ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 148 ความลับของระดับราชา!

            ฐานจงไห่ ในหอคอยประตูแห่งหนึ่ง

            หวังเยี่ยนที่มองไปยังข้อมูลที่เพิ่งได้รับมาและมันก็ทำให้เธอตะลึงงันไปโดยสิ้นเชิง

            นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเย่เทียนแต่ทุกครั้งที่เธอได้ข่าวของเย่เทียน มันกลับสร้างความตกตะลึงให้เธอได้เสมอ

            เมื่อไม่นานมานี้ เย่เทียนได้อันดับที่62 ในการจัดอันดับราชา ตอนนั้นเธอแทบไม่อยากเชื่อ เธอคิดได้แค่ว่าพรสวรรค์ของเย่เทียนนั้นแข็งแกร่งมากแต่ใครจะคิดว่าเพียงไม่นานเย่เทียนก็สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นอีกครั้ง

            พลังการต่อสู้ระดับราชา 7ดารา นั่นมันเป็นพลังที่เกินความคาดหมายของเธอไปอย่างสิ้นเชิง

            จนถึงตอนนี้เธอยังคงคิดว่าข้อมูลนี้อาจจะผิดพลาดแต่หลังจากสอบถามจากหลายๆ ฝ่าย ในที่สุดเธอก็รู้ว่าข้อมูลนี้ถูกต้องแล้ว

            “ราชา 7 ดารา โอกาสนั้นเหมาะสมกับเขาจริงๆถึงฉันจะเก็บมันไว้ก็ไม่มีประโยชน์ เย่เทียนเป็นคนนอก เขาไม่มีที่พึ่งในฐานจงไห่ หากได้รับโอกาสนั้นเขาย่อมไม่ปฏิเสธฉันอย่างแน่นอน!”

            หวังเยี่ยนพึมพำ

            “รอให้เย่เทียนออกมาจากหอคอยเทพสงครามแล้วเราค่อยไปหาเขาแล้วกัน!”หวังเยี่ยนตัดสินใจอย่างแน่วแน่

            หอคอยเทพสงคราม

            เมื่อเย่เทียนออกมาจากชั้น7 ทันใดนั้นจิตอาร์ติแฟกต์ก็พูดกับเย่เทียนว่า

            “เย่เทียน เจ้าผ่านชั้นที่7 มาได้ หอคอยเทพสงครามมีกฎอยู่ว่า ใครก็ตามที่สามารถผ่านชั้นที่ 6 ได้ คนผู้นั้นจะกลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของหอคอยเทพสงครามเจ้าสามารถเพลิดเพลินกับสิทธิพิเศษบางอย่างที่ระดับราชาทั่วไปไม่มี”

            “สมาชิกอย่างเป็นทางการ?” เย่เทียนรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “สิทธิพิเศษอะไรเหรอ?”

            จิตอาร์ติแฟกต์กล่าวต่อ “เนื่องจากหอคอยเทพสงครามในตอนนี้นั้นไม่สมบูรณ์คุณสมบัติหลายอย่างจึงสูญหายไป ตอนนี้มีเพียงสองสิทธิ์เท่านั้น นั่นคือแหวนเทพสงครามและคะแนนสมาชิกแหวนเทพสงครามเป็นสมบัติพิเศษ มันสามารถทำให้เจ้าเข้าสู่โลกเสมือนจริงเพื่อฝึกฝนการต่อสู้หรือทักษะการต่อสู้ได้และยังสามารถตรวจจับพลังโจมตี ความเร็ว การป้องกัน และอื่นๆ ได้ ตราบใดที่เจ้าไม่อยู่ห่างจากหอคอยเทพสงครามเกิน1 ล้านกิโลเมตร ส่วนคะแนนเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกอย่างเป็นทางการ เจ้าจะได้รับ1 คะแนนในทุกๆ เดือน และสามารถเก็บสะสมไว้ได้!”

            “มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?”

            เย่เทียนประหลาดใจ

            แหวนเทพสงคราม สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการเข้าสู่โลกเสมือนจริงได้ตลอดเวลา และยังสามารถตรวจจับพลังโจมตีได้อีกด้วยนี่มันสะดวกมาก!

            และสวัสดิการ 1 คะแนนต่อเดือนก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน!

            สามารถสะสมคะแนนได้ 12 คะแนนต่อปีเขาสามารถนำคะแนนเหล่านั้นมาใช้ศิลาเทพสงครามได้ถึง 12 วัน เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นรางวัลพิเศษมันใครบ้างจะไม่ต้องการ?

            จิตอาร์ติแฟกต์กล่าวว่าหอคอยเทพสงครามในตอนนี้นั้นอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์แต่หากมันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้วล่ะก็ ไม่ใช่ว่าเขาจะได้รับรางวัลมากกว่านี้หรอกหรือ?

            “หากเป็นหอคอยเทพสงครามที่สมบูรณ์สิทธิพิเศษของสมาชิกอย่างเป็นทางการคงจะดีกว่านี้แน่” เย่เทียนจินตนาการ

            แต่การได้รับผลประโยชน์เช่นตอนนี้เย่เทียนก็พอใจแล้วโลภเกินไปก็ไม่ดี

            “จิตอาร์ติแฟกต์ ผมต้องการเข้าไปในมิติของศิลาสงครามเทพสงคราม!”

            เย่เทียนกล่าว

            หลังจากเทเลพอร์ตเข้าไปในมิติศิลาเทพสงครามเย่เทียนก็เริ่มทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบอีกครั้ง

            ในพริบตา

            หนึ่งเดือนก็ผันผ่านไป

            เย่เทียนเปิดเปลือกตาขึ้น

            “ยากเกินไป ก่อนหน้านี้เราสามารถทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบได้7 ส่วนได้ภายใน 1 เดือน แต่ครั้งนี้เราใช้เวลา 1 เดือนในการทำความเข้าใจเจตจำนงดาบแต่ความก้าวหน้ากลับไม่ถึง 1 ส่วนด้วยซ้ำ เกรงว่าถึงจะใช้คะแนนไปจนหมดก็ไม่มีทางเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบอย่างสมบูรณ์ได้อยู่ดี”

            “ไม่เป็นไรตอนนี้แค่นี้ก็พอแล้ว”

            เขาไม่ได้ทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบอีกต่อไปแต่เลือกที่จะออกจากหอคอยเทพสงครามแทน

            เมื่อออกมาจากหอคอย เย่เทียนมีเป้าหมายสองอย่างนั่นคือ หนึ่ง คัดลอกพรสวรรค์ และสอง หาทักษะดาบระดับทอง ไม่อย่างนั้นเจตจำนงแห่งดาบของเขาจะเสียเปล่า

            เย่เทียนเดินออกจากหอคอยเทพสงครามและมุ่งหน้าเดินทางกลับบ้านเขาใช้เวลาทั้งวันในการตรวจสอบพรสวรรค์ของคนรอบข้าง แต่เขาก็ไม่พบพรสวรรค์ที่เข้าตาเลย

            เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาก็สังเกตเห็นว่ามีคนยืนรออยู่หน้าบ้านเขา

            “เป็นคุณ!”

            เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหวังเยี่ยนยืนอยู่หน้าบ้าน

            “จะไม่เชิญฉันเข้าไปในบ้านหน่อยหรือ”

            หวังเยี่ยนถาม

            “เชิญ!”

            เย่เทียนรีบกล่าวทันที

            สำหรับหวังเยี่ยน เขาค่อนข้างรู้สึกติดหนี้บุญคุณเธออยู่ไม่น้อยเธอมอบเคล็ดวิชาลมหายใจเต่าให้กับเขา ทำให้เขาสามารถขจัดปัญหามากมายได้ตั้งแต่แรก อีกทั้งเธอยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานจงไห่กับเขาอีกด้วยแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ได้มีค่ามากนัก แต่มันก็ทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมของฐานจงไห่ได้เร็วขึ้น

            “เย่เทียน นายทำให้ฉันประหลาดใจมากนายสามารถกลายเป็นราชา 7 ดาราได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ตอนแรกที่ฉันได้ยินเรื่องนี้ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่นซะอีก!” หวังเยี่ยนยิ้มแล้วกล่าว

            “ผมแค่มีพรสวรรค์นิดหน่อยเท่านั้นแหละ!”

            เย่เทียนถ่อมตัว

            “ดีนิดหน่อย? นายกำลังจะทำให้คนอื่นอิจฉาจนตายนะ!”หวังเยี่ยนกล่าวอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอไม่ได้เคารพเย่เทียนมากนัก แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้สนใจสถานะของเย่เทียน

            สถานะของราชา 7 ดาราหมายถึงอะไร

            ถ้าผู้ฝึกตนระดับราชาทั่วไปต้องเผชิญหน้ากับเย่เทียนแน่นอนว่าพวกเขาต้องหวาดกลัวและปฏิบัติต่อเย่เทียนด้วยความเคารพ ไหนเลยจะกล้าพูดกับเขาง่ายๆเช่นหวังเยี่ยน

            “เย่เทียน นายรู้หรือไม่ว่าทำไมในรายชื่ออันดับราชาถึงมีคนมากมายขนาดนี้? ผู้ที่ติดอยู่ในอันดับราชาหลายคนอยู่ในจุดสูงสุดของระดับราชาแล้วและในหมู่พวกเขาบางคนก็มีพรสวรรค์ระดับดารา โดยเฉพาะผู้ที่สามารถสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบคนเหล่านั้นสามารถบรรลุสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย แต่พวกเขาก็ยังไม่ทำเช่นนั้นนายรู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร?” ทันใดนั้นหวังเยี่ยนก็ถามขึ้นมา

            เย่เทียนเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะส่ายหัว“ผมไม่รู้!”

            ในความเป็นจริงเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

            แต่เมื่อได้ยินหวังเยี่ยนพูดขึ้นมาดูๆ แล้วมันก็ผิดปกติจริงๆ!

            ยกตัวอย่างเช่นนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราเธอมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรา เธอสามารถบรรลุไปถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดายแต่นักบุญหญิงก็ยังคงอยู่ในระดับราชา ซึ่งมันแปลกมาก!

            “มีสาเหตุหลายประการ ประการแรกคือจำนวนพรสวรรค์แม้แต่อัจฉริยะที่สร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ เมื่อเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันก็ยากที่จะหาสมบัติมาเพิ่มพรสวรรค์ของพวกเขาได้

            ตัวอย่างเช่น อัจฉริยะบางคนที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านความเร็วพวกเขาต้องการใช้สมบัติเพื่อเพิ่มพรสวรรค์ด้านความเร็ว ดังนั้นอัจฉริยะหลายคนจึงยังไม่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์เพราะเรื่องนี้

            แต่สมบัติที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ระดับตะวันได้นั้นยังคงหายากมากเพราะส่วนใหญ่มันจะมีแค่สมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ระดับเริ่มต้นหรือระดับรองเท่านั้น”

            “เหตุผลที่สองคือความลึกลับของพรสวรรค์นายน่าจะเข้าใจความหมายบางอย่างแล้ว ดังนั้นฉันจึงคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก มีอัจฉริยะมากมายที่มีพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมนั้นอยากจะเลื่อนขั้นเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงได้พรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงนั้นสามารถควบคุมพลังแห่งกฎเกณฑ์ได้ และพลังของมันก็เหนือกว่าพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมมากมีข่าวลือว่าเมื่อระดับราชาเลื่อนเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ จิตวิญญาณของพวกเขาจะเปลี่ยนไปความเข้าใจของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ถ้าตอนอยู่ในระดับราชาสามารถทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมบรรลุถึง70% ได้ เมื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ พรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมของพวกเขาจะกลายเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ให้ถึง70% ดังนั้นพวกเขาจึงยังคงติดอยู่ระดับราชา”

            หวังเยี่ยนอธิบาย

            “มันเป็นแบบนี้นี่เอง!

            เย่เทียนเข้าใจในทันที

            ความลับนี้อาจจะรู้กันเฉพาะกองกำลังระดับสูงหรืออัจฉริยะระดับสูงของฐานทัพจงไห่และไม่ได้แพร่งพรายออกไป ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาทั่วไปเลยไม่รู้เรื่องพวกนี้

            และเขาก็เป็นคนที่ไม่มีภูมิหลังใดๆนี่จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้

            “พี่หวัง ทำไมพี่ถึงมาบอกเรื่องนี้กับผมล่ะ?”

            เย่เทียนสงสัย

            หวังเยี่ยนยิ้มและพูดว่า “เย่เทียนตอนที่ฉันเจอนายครั้งแรก ฉันคิดว่านายเป็นลูกศิษย์ของปีศาจเร้นกายบางคน แต่พอมาคิดๆดูแล้ว ฉันกลับรู้สึกว่านายไม่ใช่ เพราะว่านายมีความรู้เรื่องต่างๆ น้อยเกินไป ถ้านายถูกสั่งสอนโดยสัตว์ประหลาดเร้นกายเหล่านั้นจริงๆมันไม่มีทางเลยที่นายจะไม่รู้ความรู้ทั่วไปเหล่านี้

            เมื่อนายกลายเป็นผู้แข็งแกร่งของการจัดอันดับราชาในระยะเวลาสั้นๆฉันยิ่งมั่นใจมากขึ้น หากนายถูกใครรับเป็นศิษย์จริงๆ อีกฝ่ายต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วยให้นายก้าวไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างมั่นคงคงไม่ปล่อยให้นายออกมาเผชิญโลกเพียงลำพังในขณะที่อยู่ในระดับราชา

            เพราะระดับราชานั้นหากไม่มีคำแนะนำก็อาจจะเดินผิดทางได้ง่ายอย่างเช่นเรื่องที่ฉันเพิ่งบอกนายไป

            ถ้านายไม่รู้เรื่องนี้ นายอาจจะทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์และสูญเสียโอกาสที่จะเลื่อนขั้นพรสวรรค์ระดับลึกลับไปในเมื่อนายไม่มีพื้นหลัง นายก็ต้องพึ่งพาโชคชะตาและโอกาส ดังนั้น วันนี้ฉันจึงมีโอกาสบางอย่างมาเสนอให้นายนายสนใจจะร่วมมือกับฉันไหม?”