ด้านหลังพวกเสิ่นเสวียนมีคนยืนอยู่สิบกว่าคน
สิบกว่าคนนี้สวมชุดของคนรับใช้ส่วนด้านหลังมีคนที่ถูกเรียกว่าคุณชายยืนอยู่
คนที่กล่าวออกมาก่อนหน้านี้ก็คือคนที่อยู่ใกล้กับคนผู้นั้นมากที่สุด
คุณชายผู้นั้นยืนอยู่ด้านหลังไม่เห็นพวกเสิ่นเสวียนอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่ารูปลักษณ์ภายนอกของพวกเสิ่นเสวียนดูโทรมมากจริงๆ
เริ่นเสี้ยวเทียนมีอายุมากหน่อยปีนี้เขาอายุสิบเก้าปีแล้ว ส่วนเสิ่นเสวียนอายุสิบหกปี เสิ่นเลี่ยนอายุสิบห้าปีและเสิ่นเสี่ยวเม่ยอายุยังไม่ถึงสิบสองปีเลยด้วยซ้ำ รวมกับเสื้อผ้าเรียบง่ายที่พวกเขาสวมใส่แล้วดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนมีเงินเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าพวกคนจนข้าบอกให้พวกเจ้าหลีกทางไม่ได้ยินหรือไร”
เมื่อเห็นพวกเสิ่นเสวียนยังยืนอยู่ที่เดิมคนรับใช้จึงตะโกนออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม
เดิมทีพวกเสิ่นเสวียนไม่อยากสนใจเขาสักเท่าไรและคิดที่จะเปิดทางให้ แต่อีกฝ่ายกลับกล่าวเช่นนี้ออกมาก่อน
เสิ่นเลี่ยนคิดลงมือแต่โดนเสิ่นเสวียนห้ามไว้ก่อน
เสิ่นเลี่ยนฝึกฝนเป็นจอมยุทธ์สังหารเขาเพียงแค่ไม่ได้ลงมือเท่านั้น หากลงมือแล้วต้องมีคนตาย
ขณะนั้นเริ่นเสี้ยวเทียนจึงเดินเข้าไปหาคนรับใช้ผู้นั้นพร้อมรอยยิ้ม
“คนจนอย่างนั้นหรือ” เขาถามอีกฝ่าย
“มองอะไรหากมองอีกข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา” คนรับใช้ผู้นั้นไม่เกรงกลัวเริ่นเสี้ยวเทียนเลย
ส่วนคุณชายผู้นั้นในแววตาเริ่มหมดความอดทนแล้วตอนที่เขาอยากพูดอะไรสักอย่าง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเขา
เพียะ!!!
เสียงดังฟังชัดดึงความสนใจของผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆคนอื่นที่อยู่ด้านหลังเห็นแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นที่นี่จึงแหวกทางออกไปทันทีเพื่อให้พวกเขามีพื้นที่กว้างขึ้น
“เจ้ากล้าตบข้าหรือเจ้ารู้ไหมว่าคุณชายของข้าเป็นใคร”
คนรับใช้ผู้นั้นกำลังสับสนตัวเขามีพลังยุทธ์ขั้นแม่ทัพแล้ว แต่กลับไม่รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายลงมือตอนไหนรู้ตัวอีกทีใบหน้าของเขาก็โดนพลังฝ่ามือเข้าแล้ว
โชคดีที่ฝ่ามือนี้ไม่ได้รวบรวมพลังมาด้วยไม่อย่างนั้นอาจทำให้หัวของเขาหลุดไปทั้งหัวเลยก็ได้
เพียะ!
โดนตบอีกแล้วก่อนหน้านี้โดนด้านซ้าย ตอนนี้โดนด้านขวา ใบหน้าสองด้านบวมเป่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“จำไว้คราวหลังอย่าตะโกนแบบนี้กับคนอื่นอีก รู้ไหมว่าจะโดนตีได้ง่ายๆ”
เริ่นเสี้ยวเทียนไม่มองคุณชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเลยด้วยซ้ำแล้วเขาก็หันไปกล่าวกับพวกเสิ่นเสวียน
“พวกเราไปกันเถอะขวางทางคนอื่นแย่แล้ว”
จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปด้านใน
คุณชายผู้นั้นเดินมาตรงหน้าคนรับใช้ที่โดนตบเขายกมือขึ้นจับใบหน้าของคนรับใช้แล้วดูทั้งซ้ายและขวา
“เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริงเขาตีเจ้าแล้วทำไมเจ้าไม่ตอบโต้กลับไปเล่า!”
“คุณชายคนผู้นั้นมิอาจล่วงเกินได้ พวกเราเหมือนจะสู้เขาไม่ได้เลย”
ใบหน้าของเขาบวมมากจนพูดไม่ชัดแสดงให้เห็นว่าพวกของเริ่นเสี้ยวเทียนน่ากลัวมาก มิอาจล่วงเกินได้เลย
“ข้าไม่ได้โง่ข้าดูออกอยู่”
คุณชายผู้นั้นปล่อยมือจากหน้าของเขาแล้วหันไปมองพวกเสิ่นเสวียนเขาครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไป
“พวกเจ้าตามเข้ามาเร็วเข้ามาคุ้มกันข้า”
เขาวิ่งไปแล้วแต่ไม่ลืมที่จะเรียกคนรับใช้เหล่านั้นให้ตามมาด้วยทำให้คนรับใช้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเข้าไป
“คุณชายช้าก่อน คุณชายรอข้าด้วย”
คุณชายผู้นั้นตะโกนเรียกเริ่นเสี้ยวเทียน
แต่เมื่อได้ยินเสียงของเขาทั้งสี่คนกลับไม่ได้หยุดเท้าลง ยังคงเดินหน้าต่อไป
สำหรับพวกเขาแล้วนี่เป็นเพียงคนรวยเท่านั้นซึ่งไม่มีอะไรต้องสนทนาด้วย
“คุณชายโปรดหยุดก่อนข้าอยากจ้างท่านมาเป็นผู้คุ้มกันข้าได้ไหม”
คุณชายเห็นเริ่นเสี้ยวเทียนไม่หยุดจึงบอกจุดประสงค์ของตนเองออกไปแต่เริ่นเสี้ยวเทียนก็ยังไม่หยุดกล้าพนันได้เลยว่าอีกฝ่ายคิดเอาตนเองเป็นผู้คุ้มกันไปแล้ว
“หากคุณชายเป็นผู้คุ้มกันให้ข้าเพียงแค่ระหว่างการเดินทางบนเรือเสวียนอู่นี้ข้าจะให้เงินกับท่านหนึ่งแสนเหรียญทองเป็นอย่างไร”
อย่ามองว่าคุณชายผู้นี้ดูไม่น่าไว้ใจแต่กลับค่อนข้างจริงจัง เสนอราคาออกมาครั้งแรกก็หนึ่งแสนเหรียญทองเลย
หลังจากได้ยินจำนวนเงินแล้วทั้งสี่คนจึงหยุดเท้าลงแล้วหันกลับไปมองพร้อมกัน มองดูว่าเขาเป็นใครมาจากไหนกล้าใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เอาเงินมาใช้ครั้งละเป็นแสน
“ทำอย่างไร”
เริ่นเสี้ยวเทียนถามด้วยความสงสัยหนึ่งแสนเหรียญทองไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ อีกฝ่ายกล้าเสนอมาถึงหนึ่งแสนเหรียญทองแสดงว่าอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดาจริงๆ
“ข้าไม่ปิดบังเลยแล้วกันข้ารู้สึกมาตลอดว่ามีคนคิดสังหารข้า แต่ผู้คุ้มกันของข้ามีพลังต่ำเกินไปหากท่านคุ้มครองข้าให้ไปถึงเขตตะวันตกได้อย่างปลอดภัยข้าจะให้ท่านอีกหนึ่งแสนเหรียญทอง ท่านว่าอย่างไร”
คุณชายผู้นี้มีอายุยี่สิบกว่าปีแล้วรูปร่างค่อนข้างผอม แต่มีดวงตาใหญ่ สามารถกลอกตามองซ้ายขวาได้อย่างชัดเจน
“ให้ปกป้องเจ้าไม่ใช่ว่าทำไม่ได้แต่เจ้าต้องบอกถึงตัวตนของเจ้าให้ข้ารู้ก่อนหรือเปล่า! หากมียอดฝีมือหลายคนแล้วพวกข้าสู้ไม่ได้ไม่ใช่ว่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่หรอกหรือ ไม่คุ้มเอาเสียเลย”
“คุณชายข้าชื่อเฝิงเป่าเป่า แต่ตัวตนของข้ายังมิอาจบอกให้ท่านรู้ได้ตอนนี้รอให้ถึงเขตตะวันตกก่อนแล้วข้าจะบอกท่านอย่างแน่นอน อีกอย่างหนึ่งแสนเหรียญทองไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยเลยพวกเขาได้เพียงหนึ่งหมื่นเหรียญทองเท่านั้น”
“พวกเขายังใช้ถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทองเลยหรือ”
เริ่นเสี้ยวเทียนเกือบหัวเราะเสียงดังออกมาแล้วเจ้าหนุ่มนี่คงมีเงินแต่ไม่มีที่ให้ใช้
“ใช่แล้วเพราะการเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างไกล จึงหามาได้แค่นี้”ไม่ต้องกล่าวถึงเลยว่าคุณชายผู้นั้นเสียใจเพียงใด
“เอาล่ะข้าคุ้มกันให้ก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าตั๋วให้พวกข้าสี่คนด้วยหรือเปล่า!”
ขณะที่กล่าวเริ่นเสี้ยวเทียนยื่นมือออกไป รอให้อีกฝ่ายส่งเงินมาให้
“แน่อยู่แล้วเรื่องนี้ข้าเข้าใจดี พวกท่านมาคุ้มกันข้า ข้าจะให้พวกท่านออกเงินได้อย่างไร”
แล้วเขาก็เอาบัตรสีเงินออกมาส่งให้เริ่นเสี้ยวเทียน
“บัตรนี้ยังมีเงินอยู่อีกสามแสนเหรียญทองเป็นค่าตอบแทนให้ท่านก็แล้วกัน หากถึงปลายทางแล้วข้าจะให้ท่านอีกหนึ่งแสนเหรียญทอง”
“มาเลยตามข้ามา!”
เริ่นเสี้ยวเทียนหัวเราะเบาๆจากนั้นก็เดินนำหน้าไป
แม้เริ่นเสี้ยวเทียนจะมีเงินแต่ถ้าหาเงินได้เขาก็จะทำส่วนเสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนได้เรียนรู้อย่างแท้จริงที่แท้เงินหาได้ง่ายขนาดนี้ ได้เงินสามแสนเหรียญทองมาอย่างง่ายดาย!
จำนวนนี้คือเงินได้ทั้งปีของตระกูลเสิ่นเลยทีเดียว
พวกเขาถือตั๋วเดินไปถึงที่ตรวจตั๋วแล้วทุกคนก็ผ่านเข้าไปได้อย่างราบรื่น
ส่วนเฝิงเป่าเป่าเดินตามเริ่นเสี้ยวเทียนเข้าไปเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
หลังจากเข้าไปในเรือเสวียนอู่แล้วภายในตกแต่งอย่างหรูหรา มีหินพลังงานต่างๆ วางอยู่ ทำให้ไฟในตะเกียงสว่างไสวมีทั้งส่วนกินอาหาร ส่วนที่พัก บางคนกำลังถือตั๋วเดินหาห้องของตนเองอยู่
ห้องพักสะดวกสบายมากทุกคนอยู่ห้องข้างๆ กันทั้งหมด
ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่าคนชั้นสูงใช้ชีวิตกันสุขสบายยิ่งนัก ใช้สามหมื่นเหรียญทองเพื่อความสุขสบายเช่นนี้คุ้มค่ามาก
“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบเรือเสวียนอู่ของพวกเรากำลังออกเดินทางแล้ว เชิญทุกท่านนั่งประจำที่ข้าคือผู้คุมเรือเที่ยวนี้ สิบวันต่อจากนี้พวกเราจะเดินทางไปด้วยกันมีสิ่งใดไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้ที่แผนกต้อนรับขอให้ทุกท่านเดินทางอย่างมีความสุข”
เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังก้องไปทั่วทุกห้องทำให้แขกทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
เสิ่นเสวียนยังสงสัยมากเกี่ยวกับเรือเสวียนอู่ลำนี้เขาไม่ค่อยได้ออกมาพบเจอโลกภายนอกสักเท่าไรส่วนเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยก็ตื่นเต้นดีใจมากพวกเขากลับเข้าไปในห้องของตนเองตั้งใจแล้วที่จะเสพสุขกับการเดินทางสิบวันต่อจากนี้
หากอยู่ที่พื้นคงเป็นการเดินทางที่เหนื่อยล้าแต่บนเรือเสวียนอู่กลับมีแต่ความสุข ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
ตูม!!!
มีเสียงดังก้องขึ้นมาพลังแข็งแกร่งพลันปะทุขึ้นที่ใต้ท้องเรือเสวียนอู่ขนาดใหญ่พลังนั้นรุนแรงมากจนส่งให้เรือเสวียนอู่ลอยขึ้นด้านบนได้
ในตอนแรกเรือเสวียนอู่สั่นค่อนข้างรุนแรงแต่หลังจากที่ไต่อากาศขึ้นไปลอยอยู่เหนือลมแล้ว แรงกระแทกก่อนหน้านี้ก็เลือนหายไปราวกับเดินทางอยู่บนแผ่นดิน
หลายคนที่โดยสารเรือเสวียนอู่เป็นครั้งแรกต่างนั่งอยู่ริมหน้าต่างหรือไม่ก็ทางเดินด้านนอกเพื่อมองดูเมืองเสียเยว่ที่มีขนาดเล็กลงผู้คนก็มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆพวกเขามองอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมองไม่เห็นเบื้องล่างแล้วความรู้สึกแปลกใหม่นี้ค่อนข้างชัดเจนอยู่ในใจ
อย่างเสิ่นเสี่ยวเม่ยและเสิ่นเลี่ยนเห็นๆ อยู่ว่าบินออกไปแล้ว แต่ก็ยังพยายามมองออกไปด้านนอกอยู่อย่างนั้น
“ข้าจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้พวกเจ้ารู้ที่นี่มีคนคิดสังหารข้า พวกเจ้าต้องปกป้องข้าให้ได้”
ภายในห้องเฝิงเป่าเป่ากล่าวกับพวกเสิ่นเสวียนอย่างระแวดระวัง