“ไม่ล่ะข้าดื่มสุราทิพย์อายุเจ็ดร้อยปีก็ดับกระหายเป็ปลิดทิ้ง”
“สุราทิพย์ของท่านปู่คงวิเศษจริง” ราอูลร้อง
“แน่ล่ะ” ผู้เฒ่ารับคำอย่างภูมิใจที่ได้สุราทิพย์มา
“ไหนๆ แล้วข้าก็จะใจดีให้พวกเ้าได้ลิ้มรสจะได้ไม่ลืมว่าชาตินี้ก็เคยได้ลิ้มลองสุราทิพย์หนึ่งเดียวในใต้หล้า”
ผู้เฒ่าว่า ส่งไหสุราทิพย์อายุเจ็ดร้อยปีให้ชินอย่างหวงแหนกำชับกำชาว่าห้ามซุ่มซ่ามและให้ดื่มแต่เพียงเล็กน้อย ชินเลียริมฝีปาก เตรียมตัวเตรียมใจ ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ สุราทิพย์อายุตั้งเจ็ดร้อยปีย่อมต้องมีรสชาติที่พิเศษและไม่ธรรมดาแน่ องครักษ์หนุ่มบรรจงประคับประคองไหกระดกน้ำใสๆ ลงลำคอ กลั้นหายใจกลืน..อึก..อึก
“...!...” ชินลืมตาโพรง นะนี่หรือรสชาติสุราทิพย์อายุเจ็ดร้อยปีที่ผู้เฒ่าฮอนอุนถึงขนาดะโตามลงไปเก็บขึ้นมาจากก้นเหว ชิหลงพอเห็นสีหน้าประหลาดของชินก็แย่งไปดื่มบ้างแล้วชิหลงก็ทำสีหน้าไม่ต่างจากพี่ชายนัก ราอูลเห็นเช่นนั้นจึงคว้าไหในมือชิหลงที่ถือค้างอยู่มาลองบ้าง วิเศษปานนั้นเชียวแต่ละคนทำหน้าแปลกๆ ครั้งพอน้ำใสๆ ไหลซู่ ลงลำคอเท่านั้นราอูลถึงกับสำลักไอแค่กๆ นะ นี่ มัน...น้ำ นี่.......
“รสชาติเลิศอย่าบอกใครใช่ไหมล่ะ” ผู้เฒ่าเอื้อมมือคว้าไหกลับไปกอดไว้แนบลำตัวอย่างหวงแหน
“มะไม่ใช่อย่างนั้นท่านผู้เฒ่า” ราอูลกล่าวอ้อมแอ้ม
“แล้วมันอย่างไหนล่ะ” ย้อนถามพลางยกไหกลอกสุราทิพย์เข้าปากดื่มอักๆ
“นี่มันน้ำเปล่าชัดๆ หาใช่สุราทิพย์อย่างที่ท่านปู่เข้าใจ ท่านโดนผู้าุโเกรย์หลอกต้มซะแล้ว” ชิหลงเสริม ผู้เฒ่ายังงุนงง
“หมายความว่ากระไร น้ำ?”
“ท่านลองดื่มน้ำในถุงของข้าดูสิว่ารสรสชาติมันต่างจากสุราทิพย์ของท่านตรงไหน” ชินกล่าวใบหน้าอมยิ้มจนแก้มตุ๋ย ผู้เฒ่าฮอนอุนรับมางงๆ ส่งสายตาหวาดระแวงมาที่องค์รักษ์หนุ่มครั้นถูกกระตุ้นให้ดื่มก็ทำเป็ยกดื่มอย่างเสียไม่ได้และทั้งๆ ที่ปากยังอมน้ำอยู่ ผู้เฒ่าก็ตาเหลือกถลนกลอกตาไปมากล้ำกลืนน้ำนั้นลงคอ..บัดนั้นสามทหารเสือก็ได้เห็นสีหน้าอีกแบบหนึ่งของผู้เฒ่าอายุเกินร้อยปีบัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวซีดขาวครั้นแล้วร่างที่นั่งยองๆ อยู่ก็หงายหลังตึง.!ผู้เฒ่าฮอนอุนอดีตประมุขเผ่าัแห่งเทือกเขากูริอันยิ่งใหญ่ใจนเป็ลมไปซะแล้ว...
ภายในห้องลับปราสาทชานัน นอกจากผู้าุโทั้งแปดแล้วยังมียอลโล นิชิต้า เกมลิน และเยาเวนั่งรวมอยู่ด้วย
“ประมุขน้อยหายเข้าไปในทางลับที่อยู่ใต้ปราสาทกลางน้ำอันเป็หอประมุขดั้งเดิมที่ถูกปิดตายมานานเป็ร้อยๆ ปีหลังอดีตท่านประมุขมาร์โคสั่งปิดและย้ายหอประมุขมายังหออุษาปัจจุบัน กุญแจปราสาทกลางน้ำจะถูกส่งต่อให้ประมุขคนใหม่เก็บไว้ ประมุขน้อยคงนำไปไขและเข้าไปที่นั้นแต่เหตุใดเ้าชายไซฟาจึงหายไปพร้อมกันข้าก็ไม่เข้าใจ ทั้งคู่ไม่น่าจะสนิทสนมกันขนาดชวนกันไปยังที่นั่นได้”
“ผู้าุโเกรย์กล่าวมีเหตุผล” ผู้าุโชูริมในชุดนักบวชเสริม
“ประมุขน้อยอาจวางแผนหลอกล่อประมุขเผ่าัไปยังที่นั่นหวังกำจัดก็เป็ได้” ผู้าุโเพียวอินตั้งข้อสงสัย
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ประมุขน้อยไม่น่าวู่วาม คิดกำจัดเ้าชายไซฟาเพียงลำพังตัวประมุขน้อยเห็นทีจะสู้เ้าชายไม่ไหว” เหล่าผู้าุโได้แต่ส่ายหน้า ต่างลงความเห็นเช่นนี้เพราะผู้ที่รู้ทางลับต่างๆ เป็อย่างดีคงไม่มีใครเกินประมุขน้อย อีกทั้งนิสัยซุกซนนั่นก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งแม้จะดูไม่เหมาะสมที่จะสรุปว่าประมุขของพวกเขาได้ล่อลวงให้ประมุขเผ่าัตกลงไปยังลับใต้ปราสาทกลางน้ำ แต่ทุกคนก็ยังสับสนว่าเหตุใดตัวประมุขน้อยเองจึงเสียทีหายตัวไปพร้อมๆ กับเ้าชาย
“พวกเ้าจงแอบสะกดรอยตามกลุ่มของตาเฒ่าฮอนอุนไปห่างๆ พวกนั้นย่อมต้องไปดักรอเ้าชายของพวกเขาหากสบโอกาสให้ชิงตัวประมุขน้อยกลับมาให้ได้ ข้าจะให้ผู้าุโเพียวอินกับผู้าุโหูเหว่ยเดินทางไปกับพวกเ้าด้วยเพราะฝีมือตาเฒ่าร้ายกาจไม่เบา” ผู้าุโเกรย์สรุป
“รับคำสั่งผู้าุโ” ทั้งหมดขานรับคำพร้อมกันเสียงดัง ผู้าุโเกรย์ลูบหนวดขาวของตนพลางคิดว่าป่านนี้ตาแก่เ้าเล่ห์ผู้นั้นจะรู้หรือยังนะ
...........................................................................................................................................................................
ดินแดนที่ไม่รู้จัก
ไซฟาและซินอาร์หลุดออกจากห้องลับสู่อีกห้องที่อยู่ด้านนอกมันเป็อุโมงค์ทางเดินที่ทอดยาวกว้างเพียงให้พวกเขาเดินเคียงคู่กันไปได้เท่านั้น ไซฟาและซินอาร์จำต้องเดินต่อไปข้างหน้าตามอโมงค์ที่ทอดตัวยาวอย่างกับลำตัวของงูยักย์ที่ขดตัวนอนิ่งอยู่ใต้ผืนพิภพบางแห่งคดเคี้ยวบางแห่งตรงและบางแห่งสูงชันทั้งคู่ต้องเดินแบบธรรมดา บางครั้งต้องลงคลานสี่ขาไปทีละคนพวกเขาออกมาไกลราวสองชั่วโมงจึงพบอุโมงค์ทางแยกไปด้านขวามืออีกแห่งแต่ไซฟาตัดสินใจที่จะเลือกไปอุโมงค์ทางตรงซินอาร์ไม่คัดค้าน นางคิดว่านี่คงเป็อุโมงค์ใต้ดินที่บรรพบุรุษทำขึ้นเพื่อใช้ในการศึกอย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็พบอุโมงค์ทางแยกอีกแห่งฝั่งซ้ายมือแต่ทั้งคู่ก็ยังเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปโดยใช้ทางตรง อุโมงค์แห่งนี้มีกลิ่นชื้นและมีตะไคร้น้ำขึ้นเขียวทั้ง้า ด้านข้างทั้งสองฝั่งและพื้นทำจากศิลาแลงตัดเป็ก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดค่อนข้างใหญ่ ทั้งสองเริ่มเห็นแสงรำไรตรงปากอุโมงค์ไกลออกไปมันเป็อุโมงค์ไกลมากพวกเขาใช้เวลาเดินครึ่งวันเต็มๆ
“นั่นไง!เรามาถูกทางแล้ว นั่นต้องเป็ทางออกแน่ ดูสิ “ซินอาร์ชี้ไปที่ปากอุโมงค์อย่างดีใจแต่เมื่อทั้งสองเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นและไปถึงยังที่สุดปลายอุโมงค์แห่งนั้นต่างต้องพบกับความผิดหวังปนความประหลาดใจกับความงดงามของภาพเบื้องหน้าสิ้นสุดปลายทางแห่งนี้คือหน้าผาสูงเหนือศรีษะเยื้องออกไปทางซ้ายสูงขึ้นไปเป็น้ำตกเล็กงดงามปนหวาดเสียวเนื่องจากความสูงของมัน น้ำตกไหลกระเซ็นลงสู่หุบเหวด้านล่างที่มองไม่เห็นความลึกเนื่องจากมีไอหมอกสีขาวปนระอองฝอยน้ำลอยอ้อยอิงปกคลุม
“ที่แท้ทางแยกแรกและทางแยกที่สองคงเป็ทางออกที่ใช้อ้อมูเาน้ำตกแห่งนี้” ไซฟาทอดสายตาออกไปยังภาพเบื้องหน้าที่เป็หน้าผาหิน
“อา...สวยจังที่ชานันมีที่แบบนี้อยู่ด้วย” ซินอาร์ชะโงกหน้าออกไปเหลียวซ้ายแลขวามองสำรวจวิวทิวทัศน์ที่แปลกตา เหตุใดบรรพบุรุษของชานันจึงสร้างอุโมงค์แห่งนี้ขึ้นมาและเหตุใดจึงต้องถูกปิดตายด้วย ในเมื่อที่แห่งนี้ก็งดงามถึงขนาดนี้
“ไปกันเถอะ” ไซฟากล่าวเขาไม่อยากโอ้เอ้อยู่ที่นี่นานเกินไปไม่อย่างนั้นเห็นทีว่าพวกเขาอาจต้องนอนในอุโมงค์แห่งนี้ก็เป็ได้ ซินอาร์หดคอที่ชะโงกมองน้ำตกที่จะว่าสวยสดงดงามราวสรวง์แต่ก็ดูน่าหวาดเสียวในคราวเดียวกัน