ศิลาสีครามนั้นสูงตระหง่านเสียดฟ้า ราวกับเป็นสันหลังของพญามังกรโบราณที่กำลังหลับใหล ปกป้องเมืองที่อยู่ภายในไว้ บนยอดกำแพงมีทหารยามในชุดเกราะเงินอร่ามยืนเฝ้าตรวจตราอย่างเข้มแข็งและน่าเกรงขาม ธงประจำเมืองรูปมังกรครามโบยสะบัดอย่างสง่างาม
เมื่อก้าวผ่านประตูเมืองที่ใหญ่โตราวกับปากถ้ำเข้าไป กลิ่นอายของความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองก็ปะทะเข้าใส่ใบหน้าของพวกเขาทันที ถนนที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวนั้นกว้างขวางจนรถม้าสิบคันสามารถวิ่งสวนกันได้อย่างสบายๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและหอการค้าที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงาม ผู้คนเดินกันขวักไขว่และเต็มไปด้วยยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ... ที่นี่... แม้แต่คนรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยมก็ยังมีพลังปราณในระดับรวบรวมปราณขั้นสูง!
"ที่นี่คือ... นครมังกรคราม... ยิ่งใหญ่กว่าที่ข้าเคยจินตนาการไว้เสียอีก" เฟิงเจิ้น พึมพำออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและความกังวล
"ท่านพ่อ" เฟิงหลงกล่าวพลางมองไปรอบๆ ด้วยแววตาที่สงบนิ่ง "ที่นี่คือสถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาส... และอันตราย เราต้องแยกกันชั่วคราว ข้าจะไปลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการทดสอบ ส่วนท่านโปรดหาโรงเตี๊ยมเล็กๆ ที่เงียบสงบพักผ่อนไปก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วข้าจะกลับไปหาท่าน"
เฟิงเจิ้นพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าตนเองไม่ควรจะไปปรากฏตัวในที่สาธารณะให้มากนักเพื่อความปลอดภัยของบุตรชาย
หลังจากแยกกับบิดาแล้ว เฟิงหลงก็มุ่งหน้าไปยังลานกว้างใจกลางเมือง... ลานมังกรคราม สถานที่จัด "การทดสอบรับศิษย์" ของสำนักเมฆาคราม
ณ ลานกว้างแห่งนั้นแน่นขนัดไปด้วยผู้คนนับหมื่น! เด็กหนุ่มสาวอัจฉริยะจากตระกูลต่างๆ ทั่วทั้งแคว้นต่างมารวมตัวกันที่นี่ ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยอาภรณ์หรูหราที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดีและประดับด้วยเครื่องหมายประจำตระกูลอย่างภาคภูมิใจ ทุกคนล้วนมีแววตาที่หยิ่งผยอง เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในพรสวรรค์ของตนเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความปรารถนาที่จะได้ก้าวขึ้นไปเป็นมังกรในหมู่มวลมนุษย์
ท่ามกลางฝูงชนที่เจิดจ้านั้น เฟิงหลงในชุดผ้าสีดำธรรมดาๆ ที่เก่าและมอซอเล็กน้อยจึงดูโดดเด่นและแปลกแยกราวกับหงส์ดำในฝูงหงส์ขาว เขาเดินแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนเพื่อไปยังโต๊ะลงทะเบียน และในทันที เขาก็กลายเป็นจุดสนใจ... แต่เป็นจุดสนใจในทางที่น่าสมเพช
"ดูนั่นสิ! ยังมีคนกล้าแต่งตัวมอซอราวกับขอทานเช่นนี้มาเข้าร่วมการทดสอบของสำนักเมฆาครามอีกรึ?""ฮ่าๆๆ! คงจะเป็นพวกบ้านนอกคอกนาที่ฝันลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้เป็นศิษย์สำนักใหญ่กระมัง! ช่างไม่เจียมตัวเสียเลย!"
เสียงเย้ยหยันดังขึ้นรอบทิศทาง เฟิงหลงทำราวกับไม่ได้ยิน เขาเดินตรงไปยังโต๊ะลงทะเบียนอย่างสงบนิ่ง ศิษย์ของสำนักเมฆาครามที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนเหลือบมองเขาด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและไร้ความอดทน "ชื่อ? อายุ? ระดับพลัง?"
"เย่เฟิง... สิบแปดปี... ขั้นก่อเกิดรากฐานระดับเก้า" เฟิงหลงตอบโดยใช้ชื่อปลอมที่เขาเตรียมไว้
ศิษย์คนนั้นชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินระดับพลังของเขา ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ "อายุสิบแปดเพิ่งจะอยู่ขั้นก่อเกิดรากฐานระดับเก้า... ช่างเป็นพรสวรรค์ที่ 'สูงส่ง' เสียนี่กระไร" เขากล่าวประชดประชัน ก่อนจะโยนป้ายไม้หมายเลขให้เฟิงหลงอย่างไม่ใส่ใจ "ไปรอที่ลานทดสอบซะ"
เฟิงหลงรับป้ายไม้มาและกำลังจะเดินจากไป แต่แล้ว... กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ได้แหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทีที่กร่างและหยิ่งผยองที่สุด พวกเขาสวมชุดสีทองอร่ามที่ปักด้วยลวดลายของวิหคเพลิงอย่างวิจิตรบรรจง ผู้นำกลุ่มคือชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าหยิ่งผยองและมีพัดจีบอยู่ในมือ เขาคือ หวังเฉิน นายน้อยตระกูลหวัง ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนครมังกรคราม
"หลีกทาง! หลีกทางให้แก่นายน้อยหวัง!"
หวังเฉินเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะลงทะเบียนราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับเฟิงหลงที่กำลังจะเดินจากไป เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่มอซอของเฟิงหลง... แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างแท้จริงคือแววตาที่สงบนิ่งและไม่แยแสของเฟิงหลง... แววตาที่ไม่แสดงความยำเกรงต่อเขาเลยแม้แต่น้อย!
"เจ้าหนู... หยุดอยู่ตรงนั้น" หวังเฉินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและแฝงไว้ด้วยอำนาจ
เฟิงหลงหยุดเดินแต่ไม่ได้หันกลับมา
"ข้ากำลังพูดกับเจ้า! ไอ้ขอทาน!" หวังเฉินขึ้นเสียงด้วยความโกรธที่ถูกเมิน "ที่นี่คือสถานที่สำหรับเหล่าอัจฉริยะ ไม่ใช่ที่สำหรับคนชั้นต่ำเช่นเจ้า ข้าแนะนำให้เจ้าไสหัวไปเสียก่อนที่จะต้องอับอายขายหน้าไปมากกว่านี้"
เฟิงหลงหันกลับมาอย่างช้าๆ เขามองหวังเฉินด้วยสายตาที่เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง "สุนัขข้างถนน... ยิ่งเจ้าให้ความสนใจมัน มันก็จะยิ่งเห่าเสียงดังขึ้น"
คำพูดนั้น... ทำให้ทั้งลานกว้างเงียบกริบลงในทันที! ทุกคนต่างมองมาที่เฟิงหลงด้วยความตกตะลึง! ไอ้บ้านนอกคนนี้กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับนายน้อยหวังเฉิน!
ใบหน้าที่หล่อเหลาของหวังเฉินบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนกลายเป็นสีแดงก่ำ! เขาไม่เคยถูกผู้ใดหยามเกียรติเช่นนี้มาก่อนในชีวิต! "หน็อย! ไอ้ขยะที่ไม่มีแม้แต่หัวนอนปลายเท้า! วันนี้ข้าจะฉีกปากของเจ้า!"
ตูม!
พลังปราณปฐพีขั้นที่สามระเบิดออกจากร่างของหวังเฉิน! แรงกดดันที่รุนแรงแผ่กระจายออกไปจนผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ ต้องถอยกรูดออกไปด้วยความหวาดกลัว!
"ตายซะ!" หวังเฉินคำรามลั่นและเตรียมจะพุ่งเข้าใส่เฟิงหลง!
เฟิงหลงยืนนิ่ง ดวงตาของเขาหรี่ลง... ไอพลังอสูรสีดำทมิฬที่เย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวเริ่มแผ่ออกมาจากร่างของเขาเช่นกัน พร้อมที่จะเข้าปะทะทุกเมื่อ!
แต่ในขณะที่การต่อสู้ที่รุนแรงกำลังจะปะทุขึ้น...
"หยุดเดี๋ยวนี้!!!"
เสียงตวาดอันทรงพลังและน่าเกรงขามดังขึ้นจากบนท้องฟ้า! ร่างของศิษย์ชั้นในของสำนักเมฆาครามสองคนในชุดสีฟ้างดงามร่อนลงมายืนขวางระหว่างคนทั้งสอง!
"นี่คือเขตของสำนักเมฆาคราม!" หนึ่งในนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา "ตามกฎของสำนัก... ผู้ใดที่กล้าก่อเรื่องทะเลาะวิวาทก่อนการทดสอบจะเริ่มต้น... จะถูกตัดสิทธิ์และขับไล่ออกจากเมืองทันที! พวกเจ้าอยากจะลองดีกับกฎของสำนักรึ!?"
หวังเฉินหน้าเปลี่ยนสีในทันที เขาจ้องมองเฟิงหลงด้วยสายตาที่อาฆาตแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเก็บพลังของตนเองกลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก
"ถือว่าเจ้าโชคดีไป ไอ้ขยะ!" เขากล่าวเสียงเย็น "แต่ในสนามทดสอบ... จะไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้อีก! ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความตายจากข้า!"
สิ้นเสียงพูด เขาก็สะบัดแขนเสื้อและเดินจากไปอย่างหัวเสีย
เฟิงหลงมองตามแผ่นหลังของมันไปด้วยแววตาที่เรียบเฉย... แต่ในส่วนที่ลึกที่สุดของดวงตาคู่นั้น... ประกายแสงสีเลือดอันเย็นเยียบได้วาบขึ้นมาอย่างเงียบงัน
การทดสอบ... ยังไม่ทันได้เริ่มต้นขึ้น... แต่เขาก็ได้พบกับ "เหยื่อ" รายแรกของเขาแล้ว