ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 153 เฝิงเป่าเป่า

            ด้านหลังพวกเสิ่นเสวียนมีคนยืนอยู่สิบกว่าคน

            สิบกว่าคนนี้สวมชุดของคนรับใช้ส่วนด้านหลังมีคนที่ถูกเรียกว่าคุณชายยืนอยู่

            คนที่กล่าวออกมาก่อนหน้านี้ก็คือคนที่อยู่ใกล้กับคนผู้นั้นมากที่สุด

            คุณชายผู้นั้นยืนอยู่ด้านหลังไม่เห็นพวกเสิ่นเสวียนอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

            ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่ารูปลักษณ์ภายนอกของพวกเสิ่นเสวียนดูโทรมมากจริงๆ

            เริ่นเสี้ยวเทียนมีอายุมากหน่อยปีนี้เขาอายุสิบเก้าปีแล้ว ส่วนเสิ่นเสวียนอายุสิบหกปี เสิ่นเลี่ยนอายุสิบห้าปีและเสิ่นเสี่ยวเม่ยอายุยังไม่ถึงสิบสองปีเลยด้วยซ้ำ รวมกับเสื้อผ้าเรียบง่ายที่พวกเขาสวมใส่แล้วดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนมีเงินเลยแม้แต่น้อย

            “เจ้าพวกคนจนข้าบอกให้พวกเจ้าหลีกทางไม่ได้ยินหรือไร”

            เมื่อเห็นพวกเสิ่นเสวียนยังยืนอยู่ที่เดิมคนรับใช้จึงตะโกนออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

            เดิมทีพวกเสิ่นเสวียนไม่อยากสนใจเขาสักเท่าไรและคิดที่จะเปิดทางให้ แต่อีกฝ่ายกลับกล่าวเช่นนี้ออกมาก่อน

            เสิ่นเลี่ยนคิดลงมือแต่โดนเสิ่นเสวียนห้ามไว้ก่อน

            เสิ่นเลี่ยนฝึกฝนเป็นจอมยุทธ์สังหารเขาเพียงแค่ไม่ได้ลงมือเท่านั้น หากลงมือแล้วต้องมีคนตาย

            ขณะนั้นเริ่นเสี้ยวเทียนจึงเดินเข้าไปหาคนรับใช้ผู้นั้นพร้อมรอยยิ้ม

            “คนจนอย่างนั้นหรือ” เขาถามอีกฝ่าย

            “มองอะไรหากมองอีกข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา” คนรับใช้ผู้นั้นไม่เกรงกลัวเริ่นเสี้ยวเทียนเลย

            ส่วนคุณชายผู้นั้นในแววตาเริ่มหมดความอดทนแล้วตอนที่เขาอยากพูดอะไรสักอย่าง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเขา

            เพียะ!!!

            เสียงดังฟังชัดดึงความสนใจของผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆคนอื่นที่อยู่ด้านหลังเห็นแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นที่นี่จึงแหวกทางออกไปทันทีเพื่อให้พวกเขามีพื้นที่กว้างขึ้น

            “เจ้ากล้าตบข้าหรือเจ้ารู้ไหมว่าคุณชายของข้าเป็นใคร”

            คนรับใช้ผู้นั้นกำลังสับสนตัวเขามีพลังยุทธ์ขั้นแม่ทัพแล้ว แต่กลับไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายลงมือตอนไหนรู้ตัวอีกทีใบหน้าของเขาก็โดนพลังฝ่ามือเข้าแล้ว

            โชคดีที่ฝ่ามือนี้ไม่ได้รวบรวมพลังมาด้วยไม่อย่างนั้นอาจทำให้หัวของเขาหลุดไปทั้งหัวเลยก็ได้

            เพียะ!

            โดนตบอีกแล้วก่อนหน้านี้โดนด้านซ้าย ตอนนี้โดนด้านขวา ใบหน้าสองด้านบวมเป่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

            “จำไว้คราวหลังอย่าตะโกนแบบนี้กับคนอื่นอีก รู้ไหมว่าจะโดนตีได้ง่ายๆ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนไม่มองคุณชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเลยด้วยซ้ำแล้วเขาก็หันไปกล่าวกับพวกเสิ่นเสวียน

            “พวกเราไปกันเถอะขวางทางคนอื่นแย่แล้ว”

            จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปด้านใน

            คุณชายผู้นั้นเดินมาตรงหน้าคนรับใช้ที่โดนตบเขายกมือขึ้นจับใบหน้าของคนรับใช้แล้วดูทั้งซ้ายและขวา

            “เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริงเขาตีเจ้าแล้วทำไมเจ้าไม่ตอบโต้กลับไปเล่า!”

            “คุณชายคนผู้นั้นมิอาจล่วงเกินได้ พวกเราเหมือนจะสู้เขาไม่ได้เลย”

            ใบหน้าของเขาบวมมากจนพูดไม่ชัดแสดงให้เห็นว่าพวกของเริ่นเสี้ยวเทียนน่ากลัวมาก มิอาจล่วงเกินได้เลย

            “ข้าไม่ได้โง่ข้าดูออกอยู่”

            คุณชายผู้นั้นปล่อยมือจากหน้าของเขาแล้วหันไปมองพวกเสิ่นเสวียนเขาครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไป

            “พวกเจ้าตามเข้ามาเร็วเข้ามาคุ้มกันข้า”

            เขาวิ่งไปแล้วแต่ไม่ลืมที่จะเรียกคนรับใช้เหล่านั้นให้ตามมาด้วยทำให้คนรับใช้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเข้าไป

            “คุณชายช้าก่อน คุณชายรอข้าด้วย”

            คุณชายผู้นั้นตะโกนเรียกเริ่นเสี้ยวเทียน

            แต่เมื่อได้ยินเสียงของเขาทั้งสี่คนกลับไม่ได้หยุดเท้าลง ยังคงเดินหน้าต่อไป

            สำหรับพวกเขาแล้วนี่เป็นเพียงคนรวยเท่านั้นซึ่งไม่มีอะไรต้องสนทนาด้วย

            “คุณชายโปรดหยุดก่อนข้าอยากจ้างท่านมาเป็นผู้คุ้มกันข้าได้ไหม”

            คุณชายเห็นเริ่นเสี้ยวเทียนไม่หยุดจึงบอกจุดประสงค์ของตนเองออกไปแต่เริ่นเสี้ยวเทียนก็ยังไม่หยุดกล้าพนันได้เลยว่าอีกฝ่ายคิดเอาตนเองเป็นผู้คุ้มกันไปแล้ว

            “หากคุณชายเป็นผู้คุ้มกันให้ข้าเพียงแค่ระหว่างการเดินทางบนเรือเสวียนอู่นี้ข้าจะให้เงินกับท่านหนึ่งแสนเหรียญทองเป็นอย่างไร”

            อย่ามองว่าคุณชายผู้นี้ดูไม่น่าไว้ใจแต่กลับค่อนข้างจริงจัง เสนอราคาออกมาครั้งแรกก็หนึ่งแสนเหรียญทองเลย

            หลังจากได้ยินจำนวนเงินแล้วทั้งสี่คนจึงหยุดเท้าลงแล้วหันกลับไปมองพร้อมกัน มองดูว่าเขาเป็นใครมาจากไหนกล้าใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เอาเงินมาใช้ครั้งละเป็นแสน

            “ทำอย่างไร”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถามด้วยความสงสัยหนึ่งแสนเหรียญทองไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ อีกฝ่ายกล้าเสนอมาถึงหนึ่งแสนเหรียญทองแสดงว่าอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดาจริงๆ

            “ข้าไม่ปิดบังเลยแล้วกันข้ารู้สึกมาตลอดว่ามีคนคิดสังหารข้า แต่ผู้คุ้มกันของข้ามีพลังต่ำเกินไปหากท่านคุ้มครองข้าให้ไปถึงเขตตะวันตกได้อย่างปลอดภัยข้าจะให้ท่านอีกหนึ่งแสนเหรียญทอง ท่านว่าอย่างไร”

            คุณชายผู้นี้มีอายุยี่สิบกว่าปีแล้วรูปร่างค่อนข้างผอม แต่มีดวงตาใหญ่ สามารถกลอกตามองซ้ายขวาได้อย่างชัดเจน

            “ให้ปกป้องเจ้าไม่ใช่ว่าทำไม่ได้แต่เจ้าต้องบอกถึงตัวตนของเจ้าให้ข้ารู้ก่อนหรือเปล่า! หากมียอดฝีมือหลายคนแล้วพวกข้าสู้ไม่ได้ไม่ใช่ว่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่หรอกหรือ ไม่คุ้มเอาเสียเลย”

            “คุณชายข้าชื่อเฝิงเป่าเป่า แต่ตัวตนของข้ายังมิอาจบอกให้ท่านรู้ได้ตอนนี้รอให้ถึงเขตตะวันตกก่อนแล้วข้าจะบอกท่านอย่างแน่นอน อีกอย่างหนึ่งแสนเหรียญทองไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยเลยพวกเขาได้เพียงหนึ่งหมื่นเหรียญทองเท่านั้น”

            “พวกเขายังใช้ถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทองเลยหรือ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนเกือบหัวเราะเสียงดังออกมาแล้วเจ้าหนุ่มนี่คงมีเงินแต่ไม่มีที่ให้ใช้

            “ใช่แล้วเพราะการเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างไกล จึงหามาได้แค่นี้”ไม่ต้องกล่าวถึงเลยว่าคุณชายผู้นั้นเสียใจเพียงใด

            “เอาล่ะข้าคุ้มกันให้ก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าตั๋วให้พวกข้าสี่คนด้วยหรือเปล่า!”

            ขณะที่กล่าวเริ่นเสี้ยวเทียนยื่นมือออกไป รอให้อีกฝ่ายส่งเงินมาให้

            “แน่อยู่แล้วเรื่องนี้ข้าเข้าใจดี พวกท่านมาคุ้มกันข้า ข้าจะให้พวกท่านออกเงินได้อย่างไร”

            แล้วเขาก็เอาบัตรสีเงินออกมาส่งให้เริ่นเสี้ยวเทียน

            “บัตรนี้ยังมีเงินอยู่อีกสามแสนเหรียญทองเป็นค่าตอบแทนให้ท่านก็แล้วกัน หากถึงปลายทางแล้วข้าจะให้ท่านอีกหนึ่งแสนเหรียญทอง”

            “มาเลยตามข้ามา!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนหัวเราะเบาๆจากนั้นก็เดินนำหน้าไป

            แม้เริ่นเสี้ยวเทียนจะมีเงินแต่ถ้าหาเงินได้เขาก็จะทำส่วนเสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนได้เรียนรู้อย่างแท้จริงที่แท้เงินหาได้ง่ายขนาดนี้ ได้เงินสามแสนเหรียญทองมาอย่างง่ายดาย!

            จำนวนนี้คือเงินได้ทั้งปีของตระกูลเสิ่นเลยทีเดียว

            พวกเขาถือตั๋วเดินไปถึงที่ตรวจตั๋วแล้วทุกคนก็ผ่านเข้าไปได้อย่างราบรื่น

            ส่วนเฝิงเป่าเป่าเดินตามเริ่นเสี้ยวเทียนเข้าไปเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น

            หลังจากเข้าไปในเรือเสวียนอู่แล้วภายในตกแต่งอย่างหรูหรา มีหินพลังงานต่างๆ วางอยู่ ทำให้ไฟในตะเกียงสว่างไสวมีทั้งส่วนกินอาหาร ส่วนที่พัก บางคนกำลังถือตั๋วเดินหาห้องของตนเองอยู่

            ห้องพักสะดวกสบายมากทุกคนอยู่ห้องข้างๆ กันทั้งหมด

            ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่าคนชั้นสูงใช้ชีวิตกันสุขสบายยิ่งนัก ใช้สามหมื่นเหรียญทองเพื่อความสุขสบายเช่นนี้คุ้มค่ามาก

            “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบเรือเสวียนอู่ของพวกเรากำลังออกเดินทางแล้ว เชิญทุกท่านนั่งประจำที่ข้าคือผู้คุมเรือเที่ยวนี้ สิบวันต่อจากนี้พวกเราจะเดินทางไปด้วยกันมีสิ่งใดไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้ที่แผนกต้อนรับขอให้ทุกท่านเดินทางอย่างมีความสุข”

            เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังก้องไปทั่วทุกห้องทำให้แขกทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน

            เสิ่นเสวียนยังสงสัยมากเกี่ยวกับเรือเสวียนอู่ลำนี้เขาไม่ค่อยได้ออกมาพบเจอโลกภายนอกสักเท่าไรส่วนเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยก็ตื่นเต้นดีใจมากพวกเขากลับเข้าไปในห้องของตนเองตั้งใจแล้วที่จะเสพสุขกับการเดินทางสิบวันต่อจากนี้

            หากอยู่ที่พื้นคงเป็นการเดินทางที่เหนื่อยล้าแต่บนเรือเสวียนอู่กลับมีแต่ความสุข ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย

            ตูม!!!

            มีเสียงดังก้องขึ้นมาพลังแข็งแกร่งพลันปะทุขึ้นที่ใต้ท้องเรือเสวียนอู่ขนาดใหญ่พลังนั้นรุนแรงมากจนส่งให้เรือเสวียนอู่ลอยขึ้นด้านบนได้

            ในตอนแรกเรือเสวียนอู่สั่นค่อนข้างรุนแรงแต่หลังจากที่ไต่อากาศขึ้นไปลอยอยู่เหนือลมแล้ว แรงกระแทกก่อนหน้านี้ก็เลือนหายไปราวกับเดินทางอยู่บนแผ่นดิน

            หลายคนที่โดยสารเรือเสวียนอู่เป็นครั้งแรกต่างนั่งอยู่ริมหน้าต่างหรือไม่ก็ทางเดินด้านนอกเพื่อมองดูเมืองเสียเยว่ที่มีขนาดเล็กลงผู้คนก็มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆพวกเขามองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมองไม่เห็นเบื้องล่างแล้วความรู้สึกแปลกใหม่นี้ค่อนข้างชัดเจนอยู่ในใจ

            อย่างเสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนเห็นๆ อยู่ว่าบินออกไปแล้ว แต่ก็ยังพยายามมองออกไปด้านนอกอยู่อย่างนั้น

            “ข้าจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้พวกเจ้ารู้ที่นี่มีคนคิดสังหารข้า พวกเจ้าต้องปกป้องข้าให้ได้”

            ภายในห้องเฝิงเป่าเป่ากล่าวกับพวกเสิ่นเสวียนอย่างระแวดระวัง

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน