ถึงจะพอใจที่ได้อวดสะใภ้บ้านใหญ่แต่ก็ยังโมโหไม่หาย พอกลับมาถึงบ้านเยี่ยชิงยังไม่ทันหายโมโห เดินเข้ามาในบ้านก็เห็นลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานๆ นั่งล้อมวงดูเนื้อในชามจนน้ำลายแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว ก็ยิ่งโมโห “กิน กิน กิน วันๆ รู้จักแต่กิน”
“แม่เป็อะไรไปอีกแล้วละ ไม่ใช่เอาอาหารไปให้ปู่ย่าเหรอ” จิงจิงรีบห้ามทันที จะด่าอีกแล้ว
“ก็ป้าสะใภ้แกนะสิ ฉันเอาเนื้อไปให้ไม่ขอบคุณยังจะบอกว่าแกไปทำงานไม่ดีมาหรือเปล่าถึงได้มีเงินซื้อเนื้อซื้อซาลาเปามา พูดแล้วมันน่าโมโหจริงๆ ช่างเป็หมาป่าตาขาว!!”
“เอาเถอะแม่ ป้าสะใภ้ใหญ่ก็พูดก่อนไม่คิดแบบนั้นอยู่แล้วอย่าไปสนใจเลย มาทานอาหารเถอะหนูหิวแล้ว” ป้าสะใภ้ใหญ่ใช่ว่าจะพูดไม่จริงถ้าเพราะดูจากนิสัยที่เ้าของร่างเดิมทำทุกที่เป็ใครก็สงสัยทั้งนั้นแหละ
“จิงจิง พรุ่งนี้ไปคุยกับปู่ย่าที่บ้านใหญ่ด้วยนะ” หลิวหย่งบอกลูกสาวเสร็จแล้วก็นั่งลง เขาหินจนทนแทบไม่ไหวแล้ว เมื่อกี้ได้กลิ่นเนื้อตุ่นชามที่เอาไปให้พ่อกับแม่ กลืนน้ำลายแทบไม่รู้กี่รอบ
“ค่ะพ่อ พรุ่งนี้หนูจะไปคุยกับคุณปู่คุณย่าค่ะ” หลังจากจิงจิงพูดจบ แม่ชิงก็นั่งลง แบ่งเนื้อใส่ชามให้แต่ละคน
หลังจากนั้นจิงจิงก็อึ้งไปแล้วจริงๆ กับความเร็วที่กินอย่างรวดเร็วของครอบครัว นี่ นี่ มันจะเร็วเกินไปแล้ว….
หลังจากทานอาหารกันทั้งครอบครัว ทุกคนก็มีใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนกำลังฝันอยู่ จนจิงจิงทนดูแทบไม่ได้ นี่มันแค่เนื้อไม่ใช่หรือไง อีกทั้งชิ้นเนื้อแต่ละคนที่ได้ทานแบ่งกันแล้วมันจะได้คนละกี่ชิ้น แค่นี้ก็มีความสุขกันมากขนาดนี้แล้ว นี่ช่างเป็ความคาดหวังที่เล็กซะจริง ขอแค่มีเนื้อกินก็พอสินะ
“ที่พวกแกได้กินเนื้อได้ทานซาลาเปา เพราะน้องสาวของพวกแกแท้ๆ ที่ทำงานอดหลับอดนอนวาดภาพเพื่อที่จะหาเงิน มีอะไรก็แบ่งให้พวกแกกิน จำไว้ว่าน้องสาวแกดีแค่ไหน งานอะไรที่ฉันสั่งให้ทำ ทำได้ก็ทำซะ ดูสิว่าบ้านไหนได้กินเนื้อ แบบนี้เหมือนพวกแกกินบ้าง เ้าตัวเล็กตัวน้อยนี่ก็ด้วย” แม่ชิงรีบสั่งสอนสะใภ้ตัวเองกับหลานตัวน้อยทันที ส่วนงานวาดภาพหาเงินได้ จิงจิงก็โกหกบอกครอบครัวไปก่อนนี้แล้ว
“แม่คะ อย่าลืมเื่ที่หนูคุยกับแม่ก่อนหน้านี้นะคะ” พอแม่ชิงได้ยินก็รู้สึกเสียดายอาหารขึ้นมา ไหนจะหันไปดูเสื้อผ้าปะชุนทั่วตัวของหลานๆ ก็ต้องเสียดายจนเจ็บใจขึ้นมาอีกต้องใช้เงินไปเท่าไหร่ละเนี่ย ส่วนผ้าถึงจะมีผ้าหลายพับที่จิงจิงเอามาให้ แต่เ้าเด็กพวกนี้รอไปก่อนละกันตัดให้ผู้ใหญ่อย่างพวกเธอก่อนสิ เพราะพวกปากหอยปากปูขี้นินทาพวกนั้นจริงๆ ทำให้จิงจิงคิดมาก ช่างเถอะคิดซะว่ายังไงก็เป็หลานฉันก็แล้วกัน
“รู้แล้ว รู้แล้ว แม่จะเพิ่มอาหารแต่ละวันให้ทุกคน” พูดแล้วก็ต้องเจ็บใจขึ้นไปอีก
พอทุกคนได้ฟังก็ได้แต่ตะลึง แม่จะเพิ่มอาหารให้ทุกคนงั้นเหรอ ปกติทุกคนกินข้าวอิ่มแค่ครึ่งท้องพออยู่ได้กันเท่านั้น แต่แม่บอกว่าจะเพิ่มอาหารให้เพียงเพราะแค่ได้คุยกับน้องสาว
หลานตัวน้อย 2 คน และพี่สะใภ้ทั้งสองมีสีหน้าใแต่ก็ดีใจเป็อย่างมาก จะพูดว่าสะใภ้ทั้งสองต่างก็ไม่พอใจน้องสามีคนนี้มากนักก็ว่าได้แต่ก็ไม่มีใครพูดออกมา ได้แต่เก็บไว้ในใจ
ก็เพราะแม่สามีเข้าข้างและฟังแต่คำพูดน้องสาวสามี ไม่ว่างานอะไรก็ไม่เคยให้ทำ งานทุกอย่างก็โยนมาให้พวกสะใภ้ทำ ไหนจะงานบ้านงานเก็บแต้มลงแปลงนา เพื่อรับใช้น้องสามีที่เอาแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ ใช้เงินอย่างสบายอยู่ในเมือง ขนาดเสื้อผ้าของน้องสามียังไม่ยอมซักด้วยตัวเองเลย ให้หลานสาวอายุแค่ 13 ปีซักให้ด้วยซ้ำ เด็กสาว 2คน คนหนึ่งอายุ 13 คนหนึ่งอายุ 9 ขวบ ต้องทั้งทำงานบ้าน เลี้ยงน้องและยังซักผ้าให้น้องสามีอีก มันน่าน้อยใจจริงๆ
ส่วนสะใภ้รองเงินที่สามีตัวเองเสี่ยงชีวิตหาเงินมาแท้ๆ กลับไม่ได้ถึงมือตัวเองสักหยวนเดียว แม่สามีเป็คนเก็บทั้งหมด เงินที่ได้มาแต่ละเดือน ก็ส่งให้น้องสาวไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไร น้องสาวถึงได้มีแต่เสื้อผ้าใหม่ๆ แต่ตัวเองเสื้อผ้ามีแต่รอยปะ ไหนจะพวก่เก็บเกี่ยวได้ส่วนแบ่งข้าว แป้ง ก็ต้องกันส่วนของน้องสามีไว้อีกส่วนต่างหาก ทั้งๆ ที่น้องสามีไม่เคยทำงานในนาเลย แต่ทั้งสองสะใภ้ก็ไม่เคยกล้าพูดอะไรออกมาต่อหน้าแม่สามีอยู่ดี ไม่อย่างนั้นอาจโดนแม่สามีด่าไปสามวันสามคืนแน่ๆ
พอจิงจิงได้ยินที่แม่พูดก็รู้สึกพอใจขึ้นนิดหน่อย เด็กๆ พวกนี้ ขาดสารอาหารจริงๆ และพี่สะใภ้ทั้งสองอีก ทั้งดำทั้งผอมแห้งขนาดนี้ และเสื้อผ้าที่เก่ามีจุดปะที่แทบทุกรู ผิดกับตัวเองที่ขาวผ่อง หน้าตาอิ่มเอิบ เสื้อผ้าก็มีใส่แต่งตัวอย่างก็คนในอำเภอ ไม่มีรอยปะแม้แต่นิดเดียว มาคราวหน้าค่อยหาข้ออ้างนำผ้ามาอีก และของใช้อื่นๆ ไว้ให้อีกละกัน นี่มันครอบครัวของเธอในตอนนี้นี่หนา เฮ้อ เ้าของร่างเดิมหลิวอวี้จิงตัวดี เธอนี่มันเกิดมาเพื่อให้คนอื่นรับใช้เธอคนเดียวหรือไงนะ ช่าง..
เอาละเริ่มได้แค่นี้ก็ถือว่าเกินขีดจำกัดของแม่เธอแล้วสินะ ค่อยๆ แก้ไขกันทีละนิด เป้าหมายต่อไปของจิงจิงก็คือเป่าหูแม่ตัวเองให้เป็คนดี คนปกติกับเขาบ้าง!!!
“แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะช่วยแม่หาเงิน แล้วก็เรียนให้จบหางานดีๆ ทำแน่นอนค่ะ บ้านเราจะไม่อดอยาก อยากกินเท่าไหร่ก็กินเท่านั้น” จิงจิงเริ่มให้ความหวังครอบครัวและแม่ของเธอ
“โถ่ ลูกสาวคนดีของแม่ มีแต่แก่นี่แหละที่เป็ห่วงครอบครัว ห่วงแม่ ไม่เหมือนเ้าพวกตะกละพวกนี้ ได้แต่กิน กิน กิน”
“” … จิงจิง