The last hunter

    บทที่38 ห้าผู้สืบทอดและการทดสอบ(แก้คำผิดแล้ว)

    บทที่38ห้าผู้สืบทอดและการทดสอบ(แก้คำผิดแล้ว)

     

    สามเดือนต่อมา

     

    “สกิล แก่นแท้แห่งแสง เลเวลสูงสุดเพิ่มพลังในการรบของธาตุแสงขึ้น 80%”(เลเวลสูงสุด)

    “สกิล ประสานธาตุ เลเวลสูงสุดเพิ่มพลังโจมตีเมื่อประสานธาตุหลากหลายเข้าด้วยกันขึ้น 110%”(เลเวลสูงสุด)

    “สกิล ออร่าแห่งแสง เลเวลสูงสุดปลดปล่อยอำนาจแห่งธาตุแสงที่ทรงพลังออกมาเพิ่มพลังให้กับตนเองและผู้ใช้ธาตุแสงในระยะห้าร้อยเมตรขึ้น 150%”(เลเวล5)

    “สกิล แยกจิต เลเวลสูงสุด”(เลเวล5)

     

    ชินหมิงนั้นฝึกฝนการควบคุมธาตุแสงอย่างหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมาและในตอนนั้นเขาก็ลุกขึ้นจากพื้นและเดินออกไปด้านนอกชุดของเขาสวมใส่ร่างกายของเขาเพียงแค่คิดมันเพราะชุดแห่งแสงสว่างนั้นได้เรื่องนายของมันคือเขาและมันมีความคิดของตนเอง ผ้าคลุมยาวลากไปตามพื้นแต่มันไม่ได้ทำให้ดูไม่ดีแต่มันทำให้ชินหมิงดูงดงามมากขึ้น

     

    เส้นผมสีทองปลายเส้นผมมีสีแดงและดวงตาสองสีแดงและทองทำให้เขาดูแปลกใหม่ไปมาก นั้นเพราะชินหมิงพยายามจะฝึกฝนการใช้พลังอำนาจประสานสองธาตุคือเปลวเพลิงและแสงแต่มันยังไม่สมบูรณ์แม้จะใช้ทั้งสองธาตุพร้อมกันได้แต่การประสานสกิลสองธาตุยังไม่สมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็นทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปก่อน ชินหมิงเดินออกไปตามทางเมื่อเขามาถึงห้องโถงใหญ่ทุกคนก็หันมาจ้องมอง

     

    “นั้นใช้ท่านนักบวชเพลิงตะวันหรือไม่ท่านดูเปลี่ยนไปอำนาจแห่งแสงสว่างของท่านรุนแรงมาก”ทุกคนต่างกล่าวคุยกันแต่เมื่อชินหมิงเดินออกมาก็ยิ้มรับทันทีทุกคนรับรู้ทันทีว่าคนที่ยิ้มเช่นนี้หาได้แสดงท่าทีเย็นชากับคนที่ระดับต่ำกว่าคือใคร“พวกเจ้าสบายดีหรือไม่กลับมาได้จากการทำภารกิจทุกคนแล้วหรือนี้ ดีจริงๆ”

     

    “ท่านนักบวชเพลิงตะวันท่านเปลี่ยนไปนะขอรับหล่อขึ้นมากเลย”ชายหนุ่มคนกล่าวออกมาทันทีชินหมิงหัวเราะร่าและลูบหัวของเขาเบาๆหลังจากนั้นก็มุ่งหน้ามาถึงเสาที่สิบเอ็ดเขานั่งลงและจ้องมองไปยังผู้อาวุโสมากมายที่จ้องมองมาที่เขา ชินหมิงยิ้มและโบกมือให้พวกเขาเบาๆ“ไม่ได้เจอตั้งนานพวกท่านยังอยู่ในระดับเดิมอีกหรือไม่พัฒนาขึ้นเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

     

    “เจ้าเด็กนี้”พวกผู้อาวุโสเริ่มหมดความอดทนกับชินหมิงแต่ในตอนนั้นประตูห้องโถงก็เปิดออกคนสี่กลุ่มเดินเข้ามาภายในนั้นหนึ่งกลุ่มของหญิงสาวคนหนึ่ง เส้นผมสีทองสั้นงดงาม มาพร้อมดาบคู่ที่หลัง สองกลุ่มของชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าเย็นชามาพร้อมกับดาบยาวมากๆที่เอวของมันและสามกลุ่มของชายหนุ่มที่ยิ้มแย้มตลอดเวลามาพร้อมกับหอกยาวที่พาดอยู่บนไหล่และสุดท้ายกลุ่มที่เข้ามาช้าที่สุดที่มาพร้อมกับบุรุษจำนวนมาก แต่ผู้นำกับเป็นสตรีเมื่อเดินลึกเข้ามาชินหมิงก็มองเห็นหน้าชัดเจน

     

    สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีหญิงสาวคนหนึ่งมาพร้อมกับดาบสีทองและรอยยิ้มทรงเสน่ห์นางคือหญิงสาวผู้สังหารมารดาของเขาชินหมิงที่มองเห็นเช่นนั้นปลดปล่อยจิตสังหารอันบ้าคลั่งออกมาถาโถมเข้าใส่ทุกอย่างแววตาของเขาดูน่ากลัวมากจนทุกคนหันมาจ้องมองก่อนที่จะสลายหายไปเมื่อชินหมิงทำท่าราวกับจ้องมองดีๆแล้ว

     

    “ข้าก็นึกว่าคนเดียวกันเสียอีก”ชินหมิงกล่าวออกมาอย่างไม่คิดมากและยิ้มแย้มกลับมานั่งเหมือนเดิม พวกเขาทั้งหมดต่างงุนงงกับคำกล่าวของชินหมิงแต่นี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งหมดสัมผัสถึงจิตสังหารอันบ้าคลั่งระดับที่ทำให้เหล่าศิษย์ขาอ่อนล้มลงไปนั่งที่พื้นบางคนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวไป๋เทียนเห็นชินหมิงแปลกไปจึงลอยเข้ามาด้านข้าง“เกิดสิ่งใดขึ้นหรือเจ้าหนูหยาง”

     

    “ไม่มีอันใดหรอกใบหน้าของนางมันเหมือนบางสิ่งที่ข้ารังเกียจหากไฮนิ๋วอยู่ที่นี้คงพุ่งเข้าไปฟันนางโดยไม่ลังเลเลยละ”ชินหมิงกล่าวออกมาพร้อมกับยักไหล่เบาๆ ท่าทีของเขายังยิ้มแย้มและเท้าคางจ้องมองไปที่หญิงสาวนางแปลกใจที่ถูกกล่าวถึงเช่นนี้“หน้าของข้าราวกับสิ่งใดเช่นนั้นหรือที่ท่านรังเกียจนัก”

     

    “จะให้กล่าวมันอาจจะมากความเช่นนั้นข้าจะย่อให้ฟังแล้วกันข้า มาจากตระกูลไท่ ตระกูลเปลวเพลิงที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคโบราณ และไฮนิ๋วก็ติดตามข้ามาตั้งแต่เด็กและแล้ววันหนึ่ง บางสิ่งก็มายังตระกูลของเราใบหน้าของมันเหมือนกับเจ้าแตกต่างที่มันทั้งเย็นชาและโหดเหี้ยม”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยท่าทีสบายๆแต่สีหน้าเขาค่อยๆเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ทุกคนรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป“แค่นาทีเดียวระดับเทวะดาราดับ ผู้นำตระกูลบิดาของข้า และทุกคนในตระกูลก็ตายหมดเพราะคนหน้าเหมือนกับเจ้า และข้าออกตามหามันมานานแล้วละ ในแคว้นหมาป่าในแคว้นแมวป่า แต่ต้องหยุดลงเพราะมาอยู่ที่นี้แต่ข้ายังไม่ทิ้งเส้นทางแห่งความแค้นหรอกนะ ข้าจะออกล่ามันจนกว่าจะเผามันจนตาย”

     

    ชินหมิงกล่าวออกมาพร้อมกับท่าทีที่เปลี่ยนไปก่อนที่จะกลับมาเป็นปกติในทันทีหลังกล่าวจบทุกคนสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นภายใต้รอยยิ้มนั้นได้หลังจากที่ชินหมิงพยายามฝืนยิ้มอยู่ พวกเขาได้แต่เงียบและไม่กล่าวสิ่งใดหญิงสาวนั้นเพียงแค่ยิ้มให้กับชินหมิงและเดินเข้าไปยืนด้านหน้าของจ้าวแห่งวิหาร

     

    “เอาละเช่นนั้นการคัดเลือกตัวแทนผู้สืบทอดของข้าจะเริ่มขึ้นนับจากนี้ คนแรก หอกสวรรค์โคจิ คนที่สอง ดาบคู่แห่งดอกไม้ ยูฉวี่ คนที่สาม ดาบผ่าสวรรค์ มุเดนกิ คนที่สี่ดาบทองคำ มู่หลาน”จ้าวแห่งวิหารลุกขึ้นและกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังทั้งสี่ประสานมือคำนับเมื่อถึงคนที่สี่ทันที“พวกเราพร้อมสืบทอดอำนาจแห่งท่าน”

     

    “คนที่ห้าเพลิงตะวัน ไท่หยาง”และแล้วเสียงกล่าวของจ้าวแห่งวิหารก็ดังขึ้นอีกทุกคนต่างหันมามองชินหมิงที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนและประสานมือคำนับเช่นกัน เขานั้นได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนไปเสียแล้ว“ข้าพร้อมสืบทอดอำนาจแห่งท่าน”

     

    “นี้มัน”เหล่าผู้สืบทอดทั้งสี่ต่างจ้องมองมาที่ชินหมิงเขาเพียงแค่ยิ้มออกมาเบาๆหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้รับหยกทั้งห้ามาคนละชิ้นชินหมิงจ้องมองหยกสีทองภายในมือของเขา“หนึ่งคน หัวของราชันย์แห่งคมเขี้ยว”

     

    “น่าสนุก”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแต่เมื่อคำกล่าวของเขาหลุดออกมาทุกคนต่างหันมาจ้องมองชินหมิงทันทีเพราะศัตรูที่ชินหมิงกำลังจะไปหานั้นเป็นอสูรระดับหกความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับเทวะที่ทรงพลังหลายๆคนเลย ชินหมิงพยักหน้าอย่างพอใจ“มันจะต้องไปที่ไหนนะหุบเขาเขี้ยวอสูร ที่นั้นน่าสนุกดีจริง”

     

    “นี้ไม่มากเกินไปหน่อยหรือจ้าววิหารคนอื่นๆหากข้าเดาไม่ผิดพวกเขาเพียงแต่ต้องสู้กับอสูรระดับห้าชั้นสูงเท่านั้นแต่กับไท่หยางกับเป็นอสูรระดับหก”ไป๋เทียนกล่าวถามออกมาด้วยแววตาจริงจังทันที เหล่าบุตรแห่งพระเจ้าคนอื่นๆเองก็ขมวดคิ้วกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกันเหล่าผู้สืบทอดคนอื่นๆเองก็แปลกใจเช่นกัน“ไม่เลย เขาเรียกร้องเอง”

     

    “ในการทดสอบนั้นมีการสุ่มการทดสอบเป็นอสูรระดับห้าชั้นสูงกันทุกคนแต่นักบวชเพลิงตะวันเรียกร้องหาอสูรระดับหก เขากล่าวว่าหากทดสอบในระดับเดียวกันสุดท้ายก็จบลงที่ใครรวดเร็วกว่าหรือไม่ก็สู้กันเองและเขาเลือกหันคมดาบหาศัตรูมากกว่าพวกเดียวกัน”จ้าวแห่งวิหารกล่าวในสิ่งที่ชินหมิงกล่าวกับเขาเมื่อหลายวันก่อนออกมา พวกเขาทั้งหมดจ้องมองมาที่ชินหมิงทันทีไป๋เทียนขมวดคิ้ว“เจ้าหนูหยางเจ้าแน่ใจหรือ”

     

    “ข้าแน่ใจหากข้าสังหารอสูรนี้ได้ทุกคนก็จะยอมรับความแข็งแกร่งของข้าโดยไม่มีข้อสงสัยแต่หากข้าไม่ทำเช่นนี้สุดท้ายก็จะมีแต่ความสงสัยและความวุ่นวายเพิ่มมากขึ้นอีกข้าไม่ต้องการหันศาสตราวุธเข้าใส่คนที่จะมาเป็นใหญ่สำหรับวิหารนี้พวกเขาอาจจะเป็นตัวแทนของข้าในอนาคต”ชินหมิงกล่าวออกมาตามความคิดของเขาและยิ้มออกมาเบาๆผู้ใช้หอกสวรรค์ และผู้ดาบยาวต่างจ้องมองมาที่ชินหมิงเล็กน้อยส่วนอีกสองคนเพียงแค่สนใจในเรื่องของตนเองเท่านั้น“เอาละเช่นนั้นแยกย้ายเลยแล้วกัน”

     

    “จริงซิ ข้าว่านี้ช่วยพวกเจ้าได้”ชินหมิงกล่าวและโยกมือส่งโอสถสีแดงและฟ้าให้กับทั้งสามคนอย่างละห้าขวดก่อนที่จะหายไปในพริบตาพวกเขาจ้องมองเล็กน้อยหลังจากนั้นก็มีความอธิบายความสามารถของพวกมันให้พวกเขาได้ฟัง“ชายคนนั้นแปลกจริงๆหาได้หวังในอำนาจและรักคนรอบตัว แต่กับไร้ความระวังตัว”