『ผนึกมารขาว』(จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 ต้นปีศาจกินคน

            ลู่เต้าเดินตามเสียงมาถึงดินแดนรกร้างที่แห้งแล้งไร้ซึ่งพืชพันธุ์ มีเพียงโขดหินเรียงราย เป็นดินแดนที่ไม่เอื้อต่อการมีชีวิตสักนิด

            ทว่าท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายเช่นนี้กลับมีต้นไทรโบราณต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ กิ่งก้านสาขาแผ่กว้าง ร่มรื่น ต้นสูงราวห้าจั้งโคนต้นใหญ่โตพอให้คนโอบสี่คน รากอากาศที่หยั่งลึกลงมาพันรัดซากสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิดรากที่แข็งแกร่งชอนไชไปทั่วผืนดินที่แตกระแหง เบื้องล่างกระจัดกระจายไปด้วยกระดูกขาวโพลนเมื่อสังเกตดูใกล้ๆ พบว่านอกจากกระดูกสัตว์ป่าแล้ว ยังมีกระดูกมนุษย์ปะปนอยู่ไม่น้อยด้วย!

            ขณะเดียวกันกระบี่อสูรก็สั่นสะท้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆลู่เต้ากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปตรวจสอบ ทันใดนั้นไป๋เสียก็ร้องเตือนเสียงดัง “ระวังใต้เท้า!”

            ลู่เต้ารู้สึกได้ถึงสัมผัสแปลกประหลาดที่เท้ารีบก้มลงมองก็พบว่ามีรากต้นไม้เลื้อยคล้ายหนวดพันรัดข้อเท้าเอาไว้

            “กระบี่อสูร!” ลู่เต้าออกคำสั่งกระบี่อสูรที่อยู่ด้านหลังก็พุ่งเข้ามาอยู่ในมือในทันที ใบหน้าเคร่งขรึม กวัดแกว่งกระบี่อสูรอย่างแรงแสงกระบี่สีเงินวาววับ รากต้นไม้ถูกตัดขาดเป็นสองท่อน เศษไม้เล็กๆ กระเด็นกระดอนไปทั่ว

            ส่วนที่ถูกตัดขาดของรากต้นไม้หดกลับอย่างรวดเร็วราวกับอสูรร้ายที่ได้รับบาดเจ็บลู่เต้ารู้สึกว่าเขาได้ยินเสียงร้องโหยหวนอย่างแผ่วเบาออกมาจากลำต้น

            รากต้นไม้อื่นๆที่เหลือยังคงพยายามโจมตี ลู่เต้าจึงกวัดแกว่งกระบี่อสูรไล่มันออกไป ไม่นานนักรากต้นไม้มากมายก็หดหายไปในดินราวกับงูเหลือมนับไม่ถ้วน

            “นี่...นี่มันอะไรกัน” ลู่เต้าก้มลงหยิบรากต้นไม้ที่ถูกตัดขาดแต่ยังคงดิ้นดุ๊กดิ๊กราวกับไส้เดือนเขาพบว่ามีปราณปีศาจอ่อนๆ เล็ดลอดออกมาจากรอยตัด นอกจากรากต้นไม้ในมือแล้ว ส่วนที่อยู่บนพื้นก็เป็นเช่นเดียวกัน

            ทันใดนั้นกระบี่อสูรก็สั่นไหวอย่างตื่นเต้นพู่ห้อยกระบี่บนด้ามกระบี่แกว่งไปมาดุจหางสุนัข จากนั้นก็หลุดออกจากมือลู่เต้า ลอยอยู่เหนือรากต้นไม้ราวกับสุนัขที่หิวโซกำลังสูดกลืนปราณปีศาจเข้าไปในกระบี่จนหมดสิ้น

            “นี่คือต้นไม้กินคน เป็นพืชปีศาจชนิดหนึ่งตามบันทึกโบราณกล่าวว่ามันเกิดจากวิญญาณร้ายเข้าสิงสถิตในต้นไม้โบราณ ดูดซับพลังปราณจากฟ้าดินจนกลายร่างเป็นปีศาจรากและรากอากาศของมันจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกอย่างราวกับหนวด” ไป๋เสียปรากฏตัวข้างกายลู่เต้าเหลือบมองพื้นแล้วอธิบาย “สถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งพืชพันธุ์ คงเป็นเพราะมันแน่ๆ”

            “กระดูกเหล่านั้นก็เป็นฝีมือมันงั้นเหรอ”ลู่เต้าถามอย่างประหลาดใจ

            ไป๋เสียมองกระดูกมนุษย์บนรากอากาศทันใดนั้นลู่เต้าก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างแผ่วเบา “ชะ...ช่วยด้วย!”

            ครั้งนี้ลู่เต้าได้ยินชัดเจนว่าเสียงมาจากไหนเขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งถูกรากอากาศมัดไว้แน่นหนา ปากถูกปิดเอาไว้

            ชายคนนั้นกัดหนวดจนขาดสะบั้นแม้จะตกอยู่ในอันตราย แต่ก็ยังยิ้มร่าขอความช่วยเหลือจากลู่เต้า “สหาย ไม่ทราบว่าพอจะช่วยพวกข้าทั้งสองได้หรือไม่ค่าตอบแทนตามแต่ท่านจะเรียกขอรับ!”

            สิ้นเสียงของชายคนนั้นกระบี่อสูรอันคมกริบก็ตัดหนวดที่พันธนาการทั้งสองออก ช่วยชีวิตพวกเขาจากรากอากาศของต้นไม้กินคน

            ทันทีที่ทั้งสองตกลงถึงพื้นลู่เต้าก็เอ่ยเตือน “ที่นี่อันตราย รีบออกไปเร็วเข้า” ชายคนนั้นไม่กล้ารีรอ พยักหน้าขอบคุณลากน้องสาววิ่งไปทางด้านหลังลู่เต้า ในขณะที่น้องสาวเดินผ่าน ลู่เต้าจึงเหลือบมองโดยไม่รู้ตัวพบว่าเป็นหญิงสาวสวมหน้ากากเงินปิดบังใบหน้าครึ่งซีก

            ต้นไม้กินคนไม่เพียงเสียเหยื่อไปแถมยังเสียหนวดไปอีกหลายเส้น มันจึงทนไม่ไหวเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ใบหน้ามนุษย์ที่ประกอบขึ้นจากโพรงต้นไม้ปรากฏขึ้นบนลำต้นดวงตากลมโตที่บิดเบี้ยวส่งเสียงคำรามราวกับลมพัดผ่านช่องแคบ

            รากและรากอากาศทั้งหมดพุ่งเข้าหาลู่เต้าราวเกลียวคลื่นเขาตกใจรีบเรียกกระบี่อสูรกลับมาป้องกันทันที ทว่าการโจมตีของต้นไม้กินคนรุนแรงและต่อเนื่องไม่ว่าเขาจะต้านทานอย่างไร หนวดเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ตัดเท่าไรก็ไม่มีวันหมด

            ไม่นานนักลู่เต้าก็เหงื่อไหลท่วมตัวหายใจจนตัวโยน ขณะที่เขากำลังเตรียมรับมือกับการโจมตีระลอกต่อไปของต้นไม้กินคน รากต้นไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กองหินก็อาศัยจังหวะที่ลู่เต้ากำลังอ่อนแรงพุ่งเข้าโจมตีจากมุมอับสายตาราวกับลูกศร พุ่งตรงไปที่หน้าผาก

            ทันใดนั้นลู่เต้าก็รู้สึกถึงแรงลมพัดผ่านจากด้านหลังหางตาของเขายังมองไม่เห็นเป้าหมายด้วยซ้ำ แต่นายพรานอย่างเขากลับฝึกฝนสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายมานับครั้งไม่ถ้วนเขายกกระบี่อสูรขึ้นมาปัดป้องโดยสัญชาตญาณทัน.f

            เคร้ง!

            เมื่อกระบี่ปะทะกับหนวดจนประกายไฟกระเด็นแม้รากต้นไม้จะไม่ได้แทงทะลุเข้ามา แต่แรงสะท้อนกลับทำให้เกิดรอยแผลบนใบหน้า เลือดไหลรินไม่หยุดแสบร้อนไปทั่วใบหน้า เท้าทั้งสองข้างถอยหลังไปบนกองหินจนฝุ่นตลบ

            ลู่เต้ารู้สึกชาไปทั้งมือเส้นเลือดหลังมือปูดโปนชัดเจน มือที่ถือกระบี่สั่นเทา เขารู้ดีว่าหากไม่รับการโจมตีของต้นไม้กินคนเมื่อครู่ทันเขาคงรักษาศีรษะไว้ไม่ได้เป็นแน่ แต่หากโดนแบบเดียวกันอีกครั้ง ด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะรับมือได้

            การโจมตีของต้นไม้กินคนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆมันอาศัยจังหวะที่ลู่เต้ากำลังอ่อนแรงพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง หนวดนับพันพุ่งเข้าใส่ลู่เต้าดุจอสรพิษมากมายที่กรูกันออกมา

            พี่น้องคู่นั้นซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกลนักชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดี จึงรีบปิดตาน้องสาวเอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอเห็นภาพอันโหดร้าย

            หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการควบคุมของพี่ชายหนวดนับไม่ถ้วนพุ่งมาถึงเบื้องหน้าลู่เต้าในชั่วพริบตา

            “แย่แล้ว!” ดวงตาใสกระจ่างของลู่เต้าสะท้อนภาพรากต้นไม้มากมายหากรับมือไม่ไหว เขาต้องถูกแทงจนพรุนไปทั้งร่างแน่

            ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวของรากต้นไม้ก็ช้าลงจนกระทั่งหยุดนิ่ง

            “หึ” เสียงของไป๋เสียดังขึ้นในหูลู่เต้าอย่างไม่สบอารมณ์“สุดท้ายข้าก็ต้องลงมือเองสินะ”

            ไป๋เสียเข้าสิงร่างลู่เต้าดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นคมปลาบ ต่างจากท่าทางในอดีตโดยสิ้นเชิง แม้ต้องเผชิญหน้ากับรากต้นไม้มากมายที่กำลังพุ่งเข้ามาแต่สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง

            ไป๋เสียชูนิ้วร่ายอาคมกำแพงแสงสีเขียวมรกตปรากฏขึ้นป้องกันหนวดทั้งหมดเอาไว้ ภายใต้เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งเขาย่อมไร้รอยขีดข่วน ในทางกลับกัน รากต้นไม้บางส่วนกลับแตกหักกระเด็นออกไปด้วยแรงกระแทกที่รุนแรงเกินไป

            ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็ส่งเสียงให้กำลังใจทันที ส่วนน้องสาวก็ดิ้นหลุดจากการควบคุมของพี่ชาย มองดูภาพที่ไป๋เสียหยุดรากต้นไม้เธอเอ่ยอย่างประหลาดใจ “เขา...ร้ายกาจนัก”

            ทันใดนั้นต้นไม้กินคนก็เปลี่ยนกลยุทธ์มันควบคุมหนวดให้พันรัดร่างไป๋เสียอย่างแน่นหนาราวกับงูหลามกำลังรัดเหยื่อด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งเพียงแต่ครั้งนี้แรงกดดันที่เกราะป้องกันได้รับนั้นมากมายเป็นเท่าตัว

            เมื่อหนวดรัดแน่นส่งเสียงดังเอี๊ยด เกราะป้องกันก็เริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ

            ไป๋เสียกำกระบี่อสูรเอาไว้ในมืออย่างไม่หวั่นไหวเอ่ยอย่างใจเย็น “ดูให้ดีเจ้าหนู...”

            ปราณวิญญาณถูกหลอมรวมเข้ากับกระบี่อสูรตัวกระบี่เปล่งประกายสีฟ้ามรกตราวกับเปลวไฟปีศาจ

            เขาสะบัดกระบี่อสูรเบาๆพลางกล่าวเสียงเบา “ผ่าวิญญาณ!”

            ฉัวะ!

            ภายนอกรากต้นไม้จิตสังหารอันรุนแรงแผ่กระจายออกไปในพริบตา กวาดล้างหนวดที่อยู่โดยรอบจนหมดสิ้น จิตสังหารพุ่งไปตามรากต้นไม้ด้วยท่าทีที่ไม่อาจต้านทานต้นไม้กินคนรีบรวบรวมกิ่งใบพยายามป้องกัน

            จิตสังหารอันรุนแรงทะลวงผ่านการป้องกันของต้นไม้กินคนไปอย่างไร้ซึ่งการขัดขวางต้นไม้กินคนหันหลังกลับไปมองด้วยความตกใจ ก็พบว่าจิตสังหารได้ทิ้งรอยกระบี่เอาไว้บนภูเขาเบื้องหลังตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่น

            รอยร้าวค่อยๆปรากฏขึ้นบนลำต้น กิ่งใบของต้นไม้กินคนถูกตัดขาด ลำต้นถูกผ่าเป็นสองซีกจากบนลงล่างพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน

            “กระบี่ต้องใช้แบบนี้” ไป๋เสียกล่าวด้วยรอยยิ้มแต้

    คล้ายกับเรื่อง『ผนึกมารขาว』(จบ) ที่คุณอ่าน