บทที่ 32 สถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง (รีไรต์)
ลู่จินกู้จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างยานด้วยความประหลาดใจ…
ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ ปรากฏวงแหวนแปดเหลี่ยมขนาดมหึมาขึ้นราวกับปาฏิหาริย์
เธอพยายามจะชะโงกหน้าออกไปดูให้ชัดขึ้น แต่กู้ตั๋วกลับดึงเอาไว้ “ตอนวาร์ป อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย ยิ่งพลังจิตแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ความรู้สึกไม่สบายก็จะยิ่งลดลง”
“...” ยุคที่น่ารังเกียจนี้ ช่างแสดงออกถึงการเลือกปฏิบัติได้ทุกที่จริง ๆ
ยานอวกาศมุ่งหน้าไปยังวงแหวนด้านซ้ายอย่างช้า ๆ เธอทำหน้าตาย แต่แอบกำราวที่จับไว้แน่น
เธอก็อดกลัวสิ่งที่ไม่รู้จักไม่ได้เหมือนกัน
ทันใดนั้น ลู่จินกู็ก็รู้สึกได้ถึงลมที่เย็นะเืโอบล้อมเข้ามา เธอหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ทุกอย่างรอบตัวก็สั่นไหว
ความรู้สึกหมุนคว้างอย่างแ่เบา ทำให้รู้สึกคล้ายกับอาการเมารถ แต่ความรู้สึกคลื่นเหียนนั้นยังไม่ทันถึงขั้นอาเจียน ภาพที่พร่าเลือนก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
พลังจิตของกู้ตั๋วหายไปแล้ว เธอเพิ่งรู้สึกตัวในตอนนี้ “วาร์ปเสร็จแล้วเหรอ?”
ซิงเหลียนที่นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับหัวเราะออกมา “ไม่งั้นเธอคิดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนล่ะ”
...เธอคิดว่ามันเหมือนกับการผ่านอุโมงค์ ต้องมีกระบวนการอะไรสักอย่างซะอีก
ลู่จินกู้วิ่งไปที่หน้าต่างก็พบว่าวิวทิวทัศน์เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
รอบ ๆ สถานีวาร์ป เมื่อกี้ยังดูรกร้าง แต่ที่นี่กลับมีดาวเคราะห์สีม่วงแดงขนาดใหญ่อยู่ใกล้ ๆ
เธอมองยานอวกาศที่บินผ่านดาวเคราะห์ดวงนี้ราวกับจะัักันด้วยความตกตะลึง พูดอะไรไม่ออกไปพักหนึ่ง
ระหว่างทางไปยังสถานีวาร์ปแห่งถัดไป ลู่จินกู้รู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
เส้นทางการบินที่นี่คึกคักมาก แตกต่างจากความเงียบสงบใกล้กับดาวเคราะห์หมายเลข 7133
ไม่ต้องพูดถึงยานอวกาศขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่เดินทางไปมา สิ่งที่ดึงดูดใจเธอยิ่งกว่าคือยานพาหนะหลากหลายรูปแบบ
มีทั้งแบบที่เหมือนปลาหมึกั์จริง ๆ มีหนวดสิบแปดเส้นพลิ้วไหวไปมา
มีทั้งแบบที่เหมือนจานรับสัญญาณดาวเทียมขนาดมหึมา หมุนวนอยู่ใกล้ ๆ พวกเขา
และยังมีแบบรูปทรงโดนัท กลิ้งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง...
นั่งอยู่ในนั้นจะเมาหรือเปล่านะ?
กู้ตั๋วเดินมาข้าง ๆ เธอั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วอธิบายด้วยเสียงเบา ๆ ว่า “ยานอากาศที่มีรูปทรงแปลกประหลาดพวกนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่ของมนุษย์”
ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง เธอเบิกตากว้าง อย่างกับว่าทำแบบนั้นแล้วจะมองทะลุยานเข้าไปเห็นสิ่งมีชีวิตข้างในได้
เห็นเธอกดมือแนบกระจก จ้องมองยานลำอื่นที่แล่นผ่านไปโดยไม่กะพริบตา กู้ตั๋วพลันนึกถึงสัตว์เลี้ยงสมัยเด็กของเขา มันก็ชอบเบิกตาแป๋วอย่างใคร่รู้ใคร่เห็นแบบนี้เหมือนกัน
ตอนที่มันขดตัวอยู่ในอ้อมกอดเขา มันก็จะหรี่ตาลงอย่างมีความสุขเหมือนกับตอนที่ลู่จินกู้กินอะไรอร่อย ๆ ไม่มีผิด
ซิงเหลียนเดินเข้ามากระซิบข้างหูของอีธานว่า “นี่! ทำไมหัวหน้าถึงมองคุณลู่แบบนั้นล่ะ ฉันกลัวว่าวินาทีต่อไปเขาจะเผลอเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเข้าซะก่อน”
อีธานทำสีหน้าเรียบเฉย เหลือบมองไปที่หน้าต่างแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาไปอย่างใจเย็น
“นี่ นายไม่รู้สึกสงสัยบ้างเลยรึไง” ซิงเหลียนยังคงพูดไม่หยุด “หัวหน้าไม่เคยมองอีฟแบบนั้นมาก่อน นายไม่ห่วงน้องสาวของนายรึไง”
อีธานลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที
“.....น่าเบื่อชะมัด” ซิงเหลียนเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะแอบไปหลบตรงมุมกำแพง หวังจะแอบดูต่อไป
แต่พอยื่นหน้าออกมา เขาก็สบตากับสายตาเ็าของกู้ตั๋วเข้าพอดี
“!!!”
ซิงเหลียนไม่พูดพร่ำทำเพลง เตรียมจะวิ่งไล่ตามอีธานไป
“เฮ้! รอฉันด้วย! ฮ่า ๆๆๆ หัวหน้า คุณลู่ ชมวิวกันอยู่เหรอครับ เชิญตามสบายเลยครับ”
ลู่จินกู้มองอย่างงุนงง “เขาเป็อะไรของเขาน่ะ ทำไมทำตัวแปลก ๆ”
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก เขาชอบทำตัวเพี้ยน ๆ แบบนี้แหละ”
ซิงเหลียนพูดขึ้นว่า “...หัวหน้า ผมได้ยินอย่างชัดเจนนะครับ!”
เห็นได้ชัดว่ากู้ตั๋วไม่ได้สนใจสิ่งที่ซิงเหลียนพูดเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้เป็ทิวทัศน์ที่งดงามเพียงใด หากได้ชมติดต่อกันนานถึงสิบวัน ก็ย่อมจะต้องรู้สึกเบื่อหน่ายเป็ธรรมดา
ส่วนลู่จินกู้ขณะนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง เธอกำลังศึกษาระบบพาราไดซ์เพื่อฆ่าเวลา
หลังจากที่ยานอวกาศเดินทางออกห่างจากดาว 7133 มาไกลแล้ว ตัวเลือกบางส่วนในระบบก็กลายเป็สีเทา หมายความว่าเธอไม่สามารถใช้งานฟังก์ชันเ่าั้ได้ในตอนนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ข้อมูลทั้งหมดก็ยังคงอัปเดตให้เธอทราบแบบเรียลไทม์
ยกตัวอย่างเช่น ในส่วนของศูนย์กลางการค้า ตอนนี้ยอดเงินสะสมจากการซื้อขายของเธอพุ่งสูงถึง 34,187 เหรียญดวงดาวแล้ว เมื่อพิจารณาจากเป้าหมายของภารกิจที่กำหนดไว้ที่หนึ่งแสนเหรียญดวงดาวเธอมองว่ามันไม่ใช่เื่ยากที่จะทำสำเร็จ
ลู่จินกู้รู้สึกวางใจมากขึ้น จากนั้นเธอก็หันไปดูข้อมูลในค่ายทหาร พบว่ากองทัพกลุ่มแรกของเธอ เสร็จสิ้นการเกณฑ์ทหารเรียบร้อยแล้วเมื่อหลายวันก่อน
บนหน้าจอแสดงข้อมูลพื้นฐานของสมาชิกกองทัพที่หนึ่ง อัดแน่นไปหมด แถมยังสามารถกดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีกด้วย สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจคือช่องข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ
นอกจากมนุษย์ธรรมดาแล้ว ยังมีเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ปะปนอยู่อีกเล็กน้อย หนึ่งในนั้นมีเอลฟ์อยู่หนึ่งเดียวโดดเดี่ยวสะดุดตาเป็อย่างยิ่ง
เธอจึงหันไปถามกู้ตั๋ว “ในสหพันธ์ดวงดาวมีเผ่าพันธุ์เอลฟ์ด้วยเหรอ?”
“ก่อนหน้านี้ที่เรียนไปทั้งหมดนี่ลืมหมดแล้วหรือไง” กู้ตั๋วมองมาอย่างเข้มงวด “เอลฟ์เป็แค่สิ่งมีชีวิตในตำนาน อย่างน้อยตอนนี้สหพันธ์ก็ยังไม่เคยพบเห็นพวกมัน”
เธอไม่มีเวลามาสนใจที่เขาหาเื่สั่งสอนอีกแล้ว จ้องมองคำว่าเอลฟ์ในระบบพลางครุ่นคิดอย่างหนัก
หรือว่าระบบพาราไดซ์นี่มันสามารถเชื่อมต่อกับต่างมิติได้ด้วย?
เอลฟ์หน้าตาเป็ยังไงนะ?! จะงดงามดุจเทพบุตร สมกับที่เป็ลูกรักของพระเ้าอย่างที่เล่าลือกันหรือเปล่า
ความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกรงเล็บแมว ข่วนหัวใจเธอจนอยู่ไม่สุข
อยากรีบกลับไปดูจริง ๆ!
นอกจากการค้นพบสุดพิเศษนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้ว
ในขณะที่เธอกำลังเบื่อหน่ายถึงขีดสุด พวกเราก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
ลู่จินกู้มองผ่านหน้าต่างยานอวกาศไปยังดาว 679 เธอถึงได้เข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าทำไมกู้ตั๋วถึงได้รีบร้อนนัก
ดาวดวงนี้... พื้นที่หนึ่งในห้าส่วนกลายเป็สีดำไปแล้ว!
นั่นคือหลักฐานบ่งบอกว่าอากาศและผืนดินถูกมลพิษทำลาย
กู้ตั๋วพูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “หากมันยังขยายตัวในอัตราเร็วแบบนี้ ไม่ต้องรอถึงสามเดือนหรอก ดาวเคราะห์ทั้งดวงก็จะไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่สำคัญกว่านั้น มลพิษระหว่างดวงดาวจะเริ่มต้นจากดาวเคราะห์ดวงนี้ และแพร่กระจายไปยังที่อื่น ๆ”
นั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!
ดาว 679 นั้นอยู่ในเขตใจกลางของสหพันธ์ หากมลพิษปะทุขึ้นภายใน ผู้คนในสหพันธ์ดวงดาวก็จะต้องเผชิญกับสถานการณ์สิ้นหวังอย่างแน่นอน
ยานลงจอดอย่างราบรื่น ประตูเปิดออก ด้านนอกมีกลุ่มคนรออยู่แล้ว
“ท่านนายพล” นายทหารหญิงแต่งกายเรียบร้อยทำความเคารพอย่างเป็ทางการ “ดาวศูนย์กลางได้จัดสรรสารต้านจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันโดสอย่างเร่งด่วน แต่จำนวนผู้คลุ้มคลั่งมีมากเกินไป จึงเพียงพอสำหรับผู้ที่มีระดับ B ขึ้นไปเท่านั้น จำเป็ต้องใช้มาตรการปิดล้อมกับบุคคลระดับ C ลงไป”
“อืม”
“ตระกูลเซินได้ส่งนักบุญที่มีทักษะฮีล จำนวนสามสิบคนมาที่นี่ ต้องขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ผู้ที่ถูกกักขังสามารถประคองตัวเองมาได้จนถึงตอนนี้”
“ทราบแล้ว”
“อัตราการแพร่กระจายของสารพิษไม่ได้ชะลอตัวลง คาดการณ์ว่าะเิพิษอสูรที่ใช้เป็ซากศพระดับใกล้เคียงกับราชันย์สัตว์อสูร ความเป็ไปได้ที่จะอยู่ร่วมกันเป็ศูนย์ หากไม่สามารถแก้ไขมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มจัดการอพยพทันที หากช้ากว่านี้ ฉันเกรงว่าแม้แต่เส้นทางการบินระหว่างดวงดาวยังต้องหลีกเลี่ยง”
ลู่จินกู้ฟังแล้วใจหาย หากไม่มีเส้นทางการบินระหว่างดวงดาว การอพยพประชาชนจำนวนมากเช่นนี้แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
สายตาทั้งสองคู่จับจ้องมาที่เธอ
ดวงตาของกู้ตั๋วเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ทั้งคาดหวัง กังวล และสงสัย
ในใจของเธออ่อนยวบลง รีบเอ่ยทันที “ฉันจะเริ่มเดี๋ยวนี้เลย”
นายทหารหญิงและคนอื่นๆ ต่างมองมาที่เธอด้วยความสงสัย
ดูเหมือนว่ากู้ตั๋วรักษาสัญญาจริง ๆ แม้แต่กับลูกน้องคนสนิท เขาก็ไม่เปิดเผยเื่ราวของพาราไดซ์แม้แต่คำเดียว
ในใจเธอรู้สึกซาบซึ้งมาก จึงยิ้มบาง ๆ ให้เขา พลางปลอบโยน “ไม่ต้องกังวลนะ เชื่อฉันสิ ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น”
กู้ตั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก
“อือ” เขาตอบรับในลำคอเบา ๆ
นายของพวกเขากำลังยิ้มให้กับเด็กสาวคนหนึ่งอยู่งั้นเหรอ?!
นอกจากอีธานที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย ทุกคนต่างก็อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
แต่ลู่จินกู้ไม่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร รีบพับแขนเสื้อด้วยความกระตือรือร้น “เพื่อที่จะชำระล้างได้เร็วที่สุด ฉันคิดว่าตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดคือใจกลางของการแพร่กระจายพิษ”
สีหน้าของนายทหารหญิงเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะะโออกมาโดยไม่รู้ตัว “ไม่ได้!!”