ตอนที่ 18
ประตูนรกที่แตกหัก
บอสมองเห็นมอนสเตอร์จำนวน7 - 8 ตัว ร่างของมันเป็เปลวไฟสีแดงฉาน ดวงตาของมันมีสีแดงท่าทางการเดินคล้ายกับพวกสัตว์ ตัวสูงประมาณ 2.7 - 3 เมตร ดูแล้วน่ากลัวไม่น้อยเลย
[อเวจีระดับอัศวิน 3 ดาว 4700/4700]
[อเวจีระดับองครักษ์ 1 ดาว 5500/5500]
…
“ระดับอัศวิน 3 ดาว 4 ตัวและระดับองครักษ์ 1 ดาว 4 ตัว งานหยาบเลยแหะพวกมันเดินไปไหนมาไหนเป็กลุ่มซะด้วย!”บอสพึมพำ
เขาหยิบอาวุธขึ้นมาจากนั้นก็วิ่งไปทางพวกมันโดยไม่หวาดกลัวถึงแม้ว่ามันจะยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ชนะพวกมันทั้งหมดไม่ได้เขาสั่งอัดวิดีโอเอาไว้แล้วก่อนที่จะวิ่งเข้าหาพวกมัน
กรรรร!!!!
พวกอเวจีสังเกตเห็นเขาแล้วพากันวิ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็วตามพื้นที่มันวิ่งจะมีเปลวไฟขนาดย่อมหลงเหลืออยู่เสมอ เท่าที่บอสได้ยินมาว่าไฟนั่นร้อนจนสามารถหลอมละลายเหล็กได้เลยทีเดียวบอสชี้นิ้วไปที่อเวจีตัวที่ 1 แล้วยิงสายฟ้าออกไปด้วย Energy จำนวน 20%
เปรี้ยง!!!
[-1700 hp ติดสถานะมึนงง 5 วินาที]
‘เยี่ยม!! ไฟฟ้านี่แรงมาก!! หากเราอัดEnergy 80% น่าจะมากพอที่จะฆ่าพวกนี้ได้ในครั้งเดียว’บอสกล่าวในใจ
ค่าEnergy ของเขานั้นจะฟื้นฟู 1% ทุกๆ 30 วินาทีมันเลยทำให้เขาสามารถใช้พลังพิเศษและสกิลได้บ่อยมากกว่าคนทั่วไปเพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับพละกำลังที่เขามี
อเวจีตัวอื่นๆพากันใช้กรงเล็บที่เต็มไปด้วยเปลวไฟตวัดมาทางเขาอย่างต่อเนื่องแต่มันก็ไม่สามารถโจมตีโดนเลยหอกของบอสปะทะเข้ากับกรงเล็บของพวกมันหลายครั้งจนทำให้มือของเขารู้สึกร้อนเพราะว่าหอกได้รับความร้อนมาด้วยเวลาที่ปะทะกับกรงเล็บของพวกมัน
เป้งง!! ติ๊ง!! เป้งงง!!!
ในตอนที่เขาปัดป้องการโจมตีของมันเขาก็มักจะมองหาโอกาสที่จะโจมตีสวนอยู่เสมอการต่อสู้เป็ไปด้วยความดุเดือดบอสจะถอยออกมายิงสายฟ้าใส่พวกมันก็ต่อเมื่อหอกของเขาร้อนมากเกินไปเขาจะหลบการโจมตีของมันจนกว่าหอกจะหายร้อนในระหว่างนั้นเขาก็ใช้ Energy เพียง 1% โจมตีพวกมันเป็พักๆ เขาใช้วิธีนี้นาน 4นาทีเขาก็สามารถฆ่าตัวแรกได้สำเร็จ
[คุณสังหารอเวจีระดับองครักษ์ 1 ดาว]
[+3800 ค่าประสบการณ์สะสม]
[+750ทอง]
‘ว้าว! ได้รางวัลเยอะโคตร!!’
ผ่านไป 10 นาที
ในที่สุดบอสก็สามารถฆ่าพวกมันได้หมดทั้ง8 ตัว เขาได้รับผลประโยชน์มากมายจากมันแต่ไม่ได้เมล็ดพันธุ์เลยแม้แต่อันเดียวโอกาสได้รับมันนั้นต่ำมากเขาไม่ได้โชคดีเสมอไป บอสสวมเกราะแล้วเอามือััร่างของมันเพื่อรวบรวมพลังงานสะสมเอาไว้จากศพของพวกมันก่อนจากนั้นเขาก็ทำการเรียนรู้ซากของมันในทันที
[-15,000 แต้มความรู้สำหรับเรียนรู้อเวจี]
[ยินดีด้วยคุณได้รับแปลนการสร้าง Artifact ส่วนแขนซ้ายเพลิงอเวจี!]
‘อ่าห์~~~ Artifact แขนซ้าย!! สุดยอด!!’
บอสกำลังจินตนาการถึงชุดเกราะในอนาคตของตนเองอยู่มันคงจะเท่ไม่น้อยหากเกราะของเขาจะมี7 ธาตุอยู่ในชุดเกราะ คนทั้งโลกต้องอิจฉาเขาแน่นอน!
บอสพบความจริงอย่างหนึ่งว่าซากอเวจีมันร้อนมากจนไม่สามารถทานได้หากเขาทานเข้าไปปากคงไหม้ลำไส้ขาดกันพอดีถึงแม้ว่านาโนเทคโนโลยีจะช่วยเขาย่อยมันแต่เครื่องในของเขาคงทนไม่ไหวซะก่อน!
เขาเดินไปยังประตูนรกที่แตกหักแล้วเดินสำรวจรอบๆดูเขาสงสัยมากว่าเ้าสิ่งนี้มันอยู่มานานแค่ไหนแล้วและมันใช่ประตูสู่นรกจริงๆเหรอ?
[มันคือประตูที่ถูกสร้างโดยมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์ปีศาจค่ะ อายุน่าจะประมาณ20,000 ปีเป็อย่างต่ำ]
‘โห้!? มันอยู่มานานขนาดนั้นเลย!? แล้วทำไมพวกปีศาจนั่นต้องสร้างขึ้นมาด้วยละ?’
[ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไงค่ะ เพราะฉันไม่ใช่ปีศาจ]
‘หนอนน้อยรู้สึกว่าเธอจะเริ่มเหิมเกริมแล้วนะ’บอสกล่าว
[พูดเล่นนิดหน่อยก็ไม่ได้ ไหนว่าเราเป็เพื่อนกันเหรอคะ?]
‘โอ๋ๆ อย่าน้อยใจนะ ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง..หนอนน้อยคนดี’
หนอนน้อยไม่ได้กล่าวอะไรกลับมาบอสคิดว่าเธอน่าจะโกรธอยู่ก็เป็ได้เลยกล่าวขึ้นมา
‘ฉันให้พลังงานสะสมเลย 200 แต้ม ถือว่าเป็การขอโทษนะๆ’
[โอ้!? งั้นฉันหายโกรธคุณแล้ว ขอบคุณมากค่ะ ฮิฮิ]
[-200แต้มพลังงานสะสมเพื่อให้หนอนน้อยอารมณ์ดีขึ้น]
บอสส่ายหัวแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อยจากนั้นเขาก็เดินทางกลับไปยังจุดตั้งแคมป์เพื่อพักผ่อนในคืนนี้เมื่อไปถึงที่นั่นเขาก็พบว่ามีคนอยู่ที่นี่เต็มไปหมดบอสคิดว่าพวกเขาน่าจะมาที่แห่งนี้เพื่อท้าทายผู้พิทักษ์สุสานแน่ๆโชคดีที่เขาเช่าที่เอาไว้แล้วเลยสามารถกางเต็นท์นอนได้โดยไม่ต้องกังวล
เขามองเวลาก็เห็นมันถึงตี2 แล้วเขาี้เีอาบน้ำมากเกินไปเลยนอนภายในเต็นท์ทั้งอย่างนั้น
วันต่อมา(อีก 2 วันต้องกลับไปที่มหาวิทยาลัย)
บอสตื่นขึ้นตอนเที่ยงตรง เขาเก็บเต็นท์แล้วเดินไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำสาธารณะเมื่อทำกิจวัตรประจำวันเสร็จเขาก็ไปต่อสัญญาเช่าเอาไว้แล้วก็นำเนื้อมอนสเตอร์ออกมาย่างกินในจุดกางเต็นท์ของตนเองเนื้อที่ดีนั้นไม่จำเป็ต้องทำอะไรมากเขาเติมแค่เกลือและพริกไทยใส่เนื้อแล้วนำมันไปย่างบนกระทะเขาทำอาหารตามสูตรที่เขียนเอาไว้ในหนังสือแบบแปะกลิ่นของอาหารลอยไปยังเต็นท์ของคนอื่นทำให้พวกเขาต้องกลืนน้ำลายคำใหญ่ลงคอ
ไม่นานเขาก็ทำมันเสร็จแล้วก็นำเนื้อชิ้นนั้นมาตัดกินด้วยความเอร็ดอร่อยหากบอสกินเนื้อมอนสเตอร์เข้าไปเขามีโอกาสที่จะได้รับค่าสถานะเพิ่มเมื่อวานเขากินเนื้อแห้งไปประมาณ 10 กก. ทำให้เขาได้ค่าสถานะพละกำลังมา 3 หน่วยดังนั้นวันนี้เขาจะกินเนื้อย่างบ้างมันอาจจะได้ค่าสถานะที่แตกต่างออกไป?
บอสมีแผนที่จะออกไปล่ามอนสเตอร์ที่สามารถนำซากไปขายได้เพราะเขาจะมาฆ่าพวกผีดิบก็ต่อเมื่อเขา้าค่าประสบการณ์ซอมบี้นั้นขายก็ไม่ได้กำไรจากการล่าก็ไม่มีโชคดีที่มันมอบทองให้กับเขาอยู่ไม่อย่างงั้นเขาคงเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
เขาลองตรวจสอบเงินในระบบดูก็พบว่ามันมีมากถึง9 หมื่นทองแล้ว!! บอสรีบเปิดดูของที่ขายอยู่ภายในร้านค้าอย่างรวดเร็วตอนนี้เขามีดาบโลหะทมิฬระดับอัศวิน 3 ดาวอยู่แต่มันอยู่ในสภาพที่เสียหายบอสเลยเลือกที่จะซื้อวัสดุที่ต้องใช้ในการซ่อมแซมมันมาแล้วทำการซ่อมมันแล้วนำมาใช้จะคุ้มมาก!เขาใช้ทองไป 1500ทองเพื่อซื้อวัสดุเ่าั้มาจากนั้นก็สั่งซ่อมภายในระบบทันทีเมื่อดาบซ่อมเสร็จแล้วบอสก็ดูรายละเอียดของมัน
[ดาบโลหะทมิฬระดับอัศวิน 3 ดาว]
[ดาเมจต่อมอนสเตอร์ : 1595 ~ 1705 หน่วย(เปลี่ยนแปลงไปตามพละกำลังของผู้ใช้)
ดาเมจตุ่์: 2550 ~ 3100 หน่วย(เปลี่ยนแปลงไปตามพละกำลังของผู้ใช้)]
‘ดาเมจของดาบสูงมากสมแล้วที่เป็ดาบระดับอัศวิน 3 ดาวการล่าครั้งในครั้งนี้น่าจะง่ายมากยิ่งขึ้น!’
พอบอสทานอาหารเสร็จเขาก็เก็บอุปกรณ์ทำอาหารใส่กระเป๋าแล้วออกไปล่าพวกมอนสเตอร์ระดับนักรบ3 ดาวขึ้นไปในป่าเขตในที่อยู่ไม่ไกลจากจุดตั้งแคมป์….
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึงวันที่บอสต้องกลับไปที่มหาวิทยาลัย
บอสเก็บเกี่ยวได้ค่าประสบการณ์สะสมพลังงานสะสมและทองได้มากมายมหาศาลจนพวกมันทั้งหมดอยู่ในหลัก 1 แสนได้สำเร็จ ส่วนซากมอนสเตอร์ที่เขามีนั้นก็อยู่ที่ประมาณ98 ตัว เขาจะนำมันไปขายอยู่บนโลกทั้งหมดเพราะยังไงเขาก็ต้องกลับโลกอยู่แล้ว
เขาใช้บริการรถหุ้มเกราะเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองเจสเตอร์รถหุ้มเกราะจะมีรอบรถของมันเหมือนกับรถประจำทางอยู่แต่มันจะเคลื่อนในเส้นทางหลักเท่านั้นชุดเกราะของบอสนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นไหม้และกลิ่นเืซึ่งมันไม่ได้แตกต่างกับคนที่นั่งอยู่ภายในรถมากนัก
ทันใดนั้นเองก็เห็นพระหัวโล้นเดินขึ้นมาบนรถเขาจำพระรูปนี้ได้เขาคือหลวงพี่ปุ๋ยนั่นเอง
“นมัสการหลวงพี่ปุ๋ยการล่าเป็ยังไงบ้างขอรับ?”
“โอ้!? เสียงแบบนี้โยมบอสนี่เองอาตมาได้รับปัจจัยไปหลายหมื่นเลยในหลายวันมานี้ เด็กๆหลายคนกินอิ่มนอนหลับแล้วโยมบอสเป็อย่างไรบ้าง”
“สบายดีครับหลวงพี่เก็บเกี่ยวมาได้เยอะพอสมควร! ตอนนี้กำลังจะกลับโลกขอรับ”
“จริงสิอีก 5 วันจะมีงานวัดที่วัดของอาตมาโยมบอสว่างหรือไม่?”
“อีก5วัน.......ว่างพอดีเลยขอรับหลวงพี่เดี๋ยวผมขอที่อยู่วัดของหลวงพี่หน่อยนะขอรับ”บอสกล่าว
“จัดไปโยม”
จากนั้นหลวงพี่ก็เขียนที่อยู่และเบอร์โทรแล้วมอบให้กับบอสเอาไว้บอสพบว่าตอนนี้หลวงพี่อยู่ในระดับ 5 แล้วถือว่าเร็วมากๆ แล้วพวกเขาก็พูดคุยกันเื่สัพเหระไปตลอดการเดินทางเมื่อถึงที่เมืองเจสเตอร์พวกเขาก็แยกทางกันเนื่องจากบอสต้องไปส่งภารกิจ
บอสมองหาตรอกซอยที่ไม่มีผู้คนแล้วนำซากอเวจีออกมาแล้วลากมันไปยังส่วนที่ส่งภารกิจเมื่อคนจำนวนมากเห็นศพของอเวจีบอสก็กลายเป็ที่สนใจทันทีเพราะมันไม่มีคนบ้าที่ไหนฝ่าดงผีดิบเพื่อล่าอเวจียิ่ง่นี้พวกผีดิบและอเวจีนั้นแข็งแกร่งกว่าเดิมมากเลยทำให้ไม่ค่อยมีคนรับภารกิจที่เกี่ยวกับสนามรบโลหิตไปทำ
บอสบอกชายที่ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องไปว่าเขาชื่ออะไรและทำภารกิจอะไรเขาทำการตรวจสอบซากของอเวจีโดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีแล้วหยิบเช็คเงินสดให้กับเขา
“นี่คือเช็คเงินรางวัลของภารกิจนายโอ้นายได้รับแต้มจากการทำภารกิจสำเร็จ 100 แต้มนะ”ชายคนนั้นกล่าว
บอสตรวจสอบเช็คก็พบว่ามันไม่ใช่เงินจำนวน5 หมื่นแต่เป็ 1 แสน
“ไม่ใช่ว่าภารกิจนี่มีเงินรางวัล5 หมื่นเหรอครับ?”
“เนื่องจากระดับของมอนสเตอร์สูงขึ้นเลยทำให้รางวัลสูงขึ้นตาม...”ชายคนนั้นกล่าว
บอสพยักหน้าจากนั้นเขาก็เดินไปยังประตูมิติแล้วกลับไปที่โลกเขารีบวิ่งออกจากประตูมิติเพราะกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมไม่นานเขาก็ไปถึงที่ห้องพักของตนเอง เขาลองตรวจสอบดูก็พบว่ามันไม่มีอะไรผิดปกติบอสเข้าไปข้างในห้องแล้วทำการถอดชุดเกราะออกอาบน้ำแต่งตัวแล้วดูเวลาเขาก็พบว่าเหลืออีก 1 ชม. คลาสถึงจะเริ่ม
“ออกไปหาอะไรกินรอก็แล้วกัน!...”
บอสเดินไปหยิบมือถือที่เสียบสายชาร์จทิ้งไว้นาน5 วันขึ้นมาดูเขาก็พบสายโทรตามมากกว่า 100 สาย ข้อความอีก 200 กว่าข้อความ ประมาณ90 สายเป็ของกิ่ง 2 สายของแม่ และอีก 8 สายเป็ของเบอร์ที่ไม่รู้จักส่วนข้อความบอสพบว่าเป็ของกิ่ง 100 ข้อความเปะๆ และอีก 110 ของใครก็ไม่ทราบ
บอสลองเปิดข้อความของกิ่งอ่านดูเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
แล้วเขาก็มองเห็นข้อความภาพที่เธอส่งมามันเป็หัวข่าวที่มีว่า
[สามีของอัจฉริยะสาวนามว่า ก. หายตัวไปอย่างลึกลับ!มีข่าวลือว่าโดนปิดปากโดยครอบครัวของทางฝั่งภรรยา!]
[ภรรยาสาวอัจฉริยะจิตใจต่ำตมนามว่า ก. ปล่อยให้สามีที่กำลังตั้งครรภ์ออกไปล่า
มอนสเตอร์เพื่อหาเลี้ยงตัวเองและลูก!]
ในภาพประกอบข่าวเป็รูปของเขาสวมชุดเกราะหมาป่าสีเงินเดินออกจากหอพัก..
..................................................................................................................
ระดับพลังของมนุษย์นั้นจะมีั้แ่ 1 - ไม่จำกัดแม้แต่ระดับพลังของคนจีนที่มีพลังปราณเองก็แบ่งขั้นพลังเป็ระดับเช่นกันสำหรับพวกผู้มีพลังพิเศษที่ไม่ใช่พลังปราณแบบคนจีนเมื่อพลังของพวกเขาอยู่ในระดับหนึ่งพวกเขาจะต้องวิวัฒนาการเพื่อเข้าสู่ขอบเขตถัดไปส่วนระดับพลังก็ตามนี้เลยครับ
ระดับพลังมนุษย์
ระดับ 1 - 20 จะอยู่ในดวงเคราะห์ระดับ 1 (ยังไม่วิวัฒนาการ)
ระดับ 21 - 60 จะอยู่ในดวงเคราะห์ระดับ 2 (วิวัฒนาการครั้งที่ 1)
ระดับ 61 - 100 จะอยู่ในดวงเคราะห์ระดับ 3 (วิวัฒนาการครั้งที่ 2)
ระดับ 101 - 140 จะอยู่ในดวงเคราะห์ระดับ 4 (วิวัฒนาการครั้งที่ 3)
ระดับ 141 - 180 จะอยู่ในดาวเคราะห์ระดับ 5 (วิวัฒนาการครั้งที่ 4)
ในดวงดาวระดับ1 จะเป็สถานที่รวมตัวของคนที่พึ่งปลุกได้ในการเพิ่มระดับพลังของทุกคนนั้นอยู่ที่การบริโภคเนื้อมอนสเตอร์และใช้สารสกัดจากมอนสเตอร์ความเร็วในการพัฒนาของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปตามพร์พวกคนที่มีพลังปราณจะไม่จำเป็ต้องวิวัฒนาการเพื่อเข้าสู่ขอบเขตถัดไปพวกเขาจะเรียกการเข้าสู่ขอบเขตใหม่ว่าการทะลวงระดับ
ในดาวแต่ละดวงจะมีกฎของตัวมันเองว่าระดับสูงสุดในดาวดวงนั้นคือเท่าไหร่เช่น ในดาวเคราะห์ระดับที่ 1 จะจำกัดระดับพลังสูงสุดของทุกคนอยู่ที่ระดับ 20ไม่ว่าคนพวกนั้นจะมีระดับ 100 200 หรือ 300 ก็ตามหากพวกเขาอยู่ในดาวเคราะห์ระดับ 1พลังของพวกเขาจะเหลือเพียงระดับ 20! เมื่อเข้าสู่ระดับสูงสุดของพลังได้แล้วสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าใครแข็งแกร่งกว่ากันนั้นคือศิลปะการต่อสู้ และวิชาที่ประยุกต์ใช้กับพลังพิเศษของพวกเขานั่นเอง
ระดับพลังของมอนสเตอร์นั้นจะแตกต่างกับมนุษย์ในปัจจุบันระดับพลังของมอนสเตอร์ที่ค้นพบจะอยู่ที่ระดับจักรพรรดิสาเหตุที่พวกเขาทราบว่ามันมีถึงระดับไหนนั่นเป็เพราะนักโบราณคดีเป็คนแปลภาษาที่สลักอยู่ตามซากอารยธรรมโบราณในแต่ละดวงดาวนั่นเอง
ระดับพลังของมอนสเตอร์ในดาวเคราะห์ระดับ1 จะแบ่งตามนี้ครับ
ระดับพลังมอนสเตอร์(ดาวเคราะห์ระดับ 1)
ระดับสามัญ 1 - 3 ดาว(เทียบกับมนุษย์ประมาณเลเวล 1 - 4)
ระดับนักรบ 1 - 3 ดาว(เทียบกับมนุษย์ประมาณเลเวล 5 - 8)
ระดับอัศวิน 1 - 3 ดาว(เทียบกับมนุษย์ประมาณเลเวล 9 - 12)
ระดับองครักษ์ 1 - 3 ดาว(เทียบกับมนุษย์ประมาณเลเวล 13 - 16)
ระดับราชัน 1 - 3 ดาว(เทียบกับมนุษย์ประมาณเลเวล 17 - 20)
ระดับจักรพรรดิ 1 - 3 ดาว(เทียบกับมนุษย์ประมาณเลเวล 21 - 24)
ในดาวเคราะห์ระดับ2 จะมีคำว่า ‘เหล็ก’ แทรกอยู่ด้านหลังของระดับเช่น
ระดับสามัญเหล็ก ระดับนักรบเหล็กระดับอัศวินเหล็ก ระดับองครักษ์เหล็ก เป็ต้น...
มอนสเตอร์ที่พระเอกพบว่าอยู่ในระดับตำนานนั้นจะเป็ขอบเขตที่ผมไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ครับเนื่องจากมันจะเป็การสปอยสุดๆ!
หากไม่เข้าใจอะไรสามารถสอบถามได้นะครับผม อิอิ
…………………………………………………………………………………………