ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 51 ฆาตกรรมร่างโอสถ

    ครามและอชิรา ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

    “ใช่ ร่างกายของเจ้า เลือดของเจ้า แม้แต่เส้นผมของเจ้า จะกลายเป็นโอสถ ยิ่งเจ้ากลั่นโอสถระดับสูงมากเท่าใด เจ้าจะกลายเป็นโอสถที่มีฤทธิ์มากเท่านั้น ยิ่งเจ้าปรุงโอสถหลากชนิดมากเท่าใด โอสถที่ได้จากเจ้ายิ่งรักษาได้ครอบจักรวาลมากเท่านั้น เจ้าลองนึกดูว่า โอสถที่ได้จากเจ้า ยิ่งมีฤทธิ์มากเท่าใด ยิ่งเป็นที่ต้องการมากเท่านั้น ผู้ที่ครอบครองร่างของเจ้านอกจากจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้ ยังสามารถสร้างความมั่งคั่งและยิ่งใหญ่ให้กับตัวเองได้อีกด้วย  นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพ่อของเจ้าจึงกีดกันไม่ให้เจ้ามา สอบเลื่อนระดับการเป็นนักปรุงโอสถ”

    “ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย หากไม่มีใครรู้นี่คะ”

    “การตายของแม่เจ้า เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ามีบางคนรู้ความลับนี้แล้ว แต่ที่มันไม่แพร่หลายนั่นเพราะว่าคนผู้นั้นเกรงว่าหากข่าวแพร่กระจายไปมากตัวเขาจะพลาดในทุกสิ่ง จึงได้พยายามจะขโมยศพแม่ของเจ้าเพียงลำพัง ไม่ได้ส่งกองกำลังมาให้เป็นที่สงสัย ดังนั้นพวกเราจึงต้องนำมาหลบซ่อนในห้องลับ”

    นี่มันคำสาปชัดๆ !!! ร่างโอสถอย่างนั้นรึ ครามอุทานขึ้นมา

    “ท่านน้าใช้คำว่าพวกเรา มีคนอื่นอีกหรือ” อชิราฉายแววสงสัย

    “พ่อของเจ้า เป็นคนออกอุบายนี้ โดยการเตรียมร่างของสตรีไร้ญาติที่เสียชีวิต มาทำพิธีเผาศพแทนแม่ของเจ้า แล้วนำแม่ของเจ้ามาไว้ที่นี่ โดยให้นักสิทธิ์ของห้าสำนักราชันแห่งขุนเขามาร่วมกันสร้างห้องนี้ โดยเราให้เหตุผลว่า ต้องการเอาไว้ปลูกสมุนไพรวิเศษเท่านั้น โดยมีผู้เปิดห้องนี้ได้มีเพียง ข้า และ พ่อของเจ้า”

    “ในระหว่างพิธีศพปลอมๆ นั้น เราพยายามสืบหา จับพิรุธว่าใครที่รู้ความลับนี้แล้วพยายามขโมยร่าง จวบจนพิธีเพลิงเสร็จ ขณะเก็บอัฐิธาตุ เราก็ยังคงใช้กองกำลังคอยคุ้มกัน แม้วันนั้นเราพบผู้บุกรุก แต่ก็ปล่อยให้รอดไปได้ พูดแล้วก็เจ็บใจ”

    “แต่ท่านพ่อของข้า…”

    “เฌอปราง พ่อของเจ้าห่วงเจ้ามาก วันหนึ่งเขา มาบอกข้าว่าได้พบกับคนที่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลเจ้า แทนเขาได้ และเขาก็พร้อมที่จะให้เจ้าได้เรียนรู้วิถีการเป็นนักปรุงโอสถจากทั้งเขาและข้า เจ้าว่ามันบ้าไหมล่ะ เขาเจอกับชายหนุ่มผู้นั้นเพียงครั้งเดียว เขาก็มาเล่าเป็นตุเป็นตะ” ปรมะพูดจบก็หันไปสบตากับคราม “ข้าพยายามทัดทาน แต่เขาก็ยืนยันคำเดิม จนข้าได้เจอกับเด็กหนุ่มผู้นั้น กับพวกเจ้าทั้งสองในวันแรก” 

    หนุ่มสาวหันมองหน้ากันครู่หนึ่ง ใช่ เรื่องมันเพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้เอง

    “ข้าก็รู้ว่า มันน่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว หลานรัก เจ้าไม่สงสัยเลยรึว่าทำไมข้าถึงจำเจ้าได้ แม้ว่าเจ้าจะแต่งหน้าราวกับนกแก้วน่ะ”

    เฌอปรางหน้าแดง “ข้าไม่ได้เหมือนนกแก้วสักหน่อยท่านน้า”

    “ครามข้าเห็นความเป็นอัจฉริยะของเจ้า วันนี้ข้าได้ทดสอบเจ้าในขั้นสุดท้าย ไม่คิดว่าเจ้าจะทำสิ่งที่ข้าไม่สามารถทำได้ให้เป็นจริง” ปรมะประกบมือ แล้วโค้งศีรษะ “หลังจากนี้ ข้าขอให้เจ้าช่วยคุ้มครองพี่สาวและหลานสาวของข้าด้วย” 

    “ท่านอาไม่ต้องกังวล นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องทำอยู่แล้ว”

    “เรื่องนี้ไม่ง่ายนัก เขาผู้นั้นยังคงอยู่ ผู้ที่วางแผนสังหารแม่ของเจ้าขณะทดสอบเลื่อนระดับนักปรุงโอสถ”

    “ใช่” เฌอเอมสำทับ เล่าถึงวันนั้น ขณะที่เธอกำลังทำการทดสอบเลื่อนระดับนักปรุงโอสถระดับ 5 หากสำเร็จ เธอจะเป็นคนแรกในนครเนรดี แต่ก็มีเหตุเกิดขึ้นในวันนั้น หม้อปรุงโอสถที่เธอใช้ เกิดการแตกร้าว ในขณะที่เธอเร่งพลังอิทธิเข้าไป ไม่นานนักเมื่อหม้อระเบิดเป็นชิ้นๆ พลังอิทธิได้โถมย้อนกลับเข้าร่างทำให้ชีพจรทั้งหมดขาดสะบั้น จึงทำให้เธอวิญาณออกจากร่าง หลังจากนั้นปรมะเข้าใจว่าข้าเพียงหมดสติ แต่นานวันเข้าก็ไม่ฟื้น แต่ด้วยพ่อของเจ้าไม่ยอมแพ้ ร่วมมือกับปรมะรักษาร่างของข้าไว้ เผื่อวันหนึ่งพบกับนักปรุงโอสถที่มีพรสวรรค์ ปลุกเธอให้พื้นขึ้นมา มาถึงตอนนี้เฌอเอมไม่ได้เล่าว่าคงครามช่วยเชื่อมประสานรกวิญญาณให้เธอ เล่าเพียงว่าใช้โอสถสองเม็ดนั้น และพลังอิทธิอีกสายหนึ่งในการรักษา

    “คราม…” ปรมะเว้นจังหวะ เพราะเขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะพูด “เจ้าสามารถสอนการรักษาได้ไหมว่าเจ้าใช้พลังอิทธิอย่างไรจึงรักษาท่านพี่ได้ ข้าไม่คิดว่าเพียงโอสถสองชนิดนั้นเป็นหลัก”

    “ครามประกบมือเข้าหากัน ท่านอา เกรงว่าจะไม่ได้ สิ่งนี้เป็นความลับของอาจารย์ข้า ข้าไม่ควรเปิดเผยโดยพละการ”

    ปรมะถอนหายใจยาว เดิมทีคิดว่ามีความหวังที่จะได้เรียนรู้ เมื่อได้ยินดังนี้ เห็นทีคงหมดวาสนา วิชาที่วิเศษเช่นนี้ ไม่มีใครเขาจะถ่ายทอดกันง่ายๆ นี่มันเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานในบรรพพิภพ วิชาล้ำค่าจะถูกสืบทอดต่อให้กับศิษย์เอกหรือสายเลือดเท่านั้น

    เฌอเอม ปรามปรมะ “เจ้าอย่าบีบบังคับผู้มีพระคุณของข้า บัดนี้เด็กคนนี้ไม่ต่างอะไรกับผู้ให้กำเนิดชีวิตใหม่แก่ข้า” ทันทีที่จบประโยค เธอได้หันไปยิ้มให้คราม ประหนึ่งว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูด แต่ยังไม่เอ่ยออกมา 

            ในห้องของเฌอเอม ภาพเขียนของเธอถูกย้ายมาปิดที่ประตูมิติดังเดิม ทั้ง 5 มานั่งรวมกันที่โต๊ะนั่งเล่น 

            เฌอเอมได้กล่าวกับปรมะถึงข้อสัญญาที่มอบห้องลับนี้ให้คราม ซึ่งเขาก็ไม่ได้ติดอะไร เพราะบัดนี้สิ่งที่ต้องการจะปกปิด ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป จึงมอบป้ายสำหรับเข้าออกห้องลับให้กับคราม ซึ่งหนุ่มน้อยรับไว้ เพราะก็ไม่ได้อยากจะแสดงอิทธิฤทธิ์การสะเดาะประตูมิติที่ยากจะเข้าถึงให้ใครได้ฟังมากนัก








    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน