ฉันและนายเวย์เดินชมส่วนต่างๆของงานไปเรื่อยๆ สายตาของฉันก็มองเห็นเสื้อสวยๆมากมายที่แขวนเรียงรายกันอยู่เป็แถว ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีแบรนด์และตัวเนื้อผ้ามันอาจจะดีไม่เท่าของแบรนด์แต่มันก็มีดีไซน์ที่เก๋ไก๋และสวยงามไม่แพ้กัน แต่ฉันต้องพึงละลึกไว้เสมอว่าฉันมีเงินติดตัวแค่ 160 บาท จะใช้เงินทิ้งขว้างเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะไม่ได้แล้ว จึงทำได้แค่ทำใจมองมันแล้วเดินผ่านไป ฉันเพิ่งรู้ว่าเงิน 100 บาทที่ฉันเคยมองว่ามันเป็แค่เศษเงิน จริงๆแล้วมันมีค่ามากแค่ไหน
ฉันเดินกอดตุ๊กตาลูกหมาตัวใหญ่ตามนายเวย์ไปเรื่อยๆ แล้วสายตาของฉันก็ไปกระทบกับเสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงดำทรงเอ ความทรงจำเื่การสมัครงานของฉันก็ผุดขึ้นมาในหัว ใช่แล้วฉันต้องหาชุดไปสมัครงาน
ฉันมองดูป้ายราคาที่ติดเสื้อไว้ 180 บาท และกระโปรง 220 บาท ฉันก้มมองเงินของตัวเองในมือ ซึ่งมันมีแค่ 160 บาท แค่เสื้อตัวเดียวยังซื้อไม่ได้เลย
“อยากได้หรอ” นายเวย์หันมาถามฉันที่ยืนจ้องมองเงินสดในมือของตัวเองอยู่
“แต่มันไม่พออ่า ฉันคงต้องไปเก็บขวดอีกหลายวันเลย” ฉันพูดอย่างหมดหวัง
“เอามั้ย เดี๋ยวฉันซื้อให้” เขาพูดและชูแบงค์ 500 ขึ้นมาให้ฉันดู ฉันก็ยิ้มดีใจ ในที่สุดฉันก็จะได้ชุดไปสมัครงานแล้ว แต่…ถึงยังไงมันก็เป็ตังค์ของเขาอยู่ดี ฉันค่อยๆหุบยิ้มลงและพูดด้วยความเกรงใจ
“ตังค์ของนาย นายก็เก็บไว้เถอะ ฉันเกรงใจ” ฉันพูดปฏิเสธอย่างเกรงใจ
“งั้นฉันจะถือว่าฉันทำธุรกิจกับเธอละกัน ฉันให้ยืมก่อน แล้วเธอค่อยคืนฉัน” เขาพูดเสนอ และยิ้มให้อย่างให้กำลังใจ ฉันยิ้มตอบเขาด้วยความดีใจ
“งั้นก็ได้ ฉันขอสองตัวนี้นะ” ฉันชี้ไปที่ชุดที่ฉันอยากได้ แล้วเขาก็จัดการซื้อให้
หลังจากนั้นเขาก็พาฉันเดินเที่ยวรอบงานและซื้อเสื้อผ้าให้สองสามชุดเพราะว่าฉันไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนเลย และของใช้ส่วนตัวจำเป็นิดหน่อย รวมๆแล้วก็เกือบพัน ทั้งหมดนี้ใช้เงินเขาทั้งนั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีเงินเก็บเยอะขนาดนี้
เราเดินกันมาจนถึงหน้าห้องน้ำ
“เข้าห้องน้ำมั้ย” เขาหันมาถามฉัน
“ไม่อ่า นายเข้ามั้ยล่ะ” ฉันที่ไม่ได้รู้สึกปวดหนักหรือปวดเบาเลยปฏิเสธ
“งั้นเธอรอฉันตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันออกมา เราค่อยกลับบ้านกัน” เขาพูดก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ฉันที่ยืนรอนายเวย์อยู่ จู่ๆก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเดินออกมาจากห้องน้ำ เอ๊ะ นี่มัน
“ซิลเวียร์” ฉันทักทายผู้หญิงคนนั้นอย่างดีอกดีใจที่ได้เจอ ซึ่งซิลเวียร์ เธอก็เป็เพื่อนสนิทของฉันั้แ่สมัยมัธยมจนขึ้นมหาลัยไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยกันก่อนที่ฉันจะกลับมาบ้าน และเธอก็แยกไปอเมริกาเพื่อไปหาพี่ชาย
“ปาล์มมี่” ซิลเวียร์เรียกชื่อฉันอย่างดีใจเช่นกัน “ฉันได้ข่าวเื่ของเธอว่าถูกคุณหญิงป้าไล่ออกจากบ้าน แต่ฉันติดต่อเธอไม่ได้” ซิลเวียร์พูดและทำสีหน้าเศร้า “แต่บังเอิญจังเลย จู่ๆฉันก็ได้เจอเธอซะงั้น แล้วทำไมคุณหญิงป้าถึงไล่เธอออกจากบ้านล่ะ” ซิลเวียร์ถามอย่างสงสัย ซึ่งฉันก็ไม่รู้จะตอบยังไงด้วยสิ
“เอ่อ…” ฉันอึกอัก คิดว่าจะบอกความจริงยัยซิลเวียร์ดีมั้ย ไหนๆก็ไหนๆละ ยัยซิลเวียร์คงจะไม่หัวเราะเยาะฉันหรอกมั้ง “เพราะว่าฉันเลือกคนที่คุณแม่ไม่ได้เลือกน่ะสิ” ฉันตอบ
“ยังไงอ่า ฉันไม่เข้าใจ” ซิลเวียร์ทำหน้างง ฉันจึงต้องอธิบายเพิ่มเติม
“ก็พอฉันกลับจากอังกฤษมาถึงที่ไทยปั๊บนะ คุณแม่ก็สั่งให้ฉันแต่งงาน แถมยังเกณฑ์ผู้ชายตั้งมากมายมาบังคับให้ฉันเลือก ฉันจึงประชดคุณแม่ด้วยการเลือกคนที่น่าเกลียดที่สุดในงาน” ฉันบรรยายให้ยัยซิลเวียร์ฟังอย่างโมโห
“แล้วไงต่อ” ยัยซิลเวียร์ทำสีหน้าเหมือนอยากรู้มากๆ
“ฉันเลยเลือกคนเก็บขยะน่ะสิ” ฉันพูดเสียงแ่เพราะอายเพื่อน
“ห้ะ แกเลือกใครนะ” ยัยซิลเวียร์ใกับสิ่งที่ได้ยิน มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอับอายกับการกระทำของตัวเองมากขึ้น แต่จะให้ฉันกลับไปขอโทษคุณแม่ ฉันก็กลัวจะเสียฟอร์มอีก
“คนเก็บขยะ” ฉันกระซิบพูดเบาๆ “แล้วสุดท้ายคุณแม่ก็โกรธ และไล่ฉันออกจากบ้าน หาว่าฉันใฝ่ต่ำ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยทำคอพับคอตก
“ฉันก็ว่าแกใฝ่ต่ำ เหมือนคุณหญิงป้าว่าหรอกนะ” ยัยโซเฟียพูดเข้าข้างคุณแม่
“นี่ ตกลงแกจะมาให้กำลังใจฉัน หรือมาซ้ำเติมฉันกันแน่” ฉันแควะยัยซิลเวียร์อย่างงอนๆ
“ก็แกนะแก ผู้ชายดีๆมีตั้งมากมาย ทำไมไม่เลือก ดันไปเลือกเอาคนเก็บขยะ สุดท้ายเป็ไง คนที่เดือดร้อนก็ต้องเป็แก” ยัยซิลเวียร์บ่นเหมือนคุณแม่ฉัน ซึ่งพวกคำเหล่านี้ฉันก็ไม่ค่อยอยากได้ยินเลย ฉันรู้สึกเหมือนมันยิ่งซ้ำเติมให้ความรู้สึกแย่ในตัวฉัน ที่ตัดสินใจทำแบบนี้ แต่การที่ได้มาอยู่กับนายเวย์มันก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว
“แต่ผู้ชายคนนั้นเขาก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียวนะ ถึงเขาจะปากร้าย ดุบ้าง แต่เขาก็ใจดี มีความเป็สุภาพบุรุษ คอยช่วยเหลือฉันทุกอย่างเลย ฉันรู้สึกดี รู้สึกอุ่นใจ รู้สึกปลอดภัยเวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ” ฉันพูดถึงความรู้สึกของฉันที่มีต่อนายเวย์ให้ยัยซิลเวียร์ฟัง
“อย่าบอกนะว่าแก…หลงรักนายคนเก็บขยะนั้นอ่า ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแกมีรสนิยมแบบนี้อ่า” ยัยซิลเวียร์พูดแบบแหยๆ
“บ้าาา เปล่านะ ฉันแค่รู้สึกดีเหมือนเพื่อนคนนึง แค่เพื่อน” ฉันพูดปฏิเสธและแก้ตัวเน้นคำว่าแค่เพื่อน ฉันจะไปชอบนายนั่นได้ยังไง นายนั่นไม่มีอะไรตรงตามคุณสมบัติที่ฉันวางไว้เลย
“ค่อยยังชั่ว นี่ แกอย่าคิดเกินเลยกว่าการเป็เพื่อนเชียวนะ ยังไงเขาก็ไม่คู่ควรกับแก ถึงจะดีแค่ไหนแต่แกกับเขาก็ไม่เหมาะสมกัน อย่าลืมสิว่าแกน่ะคือหงส์ ส่วนเขาน่ะอีกาก็ยังไม่ได้เป็เลยมั้ง” ยัยซิลเวียร์พูดเสียงชัดเจน ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าความจริงมันก็คือความจริง อีกไม่นานถ้าฉันตั้งตัวได้ ฉันก็คงจะไปจากเขา ระหว่างฉันกับเขา มันไม่มีทางเป็ไปได้อยู่แล้ว ระหว่างเรามันแตกต่างกันเกินไป
“ไม่มีวันแน่นอน อีกไม่นานถ้าฉันตั้งตัวได้ ฉันก็จะไปจากเขา” ฉันพูดเสียงหนักแน่นเพื่อทำให้ยัยซิลเวียร์มั่นใจ
“ดีมากเพื่อน แกอย่าลืมว่าที่จริงแล้วแกเป็ใคร แล้วเขาเป็ใคร” ยัยซิลเวียร์พูดเตือนฉัน “แล้วนี่แกมาคนเดียวหรอ” ยัยซิลเวียร์ถามอย่างสงสัย
“เปล่า ฉันมากับเขาน่ะ แต่เขาเข้าห้องน้ำอยู่” ฉันตอบและพลันสายตาก็หันไปเห็นนายเวย์ที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “นั่นไงเขามาพอดีเลย” ฉันพูดและชี้นิ้วไปทางนายเวย์ให้ซิลเวียร์ดู แต่ยัยซิลเวียร์กลับทำสีหน้าตกตะลึงเหมือนกำลังเห็นผียังไงอย่างนั้น
“พะ พะ พ.. พี่...” ยัยซิวเวียร์ตะกุกตะกักเหมือน้าจะพูดอะไรสักอย่าง และยัยนี่ก็หันไปจ้องหน้านายเวย์ตาค้างด้วย สงสัยจะตกตะลึงในความหล่อของนายเวย์มั้ง เหมือนกับฉันตอนที่เห็นตัวจริงของเขาครั้งแรก ก็ฉันบอกแล้วไงว่านายเวย์น่ะรูปร่างน่าตาทั้งหมดดูดีหมดระดับนายแบบเลยทีเดียว แต่เสียอย่างเดียว จน นายนั่นไม่เหมาะกับการเก็บขยะเลย จริงๆนะ