นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลิอดหยดที่ 48 ลาไปก่อน

           สีหน้าของสเตฟานดูอึ้งไปถนัดตา  แต่มันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสงบดังเดิม  ทว่านั่นก็มากพอที่จะทำให้ยูมิโกะจับโป๊ะได้  เธอเลยหัวเราะออกมาเบาๆ

     

    “ หึ  หึ  หึ  ดูท่าทางชั้นจะคิดไม่ผิด  ท่าเด็ดของแกคงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ” 


    “ เจ้าคิดแบบนั้นจริงๆหรือ  เด็กน้อย  มันอาจไม่ได้มีแค่นี้ก็ได้นะ ”สเตฟานกล่าวเรียบๆ  แววตาแทบไม่สั่นไหวเลยซักนิด  มุมปากแย้มยิ้มเล็กน้อย  ยูมิโกะจึงเริ่มสงสัย

     

    “ เอ….หรือจะมีทีเด็ดที่เราคาดไม่ถึงอีก  ไม่ได้การ  ต้องรีบใช้พลัง  จะได้รู้ว่ามันคิดอะไร ”


     

                แต่ไม่ทันที่ยูมิโกะจะได้ใช้ลูกเล่นของตัวเอง ริมฝีปากบางของสเตฟานก็ฉีกกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวที่แหลมคม  อันชวนให้ขนทั่วกายของเด็กสาวลุกชูชัน  เพราะเกิดลางสังหรณ์ที่น่าสะพรึงกลัว  และทันทีที่ดวงตาของเธอกะพริบ  เงาดำวูบใหญ่ก็มาโผล่ที่ด้านหลัง พร้อมกระเเสเสียงที่เย็นยะเยือก 


    “ ตายซะเถอะ  นังหนูน้อย  เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว ”


     

              ประกายแสงที่คมวาวตวัดใส่ซอกคอของเด็กสาว  ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์  แต่ก่อนที่สิ่งนั้นจะเข้าเป้า  ได้มีใครบางคนพุ่งเข้ามาแทรก  พร้อมยกดาบใหญ่ขึ้นมารับ 


    “ เคร้ง……”


     

                เด็กสาวตกใจสุดขีด  และเมื่อรู้สึกตัวอีกที  เธอก็รีบถอยฉาก  พร้อมหันไปมองที่จุดเกิดเหตุ  จึงพบกับสเตฟานและอัลเบิร์ต  ที่ตอนนี้กำลังปะศาสตรากันอยู่  โดยฝ่ายหนุ่มหล่อถือมีดสั้น  ส่วนบุรุษตาสีเหล็กกระชับดาบใหญ่ทรงยุโรป 


    “ ฮึ่ม…นี่ท่านขัดขวางข้าอีกแล้วนะ ”สเตฟานขู่คำรามเบาๆ  ท่าทางไม่พอใจ 


    “ ข้าไม่ยอมให้เจ้าสังหารเด็กคนนี้แน่ ”อัลเบิร์ตตอบกลับ  น้ำเสียงเรียบเฉย


      

             หลังจากได้เห็นภาพนั้น  ยูมิโกะก็รู้ทันทีว่าเหตุการณ์เป็นเช่นใด  นั่นก็คือสเตฟานได้บังคับเงาดำให้เคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ด้านหลัง  แล้วใช้วิชาวาร์ปเงามาโผล่ตรงจุดตาย เพื่อสังหารเธอ  แต่อัลเบิร์ตอ่านเกมออก  เลยจับตาดูว่าเงานั้นจะย้ายไปที่ไหน  ทำให้ป้องกันได้ทันท่วงที 


    “ เยี่ยมมากที่ลุงใช้วิธีดูเงา  แค่นี้เราก็รู้แล้วว่าเจ้าแวมไพร์หน้าใสจะโผล่ตรงจุดไหน ”ยูมิโกะที่ดูออกทั้งหมด  หันไปย้ำกับอัลเบิร์ตอีกครั้ง  ซึ่งบุรุษผู้นั้นก็พยักหน้ารับ ดวงตาสีเหล็กยังคงจับจ้องที่คู่อริ


     

             สเตฟานรู้สึกอับจนหนทาง  เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะมาอยู่ตรงจุดนี้  เพราะที่ผ่านมา  สิ่งที่ตั้งใจจะทำ  ล้วนสำเร็จอย่างง่ายดาย แต่คราวนี้กลับบอดสนิท 


    “ ฮึ่ม…เราจะฆ่าสองคนนี่ยังไง ”


     

              และในทันทีที่สเตฟานนึกขึ้นมาได้ว่า......ยูมิโกะและอัลเบิร์ตน่าจะมีพลังพิเศษเช่นกัน  หนุ่มหล่อก็สะดุ้งหนึ่งที  ด้วยความตกใจ


    “ แย่แล้ว  เจ้าสองคนนี้น่าจะอ่านใจได้เหมือนเรา ไม่ได้การ  แบบนี้ต้องเผ่นหนีก่อน  แล้วค่อยกลับมาชำระแค้นใหม่ ” 


    “ ลุงอัลเบิร์ตรีบจัดการ  มันกำลังจะหนีแล้ว ” เหมือนยูมิโกะจะได้ยินเสียงในใจของสเตฟาน  เธอจึงร้องตะโกน  พร้อมรีบรุดออกไป  หวังจะไปให้ถึงตัว แต่อัลเบิร์ตกลับกระชากคอเสื้อของเด็กสาวเอาไว้  แล้วกล่าวเสียงเข้ม 


    “ หยุด….อย่าเพิ่งเข้าไป ” 


    “ จะห้ามทำไม  เดี๋ยวเจ้าปีศาจนั่นก็หนีไปได้หรอก ” ยูมิโกะยังคงร้อนรน  ในขณะที่ร่างของสเตฟานเริ่มจะสลายตัวกลายเป็นเงาดำ  เหลือไว้เพียงใบหน้าอันหล่อเหลา  ไม่นาน  อมนุษย์ก็ปิดท้ายด้วยการกล่าวคำอาลาช้าๆ 


    “ หึ  หึ  หึ  ดูท่าทางว่าวันนี้จะฤกษ์ไม่ดี  เพราะการรับมือกับนักล่าแห่งเผ่าพันธุ์อมตะและมนุษย์ผู้มีพลังพิเศษ  น่าจะเป็นงานที่หนักเกินไป  ข้าพเจ้าจึงขอลาไปก่อน  แล้วพบกันใหม่  ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า……”


     

               พอสเตฟานกล่าวจบ  ใบหน้าของเขาได้สลายตัวกลายเป็นเงาดำ  และสสารนั้นก็บินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้มนุษย์ผู้มีพลังพิเศษและนักล่าแห่งเผ่าพันธุ์อมตะยืนนิ่งงันกันอยู่สองคน 


    “ ชิ…ลุงเป็นบ้าอะไร  ถึงได้ปล่อยไอ้ปีศาจนั่นไป ” พอเห็นว่าเป้าหมายได้หนีหายเป็นที่เรียบร้อย  ยูมิโกะก็สะบัดตัวให้พ้นจากการเกาะกุม แล้วเหวี่ยงใส่  ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่บันดาลโทสะ  แถมยังตอบเบาๆ ด้วยท่วงท่าที่ดูสุขุมเหลือประมาณ 


    “ ข้าไม่ได้วิกลจริตอย่างที่เจ้ากล่าวหา  แต่เท่าที่ประเมิน  ปีศาจนั่นทรงพลังเหลือเกิน  และเราไม่ได้ไล่บี้มันอย่างที่เจ้าเข้าใจ ” 


    “ ลุงก็พูดไปเรื่อย  เห็นอยู่ชัดๆว่า…มันเผ่นหนีไป เพราะกลัวฝีมือของเราสองคน ” ยูมิโกะโวยดัง แต่ทันใดนั้น  เธอก็พลันได้คิด 


    “ เอ๊ะ!  หรือว่า…….” 


    “ ใช่แล้ว  เป็นอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ ” อัลเบิร์ตพูดจบ  ก็ก้มลงไปหยิบก้อนหิน  แล้วโยนไปยังจุดที่สเตฟานเคยยืนอยู่  แต่ก่อนจะถึงเป้าหมาย  มันก็หยุดนิ่งกลางอากาศ  พร้อมมีกระแสไฟฟ้าล้อมรอบอยู่แวบนึง  จากนั้นก็ตกลงไปนอนนิ่งบนพื้นถนน 


    “ ตุบ….”


     

              ถึงตรงนี้  ยูมิโกะรู้ชัดแล้วว่า….ก่อนที่สเตฟานจะจากไป  เขาได้วางกับดักบางอย่าง  แล้วถ้าเมื่อกี้  เธอผลีผลามเข้าไปจู่โจม มีหวังถูกกระแสไฟฟ้านั้นช็อตจนไหม้เกรียมอย่างแน่นอน ทำให้สาวน้อยเริ่มรู้สึกหวาดกลัว 


    “อืม…..เจ้าแวมไพร์ตัวนี้ช่างเจ้าเล่ห์นัก ” 


    “ ก็เป็นเรื่องปกติ  เพราะอมนุษย์ตนนี้น่าจะอยู่มาหลายพันปี  เลยเชี่ยวชาญกลศึกพอสมควร” อัลเบิร์ตเสริมอีกคำ  และยกสองมือขึ้นมาขยับปกเสื้อให้เข้าที่ 


    “ แล้วเราควรจะทำยังไงกับมัน ”ยูมิโกะถามไถ่  เพราะถึงเธอจะดูแก่นแก้ว  แต่ก็ยังมีชั่วโมงบินที่ค่อนข้างน้อย ด้วยเกิดมาบนโลกเพียงแค่ 14-15 ปี  และถ้อยคำนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้อัลเบิร์ตคิดหนัก 


    “ อืม…….คงตามล่ามันตอนนี้ไม่ได้  เพราะกำลังพลของเรายังไม่พร้อม  อีกประการ…..” 


    “ อีกประการอะไร ” ยูมิโกะทวงถามโดยเร็ว  ท่าทางร้อนใจ แต่อัลเบิร์ตกลับหันไปมองในทิศที่สเตฟานจากไป พร้อมกล่าวเบาๆแค่พอได้ยิน 


    “ อีกประการ  เจ้าปีศาจนั่นยังไม่ได้เอาจริง มันยังมีไม้เด็ดซ่อนอยู่ ” 


    …………………………..


              อัลเบิร์ตและยูมิโกะได้พาหรั่งมาให้วอนจองดูอาการ  ซึ่งพอนักวิทยาศาสตร์สาวตรวจเสร็จ ก็พบว่าหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษบาดเจ็บสาหัส ทว่าก็ยังมีข่าวดี  นั่นก็คือ…ผู้ป่วยไม่ได้ติดเชื้อแวมไพร์  เพราะไม่ได้โดนฝังเขี้ยวลงบนลำคอ  เธอจึงเป่าปากระบายลม  ด้วยความโล่งอก 


    “ ฟู่…..ค่อยยังชั่ว  ชายคนนี้ไม่ได้โดนพวกมันกัด เขาแค่บาดเจ็บธรรมดา  และถ้าได้รับการรักษาที่ทันท่วงที  ก็น่าจะไม่เป็นไร ” 


    “ งั้นพวกเราจะเอายังไง  ปฐมพยาบาลพี่ชายเบื้องต้น แล้วนำไปส่งให้โรงพยาบาลรักษาต่อดีมั้ย ” ยูมิโกะเสนอความคิด  พร้อมหันไปมองอัลเบิร์ต  ด้วยรู้ดีว่าสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจอยู่ที่บุรุษตาสีเหล็ก  เนื่องจากเขาคือผู้นำของแก๊งนี้


     

               อัลเบิร์ตยกมือขึ้นลูบคางเบาๆ  ดวงตาดูเหม่อลอย  ไม่นาน  ก็ได้บทสรุป 


    “ ไม่ เราจะเอาเขาไปรักษา เพราะชายคนนี้สามารถเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจได้ตั้งนาน โดยที่ยังรอดชีวิตอยู่  จึงน่าจะมีดีบางอย่าง  และช่วยพวกเราได้ ”


     

               ทั้งยูมิโกะและวอนจองไม่ค่อยแน่ใจ เพราะในตอนนี้  ก๊วนของพวกเขายังต้องคอยดูแลหมวยสาวที่กำลังจะกลายเป็นแวมไพร์  และถ้ามีหนุ่มแปลกหน้ามาให้รักษาอีกคน  น่าจะเป็นงานที่สาหัสมิใช่น้อย  ทว่าสุดท้าย  พวกเธอก็ขัดอัลเบิร์ตไม่ได้  จึงยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี 


    “ อืม……ได้แต่หวังว่านายคนนี้จะเป็นประโยชน์กับเรา” ยูมิโกะปรายตาไปยัง…..หรั่งที่นอนสลบ 


    …………………………..


               สามสหายต่างวัยเดินทางกลับถึงรวงรัง อันเป็นโกดังร้าง  และพอเก๋งรุ่นเก่าจอดสนิท  พวกเขาก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ อัลเบิร์ตเป็นคนอุ้มหมวยสาวและหรั่งไปที่แล็ป  ส่วนวอนจองตรวจเช็คความเรียบร้อยของห้องนั้น  โดยมียูมิโกะเป็นลูกมือ


     

                แล็ปแห่งนั้นเป็นห้องเล็กๆขนาด 10 คูณ 10 เมตร  หลอดไฟบนเพดานสว่างเป็นพิเศษ  เพื่อให้สะดวกต่อการทำงานทางวิทยาศาสตร์ เครื่องไม้เครื่องมือถูกวางอยู่ในตู้และบนโต๊ะจนครบครัน  ผู้ที่เป็นใหญ่ในที่นี้ก็คือ….วอนจอง ซึ่งสวมยูนิฟอร์มประจำตัว อันเป็นเสื้อกราวด์สีขาวสะอาด แน่นอนว่ายูมิโกะที่เป็นลูกมือ ก็ใส่เครื่องแบบเดียวกัน 


    “ อืม…..อย่าแรกเลย  ขอตรวจอย่างละเอียดก่อน ”จองวอนขยับไปยืนข้างเตียงผ่าตัด ที่ตอนนี้มีร่างสูงใหญ่ของหรั่งสถิตอยู่  และพอสองสาวถอดเสื้อของหนุ่มลูกครึ่งออก  หัวใจก็เต้นรัวเป็นกลองเพล เพราะนั่นคือสัดส่วนที่ชวนเร้าใจ 


    “ว้าว…..หุ่นของพี่ชายคนนี้ช่างเท่เหลือหลาย อย่างกับเทพเจ้าธอร์ในหนังของมาร์เวลเลย ” ยูมิโกะโพล่งออกมาเป็นคนแรก  ซึ่งเมื่อดูจากอุปนิสัยแก่นแก้วของเธอ  ก็ไม่น่าแปลกใจนัก  แต่ที่ชวนพิศวงสุดๆกลับเป็น…น้ำคำของวอนจอง 


    “ นั่นน่ะสิ  เขาเท่จังเลย ” 


    “ ฮ้า……พี่สาวว่าไงนะ” ยูมิโกะถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าสาวสวยเย็นที่เรียบร้อยสุดๆจะพ่นวาจาแบบนี้ออกมาได้  วอนจองจึงเริ่มแก้ตัว  พร้อมเดินห่างออกมา  เพื่อทำทีจะหยิบเครื่องมือ 


    “ เอ่อ….ไม่มีอะไร  เราเริ่มทำงานกันดีกว่า ชายคนนี้ต้องได้รับการรักษาแบบเร่งด่วน เพราะอาการของเขาดูไม่สู้ดี ”


     

               ถึงวอนจองจะปากแข็ง และพยายามเบี่ยงเบนประเด็นมากเพียงใด  แต่มันก็ไม่ทันกาล  ยูมิโกะสามารถหยั่งถึงจิตใจของอีกฝ่ายได้ ทว่าเธอก็ไม่คิดจะแหย่  เพราะตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน 


    “ อืม….ช่วยไม่ได้ที่พี่วอนจองจะแอบหวั่นไหว เพราะตานี่ดันหล่อเหลาแบบพวกแบดบอย แถมหุ่นก็แซ่บเกินบรรยาย  จะว่าไป  ชั้นเองก็เริ่มน้ำเดินเหมือนกัน  บรื้อ…..”ยูมิโกะพรรณนาเบาๆ  ก่อนจะยกสองมือขึ้นมากอดอก  แล้วห่อตัวด้วยอาการสยิว



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน