ความตกตะลึงแผ่กระจายไปทั่วกลุ่มศิษย์นอกที่เหลืออีกสี่คนในทันที! พวกมันมิคาดคิดว่าเจี้ยนหลิน (剑林) ที่พวกมันเคยเหยียบย่ำและดูแคลนมาโดยตลอด จะสามารถใช้เพียง "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" (云蹤步) ที่ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มร่ำเรียนเพียงไม่กี่กระบวนท่า ทำให้ผู้นำกลุ่มของพวกมันต้องล้มหน้าคะมำลงไปกับพื้นได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้! หมัดที่เคยคิดว่าจะสั่งสอนเด็กหนุ่มให้หลาบจำ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงอากาศธาตุที่ว่างเปล่า!
"เจ้า...เจ้า!" หนึ่งในนั้นตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย แต่ก็ยังคงพยายามจะรักษาท่าทีที่กร่างไว้ "เจ้ากล้าทำร้ายศิษย์พี่ของพวกข้ารึ!"
เจี้ยนหลินมิได้ตอบโต้ด้วยคำพูด เขายืนนิ่ง สองเท้าหยั่งรากมั่นคงดุจต้นสนต้านลม "กระบี่ไม้" (木剑) ที่เขามักจะพกติดกาย (แม้จะยังมิได้ชักออกมา) ให้ความรู้สึกมั่นคงในใจ แววตาของเขาสงบนิ่งแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่ทำให้ผู้ที่สบมองรู้สึกอึดอัด 'ในเมื่อพวกเจ้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน...ก็อย่าได้โทษข้าว่าไร้ความปรานีก็แล้วกัน' เขาคิดในใจ
ศิษย์นอกอีกสามคนที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกมันเห็นได้ชัดว่าเจี้ยนหลินในวันนี้ "แตกต่าง" ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความ "เปราะบาง" ที่เคยเป็นเหมือนเกราะกำบังให้เขา บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วย "บางสิ่งบางอย่าง" ที่พวกมันมิอาจหยั่งถึงได้
ในจังหวะที่พวกมันกำลังลังเลว่าจะบุกเข้าไปพร้อมกันหรือจะล่าถอยดีนั้นเอง ผู้นำกลุ่มที่นอนกองอยู่กับพื้นก็ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความอัปยศ "ไอ้เด็กเวร! เจ้า...เจ้าใช้กลอุบายอันใด!"
เจี้ยนหลินเพียงแค่เหลือบมองมันอย่างเย็นชา "กลอุบายน่ะรึ? บางที...อาจจะเป็น "กลอุบาย" ชนิดเดียวกับที่พวกท่านชอบใช้กับผู้อ่อนแอกระมัง" คำพูดนั้นแทงใจดำพวกมันอย่างจัง!
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เจี้ยนหลินก็ตัดสินใจที่จะ "ยุติ" ความขัดแย้งนี้ด้วยตนเอง เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้าแต่ก็มั่นคง ไอพลังปราณ (灵气) ขั้นรวบรวมปราณระดับห้าที่ "หนาแน่น" และ "บริสุทธิ์" กว่าศิษย์นอกทั่วไปในระดับเดียวกันเล็กน้อย ค่อยๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างแผ่วเบา มันมิได้รุนแรงหรือเกรี้ยวกราด แต่กลับให้ความรู้สึก "กดดัน" (威压) ที่มองไม่เห็น ทำให้กลุ่มศิษย์นอกเหล่านั้นต้องถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว!
"วันนี้...ข้ายังมิได้อยากจะ "สั่งสอน" ผู้ใดมากไปกว่านี้" เจี้ยนหลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาด "หากพวกท่านยังเห็นว่าการหาเรื่องผู้อื่นเป็น "ความสนุก" อยู่ล่ะก็...ข้าก็มิได้รังเกียจที่จะ "ร่วมวง" ด้วยอีกสักครั้ง แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนว่า... "ความอดทน" ของข้าก็มีขีดจำกัดเช่นกัน"
กล่าวจบ เขาก็มิได้รอให้พวกมันได้ตอบโต้ใดๆ ร่างของเขาพลัน "เลือนหาย" ไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างรวดเร็ว! "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" ถูกใช้ออกมาอีกครั้ง แม้จะยังมิได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถ "หลุด" ออกจากวงล้อมของศิษย์นอกกลุ่มนั้นได้อย่างง่ายดาย ทิ้งไว้เพียงความตกตะลึงและความขุ่นเคืองใจให้กับพวกมัน
เจี้ยนหลินมิได้กลับไปยังเรือนพักในทันที แต่เขาเลือกที่จะเดินไปยังป่าไผ่ท้ายเรือนพักซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาใช้ร่ำเรียนวิชาตัวเบาเป็นประจำ เขารู้สึกถึง "ความตื่นเต้น" เล็กๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการ "ทดสอบ" วิชาตัวเบาในสถานการณ์จริงเมื่อครู่ มันให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด และทำให้เขายิ่งมั่นใจใน "เส้นทาง" ที่ตนเองเลือกเดิน
หลายวันที่ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์นั้น ดูเหมือนว่า "ข่าวลือ" เกี่ยวกับเจี้ยนหลินจะยิ่งแพร่สะพัดไปในหมู่ศิษย์นอกมากขึ้น บางคนก็ว่าเขา "ซ่อนเร้นพลัง" ที่แท้จริงไว้ บางคนก็ว่าเขาได้รับ "วาสนา" (机缘) บางอย่างมาจากในป่า แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม จำนวนศิษย์ที่กล้าเข้ามา "หาเรื่อง" เขาก็ลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขามีเวลาในการ "บ่มเพาะ" (培元 - Péiyuán) พลังและ "ขัดเกลา" (锤炼 - Chuíliàn) เพลงกระบี่ "เมฆาไหล" (流云剑法) และวิชาตัวเบา "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" ได้อย่างสงบมากขึ้น
เขาเริ่มทดลองนำวิชาตัวเบามาผสมผสานเข้ากับการร่ายรำเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" อย่างจริงจังมากขึ้น ท่วงท่าของเขามีความ "คล่องแคล่ว" "รวดเร็ว" และ "คาดเดาได้ยาก" ยิ่งขึ้น เขาสามารถ "เคลื่อนที่" พร้อมกับ "ตวัดกระบี่" ได้อย่างกลมกลืนมากขึ้น "กระบี่ไม้มีชีวิต" (蕴生木剑) ที่เขาสร้างจากการผสาน "ลมหายใจ" ของพืชสามชนิดนั้น "ตอบสนอง" ต่อการใช้พลังและการเคลื่อนไหวของเขาได้ดีเป็นพิเศษ ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขาเอง
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการ "ทำความเข้าใจ" (领悟 - Lǐngwù) ในการผสานเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" เข้ากับ "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ในมุมสงบของลานฝึกฝนแห่งหนึ่ง (ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเคยเห็นศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵) มาฝึกฝนตามลำพังในบางครั้ง) เขาก็พลันรู้สึกถึง "กลิ่นอาย" ที่เย็นเยียบแต่ก็สง่างามเป็นเอกลักษณ์ แผ่เข้ามาในบริเวณนั้น!
เจี้ยนหลินรีบหยุดการเคลื่อนไหวในทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น...และก็ได้เห็นร่างระหงในอาภรณ์ศิษย์ในสีฟ้าอ่อนอันคุ้นตากำลังยืนสงบนิ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ดวงตาคู่สวยที่เย็นชาราวน้ำค้างแข็งนั้นกำลังจับจ้องมายังเขา...มิได้มีแววตำหนิหรือดูแคลน แต่กลับแฝงไว้ด้วย "ความประหลาดใจ" และ "ความครุ่นคิด" บางอย่างที่ยากจะอ่านออก!
ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง...นางมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อใดกัน! และนาง...ได้เห็นการร่ำเรียนเพลงกระบี่และวิชาตัวเบาของเขาแล้วงั้นหรือ!
(จบตอน 49)