ยามนั้นทุกคนในห้องโถงต่างตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น จ้าวเยียนผู้ที่ไม่มีคาดคิดว่าจะปรากฏตัว ได้ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกมันแล้ว
“ไม่นึกไม่ฝันว่าข้าจะพบเ้าอีกครั้ง นึกว่าตอนนั้นเ้าถูกไอ้แก่นั้นพาตัวไปไหนต่อไหนแล้ว” เจียงซุนเอ่ยเสียงเรียบขณะมองไปที่จ้าวเยียน
“ผู้าุโพาข้าไปถ่ายทอดวรยุทธ์ให้นิดหน่อย เพื่อที่ข้าจะได้กลับมาสะสางบัญชีแค้น” ครานี้จ้าวเยียนเอ่ยขึ้นบ้าง พร้อมกับใช้สายตาอันแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปที่เผิงหลง
“โอ้ จริงสินะ แม้ข้าจะเป็ผู้ลงมือสังหารเ้า แต่ตัวการจริง ๆ ก็คือไอ้อ้วนจอมละโมบผู้นี้ เช่นนั้นก็แปลว่าเรามีศัตรูคนเดียวกันสินะ”
“เ้าจะคิดเช่นก็ไม่ผิด แต่...”
“แต่...อันใด”
“แต่...นั้นไม่ได้หมายความว่า ข้าเป็พวกเดียวกับโจรถ่อยเช่นพวกเ้า ไอ้อ้วนนั่นชั่วช้าสามานย์ก็จริง แต่พวกเ้าก็เลวไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นพวกเ้าทุกคนต้องชดใช้ความผิดที่ก่อขึ้น”
“โอหังยิ่งนัก! มีตัวคนเดียวคิดจะจัดการพวกข้ารึ เช่นนั้นข้าจะให้เ้าตายเป็ศพแรก ฆ่ามัน!!” เจียงซุนตวาดเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยปากให้สมุนโจรของมันพุ่งเข้าเล่นงานจ้าวเยียน
พวกโจรทุกคนล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าโเี้ในมือถือดาบเล่มโต ใบดาบสาดประกายสีเงินวาววับ บ่งบอกถึงความคม ทว่า...นั้นไม่ได้ทำให้จ้าวเยียนตื่นตระหนกแม้แต่นิดเดียว มันขาก้าวข้างหนึ่งไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อยืนให้มั่นคง ก่อนจะโคจรกำลังภายในทั่วร่าง จากนั้นก็กำหมัดแน่น เพื่อเตรียมรับการโจมตี คมดาบมากมายพุ่งตรงใส่เด็กหนุ่มพร้อมจิตสังหารอันโเี้ ทว่า...จ้าวเยียนก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่จะปล่อยหมัดสวนคืนไปอย่างหนักหน่วง พวกโจรที่โดนเข้าไปถึงกับตาโต อ้าปากค้าง ร่างลอยปลิวขึ้นสูง ก่อนจะร่วงตกกระแทกพื้นราวกับเป็ใบไม้ร่วงจากต้น
“ปะ...เป็ไปได้ยังไงกัน!! พี่น้องของข้าผ่านการฆ่าฟันมาอย่างโชกโชน แต่ยามนี้กลับต้องมาพ่ายแพ้หมดรูปให้กับไอ้หนูผู้นี้ น่าขันยิ่งนัก เช่นนั้นข้าคงต้องลงมือเอง จงตายซะ!!” เจียงซุนคำรามลั่นด้วยความโกรธ ก่อนที่มันจะพลันพุ่งทะยานตรงเข้าไปหาจ้าวเยียน จ้าวเยียนััได้ทันทีว่าคนผู้นี้มีฝีมือแตกต่างจากพวกเมื่อครู่
“ขั้นฝึกระดับสอง? ไม่สิ ปลาย ๆ ขั้นสองจะเข้าสู่ขั้นสาม่ต้น แล้วแบบนี้ข้าจะรับมือมันไหวหรือ...” จ้าวเยียนตื่นตะลึงไปเล็กน้อย แต่ไม่นานมันก็รวบรวมสมาธิ และเตรียมต่อสู้กับศัตรูตรงหน้า
เสียงคมกระบี่ของเจียงซุนแหวกอากาศตรงเข้าหาเป้าหมาย ไวปานสายฟ้าฟาด จ้าวเยียนเบี่ยงตัวหลบสุดกำลัง หากแต่ก็ไม่อาจหลบพ้นทั้งหมด คมกระบี่เฉือนเสื้อจนขาด และบาดไปถึงหน้าอกเล็กน้อย จ้าวเยียนรีบก้าวถอยหลังทันที ทว่าเจียงซุนก็พุ่งกระบี่ตามมาติด ๆ ทุกการโจมตีล้วงเล็งจุดตายแทบทั้งสิ้น
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ มีฝีมือแค่นี้เองหรือไอ้หนู เช่นนั้นอีกไม่เกินสิบกระบวนท่าเ้าได้กลายเป็ผีเฝ้าสวนแน่ ๆ” เจียงซุนแสยะยิ้มมั่นใจ ก่อนมันจะเร่งจู่โจมให้ไวขึ้น จ้าวเยียนแม้รู้ว่าเสียเปรียบ แต่มันก็ไม่คิดยอมแพ้แต่อย่างใด
“ฝีมือร้ายกาจยิ่งนักแต่...ข้าไม่ยอมแพ้หรอก” จ้าวเยียนกัดฟันแน่น ก่อนจะโคจรกำลังภายในทั่วร่างจนถึงขีดสุด จากนั้นก็ถีบเท้าถอยห่างไปหลายก้าว
“คิดหนีหรือ...ไม่มีทางหรอกไอ้หนู และคราวนี้เ้าคงไม่มียอดฝีมือที่ไหนโผล่มาช่วยอีกเป็แน่ จงรอรับความตายซะ” เจียงซุนยิ้มอย่างชั่วร้าย ก่อนที่จะเตรียมพุ่งเข้าประชิดตัวจ้าวเยียนเพื่อเผด็จศึก ทว่า...ในยามนั้นหูของมันก็พลันได้ยินเสียงหนึ่ง
เสียงนั้นคล้ายมีบางอย่างพุ่งมากระแทกโดนใบดาบ จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีเสียงแตกเล็ก ๆ ตามมา เสียงนั้นเบาหวิวเมื่อแรกเริ่ม แต่กลับขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“โยนกระบี่ทิ้งเร็วเข้าพี่ใหญ่!!” หนึ่งในโจรที่นอนอยู่บนพื้นตวาดลั่นอย่างร้อนรน
“เจียงซุนพลันได้สติ รีบโยนกระบี่ทิ้งในทันใด
เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วสวน กระบี่เล่นนั้นพลันะเิออกกลางอากาศในพริบตา แสงเพลิงพล่างตา เศษกระบี่ลอยละล่อง ผู้คนในห้องโถงพากันตกตะลึง มีเพียงจ้าวเยียนเท่านั้นที่ไม่ยี่หระมองดูเจียงซุนที่อ้าปากค้างด้วยใบหน้าแต้มยิ้ม
“จะ...เ้าเล่นลูกไม้สกปรกอะไร? เหตุใดกระบี่ของข้าถึง....!!” เจียงซุนเอ่ยถาม ทว่า...ยังไม่ทันจะถามจบสองตาของมันก็พลันเบิกกว้าง เพราะได้เห็นเข้ากับเมล็ดสีดำแดง ๆ รูปร่างขรุขระในมือของจ้าวเยียน
“เมล็ดท้ออัคคีกัมปนาท...เ้าไปเอาของแบบนั้นมาได้อย่างไรกัน” เจียงซุนแค่นถามด้วยความโกรธจัด
“เอามาได้อย่างไรหรือ? เื่เช่นนั้น ข้าไม่มีความจำเป็ต้องบอกเ้า ไร้กระบี่เ้าก็ไม่ต่างอันใดกับเด็กอมมือ ตายซะ!!” จ้าวเยียนคำรามลั่นก่อนที่มันจะเป็ฝ่ายพุ่งเข้ามาเจียงซุน
“หึ แค่มือเปล่า ๆ ก็มากพอจะบดขนี้เ้าได้แล้วไอ้หนู เข้ามาเลย!!” เจียงซุนตวาดคืน ก่อนที่มันจะโคจรกำลังภายในจนถึงขีดสุด แล้วปรี่ตรงเข้าปะทะกับจ้าวเยียน สองคนต่างฝ่ายต่างปล่อยหมัดเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งตั้งรับ ฝ่ายหนึ่งสวนกลับ ฝ่ายหนึ่งสวนกลับ ฝ่ายหนึ่งตั้งรับ สลับกันไปมาอยู่เกือบ ร้อยกระบวนท่า ก่อนที่จ้าวเยียนจะเป็ฝ่ายได้เปรียบ เพราะวิชาที่ฝึกมานั้นเหนือกว่าอยู่หนึ่งขั้น เจียงซุนเริ่มเป็ฝ่ายตั้งรับ พร้อมถูกทำให้ก้าวถอยอย่างไม่เต็มใจ ก่อนที่ไม่นาน ร่างของมันจะถูกหมัดของจ้าวเยียนพุ่งเข้าใส่อย่างแรง จนลอยไปกระแทกกับกำแพง เจียงซุนสำลักเืคำโตออกมา ก่อนที่มันจะแน่นิ่งนอนหมอบไปกับพื้น
“พะ....พี่ใหญ่ พะ...พ่ายแพ้แล้ว....” หนึ่งในกลุ่มโจรหน้าเสีย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“งะ...งั้นก็ตัวใครตัวมันว้อยยยย...ยยย” อีกคนร้องะโ ก่อนที่พวกมันที่เหลือจะพลันลุกขึ้น และวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต นี่สินะสันดานโจร ที่เขาว่ามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ตัวใครตัวมัน...
เหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ที่เห็นเช่นนั้น ต่างก็พากันโห่ร้องด้วยความดีอกดีใจ ที่พวกมันรอดตายแล้ว ทว่า....ไม่ใช่กับ หวู่เผิงหลงแม้แต่น้อย ศัตรูคนหนึ่งถูกกำจัดไป แต่ดันมีอีกคนโผล่มา แถมคนผู้นี้ดูจะมีความแค้นกับมันยิ่งกว่าเ้าเจียงซุนเสียอีก
“ยะ...แย่แล้ว ข้าจะทำอย่างไรดี ไอ้เด็กนี้มันต้องฆ่าข้าเป็แน่ จะให้ใครช่วยก็เป็ไปไม่ได้ พวกทหารกับผู้คุ้มกันถูกเ้าเจียงซุนจัดการไปจนหมดแล้ว” หวู่เผิงหลงนั่งหน้าซีดตัวสั่นระริก ยามนี้มันรู้สึกตื่นกลัวเป็อย่างมาก
“ยามนี้ทุกคนปลอดภัยแล้ว พวกท่านจงไปดับไฟ และพาคนเจ็บไปรักษาเถิด ส่วนข้านั้นมีธุระจะต้องสะสางกับเขาสักหน่อย” จ้าวเยียนเอ่ยขึ้น พร้อมชี้นิ้วไปที่หวู่เผิงหลง ซึ่งพอคนรับใช้ได้ยินพวกมันก็นิ่งงันไปเล็กน้อย สีหน้าล้วนหวั่นวิตก เพราะทราบดีแก่ใจว่า ธุระของจ้าวเยียนคือสิ่งใด
“ยะ...อย่าไปนะพวกเ้า นี่เป็คำสั่ง คะ...ใครไป ข้าจะไล่มันออกจากคฤหาสน์” เผิงหลงรีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน เหล่าคนรับใช้ได้ฟังต่างก็มองกันเล็กน้อย ก่อนที่พวกมันจะตัดสินใจลุกขึ้น และพากันเดินออกจากห้องโถงไปอย่างไม่ไยดี
“อะ...ไอ้ขี้ข้า เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ คอยดูเถอะข้าจะไล่...อึก!!” ยังไม่ทันที่หวู่เผิงหลงจะขู่จบ คมกระบี่เล่มหนึ่งในมือของจ้าวเยียนก็ถูกนำมาจ่อที่คอของมันเรียบร้อย
“ความตายมารออยู่ตรงหน้าแล้ว เ้ายังคิดจะข่มเหงผู้อื่นอยู่อีกหรือ คนอย่างเ้าแค่ความตายมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” จ้าวเยียนแค่นเสียงพูด พร้อมกับดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความแค้น ภาพนั้นทำเอาหวู่เผิงหลงถึงกับฉี่ราด เพราะใบหน้าของมันช่างเหมือนกับจ้าวหยุนในอดีตเสียเหลือเกิน
“ถึงกับฉี่ราดเลยหรือ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก เช่นนั้นก็พอกันที หนี้แค้นที่เ้าติดข้า มารดาข้า และบิดาข้า ข้าจะขอรับมันคืนทั้งหมดเดี๋ยวนี้แหละ” จ้าวเยียนเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเงื้อกระบี่ขึ้น และเตรียมส่งเผิงหลงไปชดใช้กรรมที่ยมโลก ทว่า...ในยามนั้นเสียงของใครบางคนก็ะโขึ้นเสียก่อน
“ช้าก่อนเยียนเยียน!!!!”
จบบท