ตอนที่ 16 หวีผม (1)
เถียนจินจวี๋พูดอย่างไม่พอใจ “ความหมายของท่านพ่อคือจะให้เรานับถือพวกชั้นต่ำนั่นเสมือนบรรพบุรุษหรือ”
“นี่ยิ่งเป็ไปไม่ได้!” ดวงตาสีขุ่นของผู้เฒ่าเถียนเต็มไปด้วยประกายเ้าเล่ห์น่ากลัว “เราทุบตีพวกชั้นต่ำสามตัวนั่นไม่ได้ แต่เราบอกให้จยาอันกำราบพวกนางให้เชื่องได้ สามีภรรยาทะเลาะเบาะแว้ง บิดาสั่งสอนบุตรสาว ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่ง แม้แต่ทางการก็ไม่สนใจ ถึงตอนนั้นมาดูกันว่าพวกชั้นต่ำสามตัวนั่นจะร้องขอความยุติธรรมได้ที่ไหน”
รอยยิ้มพลันปรากฏบนใบหน้าอวบอ้วนของเถียนจินจวี๋ “ท่านพ่อยังวางแผนเก่งเสมอเลย”
ผู้เฒ่าเถียนเหลือบมองบุตรสาวร่างอวบของตัวเองด้วยสายตารังเกียจเล็กน้อย “วันนี้แม่สื่อหวังจะพาคนมาดูตัวเ้าที่บ้าน เ้ายังไม่รีบไปทำผมแต่งหน้าแต่งตัวอีก”
จากนั้นก็หันไปสั่งพวกพี่น้องเถียนจยาผิง “พวกเ้าก็อย่ามัวเอ้อระเหยอยู่บ้าน รีบเอาผักไปขายที่ตลาดได้แล้ว”
สองพี่น้องเดินออกจากห้องโถง นำผักสี่ตะกร้าที่เก็บได้เมื่อเช้าขึ้นเกวียนวัว จากนั้นจึงออกเดินทาง
เถียนจินจวี๋ได้ยินว่าผู้เฒ่าเถียนจ้างแม่สื่อหวังนักจับคู่มือทองมาคุยเื่แต่งงานให้นางก็รู้สึกดีใจ เมื่อใดที่แม่สื่อหวังคุยเื่แต่งงาน ไม่มีครั้งไหนไม่สำเร็จ และมักจะหาคู่แต่งงานดีๆ ที่สาวๆ พอใจได้เสมอ ตราบใดที่แม่สื่อหวังออกโรง ตนต้องหาครอบครัวสามีดีๆ ได้แน่นอน
เถียนจินจวี๋คิดอย่างเริงร่าและกำลังจะกลับห้องตัวเอง นางเพิ่งเดินถึงประตูห้องโถงจู่ๆ ก็นึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ จึงหันหน้าไปหาผู้เฒ่าเถียน “ข้าไม่มีกำไลเงินแล้ว เช่นนั้นจะใส่อะไรล่ะ”
ผู้เฒ่าเถียนมองตาขวางใส่นางด้วยความเกลียดชังที่ไม่ได้ดั่งใจ “ตอนนี้เ้าทำตัวเก่งนักนี่ เหตุใดเมื่อครู่ถึงมอบกำไลเงินคู่นั้นของตัวเองให้ไปง่ายๆ ล่ะ”
เถียนจินจวี๋เถียงอย่างคับข้องใจ “ก็ข้ากลัวว่าผู้ใหญ่บ้านจะเอาข้าไปขาย!”
ผู้เฒ่าเถียนเองก็เสียใจเื่กำไลเงินคู่นั้นมากเช่นกัน สั่งทำมาตั้งสามตำลึง มีเด็กสาวชนบทเพียงไม่กี่คนที่จะได้ใส่กำไลเงิน ขนาดเด็กสาวที่บ้านพอมีฐานะก็ได้ใส่เพียงกำไลเงินรูปใบกุยช่ายบางๆ เท่านั้น หนึ่งคู่รวมกันยังหนักไม่ได้หนึ่งเหลี่ยง[1]เลย”
เนื่องจากเขากับภรรยามีบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว เมื่อถึงวัยปักปิ่นของเถียนจินจวี๋จึงกัดฟันเอาเงินสามตำลึงไปตีเป็กำไลเงินคู่นี้ให้กับนาง แต่ตอนนี้ถูกไฉ่เวยใช้กลอุบายหลอกเอาไปแล้ว จะไม่ให้เจ็บใจได้อย่างไร
ผู้เฒ่าเถียนเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย “ไม่มีก็ไม่ต้องใส่!”
เถียนจินจวี๋ทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ ทันใดนั้นดวงตาเป็ประกายก็มองไปทางหม่าซื่อพร้อมกับพูดว่า “พี่สะใภ้สามมีกำไลเงินอยู่คู่หนึ่งไม่ใช่หรือ ข้าขอยืมหน่อยสิ เดี๋ยวข้าคืนให้ท่านวันนี้เลย”
หม่าซื่อรู้นิสัยของเถียนจินจวี๋ เมื่อมีของดีตกอยู่ในมือก็จะไม่มีวันคืนอีก ทว่านางไม่กล้าปฏิเสธอย่างโจ่งแจ้ง จึงพูดยิ้มๆ “น้องสามีไม่รู้หรือ กำไลเงินคู่นั้นข้าเอาไปจำนำตั้งนานแล้ว แลกกับเงินมาจุนเจือครอบครัวน่ะ”
เถียนจินจวี๋รู้ว่าคำพูดของหม่าซื่อล้วนโกหก แต่ตนไม่มีหลักฐานจะไปเปิดโปงอีกฝ่าย ได้แต่กลับห้องตัวเองด้วยความไม่พอใจ ค้นหาชุดผ้าแพรสีแดงเขียวสดใสที่เพิ่งตัดเมื่อเดือนก่อนมาสวม แต่ใครจะรู้ว่ามันคับนิดหน่อย ดูเหมือนว่าตนจะอ้วนขึ้นอีกแล้ว จึงอดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ ทำได้เพียงฝืนใส่ เพราะมันเป็ชุดที่ดีที่สุดของนาง จากนั้นก็โก่งคอะโจากในห้องของตัวเอง “สารเลวไฉ่เวย มาหวีผมให้ข้า!”
เถียนไฉ่เวยอยู่ในกระท่อมมุงจากแสนทรุดโทรมที่อาศัยอยู่กันสามแม่ลูก นางกำลังถามมารดาว่าดีขึ้นบ้างหรือไม่ หลินซื่อเอ่ยว่า “เสี่ยวหม่านต้มยาอย่างดี ข้าดื่มแล้วดีขึ้นบ้าง”
เมื่อเถียนไฉ่เวยได้ยินเสียงดังลั่นบ้านของเถียนจินจวี๋ก็ขมวดคิ้วด้วยความเอือมระอา ก่อนจะกำชับให้เสี่ยวหม่านดูแลหลินซื่อให้ดี แล้วเตรียมตัวไปที่ห้องของเถียนจินจวี๋
หลินซื่อเอ่ยเตือน “ไฉ่เวย อย่าแข็งข้อกับอาหญิงของเ้าเลย ห้ามปะทะกับนางเด็ดขาด”
ไฉ่เวยส่งเสียง ‘จิ๊’ แล้วมาที่ห้องของเถียนจินจวี๋
เชิงอรรถ
^ น้ำหนักหนึ่งเหลี่ยง เท่ากับ ห้าสิบกรัม