดีแต่นางก็ยังไม่สามารถต่อกรกับฝูงสัตว์อสูรปราณชั้นสูงนับหลายร้อยตนได้!
ลึกลงไปในป่าเคียงข้างอาหานกำลังยืนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดพร้อมสองมือไพล่หลังอย่างสง่างามมองดูเซียถงสู้ศึกสัประยุทธ์เป็นตายที่แสนดุเดือดด้วยความกังวลดวงตาคู่ล้ำลึกจับจ้องทุกย่างก้าวเคลื่อนไหวของนางใกล้ชิดทุกครั้งที่มีบาดแผลเพิ่มขึ้นบนร่างกายหนึ่งจุดสีหน้าของเขาก็จะมืดทมืฬลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตามถึงแม้ตอนนี้ตัวนางจะดูเหมือนกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่อาหานก็มั่นใจเหลือเกินว่าหญิงสาวนางนี้จะสามารถสลัดฝูงเสือโคร่งเหมันต์พวกนี้ออกไปได้แน่นอน
การนำพาตนเองให้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่แสนยากลำบากถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาความแข็งแกร่ง!
กรงเล็บยาวบนอุ้งเท้าสีขาวประดุจหิมะฝังลึกเข้าไปในไหลข้างหนึ่งของเซียถงและด้วยพละกำลังมันมหาศาลที่ถาโถม ก็ทำเอาร่างของนางเสียการทรงตัวไร้สมดุลชั่วขณะเสี้ยวอึดใจนั้นเอง ระหว่างที่ตัวกำลังจะล้มลงกับพื้นสายตาคู่สวยของนางพลันเคลื่อนไปจับจ้องหว่างขาด้านล่างของพวกมันทั้งหลายแลเห็นเป็นช่องว่างทอดยาวออกไปไม่มีสิ้นสุด จู่ๆดวงตาของนางก็เปล่งแสงเป็นประกายออกมา