ตอนที่ 126 ผ่าหัวใจรักษาสมอง
ตอนที่ 126 เวลาค่อยๆผ่านไปหมอผู้มีชื่อเสียงหมอผู้มากประสบการณ์หรือแม้กระทั่งหมอผู้มากความสามารถคนแล้วคนเล่าที่ขึ้นไปบนเวทีเพื่อบรรยายหัวข้อสัมมนาของตนเองและแน่นอนแขกพิเศษที่ถูกเชิญมาเหล่านั้นก็ถามคำถามสับรายละเอียดเบื้องลึกของหัวข้อสัมมนากันไม่ไว้หน้า มีหัวข้อสัมมนาหลายหัวข้อเป็นประโยชน์มากและเชื่อว่าภายภาคหน้าหัวข้อสัมมนาในวันนี้จะสร้างประโยชน์ให้คนไข้ได้เป็นอย่างดี “ลำดับต่อไปขอเชิญคุณหมอทาเคนากะ ฮิคาริหัวหน้าแผนกศัลยกรรมและคุณหมอณัฐดนัย รักษาชาติ แผนกศัลยกรรมจากโรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวขึ้นมาบรรยายในหัวข้อโรคเนื้อสมองตายหลายตำแหน่งจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงครับ !!” พิธีกรประกาศเรียกฮิคาริและดนัยอยู่บนเวที “เอาล่ะถึงคิวพวกเราแล้ว” ฮิคาริพูดจากนั้นดนัยและฮิคาริก็ลุกขึ้นและเดินขึ้นไปบนเวที เมื่อขึ้นมาบนเวทีดนัยก็เห็นผู้คนมากมายกำลังจ้องมองมาไม่สิพูดให้ถูกคือจ้องมองฮิคาริต่างหาก “เด็กคนนี้นี่เองเห็นว่ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลไปแล้วสินะ” “จำได้ว่าเธอเคยถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนี่แต่ดันปฏิเสธไปน่าเสียดายชะมัด” “เห็นว่าเป็นอัจฉริยะที่สามารถเป็นเจเนรัลลิสต์ได้นึกไม่ถึงว่าจะเด็กขนาดนี้เก่งจริงๆเลย” ผู้คนด้านล่างต่างพูดถึงฮิคาริแต่ดูเหมือนฮิคาริจะไม่ได้สนใจเสียงพวกนั้นเลยสักนิด “สวัสดีค่ะเหล่าผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขอเริ่มเลยนะคะอย่างที่ทุกท่านทราบโรคที่เกิดขึ้นทางสมองถือเป็นโรคที่ร้ายแรงมากและปัจจุบันโรคเหล่านี้ยังหาวิธีรักษาที่เด็ดขาดไม่ได้ทำได้แต่เพียงรักษาตามอาการที่แสดงออกมาเท่านั้นแถมโรคทางสมองส่วนใหญ่ยังไม่มีสัญญาณเตือนอีกต่างหากนั่นจึงทำให้เป็นไปได้ยากมากที่จะป้องกันอาการโรคทางสมองเหล่านี้แต่เนิ่นๆ” ฮิคาริเริ่มบรรยายเนื้อหาในส่วนของเธอทันที “และเนื้อหาเกี่ยวกับโรคทางสมองที่ฉันนำขึ้นมาบรรยายในวันนี้ก็คือโรคเนื้อสมองตายหลายตำแหน่งซึ่งเกิดขึ้นจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงในสมองอย่างที่ทราบดีโรคนี้มักจะเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศที่มีภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้นดังนั้นประเทศที่พบจึงมีแต่ประเทศที่มีฤดูหนาวตลอดปีแต่นั่นก็ใช่ว่าจะไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ในญี่ปุ่นเลยปัจจุบันโรคนี้นั้นยังไม่ค้นพบวิธีรักษาที่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์จะมีก็เพียงแต่ให้ยาขยายหลอดเลือดเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้นและเมื่อเวลาผ่านไปผลของยาขยายหลอดเลือดเริ่มลดลงผู้ป่วยก็จะกลับมาอาการแย่ลงเหมือนเดิมแต่ทว่าฉันนั้นได้ค้นพบทฤษฎีในการรักษาให้หายขาดได้แล้วล่ะค่ะ !!” ฮิคาริพูดออกมาทำให้เหล่าผู้ฟังการสัมมนาอยู่ต่างฮือฮาขึ้นมาทันที “ว่าไงนะค้นพบทฤษฎีในการรักษาโรคนี้เนี่ยนะเป็นไปไม่ได้” “โกหกน่าทฤษฎีนั่นต้องใช้ไม่ได้แน่นอน” “นั่นสิถ้ามันมีวิธีรักษาจริงทำไมหมอเก่งๆทั่วโลกจะคิดทฤษฎีรักษานี้ไม่ได้กันล่ะถึงเธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะที่สามารถเป็นเจเนรัลลิสต์ได้ด้วยวัยเพียงแค่นี้ก็เถอะแต่เธอก็มีเพียงแค่ฝีมือประสบการณ์และความรู้น่ะเทียบเท่ากับหมอที่ทำงานมาหลายสิบปีไม่ได้หรอกนะ” “เป็นแค่ทฤษฎีงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์สินะขอฟังก่อนแล้วกันว่าทฤษฎีการรักษาจะเป็นยังไง” เหล่าผู้เข้าร่วมฟังการสัมมนาต่างฮือฮาขึ้นมาทันทีซึ่งเสียงส่วนใหญ่นั้นไม่เชื่อว่าทฤษฎีของฮิคาริจะเชื่อถือได้ “ฉันทราบดีว่าทุกคนคงสงสัยเรื่องทฤษฎีนั่นเอาเป็นว่าฟังทฤษฎีการรักษาที่ว่านั่นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้ค่ะและในเรื่องทฤษฎีการรักษานั้นฉันจะให้นายแพทย์ณัฐดนัยเป็นผู้บรรยายค่ะ” ฮิคาริพูดก่อนจะหันไปหาดนัย “สะ...สวัสดีครับ...ผะ...ผม...” ดนัยที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาได้แต่พูดติดๆขัดๆ “ใจเย็นดนัยสูดหายใจลึกๆ” ฮิคาริเดินเข้ามาช่วยดนัย “อะ...อืม” ดนัยพยักหน้าก่อนจะทำตามที่ว่าเขาสูดหายใจเข้าไปลึกๆและพ่นมันออกมาไม่นานความตื่นเต้นก็ค่อยๆลดลง “สวัสดีครับผมนายแพทย์ณัฐดนัย รักษาชาติก็อย่างที่ทุกคนทราบกันโรคทางสมองส่วนใหญ่นั้นเป็นโรคที่รักษาไม่หายได้แต่บรรเทาอาการหรือกินยากดอาการไว้เท่านั้นแต่ทว่า ณ ตอนนี้หมอทาเคนากะหัวหน้าแผนกของผมได้คิดทฤษฎีการรักษาโรคเนื้อสมองตายหลายตำแหน่งเพราะหลอดเลือดแดงอุดตันขึ้นมาได้ซึ่งทฤษฎีที่ว่านั้นเกี่ยวกับการรักษาอุณหภูมิในร่างกายครับเพราะโรคนี้นั้นเกิดขึ้นจากการที่หลอดเลือดหดตัวลงเพราะอยู่ในสภาพอากาศเย็นเป็นเวลานานติดต่อกันและนั่นจึงทำให้มีแต่ประชากรในประเทศเขตหนาวเท่านั้นที่มักจะนิยมเป็นโรคนี้ต่างจากประเทศเขตร้อน” ดนัยเริ่มพูดถึงทฤษฎีการรักษา “อุณหภูมิงั้นเหรออย่าบอกนะว่าจะให้อาศัยอยู่แต่ในบ้านที่ติดตั้งและเปิดฮีตเตอร์ไว้ตลอดเวลาน่ะนั่นมันไม่น่าจะเรียกว่าการรักษานะ” “นั่นสิเรื่องนั้นน่ะพวกเรารู้อยู่แล้วมันก็แค่สาเหตุของการเกิดโรคไม่ใช่เหรอ” ดนัยที่เริ่มได้ยินเสียงพูดคุยกันก็ยิ้มออกมา ดูเหมือนจะเข้าใจผิดกันหมดอย่างที่ฮิคาริว่าเลยนะ ดนัยคิดในใจเพราะก่อนหน้านี้ฮิคาริได้บอกเอาไว้แล้วว่าตอนที่เริ่มพูดถึงเนื้อหาทฤษฎีผู้เข้าฟังจะต้องเข้าใจผิดแน่ว่าการรักษาคือการให้ผู้ป่วยอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนแบบประเทศเขตร้อน “ดูเหมือนทุกท่านจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดผิดไปหน่อยนะครับการรักษาอุณหภูมิที่ว่านั้นไม่ใช่การรักษาอุณหภูมิจากภายนอกครับแต่เป็นภายในร่างกายต่างหาก” ดนัยพูดแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้เข้าร่วมฟังการสัมมนา “ภายในงั้นเหรอ !!” “ใช่ครับการรักษาภายใต้ทฤษฎีของหมอทาเคนากะนั้นคือการรักษาอุณหภูมิจากภายในครับทุกท่านทราบสินะครับว่าร่างกายของมนุษย์มีความร้อนมาจากไหน” ดนัยเปิดคำถามขึ้นมาซึ่งแน่นอนหมอทุกคนรู้เรื่องนี้ดี “การเผาผลาญอาหาร” “เกิดจากกล้ามเนื้อ” “เกิดจากตับที่ทำงาน” “ใช่แล้วล่ะครับความร้อนจากร่างกายมนุษย์นั้นเกิดจากการเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่ร่างกายเรากินเข้าไปและแหล่งผลิตความร้อนของร่างกายเรานั้นก็อยู่ที่กล้ามเนื้อและตับแต่ทว่ามันยังมีอีกอย่างที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเราสูงขึ้นครับแต่มันอาจจะเป็นอะไรที่ทุกคนนึกไม่ถึงว่ามันคืออะไร” ดนัยยิ้มออกมาเพราะสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไปนี้คือที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึงเพราะตามที่ทุกคนได้เรียนมานั้น ความร้อนในร่างกายเกิดจากการเผาผลาญพลังงาน กล้ามเนื้อและตับแต่ทว่าทุกคนคงลืมไปว่ามันมีอีกอย่างที่ทำให้ร่างกายอุ่น แต่ว่าดูเหมือนจะมีใครบ้างคนนึกขึ้นได้ว่ามีอีกอย่างที่ช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น “เลือด !!” เป็นไซโต้ที่พูดขึ้นมา “ใช่แล้วครับอีกอย่างก็คือเลือดครับเมื่อร่างกายมีอัตราการสูบฉีดเลือดสูงขึ้นอุณหภูมิของเลือดก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยดังนั้นทฤษฎีการรักษานี้จะไม่ใช่การรักษาที่สมองครับแต่เป็นการรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจครับโดยการติดตั้งเครื่องควบคุมอัตราการเต้นหัวใจเข้าไปเพื่อให้หัวใจทำงานให้หนักขึ้น” ดนัยเริ่มพูดถึงวิธีการรักษาและเมื่อเขาพูดออกมาก็ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างกันทันที เพราะไม่มีใครนึกมาก่อนว่าการรักษาโรคทางสมองจะไม่ใช่การผ่าตัดสมองเพื่อรักษาแต่เป็นการผ่าตัดหัวใจเพื่อรักษาโรคทางสมองซะงั้น จากนั้นดนัยก็พูดถึงทฤษฎีต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีใครพูดขัดขึ้นมาอีกเพราะทุกคนต่างกำลังตั้งใจฟังกันอยู่จนกระทั่งจบการสัมมนา “ดังนั้นทฤษฎีนี้หมอทาเคนากะจึงตั้งชื่อให้ว่าการผ่าหัวใจรักษาสมองครับเอาล่ะครับนี่ก็จบการบรรยายแล้วไม่ทราบว่ามีคำถามอะไรอีกมั้ยครับ !!” ดนัยพูดก่อนจะหันไปมองยังเหล่าแขกพิเศษที่ทางเจ้าภาพเชิญมา “ผมมีคำถามครับจากทฤษฎีที่ว่าให้ผ่าตัดติดตั้งเครื่องควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจนั่นจะไม่ทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไปงั้นเหรอครับแบบนั้นผู้ป่วยจะหัวใจล้มเหลวแทนก่อนนะผมว่า” “ไม่เป็นแบบนั้นแน่นอนครับเพราะอย่างที่ทราบอัตราการเต้นหัวใจเวลาปกติจะอยู่ที่ 70-90 ครั้งต่อนาทีและในส่วนของคนที่กำลังออกกำลังกายอยู่จะอยู่ที่ 120-135 ครั้งซึ่งถ้าหัวใจเต้นทำงานอยู่ในความเร็วของคนที่ออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลานั่นจะเป็นการสร้างภาระให้หัวใจครับแต่จากทฤษฎีนี้นั้นเราไม่จำเป็นต้องบังคับให้หัวใจเต้นเร็วเท่ากับคนที่ออกกำลังกายเพราะการจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นนั้นใช้แค่อัตรา 90-100 ครั้งต่อนาทีก็เพียงพอแล้วครับ” ดนัยตอบคำถามแรกซึ่งนี่เป็นคำถามที่ฮิคาริคิดไว้ก่อนแล้วว่าจะเจอดนัยจึงตอบได้ลื่นไหล จากนั้นคำถามที่สอง...สาม...สี่...และห้าก็ตามมาดนัยก็ยังคงตอบผ่านไปได้ตลอด ฟู่ว...ดีนะฮิคาริคิดไว้หมดแล้วว่าจะโดนคำถามแบบไหนบ้าง ดนัยคิดในใจจนกระทั่งมาถึงคำถามของคนสุดท้ายนั่นก็คือคำถามของไซโต้ ทาเครุเพื่อนสมัยเด็กของฮิคาริ “ผมเองก็มีคำถามครับผมอยากจะถามว่าคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าทฤษฎีนี้จะใช้ได้กับผู้ป่วยที่มีโรคแทรกซ้อนอย่างเช่นผู้ป่วยที่มีอาการโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้นั้นจะมีอยู่สองกรณีคือผู้ป่วยที่หัวใจเต้นชากว่าผิดปกติและเต้นเร็วกว่าปกติถ้าเราติดตั้งเครื่องควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจเข้าไปล่ะก็เวลาปรับให้หัวใจเต้นอยู่ในอัตรา 100 ครั้งต่อนาทีหัวใจของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะทำงานหนักกว่าคนปกติ 3-4 เท่านั่นเท่ากับว่าจะไม่เป็นการเพิ่มการเกิดสภาวะหัวใจหยุดเต้นให้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้งั้นเหรอครับ” ไซโต้ถามออกมา ซึ่งคำถามนี้ของไซโต้ทำเอาดนัยขมวดคิ้วทันทีเพราะในกลุ่มคำถามที่น่าจะเจอของฮิคารินั้นไม่มีคำถามนี้มาก่อน ดนัยหันไปหาฮิคาริแต่ดูเหมือนฮิคาริไม่คิดจะช่วยเขาเลยสักนิด “ว่ายังไงครับหมอดนัยคุณจะตอบคำถามนี้ของผมว่ายังไงดีครับ” ไซโต้ยิ้มออกมาเมื่อเห็นดนัยไม่ตอบออกมาทันทีเหมือนกับคำถามก่อนหน้านี้ของคนอื่น (ไรท์ : ทฤษฎีทั้งหมดที่ไรท์เขียนขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่จินตนาการขึ้นมาเท่านั้นไรท์ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์แต่แค่อ้างอิงมาจากแหล่งข้อมูลของโรคใน Google เท่านั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน) จบ...