ในเมื่อยังไม่ได้แยกบ้าน หยางเฉิงก็พาลูกๆ ออกไปกินข้าวที่บ้านใหญ่ตามปกติ เมื่อไปเจอก็พบว่าทุกคนกินข้าวกันเสร็จแล้ว ยกเว้นหยางเป่าและหยางซูเจียวที่ถูกขังไว้ในห้องเพราะ้าเว้นอาหารให้บ้านสาม เลยถูกลงโทษให้อดอาหาร
แม่เฒ่าหลี่เมื่อเห็นบ้านสามเดินเข้ามาก็กระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
“พวกเ้าอยากแยกบ้าน ก็ไม่ต้องกินอาหารของบ้านนี้ หากอยากใช้เตาไฟก็ได้ แต่พวกเ้าต้องไปเก็บฟืนมาเองและให้เก็บมาเป็ค่าเช่าเตาของบ้านใหญ่ด้วย ส่วนค่าแรงหากเ้าจ่ายหนี้หมอกู่เสร็จเมื่อไหร่ ก็ต้องส่งเข้ากองกลางเช่นเดิม ไม่เช่นนั้นลืมเื่แยกบ้านไปได้เลย”
“ไปกันเถอะ พ่อจะไปยืมข้าวบ้านปู่ใหญ่และจะลองไปล่าสัตว์ดู พวกเ้าไปเก็บผักป่ามาเถอะ”
หยางเฉิงพูดจบก็พาเมียและลูกออกไป
แม่เฒ่าหลี่กัดฟันกรอด นางนอนคิดมาทั้งคืน หยางเฉิงหาเงินเข้าบ้านได้มากมาย หากแยกบ้านไปนางย่อมขาดทุนย่อยยับแน่ ไหนๆ เ้านั่นก็กล้าเปิดโปงนางก็ให้พวกมันอดกันทั้งบ้าน ส่วนเื่เงิน 20 ตำลึงทอง นางแค่ขู่ออกไปเท่านั้น เ้านั่นอยากแยกบ้านมาตลอดหลายปีมานี้ ก็ไปดิ้นรนหาหยิบยืมเอาละกัน หากหามาได้จริงนางจะยอมให้แยกไป เงินก้อนนั้นจะได้ลดตัวหารไปอีก
เมื่อหยางเฉิงออกไป แม่เฒ่าหลี่ก็สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองก็ปล่อยตัวหยางเป่า และหยางซูเจียวออกมากินข้าว แต่เมื่อสองคนนั้นออกมาได้กลับวิ่งตามบ้านสามออกไป
“ไอ้พวกไม่รักดี” แม่เฒ่าหลี่ชี้นิ้วด่าตามหลังด้วยความโกรธ
“ท่านพี่ พวกเราไปด้วย” หยางเป่ากับซูเจียววิ่งกระหืดกระหอบตามมา
หยางเฉิงพาทุกคนไปยังชายป่าแล้วให้นั่งรอเขาตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างลำธาร หยางเป่าเข้าป่าไปพร้อมพี่ชาย ที่เหลือเดินหาของป่าบริเวณใกล้ๆ จุดนัดพบ
เมื่อเดินห่างออกมาจากคนอื่น ลู่เหวินก็สั่งให้ระบบค้นหารอบๆ ตัว
[ในระยะ 50 จั้ง มีแค่สมุนไพรธรรมดา และสัตว์เล็กขอรับ]
“หยิน สัตว์เล็กที่ว่ามีอะไรบ้าง”
[นก ค้างคาว และสัตว์น้ำขอรับ]
“เฮ้อ พอได้เข้าป่าก็ดันไม่ได้อะไร วันนี้คงเสียเที่ยวแล้วล่ะ”
ลู่เหวินที่กำลังเบื่อๆ เห็นพี่ชายยืนจ้องฝูงปลาอยู่ก็เดินเข้าไปมองดูแล้วเอ่ยถามอย่างงงๆ
“ปลาตัวโตๆ ทั้งนั้นเลย ทำไมไม่จับเล่าขอรับ”
“ปลาในลำธารนี้ว่ายน้ำเร็วมาก นานๆ ครั้งถึงจะมีคนจับมันได้สักครั้ง” ลู่คงบอกน้อง
“ทำไมไม่ใช้เบ็ดตกปลา หรือที่ดักปลาเล่าขอรับ” ลู่เหวินถามด้วยความแปลกใจ
ลู่เสียนมองหน้าพี่ชาย แล้วหันมาถามลู่เหวิน “อะไรคือเบ็ดตกปลา แล้วพวกปลาวางกับดักได้ยังไงน้องเล็ก”
ลู่เหวินได้ยินดังนั้นก็ใ ที่นี่ห่างจากทะเลชาวบ้านน่าจะไม่มีทักษะในการจับปลา แต่ตอนที่อยู่บ้านท่านตาเขาก็ไม่เคยเห็นใครถือเบ็ดตกปลาเลยสักครั้ง แต่จะใช้เป็ถุงตาข่ายถักด้วยเชือกแทน
เมื่อคุยกับพี่ชายเสร็จแล้ว ก็ชวนกันไปตัดไม้ไผ่มาทำเป็คันเบ็ด ลู่เหวินจำได้ว่าเขาเอาอุปกรณ์ตกปลามาด้วย ก็ให้หยินเอาตาเบ็ดกับสายเอ็นออกมาจากระบบ เมื่อนำออกมาตาเบ็ดยังดูเหมือนปกติ แต่สายเอ็นมีลักษณะเหมือนเถาวัลย์เส้นบางๆ แต่แข็งแรงมาก
พี่ชายทั้งสองตื่นเต้นทุกครั้งที่ลู่เหวินเอาของออกมาแบบนี้ แต่เห็นว่าที่ตรงนี้มีแค่พวกเขาเลยไม่ว่าอะไร เมื่อได้เบ็ดตกปลามาแล้ว ทั้งสามก็ลงมือขุดดินหาไส้เดือนสักพัก ก็ได้ไส้เดือนมาเกือบ 30 ตัว ลู่เหวินนำเหยื่อมาเสียบเบ็ด แล้วหย่อนลงไปตรงฝูงปลา คงเป็เพราะไม่มีคนจับมัน พวกมันเลยไม่หนีไปเมื่อไส้เดือนัักับน้ำ หย่อนลงไปไม่ถึงห้าลมหายใจ ปลาก็ฮุบเหยื่อแล้วลากลงไปในน้ำ เมื่อลู่เหวินยกคันเบ็ดที่มีปลาตัวใหญ่ติดอยู่ตรงปลายขึ้นมา พี่ชายทั้งสองคนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เลยเอาเหยื่อใส่เบ็ดของตนเองบ้าง
เย่ซื่อ ได้ยินเสียงลูกชายะโเสียงดังด้วยความตื่นเต้น และสนุกสนาน เลยชวนลูกสาว และน้องสามีเข้าไปดู “ว้าว พวกเ้าจับได้ยังไงเนี่ย” ซูเจียวตื่นเต้นเมื่อเห็นปลาสามตัวในตะกร้าข้างๆ หลานชาย
“ข้าหยิบถังมาด้วย เดี๋ยวข้าเอาไปใส่น้ำแล้วเอาปลาพวกนี้ลงไป” ลู่เอินรีบเดินไปตักน้ำ
“พี่หญิงใหญ่ อยากลองตกดูไหม” ลู่หวินเอ่ยพลางยื่นคันเบ็ดให้พี่สาว
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ลู่เหวินและครอบครัวก็ตกปลาได้ 29 ตัว จากนั้นก็ก่อไฟ แล้วเริ่มนำปลามาย่าง ระหว่างรอหยางเฉิงและหยางเป่ากลับมา
สักพักใหญ่ หยางเฉิงกับหยางเป่าก็กลับมา ในมือมีกระต่าย 2 ตัว และมันเทศ 10 กว่าหัว
“โอ๊ะ พวกเ้าจับปลาได้ยังไง ชักชวนกันลงน้ำลึกกันหรือ” หยางเฉิงถามด้วยความสนใจ
“ไม่ใช่ขอรับ น้องเล็กเป็คนหาวิธีขอรับ” ลู่คงอธิบายถึงการตกปลา
หยางเป่ามองหน้าลู่เหวินด้วยความประหลาดใจ
“เ้าตัวเล็ก นี่มันยอดเยี่ยมมากเลย แต่พวกเ้าห้ามบอกใครถึงวิธีการนี้เด็ดขาดนะ นี่จะเป็ช่องทางการหาเงินของบ้านพวกเ้า พี่สามกินเสร็จท่านกับข้าเข้าเมืองกันเถอะ”
หลังทุกคนกินกันอิ่มแล้ว ก็ตกลงกันว่าหยางเฉิงและหยางเป่าจะเข้าเมืองกันเอง ที่เหลือให้ไปรอที่บ้าน
เมื่อหยางเฉิงและหยางเป่ามาถึงในเมือง ก็ตรงไปยังชางหย่งจิ่วโหลว ภัตตาคารแห่งเดียวในตำบลแห่งนี้ หยางเฉิงที่คุ้นเคยกับที่นี่ดี เพราะสัตว์ป่าส่วนตัวที่เขาล่ามาได้จะถูกซื้อโดยเหลาอาหารแห่งนี้
“พี่เฉิง เอาอะไรมาขายล่ะวันนี้” เสี่ยวเอ้อเห็นหยางเฉิงแบกถังน้ำเข้ามาทางประตูหลัง ก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“ข้ามีปลามาขายน่ะ ที่นี่้าหรือไม่” หยางเฉิงพูดพลางปลดถังน้ำลงจากหลังของเขาและหยางเป่า
“อา..ปลานี่ยังเป็ๆ อยู่เลย สมแล้วจริงๆ ที่ท่านเป็พรานอันดับหนึ่ง ข้าไม่เคยเจอใครจับปลาได้มากขนาดนี้มาก่อนเลยพี่เฉิง พี่รอสักครู่นะ ข้าจะไปเรียกหลงจู๊มาคิดราคาให้” พูดจบก็เดินหายไป สักพักก็ออกมาพร้อมชายวัยกลางคน หากเด็กๆ มาด้วยคงจำได้ว่าชายคนนี้คือคนที่ซื้ออาหารทะเลของพวกเขาไป
“ปกติปลาที่มาขายที่นี่จะตายแล้ว ร้านเรารับซื้อที่จินละ 20 อีแปะ แต่ปลาของพวกเ้ายังเป็ๆ อยู่ และตัวใหญ่เลยทีเดียว ข้าให้ราคาจินละ 40 อีแปะ ได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ” หยางเฉิงตอบด้วยความยินดี
ปลา 25 ตัว น้ำหนักรวม 75 จิน หยางเฉิงรับเงินมาทั้งหมด 3 ตำลึง ก็หันไปมอบให้น้องชาย 200 อีแปะ
“นี่เอาไว้ใช้จ่ายตอนเ้าอยู่ในเมือง ข้าอยากให้มากกว่านี้ แต่ข้ามีความจำเป็ต้องใช้เงิน”
“พี่สาม ข้าแค่ช่วยแบกของมา ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไรมากมาย ท่านเป็คนหาเลี้ยงข้ามาั้แ่เล็กๆ หากข้ารับเงินท่านตอนที่ท่านเดือดร้อน ข้ายังจะเป็คนอยู่อีกหรือ” หยางเป่าปฏิเสธเสียงแข็ง
บ้านใหญ่ตระกูลหยาง แม่เฒ่าหลี่กำลังนอนเอนหลังอยู่ในห้อง โดยมีหยางหลิ่งหลานชายคนโต กำลังคุกเข่าอยู่ที่พื้นห้อง
“ท่านย่า ข้ามาขอร้องท่าน กรุณาให้ข้าหยุดเรียนเถิดขอรับ”
แววตาเศร้าสลด น้ำเสียงเ็ปใจของหลานชายทำให้แม่เฒ่าหลี่ะเืใจเป็อย่างมาก
“เ้าจะหยุดเรียนได้อย่างไร เ้าเป็ความหวังของบ้าน เป็ความหวังของย่า มีใครทำอะไรเ้า บอกย่ามา ย่าจะให้พ่อและอาของเ้าไปจัดการให้”
“ท่านย่า การเรียนจำเป็ต้องใช้เงินจำนวนมาก ไหนจะต้องเข้าสังคมเพื่อคบหามิตรสหาย หากข้าคบแต่กับพวกคนจนๆ ในหมู่บ้าน แล้วจะมีลู่ทางที่ดีได้เช่นไร ท่านให้ข้าลาออกมาเถอะ เรียนไปก็เหมือนอาเล็ก ไม่มีสหายที่ร่ำรวย ก็ยากที่จะมีใครช่วยเหลือตอนสอบ ท่านอาเล็กที่สอบถงเซิงไม่ผ่าน หาใช่เป็คนไร้ความสามารถ หากแต่ไร้สหายที่น่าเกรงขามต่างหากเล่าขอรับ”
แม่เฒ่าหลี่ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเ็ปใจ หลานชายพูดถูกลูกชายคนเล็กไม่ได้ไร้ความสามารถ แต่เขาคบแต่เพื่อนที่มีฐานะเท่าเทียมกัน นี่คงเป็เหตุผลที่ลูกชายสอบระดับแรกไม่ผ่าน เลยลาออกจากการเล่าเรียน มาทำงานที่ร้านหนังสือในตำบลแทน ไม่ได้ นางจะปล่อยให้หลานชายเป็เหมือนลูกชายคนเล็กไม่ได้
“เ้าจะลาออกไม่ได้ บอกย่ามาว่าต้องทำเช่นบ้าง”
หยางหลิ่งเห็นผู้เป็ย่า หลงเชื่อที่ตามตนชักจูง ก็ก้มหน้ายิ้มมุมปากแล้วเริ่มเอ่ยถึงความ้า
“ข้าต้องมีสังคมที่ดี แต่ก่อนจะมีเช่นนั้นได้ ข้าต้องแต่งกายสะอาดสะอ้านและดูดี มีเงินติดตัวจำนวนหนึ่ง เผื่อว่าวันใดสหายชวนไปภัตตาคาร หากข้าให้เขาเป็คนจ่ายทุกรอบ พวกเข้าจะรังเกียจและดูถูกข้าได้ ข้าเลยต้องมีเงินพอที่ช่วยเขาจ่าย หรือเป็คนจ่ายเงินเองบ้างในบางครั้งขอรับ”
แม่เฒ่าได้ยินเช่นนั้นก็เดินไปหยิบมาให้หยางหลิ่ง 100 อีแปะ
“ใครจะมาดูถูกหลายชายย่าไม่ได้ เ้าเอาเงินนี่ไป”
หยางหลิ่งเห็นเงินก็คิ้วกระตุก
“ท่านย่า เงินแค่นี้แค่กินข้าวสักมื้อที่ชางหย่งจิ่วโหลวยังไม่ได้เลยขอรับ อย่างน้อยเดือนหนึ่งข้าต้องมีเงินติดตัว สัก 2 ตำลึงขอรับ แม้ข้าจะเลี้ยงข้าวสหายไม่ได้ แต่หากข้าช่วยพวกเขาจ่ายได้ เขาจะไม่รังเกียจข้าแน่นอนขอรับ แต่หากท่านย่าเห็นว่ามันมากเกินไป ก็อนุญาตให้ข้าลาออกเถิดขอรับ” หยางหลิ่งคุกเข่าลงด้วยสีหน้าเ็ปใจ
แม่เฒ่าหลี่แม่จะตระหนี่แต่กับหลานชายที่เปรียบเสมือนดวงใจของนาง นางรีบเข้าไปลูบผมหลานชาย
“ไอโยว ย่านี่เลอะเลือนเสียจริง เ้าเป็บัณฑิตย่อมรู้ดีว่าย่าเป็คนบ้านนอกไม่เคยไปกินที่เหลาอาหาร เลยไม่รู้ราคา เดี๋ยวย่าจะไปหยิบเงินให้เ้าใหม่”
หยางหลิ่งที่ได้เงิน 2 ตำลึง ก็ยิ้มหน้าบานออกมาจากห้องแม่เฒ่าโดยไม่ลืมให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะตั้งใจเรียนและสอบเข้าขุนนางให้ได้โดยเร็ว จะได้ไม่ต้องรบกวนเงินจากทางบ้าน