กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 บทที่ 93 กำแพงมนุษย์

            บทที่ 93 กำแพงมนุษย์

            เที่ยงคืนเมฆสีแดงลอยล่องปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนจนดับแสงดวงจันทร์นกปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนบินอาละวาด กระพือปีกอย่างแรงจนท้องฟ้าสั่นสะเทือน

            ป่าสีเลือดอันกว้างใหญ่ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายสัตว์ปีศาจทุกตัวมีดวงตาสีแดงเลือดวิ่งพล่านไปทุกทิศทาง ต้นไม้ใหญ่หักโค่นเป็นทิวแถวเศษก้อนหินน้อยใหญ่กระเด็นกระจาย

            ที่ต้นน้ำของแม่น้ำโลหิตฉู่อวิ๋นและพรรคพวกต่างพุ่งไปฆ่าด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น กระแสเลือดพุ่งกระฉูดแม้พวกเขาจะรู้ว่าซ่งอี้จมอยู่ในฝูงสัตว์ปีศาจ แต่ก็ทำได้เพียงวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา

            พวกเขาไม่อาจผิดต่อการเสียสละของซ่งอี้!

            “ทุกคน อย่าแตกแถว! ตามข้ามา!” เฟิงเยี่ยนดูเคร่งขรึมคราบน้ำตายังคงเปรอะเปื้อนใบหน้า เขาคอยเปิดทางข้างหน้าให้มีดบินพลังปราณสังหารสัตว์ปีศาจที่คอยขวางทางอยู่เรื่อยๆ

            “ข้าต้องอยู่... ข้าต้องอยู่ต่อไป!!!” ดวงตาของฉู่อวิ๋นฉายแววดุร้าย เขาตะโกนก้องอยู่ในใจทว่าเขาเป็นกองหน้าคนที่สองของกลุ่ม ยังต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง

            ตอนนี้เขาตกอยู่ในความสับสนอารมณ์โมโหโกรธาล้วนฉายชัดอยู่บนใบหน้าสัตว์ปีศาจที่ผ่านเข้ามามีไว้ให้เขาใช้ระบายความเคียดแค้นเท่านั้น!

            “พี่ใหญ่... ข้าอ่อนแอเกินไปข้าช่วยท่านไม่ได้! ข้าขอโทษ... ข้าโทษ! ฮือ!!”

            “หัวหน้าท่านวางใจเถอะพวกเราออกไปได้แน่ เราทำได้แน่!”

            “ฆ่า!!”

            ดวงตาของทุกคนแดงก่ำหัวใจของพวกเขาเจ็บปวดราวกับถูกใบมีดแหลมคมกรีด แต่ในอารมณ์ที่แตกตื่นเช่นนี้พวกเขากลับเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นหลายเท่าพลังสุดท้ายที่เหลืออยู่พุ่งออกมาจากร่างกาย พลังปราณเพิ่มขึ้นชั่วขณะหนึ่งทำให้อันตรายไม่อาจกล้ำกราย

            “ควั่บ ควั่บ ควั่บ!”

            พลังปราณจากก้นบึ้งของแม่น้ำเปล่งประกายอย่างดุเดือดราวกับเมฆาร่วงถล่มและดวงจันทร์แตกสลาย ด้วยความโกรธที่ลุกโชนฆ่าสัตว์ปีศาจจนชุ่มโชกไปด้วยเลือด เสียงคำรามดังก้องไปในอากาศ

            มองเห็นกลุ่มคนสิบคนกำลังพุ่งทะยานทวนไปตามแม่น้ำอย่างรวดเร็วคล้ายมังกรตัวยาวพยายามกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงเส้นทางที่นองเลือด!

            “ชึบ ชึบ ชึบ——!”

            สุกรวัชระหลายตัวพยายามโจมตีเข้ามาแต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกแสงกระบี่ของฉู่อวิ๋นสับเป็นชิ้นๆ เสียก่อน

            “ซ่า!”

            น้ำในแม่น้ำกระเซ็นอย่างแรงครู่ต่อมา เงาดำอีกเงาก็ปรากฏขึ้น ปลาปีศาจกว่าสิบตัวกระโดดออกมาจากแม่น้ำดวงตาวาวใสดุร้าย ก่อนจะพ่นศรวารีออกมาจากปากอันใหญ่โต บนศรอาบด้วยพิษร้ายแรงแต่กลับถูกวิญญาณยุทธ์เกราะคู่ของสือเหล่ยขวางไว้

            “โฮก——! เจ้าพวกสัตว์ปีศาจ! เอาชีวิตพี่ใหญ่คืนมาให้ข้า เอาคืนมา!!”

            ชายร่างใหญ่ตะโกนสุดเสียงคว้าตัวปลาด้วยมือข้างหนึ่งแล้วยกหมัดเหล็กระดมต่อยภายในพริบตาสัตว์ปีศาจน้ำที่ดุร้ายกลายเป็นชิ้นเนื้อเละๆ กลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลไปในอากาศ

            ในเวลาเดียวกันต่างฝ่ายต่างต่อสู้กันอย่างชุลมุน พลังปราณของพวกเขาพลุ่งพล่านทุกครั้งที่เดินไปได้ระยะหนึ่งก็จะมีสัตว์ปีศาจพุ่งเข้าหาทั้งด้านหน้าด้านหลัง

            ทุกคนต่อสู้ไปพลางเดินหน้าไปพลางร่างกายเต็มไปด้วยหยดเลือด เสื้อผ้าเปียกโชกราวกับเงาร่างสีแดงนับสิบร่างที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

            หากผิดพลาดสักเล็กน้อยจนตามขบวนไปไม่ทันนั่นคือหนทางสู่ความตาย

            ในขณะที่ทุกคนเดินลึกลงไปในแม่น้ำและรีบวิ่งทวนกระแสน้ำกำแพงภูเขาที่อยู่ข้างๆ ก็ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆความกว้างของผิวน้ำเหลือเพียงสองหมี่เท่านั้น ซึ่งแคบมาก

            พื้นที่เล็กๆนี้ทำให้ทุกคนไม่อาจปล่อยมือออกจากกัน ได้แต่เพียงต่อสู้อย่างสิ้นหวังร่างกายของทุกคนมีรอยแผลและร่องรอยโลหิตประปรายไม่มากก็น้อย

            “ทุกคน ดูนั่น!”

            มู่หรงซินหรี่ตามองไปข้างหน้าจากนั้นก็ส่งเสียงไชโยโห่ร้องทำให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองหลังจากฆ่าสัตว์ปีศาจไปได้อีกหลายตัว

            มีแม่น้ำที่ทอดยาวอยู่ข้างหน้าทว่าเมื่อมองไปรอบๆ ก็พบกับแสงสีแดงเข้มที่ส่องเข้ามา ราวกับเส้นขอบฟ้าที่ใฝ่หา

            “นั่น...นั่นคือทางออกของแม่น้ำ!เรามาถึงแล้ว...ในที่สุดเราก็มาถึงแล้ว...” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเป็นประกายแต่เขากลับยิ้มเศร้าๆ

            หลังจากต่อสู้มาจนสุดทางก็เห็นความหวังขึ้นมารำไรพวกเขากำลังจะรีบวิ่งออกไปอีกครั้ง

            แต่ฉู่อวิ๋นรู้ดีว่าผลลัพธ์ที่ได้มาในตอนนี้แลกมากับชีวิตของซ่งอี้

            มิฉะนั้นทุกคนก็จะถูกจระเข้กลืนฟ้ากินหมด ไม่มีใครรอดพ้น

            “นี่คือทางช่วงสุดท้ายแล้ว! สัตว์ปีศาจก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆเร่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง!” เฟิงเยี่ยนยกแขนขึ้น หายใจเข้าลึกๆและรีบรุดไปข้างหน้าทันทีเพื่อเปิดทางให้ทุกคน

            “เร็ว!!”

            “บุกไปด้วยกัน!!”

            “ไม่ช้าก็เร็วข้าจะต้องกลับมาฆ่าสัตว์ปีศาจอย่างพวกแกให้ได้! โฮก——!”

            ทุกคนตะโกนตอบรับ ร่างกายร้อนผ่าวก่อนจะวิ่งไปบนทางน้ำข้างหน้า คลื่นน้ำสาดซัดไปทั่วนี่เป็นช่วงสุดท้ายของทางน้ำแล้ว

            “ตึง—“

            ในขณะที่ทุกคนยังคงต่อสู้ต่อไปเสียงคำรามอันกึกก้องก็ดังมาจากด้านหลัง พลังอันยิ่งใหญ่ราวกับฟ้าร้องกัมปนาท

              “เร็วเข้า... ทุกคน รีบไปข้างหน้า! สวรรค์!สัตว์ปีศาจพวกนี้เยอะเกินไปแล้ว!” นักรบที่อยู่ท้ายขบวนตกตะลึงใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบวิ่งไปข้างหน้า

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็หันหลังไป มองเห็นสัตว์ปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนกรูกันเข้ามาหาพวกเขาส่งเสียงคำรามดังก้อง ทำลายกำแพงภูเขาจนแตกกระจาย แลดูวุ่นวาย

            เมื่อสัตว์ปีศาจมารวมตัวกันในพื้นที่แคบๆของแม่น้ำก็ก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่สูงหลายสิบหมี่แรดเขาทองตัวใหญ่บางตัวยังติดอยู่บนกำแพงภูเขาทั้งสองอีกด้วย

            “ให้ตายเถอะ! นี่มันอะไรกัน?!!” เมื่อมองไปที่กลุ่มสัตว์ปีศาจที่รวมตัวกันเป็นฝูงดวงตาของฉู่อวิ๋นก็เบิกกว้าง เขาผลักมู่หรงซินและพ่านพ่านไปข้างหน้าทันที ก่อนจะรีบไปข้างหน้า

            หากถูกดันไปอยู่ท้ายขบวนไม่โดนกัดตายก็ต้องโดนเหยียบตาย

            ในความเป็นจริงแม้ว่าทุกคนจะรีบเร่งไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้ไปถึงต้นน้ำให้เร็วที่สุดแต่ผลที่ตามมาของการสูญเสียบุคคลที่แข็งแกร่งในระดับห้าของขั้นมหาสมุทรนั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต

            หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากซ่งอี้สัตว์ปีศาจที่อยู่ด้านหลังคงกองกันเป็นภูเขา แม่น้ำก็ค่อยๆ แคบลงดังนั้นฝูงสัตว์ปีศาจจึงซ้อนทับกันขึ้นไปเป็นเรื่อยๆ แลดูแออัดในลำน้ำแคบๆ

            “โฮก!”

            ทันใดนั้นสุนัขปีศาจสามหัวหลายตัวก็โผล่ออกมาจากฝูงสัตว์ปีศาจที่หนาแน่นอย่างรวดเร็วกรงเล็บของพวกมันสะท้อนแสง รีบวิ่งไปหาคนที่อยู่ท้ายขบวน

            “อ้าก...โอ้ย...!!”

            “หนีไป…หนีไป!”

            เมื่อเห็นสัตว์ปีศาจไล่ตามมานักรบทั้งสองที่อยู่ระดับแปดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณก็หน้าซีดเผือดตื่นตระหนกจนเกิดการผลักกัน ทำให้พวกเขาเสียศูนย์และตกลงไปในน้ำพร้อมกัน

            “ฉึก!”

            ก่อนที่ใครจะทันโต้ตอบชายทั้งสองก็ถูกสุนัขปีศาจฉีกเป็นชิ้นๆ พวกเขายังไม่ทันได้กรีดร้องเนื้อและเลือดก็ปลิวว่อน

            “หึ! สัตว์ปีศาจหน้าตาย กล้าดีอย่างไรมาฆ่าพี่น้องข้า!?” นักรบอีกคนตะโกนอย่างโกรธขึ้ง เขาหันหลังกลับและฟาดฝ่ามือทั้งสองออกไปฆ่าสุนัขปีศาจทั้งสองตัวในทันที

            แต่เขาก็ถูกสุนัขปีศาจตัวสุดท้ายพุ่งเข้ามาที่ศีรษะบดบังการมองเห็น จนต้องดิ้นเร่าๆ

            “ข้าช่วยเจ้าเอง!”

            ถัดจากเขานักรบอีกคนก็ปล่อยหมัดออกไป ทำลายร่างของสุนัขปีศาจ

            “ขอบคุณ! รีบไปเร็วเข้า...อ้าก!!”

            “เอ๊ะ? นี่...นี่คือ!"

            นักรบทั้งสองต่อสู้กับสัตว์ปีศาจอยู่ครู่หนึ่งพวกเขาเริ่มวิ่งได้ช้าลง ผลคือถูกสัตว์ปีศาจกลุ่มหนึ่งจับตัวไว้ได้จากด้านหลังหลังจากกรีดร้องสองสามครั้ง พวกเขาก็กลายเป็นกองเนื้อและกระดูกบดที่แหลกละเอียด

            ในเวลาเพียงครู่เดียว ในกลุ่มจากสิบคนก็เหลือเพียงหกคน

            อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ไม่กี่คนที่อยู่แนวหน้าของกลุ่มก็มาถึงปลายแม่น้ำแล้วพวกเขาเห็นทะเลสาบซึ่งเงียบสงบมากอยู่ตรงหน้า ล้อมรอบด้วยภูเขาหินและถนนที่สลับซับซ้อน ไม่มีร่องรอยของสัตว์ป่าชนิดอื่น

            “ในที่สุดก็รอดแล้ว!”

            ฉู่อวิ๋นโล่งใจก้าวขึ้นไปบนน้ำและเงยหน้าขึ้นมอง ขอบเขตการมองเห็นของเขาค่อยๆ กว้างขึ้นโดยมีแสงจันทร์ส่องสว่างและสายลมพัดผ่าน แม้แต่อากาศก็สดชื่นขึ้นกลิ่นไอน้ำลอยมากระทบจมูก

            “วิ่งเร็วเข้า ไม่เช่นนั้นพวกเราจะถูกสัตว์ปีศาจที่อยู่ด้านหลังกินเอา!”เฟิงเยี่ยนเร่งเร้าก่อนจะลงมือฆ่าสัตว์ปีศาจสองสามตัวสุดท้ายด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายขึ้น

            “อื้ม!” ฉู่อวิ๋นพยักหน้า แล้วถามพ่านพ่าน “แม่นางพ่านพ่านดินแดนบรรพบุรุษของเจ้าไปทางไหนหรือ?”

            “จากที่นี่ไปทางทิศหรดี[1] ไม่นานก็ถึงแล้ว…” พ่านพ่านตอบอย่างรวดเร็วแต่ทันใดนั้นดวงตาของนางก็สั่นไหว ชี้มือไปทางด้านหลังฉู่อวิ๋นแล้วอุทาน: “อ๊ะ!ระวัง! นั่น! ...อสุรกายน้ำตาทอง!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นฉู่อวิ๋นก็ตกใจและหันกลับไปมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            “ซือ--"

            ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงร้องแปลกๆดังขึ้น น้ำในทะเลสาบพุ่งสูง กวาดล้อมไปทุกทิศทาง ปรากฏหัวของสัตว์ปีศาจค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากน้ำ

            อสุรกายน้ำตาทองนี้คล้ายปลาแต่ไม่ใช่ปลา ส่วนหัวของมันเป็นใบหน้าที่เคร่งขรึมของหญิงสาวเกล็ดบนตัวส่องแสงเจิดจ้า ล้ำค่ำเปล่งประกาย

            ครู่ต่อมามันก็รีบว่ายพุ่งเข้าหาฝูงชนอย่างรวดเร็ว สาดคลื่นสีขาวเข้าใส่เผยความโกรธเคืองด้วยพลังอันดุเดือดและปรากฏเจตนาฆ่าชัดเจน

            “ให้ตายเถอะ! มีสัตว์ปีศาจระดับต่ำคอยเฝ้าอยู่ที่ต้นน้ำ!ข้าเกือบลืมไปแล้ว!” เมื่อเห็นสัตว์ปีศาจแห่งแม่น้ำปรากฏตัวขึ้นฉู่อวิ๋นก็รู้สึกหงุดหงิดทันที

            ตอนนี้คนเดียวในกลุ่มที่สามารถสู้กับสัตว์ปีศาจตัวนี้ได้คือเฟิงเยี่ยน

            แต่ตลอดทางมาเฟิงเยี่ยนไม่ได้หยุดพักเลยเขาคอยจัดการสัตว์ปีศาจอยู่แนวหน้าตลอด พลังปราณของเขาแทบจะหมดแล้วไม่อาจรับมือสัตว์ปีศาจที่มีพลังเต็มเปี่ยมได้อีก

            ยามนี้อสุรกายน้ำตาทองกำลังวิ่งมาจากข้างหน้าพร้อมด้วยสัตว์ปีศาจที่วิ่งตามหลังพวกเขามาซ้ายขวายังมีกำแพงภูเขาสูงชะลูดที่ปีนยากกล่าวอีกนัยหนึ่งคือกำลังประสบปัญหาอีกครั้ง

            นี่คือวินาทีสุดท้าย ไม่อยู่ก็ตาย!

            “ฮู่ว... ฉู่... จอมยุทธ์ฉู่ ไม่ต้องกังวล... ข้า... ข้ายังสู้ได้!”เฟิงเยี่ยนอ้าปากหอบหายใจอยู่ต่อหน้าทุกคน จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างปรากฏวิญญาณยุทธ์มีดบินพลังปราณข้างหลัง ก่อนจะตะโกน “ปีศาจน้ำข้าจัดการเอง!รอ...รอก่อน! อย่า...อย่าตาย!"

            หลังจากพูดจบเฟิงเยี่ยนก็รีบวิ่งออกไปต่อสู้กับอสุรกายน้ำตาทองอย่างสุดกำลังมีดบินในแขนเสื้อกะพริบแสงอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังปราณอันแข็งแกร่งทำให้น้ำในแม่น้ำสั่นสะเทือน

            “แค่ถ่วงไว้สักนิด สักนิดก็พอ!”

            เมื่อเห็นสิ่งนี้ฉู่อวิ๋นก็มองหน้าเขาแล้วหันกลับมาทันที เขายืนรวมตัวกับสือเหล่ย เมิ่งซานและคนอื่นๆ สร้างกำแพงมนุษย์เพื่อปกป้องมู่หรงซินและพ่านพ่านที่อยู่ข้างหลังเขา

            “โฮก!!!”

            “ซือ--”

            แม่น้ำเต็มไปด้วยเงามืดของสัตว์ปีศาจส่งเสียงดังกึกก้อง พลางพุ่งเข้าใส่ ทั้งยังคำรามด้วยเสียงที่น่าตกใจ

            “พี่ฉู่ เจ้า... เจ้ากลัวหรือไม่?” เมื่อมองดูกลุ่มสัตว์ปีศาจที่อยู่ตรงหน้าเขาสูงหลายสิบหมี่เมิ่งซานก็อดเหงื่อตกไม่ได้และกลืนน้ำลายเต็มปาก มือของเขาสั่นไหวน้อยๆ

            “กลัว! แต่... ถอยไม่ได้!” ฉู่อวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกชี้กระบี่ชื่อยวนขึ้นท้องฟ้า ยืนหยัดอย่างอาจหาญ ร่างกายของเขาตรงราวกับหอก

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้เลือดของทุกคนก็เดือดพล่านด้วยความตื่นตัว พวกเขารวบรวมพลังปราณส่วนสุดท้ายในร่างกายปรากฏเงาของวิญญาณยุทธ์อยู่ที่ด้านหลัง

            พวกเขาถอยไม่ได้ ต้องอดทนไว้!

            “โฮก! ข้าดีใจมากที่ได้มาพบกับพวกเจ้า!” ทันใดนั้นสือเหล่ยก็พูดด้วยรอยยิ้ม สีหน้าของเขาดูแปลกไปเล็กน้อย ทำให้ทุกคนสับสน

            “แต่พี่น้องเกือบทั้งหมดตายไปแล้ว แม้กระทั่งพี่ซ่ง…”ดวงตาของสือเหล่ยรื้นน้ำตา เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยความโกรธ “ข้า...ข้ามีพละกำลังอันดุร้าย แม้แต่พวกเจ้าก็บอกว่าข้าโง่เง่าและใจง่าย”

            “แม้แต่วิญญาณยุทธ์ของข้าก็เป็นเพียงเกราะชิ้นหนึ่ง ไม่มีประโยชน์อะไรเทียบกับของพวกเจ้าไม่ได้”

            “ดังนั้นตอนนี้ ให้ข้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์หน่อยเถอะ”

            ทันทีที่เขาพูดจบดวงตาของสือเหล่ยก็เบิกกว้าง เขาเปิดใช้งานชุดเกราะวัวเงินร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยแสงพร่างพราย กลายเป็นเงาของชุดเกราะพลังป้องกันของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น

            คลื่นพลังปราณปะทุออกมาจากร่างของเขาจนทุกคนที่ไม่ทันระวังก็กระเด็นออกไปครึ่งก้าว

            “เจ้าก้อนหิน เจ้าจะทำอะไร?!” ฉู่อวิ๋นตะโกน อยากจะหยุดเขา แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าสือเหล่ยรีบพุ่งออกไปแล้ว เขายืนอยู่ที่ส่วนที่แคบที่สุดของแม่น้ำกระแทกไปที่กำแพงภูเขาทั้งซ้ายและขวาอย่างสุดกำลังจนเกิดเสียงดังกึกก้อง

            ----------

            [1] ทิศตะวันตกเฉียงใต้