แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    ตอนที่ 38 “สัตว์ร้ายใต้แสงโคม”

    ลมราตรีพัดผ่านนครเทียนหลิงช้าลงกว่าทุกคืน


    ราวกับทั้งเมือง…


    กำลังรอฟังเสียงบางอย่าง


    เสียงที่ยังมาไม่ถึง


    แต่ทุกคนรู้ว่า—


    เมื่อมันมาถึง


    หลายสิ่งจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


    หอเมฆาเทียนหลิงยังคงสว่างไสวด้วยแสงโคมนับพัน


    แต่บรรยากาศของงานเลี้ยง…


    กลับเปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน


    หลังการประลองแลกเปลี่ยนเมื่อช่วงหัวค่ำ


    ไม่มีใครกล้ามอง “หลินเสี่ยวชวน” เหมือนเดิมอีกแล้ว


    เขาไม่ได้ชนะอย่างดุดัน


    ไม่ได้ระเบิดพลังสะเทือนฟ้า


    ไม่ได้ใช้วิชาประหลาดให้คนตกตะลึง


    ตรงกันข้าม—


    เขาชนะอย่าง “เงียบ”


    เงียบจนคนดูหนาว


    เพราะทุกคนสัมผัสได้ว่า…


    เด็กหนุ่มคนนี้ยังเก็บอะไรไว้อีกมาก


    และสิ่งที่น่ากลัวที่สุด—


    มักไม่ใช่พลังที่มองเห็น


    แต่คือพลังที่อีกฝ่าย “ยังไม่ยอมเปิดเผย”


    เสียงพูดคุยในงานเริ่มเบาลง


    หลายกลุ่มเริ่มแยกย้ายกลับไปนั่งตามโต๊ะของตน


    เหล่าขุนนางเริ่มลดเสียงหัวเราะ


    แม้แต่พ่อค้าผู้มั่งคั่งหลายคนยังเปลี่ยนสายตาเวลามองเสี่ยวชวน


    จากเดิมที่มองเพียง “ดาวรุ่ง”


    กลายเป็นเริ่มประเมินว่า—


    วันหน้าเด็กคนนี้…


    จะมีค่ามากแค่ไหน


    หรืออันตรายเพียงใด


    บนระเบียงด้านตะวันออกของหอเมฆา


    ลมเย็นพัดกระทบชายชุดสีดำของเสี่ยวชวนเบา ๆ


    เขายืนพิงราวไม้


    มองแสงไฟทั่วเมืองเงียบ ๆ


    ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร


    หรือบางที…


    แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจไม่รู้


    ในหัวมีเพียงความเงียบ


    ความเงียบหลังผ่านคืนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มปลอม ๆ


    เสียงฝีเท้าเบาดังขึ้นด้านหลัง


    เสี่ยวชวนไม่หันกลับ


    เพราะเขาจำกลิ่นหอมอ่อนนั้นได้แล้ว


    “เจ้ามาหลบอยู่ตรงนี้จริง ๆ ด้วย”


    หลิงเอ๋อเดินเข้ามาพร้อมกระโปรงสีแดงอ่อนพลิ้วตามลม


    นางย่นจมูกเล็กน้อย


    “ด้านในคนตามหาเจ้ากันให้วุ่น”


    “ข้าไม่ได้ชอบคนเยอะ”


    เสี่ยวชวนตอบเรียบ ๆ


    หลิงเอ๋อทำหน้าเหมือนอยากเถียง


    แต่สุดท้ายกลับเพียงถอนหายใจเบา ๆ


    จากนั้นจึงยืนข้างเขา


    มองเมืองเบื้องล่างเงียบ ๆ


    ผ่านไปครู่หนึ่ง


    นางจึงพูดขึ้นเบา ๆ


    “คืนนี้…เจ้าทำหลายคนกลัวนะ”


    เสี่ยวชวนยิ้มบาง


    “ข้าไม่ได้ทำอะไร”


    “นั่นแหละที่น่ากลัว”


    หลิงเอ๋อหันมองเขา


    สายตาซุกซนของนางในคืนนี้…


    กลับจริงจังกว่าปกติเล็กน้อย


    “คนพวกนั้นเคยเห็นแต่อัจฉริยะที่อยากอวดตัว”


    “แต่เจ้า…”


    นางเม้มริมฝีปาก


    “เหมือนสัตว์ร้ายที่ซ่อนเขี้ยวไว้”


    ลมพัดผ่านอีกครั้ง


    เสี่ยวชวนหัวเราะเบา ๆ


    “เจ้ากำลังชมข้าหรือด่าข้า”


    “แล้วแต่เจ้าจะคิด”


    หลิงเอ๋อเบือนหน้าไปอีกทาง


    แต่ใบหูแดงขึ้นเล็กน้อย


    ขณะนั้นเอง—


    เสียงฝีเท้าอีกสายดังขึ้นช้า ๆ


    หลิงเปาเดินเข้ามาพร้อมถาดชาในมือ


    นางยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม


    แต่ดวงตากลับลึกขึ้นกว่าตอนพบกันครั้งแรกมาก


    “พี่เอ๋อ”


    “ท่านพ่อกำลังตามหาเจ้า”


    หลิงเอ๋อสะดุ้งเล็กน้อย


    “หา? ตอนนี้?”


    “อืม”


    หลิงเปาพยักหน้า


    จากนั้นจึงหันมองเสี่ยวชวน


    “ส่วนเจ้า…”


    นางหยุดเล็กน้อย


    “คืนนี้พักเถอะ”


    “สีหน้าเจ้าไม่ดีเลย”


    เสี่ยวชวนชะงักไปชั่วครู่


    เพราะไม่มีใครในงานสังเกตเรื่องนี้


    ทุกคนมัวแต่มองความนิ่งของเขา


    แต่นางกลับมองเห็น “ความเหนื่อย”


    หลิงเปายิ้มบาง


    “บางครั้ง…”


    “การทำให้คนกลัว ก็เหนื่อยเหมือนกันใช่ไหม”


    เสี่ยวชวนเงียบ


    เพราะคำพูดนั้น…


    แทงถูกบางอย่างในใจเขาโดยตรง


    หลิงเอ๋อมองทั้งสองคนสลับกันไปมา


    ก่อนทำเสียงหึเบา ๆ


    “พวกเจ้าชอบพูดอะไรเข้าใจยากกันจริง”


    จากนั้นนางจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปในงาน


    แต่ก่อนเดินพ้นระเบียง


    หลิงเอ๋อกลับหยุดฝีเท้า


    แล้วพูดโดยไม่หันกลับมา


    “เสี่ยวชวน”


    “อย่าแพ้ล่ะ”


    “ถ้ามีใครทำเจ้าเจ็บ…”


    “ข้าจะฟันมันเอง”


    นางรีบเดินหนีทันทีหลังพูดจบ


    ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ ของหลิงเปา


    และสายลมเย็นยามค่ำคืน


    เสี่ยวชวนมองแผ่นหลังของนางเงียบ ๆ


    ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว


    ในโลกที่เต็มไปด้วยการคำนวณ


    บางครั้ง…


    คำพูดตรงไปตรงมาแบบนั้น


    กลับอบอุ่นกว่าสิ่งใด


    อีกด้านหนึ่งของหอเมฆาเทียนหลิง—


    ห้องรับรองชั้นสูงสุดยังคงเปิดไฟสว่าง


    เสียงสนทนาของเหล่าประมุขดังแผ่วอยู่ด้านใน


    โต๊ะกลมขนาดใหญ่ถูกล้อมด้วยบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดของนครเทียนหลิง


    ซ่งเทียนอวิ๋นนั่งจิบชาเงียบ ๆ


    จ้าวเทียนหลงใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ อย่างใช้ความคิด


    เฮยเจิ้นซานหัวเราะเสียงต่ำเป็นระยะ


    ส่วนประมุขสำนักเพลิงสุริยัน…


    ยังคงสงบนิ่งราวขุนเขา


    “ปีนี้สนุกกว่าที่คิด”


    เฮยเจิ้นซานกล่าวพลางยิ้ม


    “เดิมข้าคิดว่าฮั่วเจินคงกวาดหมดง่าย ๆ”


    “แต่ตอนนี้…”


    เขาหัวเราะเบา ๆ


    “เริ่มไม่แน่แล้ว”


    จ้าวเทียนหลงหรี่ตา


    “เด็กคนนั้นอันตรายเกินไป”


    ไม่มีใครบอกชื่อ


    แต่ทุกคนรู้ว่าเขาหมายถึงใคร


    “อัจฉริยะที่ควบคุมได้”


    ประมุขสำนักจิตวิญญาณกล่าวเรียบ ๆ


    “ไม่น่ากลัวเท่าไร”


    “แต่อัจฉริยะที่มองไม่ออก…”


    นางหยุดเล็กน้อย


    “นั่นสิที่ควรระวัง”


    ซ่งเทียนอวิ๋นยังคงเงียบ


    จนเฮยเจิ้นซานหันมาหัวเราะ


    “ท่านไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือ”


    “ทุกคนกำลังพูดถึงศิษย์ท่านนะ”


    ซ่งเทียนอวิ๋นวางจอกชาลงช้า ๆ


    “ข้าไม่จำเป็นต้องพูด”


    “เพราะอีกไม่นาน…”


    “พวกเจ้าจะเห็นเอง”


    ห้องทั้งห้องเงียบลงเล็กน้อย


    เพราะน้ำเสียงนั้น…


    มั่นใจเกินไป


    จ้าวเทียนหลงหรี่ตาแคบลงกว่าเดิม


    เขาไม่ชอบความมั่นใจแบบนี้


    โดยเฉพาะเมื่อมันมาจากซ่งเทียนอวิ๋น


    ชายผู้แทบไม่เคยพูดเกินจริง


    ขณะเดียวกัน—


    บนลานกว้างกลางหอเมฆาเทียนหลิง


    พิธีจับฉลากเริ่มต้นขึ้น


    เสียงกลองดังขึ้นสามครั้ง


    ตึง!


    ตึง!


    ตึง!


    ผู้คนทั่วงานเริ่มทยอยเดินเข้ามารวมตัว


    ศิษย์จากห้าสำนัก


    ขุนนาง


    พ่อค้า


    แม้แต่ผู้ฝึกตนอิสระหลายคนยังเบียดเสียดกันแน่น


    เพราะนี่คือ—


    การจับฉลากศึกจัดอันดับเมืองเทียนหลิง


    ศึกที่อาจเปลี่ยนชะตาของคนทั้งรุ่น


    ผู้อาวุโสชุดขาวก้าวขึ้นเวทีกลาง


    ก่อนสะบัดแขนเสื้อ


    ลูกแก้วแสงนับสิบลอยขึ้นกลางอากาศ


    ภายในมีรายชื่อของศิษย์ทั้งห้าสิบคน


    แสงสว่างสะท้อนบนใบหน้าของเหล่าอัจฉริยะ



    บางคนตื่นเต้น


    บางคนกดดัน


    บางคน…


    เริ่มมีจิตสังหารแล้ว


    ฮั่วเจินยืนอยู่ด้านหน้าสุด


    รอบตัวเขาร้อนระอุราวเปลวเพลิง


    เหยียนตงกอดอกนิ่งเหมือนภูเขา


    เฟิงลั่วยิ้มบางพลางเล่นมีดสั้น


    มู่ชิงหลับตาเงียบราวไม่สนโลก


    ส่วนเสี่ยวชวน…


    เพียงยืนอยู่ท้ายแถวเงียบ ๆ


    เหมือนไม่ได้ต้องการเป็นจุดสนใจ


    แต่กลับมีสายตาจำนวนมาก…


    จับจ้องมาที่เขามากที่สุด


    “เริ่มจับฉลาก!”


    สิ้นเสียงผู้อาวุโส—


    ลูกแก้วทั้งหมดเริ่มหมุน


    แสงหลากสีพุ่งวาบไปทั่วลาน


    เสียงผู้คนเริ่มดังขึ้นทันที


    ชื่อคู่ต่อสู้ทยอยปรากฏ


    เสียงอุทานดังต่อเนื่อง


    บางคนถอนหายใจโล่งอก


    บางคนหน้าซีดทันทีเมื่อเจอคู่แข่งระดับหัวกะทิ


    “ฮั่วเจิน พบ ฉินลั่ว!”


    “เฟิงลั่ว พบ ลั่วชิง!”


    “เหยียนตง พบ ถังอี้!”


    เสียงประกาศดังต่อเนื่อง


    จนกระทั่ง—


    “หลินเสี่ยวชวน…”


    ทั้งลานเงียบลงเล็กน้อย


    หลายคนเงยหน้ามองพร้อมกัน


    “พบ…”


    แสงในลูกแก้วสว่างขึ้น


    ก่อนชื่อจะปรากฏชัดเจน


    “กู่เหยียน แห่งสำนักเพลิงสุริยัน”


    เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที


    เพราะกู่เหยียน—


    คือศิษย์ระดับสร้างแกนพลังขั้นกลาง


    สูงกว่าเสี่ยวชวนเต็มขั้นใหญ่ ซึ่งเสี่ยวชวนอยู่เพียงขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น


    หลายคนเริ่มกระซิบกัน


    “เปิดมาก็หนักเลย…”


    “สำนักเพลิงสุริยันจงใจหรือเปล่า”


    “ถ้าชนะได้จริง…เด็กนั่นจะดังทันที”


    เสี่ยวชวนมองชื่อตัวเองเงียบ ๆ


    สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย


    แต่กู่เหยียนกลับหัวเราะเย็น


    “โชคร้ายจริง ๆ”


    “ข้าเองก็อยากลองเจ้าอยู่พอดี”


    เสี่ยวชวนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย


    เหมือนรับรู้เท่านั้น


    ท่าทีเช่นนั้น…


    กลับทำให้กู่เหยียนขมวดคิ้วทันที


    เพราะอีกฝ่ายดูไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย


    ขณะนั้นเอง—


    เสียงฝีเท้าดังขึ้นช้า ๆ


    ฮั่วเจินเดินผ่านข้างเสี่ยวชวน


    ก่อนหยุดเล็กน้อย


    ลมปราณเพลิงบางเบาแผ่ออกมาราวคลื่นร้อน


    “หวังว่า…”


    เขากล่าวโดยไม่หันมามอง


    “เจ้าจะไม่ตกรอบก่อนพบข้า”


    ทั้งบริเวณเงียบลงอีกครั้ง


    หลายคนหายใจช้าลงโดยไม่รู้ตัว


    เพราะนี่ไม่ใช่คำพูดธรรมดา


    แต่มันคือ—


    การยอมรับจากฮั่วเจิน


    เสี่ยวชวนเงยหน้าขึ้น


    ดวงตานิ่งสงบเหมือนเดิม


    ก่อนตอบกลับเรียบ ๆ


    “ข้าก็หวังเช่นนั้น”


    สายลมราตรีพัดผ่านลานกว้าง


    แสงโคมแดงแกว่งไหวเบา ๆ


    และในวินาทีนั้น—


    ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนพายุลูกใหญ่


    กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ


    ศึกจัดอันดับเมืองเทียนหลิง…


    กำลังจะเริ่มต้นแล้วจริง ๆ


     

    เสียวชวนไม่เสียเวลาอยู่ในงานเลี้ยงนานนัก เขารีบกลับบ้านหลังน้อยของเขาทันที เมื่อกลับไปก็พบกับหลินเยว่ ที่ทำกับข้าวรอไว้ 3-4 อย่างเช่นเดิม

     

    “เป็นอย่างไรบ้างพี่ชวน ที่สำนักไปได้ดีไหม?”

     

    “อื้ม… ก็ราบรื่นปกติดี อีกไม่กี่วัน ศึกประลอง 5 สำนักใหญ่จะเริ่มที่ลานกลางเมืองแล้ว เจ้าสามารถเข้าไปชมได้”

     

    “แต่ข้าไม่อยากเห็นพี่บาดเจ็บ”

     

    “วางใจเถอะ ข้าจะพยายามไม่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”

     

    “งั้นท่านกินข้าวก่อนเถอะ วันนี้มีเมนูใหม่ด้วยนะ”

     

    หลังจากนั้นหลินเสี่ยวชวนกับหลินเยว่ก็นั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อยสองคนพี่น้อง

     

    “เยว่ เจ้าไม่อยากย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหญ่กว่านี้ ดีกว่านี้ และมีสาวรับใช้สัก 2-3 คนจริงหรือ?”

     

    “ข้าชอบบ้านหลังน้อยของเราตอนนี้มากที่สุดแล้ว พวกเราโตมาด้วนกันในบ้านหลังนี้ ข้าจะตัดใจทิ้งมันไปได้ง่ายๆได้อย่างไร?”

     

    “เฮ้อ… นี่ข้าสู้เพื่อให้เจ้าสบายแท้ๆเจ้าดันกลับชอบความเรียบง่านซะงั้น เสียแรงเปล่าแท้ๆ”

     

    “ข้าบอกแล้วไงว่าพี่ไม่ต้องพยายามเก่งขนาดนั้นก็ได้ เราอยู่กันแบบธรรมดาเถอะ”

     

    “แต่ข้าเกรงว่าสถานะข้าในตอนนี้จะอยู่แบบธรรมดาไม่ได้แล้ว หากเจ้ายังอยู่ในบ้านที่มีความปลอดภัยต่ำเช่นนี้…. ข้าก็มิอาจวางใจ”

     

    “แล้วงั้นท่านวางแผนจะทำเช่นไร?”

     

    “ข้าจะหาเงินจ้างองค์รักษ์ให้เจ้าดีหรือไม่? หรือไม่ก็ย้ายบ้านไปอยู่ใจกลางเมืองที่มียอดฝีมือและทหารรักษาการคุ้มครองอยู่เยอะๆ แบบนั้นข้าจึงจะวางใจ”

     

    “งั้นสุดแล้วแต่พี่เถอะ ตั้งแต่เล็กพี่เป็นคนจัดการวางแผนทั้งหมด ข้าจะเชื่อฟังท่าน”

     

    ดีมากเด็กดี เสี่ยวชวนกล่าวพร้อมลูบหัวน้องสาวบุญธรรมเบาๆอย่างอ่อนโยน

     

    หลินเยว่ยิ้มให้เสี่ยวชวนอย่างสดใสและร่าเริง

     

    ‘หากใครแตะต้องเจ้า ข้าจะสังหารมันทั้งตระกูล’ เสี่ยวชวนคิดในใจ

    คล้ายกับเรื่องแกนกลืนวิญญาณต้องห้าม ที่คุณอ่าน

    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928