The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 78 นามแห่งบุปผา

            ทันทีที่เหล่าครึ่งเทพมากหน้าหลายตาของกลุ่มจันทราทมิฬสัมผัสได้ และรับรู้ถึงการมาเยือนในครั้งนี้ พวกมันต่างก็รีบพุ่งตัวออกมาต้อนรับ กังวลว่าจะทำให้หมาบ้าผู้นี้ไม่พอใจ จะมีผู้ใดบ้างที่พร้อมจะพุ่งชนกับครึ่งเทพระดับสูงสุด ทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงเหนือมนุษย์อันเล็กจ้อย พวกมันที่เป็นเพียงครึ่งเทพพลังต่อสู้ระดับกลาง ไหนเลยจะกล้าละเลยเสียมารยาทกลับแขกผู้มาเยือน ครึ่งเทพร่างท้วมผู้นำกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ ก็อยู่ด้านหน้าสุดยืนรอต้อนรับชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใกล้



            "ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อม 5 ปีต่อจากนี้ไป ทรัพย์สมบัติของพวกเจ้าจะถูกนำมาพัฒนาบริหารอาณาจักร ข้าไม่ใช่โจรที่มาปล้นชิง หากแต่มาเจรจาในฐานะตัวแทน ดังนั้นเงื่อนไขง่ายๆ ก็ยังพอมีอยู่ นั่นคือเมื่อครบ 5 ปีข้าจะแบ่งจ่ายคืน 5 งวด งวดละหนึ่งปีพร้อมกับดอกเบี้ย 10%"



            เมื่อมองเห็นผู้นำกลุ่มจันทราทมิฬ มิเนอร์วาไม่ได้อ้อมค้อมกล่าวพูดเข้าประเด็นทันที เหตุผลนั้นง่ายๆ เป็นเพราะเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรนำมาเสียโดยเปล่าประโยชน์ ชายหนุ่มไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแค่มาแจ้งให้ทราบก็เท่านั้น คงไม่มีผู้ใดชมชอบหรือยินยอม ที่จะให้คนนอกตระกูลเข้ามาแย่งชิงสมบัติ ทั้งของตัวเองและของตระกูลอย่างแน่นอน



            "หากข้าปฏิเสธความร่วมมือนี้เล่า? ท่านจะใช้กำลังบังคับแย่งชิงไปอย่างนั้นหรือ? "



            เป็นไปตามคาด ผู้นำร่างท้วมกล่าวถามออกมาอย่างสบายๆ หากเป็นพื้นที่นอกตระกูล ตัวมันย่อมมีความหวาดเกรงต่อพลังการรบของมิเนอร์วา แต่ไม่ใช่กับพื้นที่ภายในตระกูล ที่มีสมบัติวิเศษประเภทป้องกันและโจมตีติดตั้งเอาไว้มากมายมหาศาล มากกว่าที่ทางราชวงศ์แทนลายัสมีในครอบครองเสียอีก จะอย่างไรกลุ่มการค้าจันทราทมิฬเอง ก็ได้ชื่อว่าเป็นถึงกลุ่มการค้าที่ถือครองกิจการมากมายมหาศาลภายในอาณาจักร



            "ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความร่วมมือ แต่มาเพื่อแจ้งให้เจ้าทราบ ข้อเสนอนี้ยังคงอยู่จนถึงพรุ่งนี้เช้า หากตกลงก็แล้วไป แต่ถ้าไม่… ข้าก็พร้อมที่จะยื่นขอเสนอที่พวกเจ้าไม่มีวันปฏิเสธได้ให้เอง ถ้าอยากรู้ก็ลองดู… "



            หลังจากแจ้งประสงค์ทุกอย่างเรียบร้อย มิเนอร์วาจึงหันหลังกลับ และก้าวเท้าเดินหายออกไปจากที่แห่งนี้ ไม่สนใจเสียงวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านหลัง ปล่อยให้พวกมันคิดตัดสินใจกันเอาเอง ในระหว่างทางชายหนุ่มไม่ได้เรียกอินทรีเกล็ดศิลาให้มารับ แต่เลือกเดินเท้าแทน เพื่อมุ่งหน้าทำตามกำหนดการที่ได้วางแผนเอาไว้ เมื่อมาถึงทางเปลี่ยวไร้ผู้คน เสือสมิงอามูร์ผู้ฉลาดหลักแหลม มันรู้ใจมิเนอร์วาเป็นอย่างมาก จึงกระโจนออกจากเงาและหยุดคุกเข่าอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม



            "หากพวกมันปฏิเสธความร่วมมือ เจ้ารู้ใช่ไหมว่าต้องทำเช่นไร จำไว้อย่าปะทะตรงๆ ทำให้พวกมันกินไม่ได้นอนไม่หลับแค่นั้นพอ ไปเถอะ"



            มิเนอร์วาเอ่ยแนะนำ ไม่หันหลังกลับไปมองอามูร์ที่ก้มหน้าอยู่ด้านหลัง เสือสมิงอามูร์ขานรับคำสั่งหนึ่งที ร่างกายก็กระโจนหายเข้าไปตามเงาตรอกซอย จากนั้นชายหนุ่มจึงเดินทางไปซื้อของที่จำเป็นต้องใช้หลังจากนี้ ภายในยอดหอคอยสูงของกลุ่มจันทราทมิฬ เหล่าผู้มีอำนาจในด้านต่างๆ กำลังประชุมหารือ เกี่ยวกับวาระเร่งด่วนที่มีเส้นตายคือวันพรุ่งนี้ เสือสมิงอามูร์ย่องเข้ามาด้านในเงียบๆ ไม่มีผู้ใดรับรู้หรือสัมผัสได้ ร่างกายกลืนหายมากับเงาดำของวัตถุต่างๆ จนกระทั่งมาหยุดแอบยืนอยู่ในระยะที่สามารถแอบฟังการประชุมได้ หลังจากยืนฟังกลุ่มจันทราทมิฬเถียงกันได้เพียงสักพักหนึ่ง ดูเหมือนว่าเสียงคัดค้านไม่ให้ร่วมมือ จะมีมากกว่าเสียงเห็นด้วยเสียแล้ว



            'หึ! มนุษย์โง่เง่าไม่รู้ความ ไม่รู้ว่าสิ่งไหนคือลำธาร สิ่งไหนคือทะเลคลั่ง'



            อามูร์แค่นเสียงเหยียดหยันให้กับความโง่เง่าของอีกฝ่าย เลิกฟังพวกมันเถียงกันอย่างไร้ประโยชน์ และย่องจากไปเงียบๆ ไร้สุ้มเสียง แม้ในตอนนี้จะเป็นยามเช้าสว่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากองทัพเงาวิญญาณของมิเนอร์วาจะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ แต่สาเหตุที่ชายหนุ่มมักจะเลือกเวลาทำศึกในตอนกลางคืน หรือช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินนั้น เป็นเพราะช่วงเวลานี้พลังที่แท้จริงของเหล่าดวงวิญญาณจะไม่ถูกลดทอน สามารถสู้ได้เต็มที่ 10 ส่วนเต็ม แต่ถ้ารบพุ่งกันยามเช้า เห็นทีจะค่อนข้างเสียเปรียบ เนื่องจากเหล่าดวงวิญญาณจะถูกลดทอนพลังไปมากถึง 5 ส่วนเรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่ง



            แต่ไม่ใช่กับภารกิจง่ายๆ เช่นการสอดแนม ก่อกวน สร้างความตกใจ และหวาดผวา ระหว่างทางที่มิเนอร์วาเดินจากมาหลังยื่นข้อเสนอให้กลุ่มจันทราทมิฬ ในแต่ละก้าวเดินที่เหยียบลงจะต้องมีวิญญาณดวงหรือสองดวงถูกส่งออกไป สิงสู่ตามที่อยู่อาศัยของผู้คน ที่อยู่ใต้การดูแลของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ เหตุการณ์พิลึกพิลั่นปรากฏทั่วทุกที่รอบบริเวณ โดยเฉพาะร้านค้าและกิจการมากมาย พวกเขาต่างก็ประสบพบเจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เช่นประตูที่เปิดปิดเอง เสียงหัวเราะร้องไห้ปริศนาจากห้องเก็บของใต้ดิน เงาดำที่จะปรากฏให้เห็นผ่านกระจกแต่งตัว เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวที่ไม่รู้จัก และอื่นๆ หลากหลายสถานการณ์แตกต่างกันไป



            แม้ในตอนนี้ท้องฟ้าข้างนอกจะยังคงส่องสว่าง แต่ผู้คนที่ประสบพบเจอกับรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน รับรู้ได้ถึงความสยดสยองขนหัวลุกตลอดทั้งวันที่ได้พบเจอ ยิ่งเมื่อถึงยามกลางคืนสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง ถึงขั้นที่กลุ่มการค้าจันทราทมิฬเองก็เริ่มสังเกตได้ถึงความผิดปกติ รอบอาณาเขตของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ กำลังเต็มไปด้วยเหล่าดวงวิญญาณมากหน้าหลายตา ที่ปรากฏร่างออกมาเดินป้วนเปี้ยน บ้างถือหัวเดินหายไปจากสายตาเหล่าคนเป็น บ้างหัวเราะคิกคักร่างกายโชกเลือด บ้างก็ตาปูดตาโปนร้องช่วยด้วยไปตลอดทาง เสียงหวีดร้องของผู้คนค่อยๆ ดังขึ้น และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ไล่เป็นโทนเสียงสูงต่ำสลับกันไปมา ก่อนจะร้องพร้อมกันทั่วอาณาเขตใต้ปกครองของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬ เหตุการณ์วุ่นวายนี้เป็นจดหมายเตือนจากมิเนอร์วา ให้พวกมันคิดถึงการตัดสินใจที่จะมาถึงในไม่ช้า



            ผู้คนระดับสูงของกลุ่มการค้าจันทราทมิฬมีสีหน้าราวกับอมอาจมสุนัข ความไม่ยินยอมฉายชัดอยู่บนใบหน้า แต่พวกมันก็จนปัญญาจะต่อต้านขัดขืน ในเมื่อมิเนอร์วาไม่ได้โจมตีหรือทำร้ายใคร หากไปกล่าวหาซี้ซั้ว อาจจะโดนอีกฝ่ายเล่นงานตลบหลังเอาได้ จึงทำได้เพียงฝืนกล้ำกลืนทนรับความอัปยศ ถูกกลั่นแกล้งจากชนรุ่นหลังผู้หนึ่ง เสียงร้องทำนองนี้ช่างไพเราะสำหรับอามูร์ ซึ่งกำลังขดตัวนอนเฝ้าป้องกันไม่ให้ผู้ใดมาก่อกวนเหล่าดวงวิญญาณ มิเนอร์วาเองก็กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนต้นไม้ใหญ่ถัดออกมาไม่ไกล



            "หวังว่าสมองพวกเจ้าจะยังไม่ฝ่อนะ หากไม่อยากเจอรบกวนแบบนี้ไปตลอดชีวิต ก็เลือกให้ดีแล้วกัน"



            ชายหนุ่มฮัมเพลง พลิกอ่านหนังสือที่ริบมาจากวังหลวงต่ออย่างอารมณ์ดี หลังจากค่ำคืนอันวุ่นวายดำเนินต่ออย่างคึกคักโกลาหล แสงแรกของวันพลันฉาบทาทั่วนภา ร่างวิญญาณมากมายต่างก็จางหายไป พร้อมกับผู้คนที่นอนเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง มีหลายรายที่นอนสลบไปแล้ว ถูกหลอกหลอนจนสลบไปหนึ่งที สะดุ้งผวาตื่นขึ้นมาก็ยังพบผีตัวเดิมมานั่งเฝ้า แววตาดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความเป็นห่วง แต่ผีก็ยังคงเป็นผี อาจจะมีมนุษย์ที่ไม่กลัวผีอยู่บ้าง และมนุษย์เหล่านั้นไม่มีอยู่ในพวกมัน ดังนั้นความกลัวจึงทบเท่าทวีคูณ นอนเหนื่อยล้าหมดสภาพน่าสงสาร



            มิเนอร์วาไม่ได้รีบร้อนกลับเข้าไปเอาคำตอบ บิดกายลุกขึ้นยืนได้ ก็เดินไปหาอาหารเช้าทานในย่านการค้าที่อยู่ห่างไปไม่ไกล ก่อนที่จะไปอาบน้ำแต่งตัวที่บ่อน้ำร้อนซึ่งอยู่ติดกัน ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำหวีผมเสยขึ้นด้านบน จ้องมองตนเองที่อยู่ในกระจกบานยาว ในใจก็ขบคิดไปถึงสตรีทั้งสองอันเป็นที่รัก ที่ในตอนนี้กำลังยืนอยู่ทางด้านหลัง



            "พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ ใช้เผื่อในส่วนของพวกท่านด้วยเช่นกัน"



            ชายหนุ่มรู้ดี ว่าภาพที่เห็นเป็นเพียงแค่จิตปรุงแต่งของตัวเองที่คิดขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงหันหลังขยับปกสูทเดินจากไป โดยไม่สนใจสตรีทั้งสองที่ยืนมองตามจากทางด้านหลัง อาการของโรคที่แฝงอยู่เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน ราวกับว่าจิตใจจะแยกเป็นส่วนๆ แต่ในเมื่อไม่มีผู้ใดรักษาได้ นอกจากจะให้ตัวเองเยียวยารักษาตัวเองแล้ว ทางอื่นล้วนแต่ยังมองไม่เห็นวิธี ดังนั้นแล้วสำหรับมิเนอร์วา ขอแค่ยังคงรักษาความเป็นเหตุเป็นผล และความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ เท่านี้ก็เพียงพอที่จำกัดความตัวเองได้ ว่าถึงจะป่วยทางจิต แต่ก็ไม่น่าจะสร้างอันตรายต่อผู้ใด



            มิเนอร์วาไม่ได้ใช้เส้นทางแห่งกาลเวลาในการเดินทางมาหากลุ่มการค้าจันทราทมิฬ แต่เลือกที่จะเดินเท้ามาตามปกติ ร่างที่สูงสมส่วนไปกับมัดกล้ามเนื้อที่แอบซุกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ได้ถูกชุดสูทตัดเฉพาะรัดบังไว้กำลังก้าวเดินมาอย่างช้าๆ พร้อมกับช่อดอกไม้สีแดงช่อหนึ่งประมาณกำมือ เสียงฮัมเพลงลอยมาตามจังหวะก้าวเดินทีละก้าว จนกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเหล่าผู้คนจากกลุ่มการค้าจันทราทมิฬซึ่งออกมารออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นชายหนุ่มเดินมาจากที่ไกลด้วยท่าทางยียวนตีมึนไม่รู้เรื่องราว ยิ่งทำให้พวกมันรู้สึกเดือดปุดๆ แต่ก็ไม่กล้าเก็บเอามาเป็นอารมณ์



            ตลอดทั้งคืน ถึงแม้พวกมันจะไม่โดนผีหลอก แต่ก็ไม่สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม ถึงจะอดนอนแต่ก็ต้องทนรำคาญเสียงร้องที่ดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา เสียงร้องของคนหนึ่งคนก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ดันเล่นมาร้องซะรอบด้าน เหล่าระดับสูงแต่ละคนได้แต่ยอมฝืนกลืนเลือดไว้หมายจะเอ่ยเจรจา ว่าจะขอเพิ่มดอกเบี้ยขึ้นอีกสักหน่อย พวกมันไม่อยากทนรับการก่อกวนนี้ไปตลอดเวลาที่เหลืออยู่ หากเลือกได้พวกมันย่อมต้องเลือกผลประโยชน์อยู่แล้ว



            จะอย่างไรก็เป็นพ่อค้าเรื่องการกู้ยืมเงินนั้นย่อมไม่นับเป็นอะไรได้ ถึงจะถูกยืมไปหมดในตอนแรก หากแต่หลังจากนั้น 5 ปีก็จะเติบโตเป็นเท่าทวี การลงทุน 5 ปีด้วยการเทหมดหน้าตักย่อมสามารถยอมรับได้ หากชายหนุ่มผิดสัญญา พวกมันเองก็สามารถใช้เรื่องนี้ไปเป็นข้ออ้างกับอาณาจักรเพื่อนบ้าน ให้พวกเขาเหล่านั้นเข้าแทรกแซงช่วยเหลือได้ เผลอๆ ดีไม่ดีอาณาเขตของอาณาจักรเดิมแห่งนี้ อาจจะกลายมาเป็นดินแดนใต้ปกครองของพวกมันทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่หากให้ไปตอนนี้ตั้งแต่ยังไม่มีเหตุอะไร ย่อมต้องมีอาณาจักรที่ออกตัวมาปกป้องอย่างแน่นอน โลกใบนี้จะอย่างไรก็มีดีมีเลว ด้วยความไม่แน่นอนนี้ ในที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้ยอมรับข้อเสนอ แต่ก็ต้องต่อรองให้ดีที่สุดได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น



            "เอาล่ะ… พวกข้าหารือกันแล้วว่าจะยอมตกลงรับข้อเสนอ หากแต่ต้องขอเพิ่มดอกเบี้ยเป็น 20% ต่อปีพร้อมเงินต้น 1 งวดจาก 5 งวด ท่านเห็นเป็นอย่างไร? "



            ผู้นำร่างท้วมปั้นหน้ายิ้มจริงใจ แต่ใบหน้าดูหมองคล้ำเนื่องจากการอดนอน มันจ้องมองไปที่ชายหนุ่มและเอ่ยถามความคิดเห็น มิเนอร์วาส่ายหัวถอนหายใจ แล้วยกช่อดอกไม้สีแดงขึ้นสูดดม



            "เจ้ารู้หรือไม่? …สีแดงคือสีแห่งโชคลาภและความสุข ดอกพลับพลึงสีแดงนี้จึงถูกเลือกมาแสดงความยินดีกับพวกเจ้า"



            ชายหนุ่มอมยิ้มอ่อนโยนยื่นช่อดอกไม้ให้แก่ผู้นำกลุ่มการค้า อีกฝ่ายที่เห็นแบบนี้ก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ยื่นมือออกมารับไว้อย่างเต็มใจ พากันคิดไปเองว่าอย่างน้อยชายหนุ่มผู้นี้ก็ยังไม่สุดโต่งจนเกินไป ยังคงรู้หนักรู้เบา หลายๆ คนจึงพากันปั้นหน้ายิ้มแย้มยินดีที่ข้อตกลงบรรลุผล แต่โลกนี้ใดๆ ล้วนไม่เที่ยง รอยยิ้มที่พึ่งปรากฏได้ไม่นานเป็นอันต้องแข็งค้าง สีหน้าแต่ละคนดูแล้วไม่น่ามอง



            "พวกเจ้ายินดีให้กับสิ่งใดกัน? ... ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้มาเพื่อต่อรอง แต่ข้ามาเพื่อแจ้งให้ทราบก็เท่านั้น อย่าให้ข้าต้องลดเหลือ 5% นี่คือทางถอยสุดท้ายที่พวกเจ้ามี รีบจัดแจงและนำไปส่งมอบเสีย ขอย้ำว่าอย่าให้ข้าต้องลดเหลือเพียงแค่ 5%"



            กล่าวจบโดยไม่รอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายที่กำลังคิ้วกระตุก ดูไปแล้วภายในใจคงเตรียมจะลุกเต้นเร่าๆ อยากระบายความอึดอัด มิเนอร์วาหันหลังเตรียมจากไป และเริ่มแผนเดิมให้ผีหลอกจนกว่าพวกมันจะส่งมอบมาให้ด้วยตัวเอง แต่ดูเหมือนจะฉุกคิดขึ้นได้ จึงหยุดชะงักร่างค้างไว้ และหันเพียงใบหน้ามองไปด้านหลังที่ช่อดอกไม้ในมืออวบ



            "ดอกพลับพลึงสีแดงนั้นในอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่ง พวกเขาเรียกมันว่าดอกไม้แห่งสวรรค์ ที่มักจะโปรยปรายลงมาเมื่อมีเรื่องมงคลเกิดขึ้น แต่อีกความเชื่อหนึ่งกลับเรียกมันว่าดอกไม้นรก ที่มักจะเบ่งบานเมื่อมีคนกำลังจะตาย พวกเจ้าก็ใช้เวลาค่อยๆ คิดเถิดว่าสมควรจะเรียกดอกไม้ช่อนั้นว่าอะไร… "



            ชายหนุ่มหันหน้ากลับ และเดินหายไปจากสายตาของทุกผู้ที่จ้องมองตามหลัง พวกมันหลายคนรวมถึงครึ่งเทพที่เป็นผู้นำได้แต่ชะงักค้าง ก้มหน้ามองไปที่ดอกไม้สีแดงช่อนี้ ซึ่งเกสรกำลังสั่นไหวหยอกล้อสายลมเย็น ในห้วงความคิดของแต่ละคนก็พากันคิดไปต่างๆ นานา สายตาที่จ้องมองกลับมาเมื่อสักครู่ พวกมันแต่ละคนต่างก็มองเห็นแววตานั้นอย่างชัดเจน แต่ละคนต่างก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารอำมหิตกดดัน ที่รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าอำนาจจิตกำลังถูกกดดันอยู่ ด้วยความต่างของระดับชั้นชีวิต จึงมีเพียงระดับครึ่งเทพเท่านั้นที่พอจะยืนหยัดได้ไม่เสียอาการ มิเนอร์วาเสร็จกิจธุระทั้งหมดที่สำคัญแล้ว จึงรอเพียงศึกษาอ่านหนังสือตำราที่มีทุกเล่มที่ยังไม่เคยได้อ่าน ชายหนุ่มไม่เคยลืมเลือนถึงสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น



            "ความรู้… คือพลัง หากข้ารู้แต่ศัตรูไม่ล่วงรู้ เช่นนั้นก็ต้องสามารถก้าวข้ามได้อย่างง่ายดาย"



            เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน… หลังจากต้องทนทรมานกับเสียงร้องน่ารำคาญเพียงสามวัน ผู้นำร่างท้วมและคณะที่ใบหน้าดูเหนื่อยอ่อน เนื่องจากการพักผ่อนมีไม่เพียงพอ พวกเขาก็ได้เดินทางมาขอเข้าพบมิเนอร์วาเพื่อส่งมอบทรัพย์สมบัติ แต่เรื่องนี้ถูกส่งต่อให้เฟรเกียไว้อยู่ก่อนแล้ว มิเนอร์วาตอนนี้กำลังเก็บตัว ชายหนุ่มหมกมุ่นอยู่แต่ในตำหนักหลังหนึ่งที่เงียบสงบ อาศัยอยู่ติดกับเขตป่าด้านในของราชวังอันกว้างใหญ่ ในแต่ละวันจะทำการอ่านหนังสือ และทดลองสิ่งต่างๆ ตกเย็นก็จะศึกษาอ่านความเป็นไปของโลกที่รวบรวมมาได้ แล้วจึงนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียด



            ผ่านไปนานหลายวันนานนับเดือน เป็นอีกครั้งที่มิเนอร์วาได้ลักลอบออกจากเขตเมืองหลวงไปอย่างเงียบๆ เดินทางไปพบกับเรือฟลายอิ้งดัตช์แมนที่ลอยลำรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากทักทายถามสารทุกข์สุกดิบพอสมควร ชายหนุ่มก็รับเอากล่องไม้ที่ด้านในบรรจุไปด้วยกระดาษ ที่มีข้อมูลมากมายเขียนบันทึกเอาไว้มาเก็บไว้ในแหวนเก็บของ



            "หลังจากนี้ให้ว่าจ้างบุคคลที่มีความสามารถเหล่านี้มา ขอเพียงมีความรู้ความสามารถข้ายินดีจ่ายให้ 2 เท่าของค่าแรงปกติที่พวกเขาได้รับต่อปี สัญญาจ้าง 5 ปี หลังจากพ้น 5 ปีไปแล้ว หากอยากจะอยู่ต่อข้าก็ไม่ขัด แต่ค่าแรงจะจ่ายตามปกติ ฝากด้วยนะเฮนดริก"



            มิเนอร์วากำชับอีกไม่กี่ประโยคก็เดินทางกลับมาตำหนัก และหมกตัวศึกษาหนังสือตำราข้อมูลมากมายที่ได้รวบรวมมาได้อย่างละเอียด หลังจากนั้น 3 เดือน บุคคลมากความสามารถกลุ่มแรกก็ได้ถูกคัดเลือก และว่าจ้างมาเป็นจำนวนมาก คนเหล่านี้ต่างก็มองว่าได้ค่าแรงสองเท่าตั้ง 5 ปี มีรายได้เทียบเท่ากับการทำงาน 10 ปี มีหรือที่พวกมันจะทนความเย้ายวนใจนี้ไหว เรื่องค่าจ้างเองมิเนอร์วาก็ไม่ได้ติดขัด ทรัพย์สมบัติที่ยึดมาได้จากแทนลายัสนั้นมีจำนวนมาก พวกมันทั้งสามที่ยังคงถูกทรมานให้ร้องแทนไก่ขันในยามเช้า สภาพต่างก็ร่อแร่จิตใจแทบแตกสลาย



            เมื่อนับรวมกับสมบัติจากสำนักแพทย์โลหิตพิษ วังมรณะสาบสูญ กลุ่มการค้าจันทราทมิฬ และสมบัติทั้งหมดที่ซัลวาโตเรมี เมื่อนับรวมเข้าด้วยกันแล้ว ย่อมมีมากพอที่จะใช้จ่ายว่าจ้างได้อย่างไม่ขัดสน เรียกได้ว่าถ้าไม่นับรวมสมบัติของเหล่าเจ้าเมืองที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงแล้วนั้น สมบัติทั้งหมดในเขตเมืองหลวง ก็ได้ถูกนำมารวมกองไว้ให้วังมรณะสาบสูญได้เป็นผู้บริหารจัดการ เมืองหลวงที่ภายนอกมองว่าปิดตาย แต่ภายในกำลังซุ่มพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง



    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024